ผ่าตัดครั้งแรกเจอถุงน้ำในรังไข่ขนาด 23 เซน

สวัสดีค่ะ เราจะมาเล่าประสบการณ์การผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต เราอายุ 25 ปี ค่ะ เนื่องจากเป็นคนที่โครงร่างสูงใหญ่ เราสูง 169 น้ำหนักอยู่ที่ 100 กิโลกรัม เป็นคนอ้วนนั้นแหละค่ะด้วยลักษณะการกินที่ไม่ดีเลย ชอบของทอดของหวานมากๆ เลยทำให้อ้วนลงพุงในความคิดเรานะ แต่ทุกอย่างมาเปลี่ยนเมื่อวันที่ 28 ธันวา ช่วงเวลา ตี 5นิดๆ เรามีอาการปวดท้องมากๆ บริเวณที่ปวดคือใต้ท้องน้อยข้างขวา แวบแรกเราคิดว่าใส้ติ่งแน่ๆ เลยบอกที่บ้านให้พาไป รพ. ทาง รพ.ก็ได้ทำการตรวจๆแต่บิงโกค่ะ ตรวจเจอถุงน้ำในรังไข่ข้างขวาทาง รพ.บอกขนาดรอบแรกว่าใหญ่ประมาน 15 เซน. และได้ทำการให้ยารอดูอาการ แล้วพาไปซีทีสแกนอีกรอบ บิงโกอีกจ้า สรุป ถุงน้ำมีขนาด 23 เซน. เราได้ทำการแอดมิดที่ รพ.ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวา คุณหมอให้กลับบ้านวันที่ 1 มกรา ระหว่างนี้คุณหมอได้ทำการนัดให้มาผ่า วันที่ 6 มกรา ค่ะ แอบพูดปลอบให้ให้เรากลับไปทำใจให้สบาย55 (ช่วงที่นอนแอดมิด ระหว่างวันที่ 28-30 เรามีอาการปวดท้องตลอดแต่อยู่ในระดับที่ทนไหวนะคะ 31-1 คือจะรู้สึกแค่ตึงๆตรงท้องและปวดเป็นพักๆ)  และวันที่ 5 มกราเป็นวันที่คุณหมอนัดมานอนแอดมิด ตื่นเต้นมากๆ ทำเรื่องนอนเรียบร้อย รพ.ที่นอนคือ พระนครศรีอยุธยา แผนก นารีเวช เป็นห้องผู้ป่วยร่วมนะคะ และเนื่องจากพี่โควิดทำพิษเลยงดให้ญาติเฝ้าและเยี่ยม บอกเลยว่าตอนแรกกลัวมากๆ แต่พี่ พยาบาล ผู้ช่วย ยันพี่ที่ทำความสะอาด นิสัยดีและน่ารักมากๆ พูดจาดี นิสัยดี เราไม่กดดันเลย พอมานอน พยาบาลทำการวัดไข้วัดความดัน และพาเราไปโกนขนน้องสาว ใส่ท่อปัสสวะ เตรียมพร้อมผ่าระหว่างเที่ยงคืนโดนสั่งงดน้ำงดอาหารเพื่อเตรียมผ่าตัด บอกเลยค่ะยิ่งเวลาใกล้มาเท่าไรเรายิ่งตื่นเต้นนอนไม่กลับ ดีได้พี่พยาบาลพูดควรพักผ่อนให้เพียงพอเราจะได้แข็งเวลาผ่าเสร็จจะได้หายไวๆ จังหวะนี้เหมือนเด็กค่ะ เค้าพูดอะไรฟังหมดเชื่อหมด555 และแล้วก็มาถึงค่ะ เช้าวันที่ 6 พี่พยาบาลให้เรารอเจ้าหน้าที่จากห้องผ่าตัดมารับ สรุปมา รับตอน 12.00 ระหว่างที่เข็นออกจากแผนก พี่ผู้ช่วยรวมถึงพยาบาลส่งสองนิ้วสู้ๆมาให้ ใจชื้นมาหน่อยค่ะ พอมาถึงเค้าเข็นเราไปรอห้องผ่า พี่พยาบาลก็มาถามรายละเอียดเราเป็นอะไรมาผ่าไรงันงี้ แล้วเดินออกไปเตรียมงาน ระหว่างรอผ่าก็จะมีเตียงข้างๆนอนรอเหมือนกัน ถามไถ่ให้กำลังใจกันไปค่ะ555 กลับเข้าเรื่องโดนเข็นมาห้องผ่าย้ายเตียงเรียบร้อย พี่พยาบาลทุกคนพูดดีมาก น่ารักมาก เราแบบไม่กลัวเลย เราผ่าเเบบดมยาสลบนะคะ ระหว่างเค้าเตรียมงานก็มาพูดคุย พี่เค้าบอกทำใจสบายๆไม่เจ็บ เดี้ยวถ้าพี่ในหลับก็หลับเลยไม่ทีอะไรน่ากลัว พอพี่ปลุกน้องก็ตื่นนะ มีการแซวถ้าตื่นอย่าโวยวายนะ55 เราที่กำลังคุยเพลินๆกะแหย่พี่เค้า ระหว่างนั้นเค้าเอาที่ครอบจมูกหรือเรียกอะไรไม่รู้มาครอบจมูกเราแล้วมีควันออกมา แวบแรกในหัวมันดังมาให้ถาม ใจเราอะจะถามพี่เค้าว่าแล้วถ้าหนูไม่ง่วงหรือไม่หลับจะทำยังไง พอคิดได้เราก็พูดเลยถ้าหนูไม่... จำได้ว่าโดนพี่เค้าแตะไหล่แล้วบอกนอนนะไม่ต้องกังวน ภาพตัดเลย5555 มารู้สึกตัวตอนพี่เค้าปลุกในตื่นตอนนั้นแหละรู้สึกทรมารมากกก มันปวดมันมึนเรารับรู้นะ แต่แบบพูดไม่รู้เรื่อง ทรมารสุดตอนเค้าย้ายเตียง คือต้องยกเราอะ โอ้โห้มันแบบอธิบายไม่ถูก แต่ทรมานมากๆ เข็นมาถึงเตียง ย้ายเสร็จ เราไม่รับรู้อะไรแล้วพูดแค่ว่า ปวดๆๆ พี่พยาบาลก็มาฉีดยาแก้ปวดให้ แอบมองเวลาเป็นเวลา 4โมงเย็นกว่าๆ ภาพตัดไปวันต่อไปเลยจ้า วันที่ 7 คือปวดแผลมากๆ ขอยาเป็นระยะ แต่พี่พยาบาลเอาสายน้ำเกลือออก เอาสายฉี่ออกเพราะเราต้องเดินไปเข้าเอง หินสุดๆค่ะวันนี้ ต้องพยายามขยับตัวพลิกตัวบ่อยๆเพราะกลัวลำใส้ติดกัน  จังหวะนั้นแบบงอนน้อยใจหมอและพยาบาลมากๆ จะให้เดินไปฉี่เองอะไร ลำพังขยับนอนตะแคงยังไม่ค่อยได้เลย แค่ลุกยังยาก แต่ยอมใจพี่ๆพยาบาลเลยค่ะเค้าพูดให้กำลังใจดีมากๆ ใจเย็นสุดๆ555 ตัดมาวันที่ 8 คุณหมอมาพร้อมบอกอาการ ว่าแผลเราเนี้ยมันใหญ่มากๆพร้อมให้ดูรูปก้อนเนื้อที่ผ่าออกไป เห็นแวบแรกคือกลัวมากค่ะมันใหญ่มากกกก  คุณหมอก็บอกให้เดินเยอะๆ พยายามขยับตัวนอนตะแคงบ่อยๆ แถมบอก ว่าวันถ้าคืนนี้ไม่มีไข้ พรุ้งนี้จะให้กลับบ้าน ก็ยิ้มไปเลยสิคะ วันนั้นทั้งวันทำตัวให้แข็งแรงมากๆค่ะ เดินทั้งวันดีดด้วย555 จนเตียงข้างๆบอกมาพักเร็วไม่ต้องเดินแล้ว นั้งเฉยๆก็ได้ แต่สาเหตุจริงคือ เราเป็นกรดไหลย้อนค่ะ!!! มันปวดตดมากๆแต่ตดไม่ออกค่ะ ไปงอแงใส่พยาบาล เค้าก็พูดให้เกินบ่อยๆ แต่สุดท้ายความพยายามของเราก็ได้ผลค่ะ ตดออกช่วงเวลา 6โมงเย็น มันโล่งมันสบายมากๆ และเตรียมจะนอนเหมือนฟ้าไปเป็นใจ ไอและมีเสมหะหนักมาก คือจะบอกจริงๆค่ะ อะไรไม่ทรมารเท่าไอเลยนะมันเจ็บแผลมากๆ จนไปงอแงใส่พยาบาลอีกแล้วค่ะ พี่พยาบาลให้เป็นยาน้ำมาจิ๊บๆ จำได้ว่านอนจับขวดยาแก้ไอจนหลับเลยค่ะ555  จนมาวันที่ 9 ทุกอย่างผ่านมากได้ค่ะไม่มีไข้ ถึงเวลากลับ บ้าน!!  จนถึงตอนนี้เรากลับบ้านได้ จนถึงตอนนี้เรากลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ 9 วันแล้วค่ะ ตอนนี้ไม่ไอแล้ว แต่ยังมีเสมหะ มีอาการปวดแผลที่ผ่าเป็นพักๆกับปวดจี๊ดๆที่ข้างในแผลผ่า อาการแบบนี้เราถามคุณหมอกับพี่พยาบาลแล้วเป็นอาการปกติดค่ะ เลยสบายใจ ช่วงนี้กินอาหารอ่อนๆ พยายามพักผ่อนสลับกับเดินค่ะ 
สุดท้าย อยากให้เคสเราเตือนสาวๆให้หันมาสนใจสุขภาพของตัวเองกันเยอะๆนะคะ 
ปล.1 หลายคยสงสัยอาการล่วงหน้า คือเราไม่มีเลยค่ะ ปจด. เรามาปกติและไม่ปวดด้วยค่ะ จะมีแค่หน้าท้องที่ใหญ่ขึ้น แต่เราไม่สังเกตุเพราะคิดว่าอ้วนคะ 
ปล.2 อยากขอบคุณ คุณหมอพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกท่านๆมาก บริการดีใจเย็น มากๆค่ะ สำคัญพี่ๆพยาบาล ผู้ช่วย ทุกคนในแผนก นารีเวช น่ารักมากทุกคนเลยค่ะ 
ปล. 3 รูปภาพอาจน่ากลัวสักหน่อยนะคะ แต่เจ้าก้อนนี้แหละที่ผ่าออกมาจากร่างกายเรา
ปล.4 ขอบคุณทุกท่านมากๆนะคะที่เข้ามาอ่าน ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ♥️
 
 
 
 
 
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่