ศาสตร์ Grappling ปล้ำ ล็อก ทุ่ม ใช้สู้กับคนหลายคนไม่ได้ จริงหรือ??? l Martial ครับพี่ EP 2

*เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ประกอบกับการหาข้อมูลเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณ ผมเป็นเพียงคนที่ศึกษาในด้านนี้มาบ้าง ไม่ใช่นักมวย ครูมวย หรือนักวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นเพียงผู้ที่สนใจใน Martial Arts ที่อยากจะแบ่งปันความรู้และความคิดเห็นเท่านั้น*

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องของมวยนอน(Grappling) หรือที่รู้จักกันว่าเป็นมวยทุ่มล็อก ซึ่งมวยในลักษณะนี้ก็ตามชื่อนะครับ คือจะไม่ปะทะ แต่จะเน้นการปล้ำ การทุ่ม และการล็อกคู่ต่อสู้จนหมดสภาพ ศาสตร์ในลักษณะนี้มีมากมายหลากหลายด้วยกัน เช่น ยูโด, ยิวยิตสู, บราซิลเลี่ยนยิวยิตสู, มวยปล้ำ, แซมโบ หรือแม้กระทั่ง ไอคิโด นั่นเอง

ซึ่งมวยนอนเนี่ย มันมักจะถูกใช้ในการแข่งขันกีฬาของมันเอง และการแข่งขัน MMA รวมถึงในการต่อสู้จริงๆด้วยครับ 

แต่  มันก็มักจะมีคนกลุ่มนึง ที่จะบอกประมาณว่าศาสตร์การปล้ำ ล็อก ทุ่ม นั้น เป็นศาสตร์ที่ดีกับการสู้ตัวต่อตัว แต่ไม่ดีในการสู้กับคนหลายคน เพราะว่าถ้าสู้กับคนหลายคน แล้วไปนอนปล้ำกับพื้น ก็จะโดนคนที่เหลือเข้ามากระทืบซ้ำ เตะซ้ำได้ ศาสตร์ Grappling จึงไม่เหมาะที่จะเอามาใช้ต่อสู้กับคนหลายๆ คน และศาสตร์การออกอาวุธ(Striking) เช่น มวยไทย มวยสากล เหมาะกับการต่อสู้กับคนหลายคนมากกว่า เพราะเน้นการเคลื่อนที่ ทำให้ไม่โดนรวบหรือรุม

ในที่นี้ ผมขออนุญาตจะออกความเห็นแย้งกับแนวคิดเหล่านั้นครับ มีหลายประเด็นที่จะแสดงความเห็น


ประเด็นแรก
การนอนสู้ การปล้ำคลุกกับพื้น ในการต่อสู้กับคนหลายคน ผมเห็นด้วยครับ ว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ เพราะจะโดนคนอื่นเข้ามารุมซ้ำ ข้อนี้ ผมไม่มีปัญหาครับ


ประเด็นที่ 2
การสู้กับคนหลายๆคน หรือการโดนรุม ไม่ว่าจะฝึกศิลปะการต่อสู้ไหนมา สิ่งที่ควรทำคือการหลีกเลี่ยงครับ เพราะการโดนรุม มันคือการเสียเปรียบ หลักยุทธวิธีทั่วโลกทั้งยุคใหม่และเก่า ไม่สนับสนุนการเอาตัวเองไปเสี่ยงกับการโดนรุมแน่ๆครับ นึกภาพว่านักมวยฝีมือพอๆกันชกกัน ตัวต่อตัว ก็สู้ยากแล้วครับ แต่ถ้ามีอีกคนที่ฝีมือพอๆกันเข้ามารุม 2 ต่อ 1 ยังไงก็สู้ไม่ไหวครับ 

การต่อสู้กับคนหลายคนเนี่ย ตามหลักแล้ว คนที่ฝึกมาดี จะสามารถสู้กับคนที่ตัวพอๆกัน ที่ไม่ได้ฝึกอะไรมาเลยหรือฝึกมาไม่ดีได้ 1 ต่อ 3 คนครับ แต่นั่นคือฝีมือต้องต่างกันพอสมควรเลยครับ ซึ่งมากเกินกว่านี้ ก็ไม่ควรแล้วละครับ

***ลืมภาพยิปมันในหนัง ที่สู้เป็นสิบคนได้ในทีเดียว เพราะนั่นเป็นหนังครับ
***ในกรณีนายขนมต้ม นายขนมต้มไม่ได้สู้ทีเดียวสิบคนนะครับ แต่สู้ทีละคน จนครบสิบคู่ครับ 
***ในกรณีการต่อสู้จริงๆ ถ้าคู่ต่อสู้ไม่ได้เข้ามาทีเดียวพร้อมกันหมด ซึ่งก็ไม่ได้ต่างกับการตัวต่อตัวหรืออย่างมากก็ 2 หรือ 3 ต่อ 1 ซึ่งนั่นก็ทำให้ไม่โดน "ทึ้ง" ครับ 

 สรุปคือ การต่อสู้แบบโดนรุม ไม่ว่าจะฝึกอะไรมา มันก็ไม่เวิร์คที่จะเสี่ยงครับ นอกจากจำเป็นจริงๆ อีกอย่างคือเราไม่รู้ฝีมือคนที่เราสู้ด้วยด้วยครับ อาวูธมีรึเปล่าก็ไม่รู้ แถมยังมีหลายคนอีก ดังนั้น แม้แต่มวย Striking ไม่ว่ามวยไทย มวยสากล ฯลฯ ก็ไม่เหมาะที่จะสู้มือเปล่าแบบโดนรุมทั้งนั้นครับ เพราะมันเสียเปรียบ ถึงมันจะใช้สู้ได้ก็ตาม คนที่ฉลาด จะหลีกเลี่ยง ไม่ก็หาอาวุธมาเสริม ครับ


ประเด็นที่ 3.1 "มวยปล้ำ ยิวยิตสู มวยนอนต่างๆ ไม่เหมาะกับการใช้สู้กับคนหลายคน"
ในข้อนี้ ผมขอแย้งครับ แน่นอนครับว่าการคลุกปล้ำคู่ต่อสู้กับพื้น ไม่เหมาะกับการโดนรุมแน่ๆ แต่ ไม่ใช่ว่าศาสตร์ Grappling ไม่เหมาะกับการสู้หลายคนครับ 

ผมเข้าใจว่าหลายคนอาจจะติดภาพของกีฬา MMA ที่เวลาจะเข้าไปล็อกคู่ชก จะต้องทำการเข้ารวบ ทำให้คู่ต่อสู้ล้ม(Takedown) ลงบนพื้น แล้วค่อยไปตะลุมบอนกันบนพื้น เกิดการออกอาวุธใส่กัน จนเกิดการปล้ำ และ ในที่สุดก็เกิดการล็อกขึ้น จึงทำให้หลายคนเกิดความเข้าใจว่า การล็อกคู่ต่อสู้ จำเป็นต้องเข้าไปคลุกคู่ต่อสู้กับพื้น เลยทำให้เข้าเกิดความคิดที่ว่า ศาสตร์ Grappling ไม่สามารถเอามาใช้สู้กับคนหลายคนได้

ซึ่ง.....ในความเป็นจริงแล้วเนี่ย ศาสตร์ Grappling เนี่ย มีทั้งการทำให้คู่ต่อสู้ล้ม และ มีการล็อก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปปล้ำคลุกกับพื้นครับ
แต่...ใน กีฬา MMA เนี่ย ที่จะต้องรวบคู่ต่อสู้ลงไปปล้ำกับพื้นแล้วค่อยล็อก นั่นเพราะการล็อกคู่ต่อสู้แล้วกดลงบนพื้น มันทำได้ง่ายกว่าการยืนล็อกครับ โดยเฉพาะกับนักกีฬาต่อสู้ที่ออกอาวุธเก่งพอๆกัน หรือกระทั่งเป็นมวยกว่าเรา การพุ่งเข้าไปปล้ำเขากับพื้น มันง่ายกว่าการพยายามจะล็อกเขาตอนที่ยืนอยู๋ แล้วเสี่ยงเอาตัวเองไปรับหมัด เท้า เข่า ศอก จนน่วม ครับ 

ประเด็นที่ 3.2 "การสู้กับคนหลายคน ควรจะรักษาระยะห่าง และไม่ให้คู่ต่อสู้เข้ามารวบแล้วรุมทึ้งได้ แล้ว Grappling จะมีประโยชน์อย่างไร?"

สำหรับหลายๆท่าน อาจจะมีข้อสงสัยข้างต้น ว่าในเมื่อการต่อสู้แบบโดนรุม ควรจะรักษาระยะห่างและไม่ให้ตัวเองโดนล้อม หรือโดนเข้ารวบแล้วรุมยำ แล้วศาสตร์ Grappling ซึ่งเน้นการสู้ด้วยการแตะตัวในระยะใกล้มากๆ จะไม่เสี่ยงทำให้โดนรุมยำหรอกหรือ 

แน่นอนครับว่า การสู้แบบโดนรุม การรักษาระยะห่างเป็นสิ่งที่สำคัญ และการพยายามสู้แบบออกข้าง คือไม่ให้เกิดการล้อมและเข้ารวบตัว เป็นสิ่งที่สำคัญ เวลาที่มีการรุมกันเกิดขึ้น แต่ การใช้วิชา Grappling นั้น มีประโยชน์กับเงื่อนไขนั้นอย่างไม่น่าเชื่อครับ ไม่ใช่ว่าการจับล็อกหรือทุ่มแล้วจะทำให้โดนเข้ารวบหรือเสียระยะห่างที่ควรครับ แถมยังช่วยในการเพิ่มระยะห่าง และยังป้องกันการโดนเข้าล้อมและรวบได้ดีอีกด้วย ดังจะอธิบายต่อไปนี้ครับ

-เวลาที่โดนรุม จะมีคู่ต่อสู้พยายามเข้ามาจากด้านหลัง นอกจากการหันไปโจมตี หรือใช้ท่าโจมตีด้านหลัง เช่น เตะ ถีบ หรือศอกกลับ ถ้าหากว่าคู่ต่อสู้เข้ามาประชิดจนออกอาวุธไม่ได้แล้ว หรือกระทั่งเข้ามาล็อกเราได้แล้ว การมีวิชา Grappling จะช่วยให้แก้ทางได้ครับ ซึ่งในจุดนี้ เมื่อโดนล็อก ถ้าหากรู้แต่วิชา Striking จะไม่สามารถแก้ได้เลยนอกจากใช้แรงขัดขืน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เสียแรงโดยเปล่าประโยชน์และอาจแก้ไขไม่ได้ การใช้ Grappling แก้ทางการล็อกรวบ อย่างที่เห็นกันบ่อยคือท่าทุ่มคู่ต่อสู้เมื่อโดนคู่ต่อสู้ล็อกจากด้านหลัง ดังจะเห็นได้ดังภาพ 


-ถ้าหากคู่ต่อสู้มีอาวุธ วิชา Grappling จะมีประโยชน์ในการปลดอาวุธมากครับ การใช้มือเปล่าสู้อาวุธ หรือแม้กระทั่งการใช้อาวุธสู้อาวุธ การโดนโจมตีแค่ครั้งเดียว อาจหมายถึงชีวิต ซึ่งการใช้วิชา Striking นั้น วิธีการตั้งรับคือ การ Block, การหลบ และการโจมตีสวน การปลดอาวุธโดยใช้การโจมตีอวัยวะต่างๆ คือการใช้ Striking ในการสู้กับอาวุธ ส่วนการป้องกันด้วยการ Block นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับมือเปล่า vs อาวุธ ครับ เพราะมีด ดาบ ฟันทีเดียว เส้นเลือดใหญ่ หรือแขน อาจจะขาด และไม้ เหล็ก ตีทีเดียว กระดูกก็หักได้เลยครับ การสู้กับอาวุธด้วย Striking ไม่ให้เจ็บตัวเลยมีแค่การหลบและการโจมตีสวนเท่านั้น การ Block เสี่ยงมากครับ แต่ถ้าหากมีวิชา Grappling มาร่วมด้วย ก็จะมีวิธีรับมืออาวุธพวกนี้เพิ่มขึ้น รวมถึงจะสามารถปลดและแย่งอาวุธคู่ต่อสู้ได้ดีขึ้นด้วยครับ  ดังจะเห็นจากภาพ


-การทุ่ม การเหวี่ยง การล็อก มีประโยชน์ในการต่อสู้แบบโดนรุมอย่างมากครับ เราสามารถล็อกคู่ต่อสู้ แล้วเอามาบังเป็นโล่มนุษย์, เราสามารถทุ่มเหวี่ยงคู่ต่อสู้คนหนึ่ง ใส่คู่ต่อสู้อีกคนหนึ่งได้ หรือจะล็อกคู่ต่อสู้ แล้วค่อยเหวี่ยงใส่คู่ต่อสู้อีกคนที่จะพุ่งเข้ามาหา หรือแม้กระทั่งล็อกคู่ต่อสู้แล้วรักษาระยะห่าง แล้วเอามาใช้เป็นตัวประกันถ้าไม่มีทางเลือกได้ ดังจะเห็นจากภาพ


ประเด็นที่ 3.3 "ท่าปลดอาวุธต่างๆ จะใช้ได้ผลหรือไม่"
ท่าปลดอาวุธต่างๆ ที่มีการสอนกันนั้น มีการใช้ทั้งศาสตร์ Grappling และ Striking มาผสมผสานกันและดัดแปลง จนกลายเป็นท่าที่ทหารตำรวจใช้ฝึก และใช้ในการปฏิบัติหน้าที่จริง ดังนั้น มันจึงเป็นท่าที่ใช้ได้ แต่อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า การใช้มือเปล่าสู้อาวุธ ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด และจะขอกล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้มือเปล่าปลดอาวุธ จะต้องใช้การฝึกที่ดีมากๆ และ มีโอกาสผิดพลาดได้ แต่สถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือก การเสี่ยง เพื่อที่จะตัดสินความเป็นและความตาย จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นครับ 


ส่งท้ายครับ

ทั้งวิชา Grappling และ Striking ยังถูกนำมาผสมผสานและดัดแปลงเป็นท่าต่อสู้มือเปล่าของเจ้าหน้าที่ โดยจะเพิ่มความโหด ดิบ เถื่อน เข้าไป เพื่อใช้ในการสังหาร(ทหาร) หรือ การจับกุม(ตำรวจ) ซึ่งในการทำภารกิจ หลายครั้งก็ต้องสู้กับคนที่มากกว่า การที่ทั้งสองศาสตร์ จึงพิสูจน์แล้วว่า ศาสตร์ Striking และ Grappling ทั้งสองศาสตร์ มีประโยชน์ในการต่อสู้ ไม่ว่าจะตัวต่อตัว หรือ สู้กับคนหลายคน ไม่ว่าจะสู้กันมือเปล่า ประกอบด้วยมีด หรือด้วยปืน ถ้าหากขาดศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งไป การต่อสู้ที่ใช้ปกป้องตนเองไม่ว่าจะข้างถนน หรือในสนามรบ อาจจะทำให้ไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงได้อย่างครบถ้วน หรือพูดง่ายๆว่าฝึกมาไม่ดีพอนั่นเอง

ขอบคุณครับ สวัสดี

แถม...


ท่าปลดปืนของ Krav Maga วิชาต่อสู้ของทหารอิสราเอล
ใช้ Grappling (จับแขน) ผสมกับ Striking (ฟันศอก)


ท่าล็อกข้อมือของทหาร


เพี้ยนไฟลุกเพี้ยนไฟลุกเพี้ยนไฟลุก

 





แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่