จุดอ่อนของมวยไทยที่เห็นได้ชัด จากเวที mma

ก่อนอื่นขออนุญาตบอกก่อนว่าผมก็เป็นคนที่ชอบมวยไทยครับ ไม่ได้ดูถูกศิลปะประจำชาติอย่างที่คนหลายๆคนในยูทูปชอบคอมเมนต์กันหลังจากเห็นความคิดเห็นแนวนี้ ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ   วิชามวยไทยของเราเป้นวิชาที่ผมมองว่าค่อนข้างครบเครื่องที่สุดแล้ว(ยังไม่นับมวยพม่าที่ใช้หัวโขกได้)ในสายท่ายืน แต่จากจุดนี้จะเห็นได้ชัดว่าด้วยความที่เป็นสายท่ายืน การป้องกันการจับทุ่มค่อนข้างยาก  และการเล่น ground game ค่อนข้างอาการหนักมาก ชนิดที่ว่าถ้าโดนทุ่มล้มเข้าไปนี่มีสิทธิ์โดน submisson สูงจนเกือบร้อยเปอร์เซนต์       
                   
                    grappling martial art เป็นศิลปะที่ไม่ค่อยแพร่หลายในไทยเท่าไหร่นัก ด้วยผมเห็นจากหลายๆคอมเมต์เชิงว่า "น่าเบื่อ" "มวยอะไรเหมือนหมากัดกัน" "มวยไร้ศิลปะ" แต่ในความคิดของผมแล้วการที่คนๆนึงจะสามารถ react ต่อการพุ่งเข้ามานั้นยาก เพราะว่าสมองของเราไม่ได้ตอบสนองได้เร็วขนาดนั้น หลบหมัดอาจทำได้แบบอาลีหรือสามารถ(ที่พริ้วจนจะเป็นน้ำอยู่ละ) แต่จะหลบการจับที่มีรัศมีกว้างกว่าก็ค่อนข้างยาก   ไม่ต้องคิดถึงเรื่องศอกดิ่งหรือเข่าดัก แทบจะไม่มีเวลาให้ทำได้เลย  พวกศาสตร์อย่าง bjj ที่เน้นการเข้าประชิดตัวมีวิธีการป้องกันอยู่แล้ว 
                   
                   มวยไทยกับมวยสาล อีกประเด็นที่มีบางคนชอบพูดแซะมวยสากลว่าเป็นมวยกระจอก เนื่องจากการต่อสู้มีแค่หมัดไม่สามารถทำอะไรนัมวยไทยที่มีทั้ง หมัด เท้า เข่า ศอกได้หรอก แต่อยากให้ทราบไว้ครับว่า "ผมไม่กลัวคนที่ฝึกเตะ 10,000 ท่าในครั้งเดียวหรอก แต่ผมกลัวคนที่ฝึกเตะท่าเดียว 10,000 ครั้ง" อันนี้มาจากบรูซลี ครับ มวยสากลแม้จะมีแค่หมัด แค่ใน mma วิชานี้เป็นวิชาพื้นฐานที่สุดที่นักสู้ mma เรียนมาแทบทุกคน จุดแข็งคือเป็นวิชาที่หมัดรวดเร็วมาก รุนแรงมาก เดาทางยาก ฟุตเวิร์กแน่น อีกทั้งยังมีระบบปอดกับหัวใจที่แข็งแรงสุดยอด ถ้าเป็นเรื่องหมัดอย่างเดียวมวยสากลกินขาดและยืนตระหง่านเป็นอันดับ1ในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ค่ายมวยไทยสมัยนี้จึงมีการรับมาฝึกออกหมัดให้กับนักมวยไทยจนผลออกมาสุดยอดมาก มวยไทยสามารถกลบจุดอ่อนที่ใช้หมัดได้ไม่ดีไปเยอะ ในการสู้กับนักชก mma ที่ base on boxing นั้นก็ถือเป็นเรื่องอันตราย ถ้านักมวยไทยต้องเผชิญ 
                   
                   มวยไทยกับมวยเลธเหว่ย : จากกระทู้ที่แล้วผมได้มีโอกาส ไปหาข้อมูลมาเพิ่ม จากในยูทูป กระทู้อื่นๆ ฯลฯ คนรักมวยไทยหลายๆคนอาจบอกว่ามวยพม่า"ไม่ได้เรื่อง ,กาก, ไม่มีเชิงเลย" แต่ในความคิดผมไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ มวยในแถบเอเชียอาคเนย์ค่อนข้างจะเหมือนกันหมด(ยกเว้นมาเลย์ที่เป็นสีลัต)สไตล์การชกจึงคล้ายๆกัน  ในการต่อยหลายๆครั้งที่จัดขึ้นที่พม่า โดยมีนักมวยไทยไปต่อย จะสังเกตได้ว่าหลายรายมากที่โดนน๊อคโดย headbutt ของมวยเลธเหว่ย ในตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมแค่เพิ่มหัวโขกเข้าไปแล้วจึงทำให้ได้เปรียบ แต่หากสังเกตแล้ว การมีหัวเข้ามาด้วยทำให้มีอาวุธเพิ่มไปอีก 1 คราวนี้ศัตรูนอกจากจะต้องระวังในช่วงตัวแล้ว ยังต้องระวังส่วนหัวอีกที่อาจจะตามมาได้ การโฟกัสจึงต้องกระจายไปมากส่วนขึ้น แทนที่จะไปโฟกัสที่อาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก เหมือนเดิม ยังต้องโฟกัสไปยังหัวอีก 
                 
                    อีกศิลปะที่คนรักมวยไทยหลายๆคนบอกว่ากระจอก,เตะเอาแต้ม,เตะไม่มีพลัง,ใช้ไม่ได้จริง คือเทควันโดครับ เทควันโดนี่ก็เป็นอีกศิลปะที่แพร่หลายในไทยมากครับ ไม่สิทั่วโลกเลยด้วยซ้ำ นิยมถึงขั้นได้เข้าโอลิมปิก เทควันโดมีเอกลักษณ์และจุดแข็งอย่างนึงคือความพริ้วของท่า และความรวดเร็วในการเตะที่เร็วมาก บวกกับท่าเตะที่มีหลากหลายมากๆ เดาทางได้ยาก แต่ท่าที่ผมคิดว่าสามารถจัดการนักมวยไทยมาได้หลายคนคืท่า spinning back kick  ถ้ามองในมุมของผมแล้ว ท่า spinning back kick เป็นท่าที่เร็ว เดาทางยาก ตรงเข้าจุดตาย พอดีและมวยไทย(เท่าที่ผมทราบ)ไม่มีท่านี้ที่ใช้กัน จึงเป็นเหตุให้ไม่ชินและโดนจัดการโดยง่าย การ์ดของมวยไทยยกขึ้นปิดหน้า การป้องกันลูกเตะทำโดยการยกแข้งขึ้นมาบัง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมาก คนแข้งไม่แข็งจริงเตะไปรับรองมีเจ็บเอง แต่การป้องกันลูก spinning back kick ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะการยกขาขึ้นมาก็ต้องใช้เวลาพอสมควร(เทียบในเวลาของการเตะ-ต่อย) และบวกกับความเร็วของ spinning back kick กับการตอบสนองที่ค่อนข้างช้าอีกเช่นเคย การหลบจึงทำได้แค่หมุนตัวไปอีกข้าง แล้วจึงรอจังหวะเคาน์เตอร์
                   
                   จากที่กล่าวมาทั้งหมดผมก็ยังยืนยันว่าเป็นศาสตร์การต่อสูแนว striking อันดับ 1 อยู่ดี(รวมถึงพวกมวยลาว มวยเขมร เลธเหว่ย) แต่จะสังเกตได้ว่าสไตล์แบบมวยไทยในบ้านเราก็ยังมีข้อเสียเปรียบอยู้เยอะ ถ้าจะนำมวยไทยเพียวๆ ไปลงแข่ง mma ก็คงเป็นไปได้ยากมาก-เป็นไปไม่ได้ เพราะ mma เป็นศาสตร์ที่รวมหลายๆศาสตร์เข้ามา การชิงไหวพริบหรือการเล่นจุดอ่อนของวิชาคู่ต่อสู้จึงเป็นสิ่งที่นัก mma ต้องทำ
  

สุดท้ายนี้ที่ได้พูดมาทั้งหมด ผมอยากจะให้ผู้รู้หลายๆท่านเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผม หรือว่าถ้ามีตรงใหนในกระทู้นี้ผิดก็สามารถโต้แย้งได้เลยครับ ผมพร้อมเปิดรับความคิดเห็นทั้งหมด  ผมอยากเห็นมวยไทยพัฒนาขึ้นอีกและอยากเห็นคนไทยที่  base on มวยไทย สามารถไปโลดแล่นในวงการ mma ได้ครับ
#ขอบพระคุณผู้รู้ทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านและให้ความรู้ครับ
#ขอบพระคุณที่อ่านจนจบครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
สิ่งที่ทำให้รูปแบบมวยแต่ละเวทีมีลักษณะการต่อสู้ที่เห็นในปัจจุบันคือกติกา

กติกาเปลี่ยน รูปแบบการต่อสู้ที่เห็นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

มวยไทยเวทีถ้าเพิ่มหัวโขกแบบเลธเว่ย การจดจ้อง การระวัง การออกอาวุธก็เปลี่ยนไป

มวยไทยเวทีถ้าเหลือ 3 ยก นับคะแนน การเดินหน้าสู้ก็เปลี่ยนไปจาก 5 ยก

มวยไทยเวทีถ้าเปลี่ยนนวมเป็นแบบเปิดนิ้ว การยืนจรดมวยก็จะห่างออกไปอีกหน่อยแบบ MMA เพราะต้องระวังอาวุธที่จะเข้ามาเร็วขึ้น

จะว่ามวยไทยมีจุดอ่อนที่ชัดเจนก็คงไม่ใช่ เพราะว่ามันสมบูรณ์ในแบบกติกามวยไทยเมื่ออยู่ในเวที ล้มก็ให้ลุกขึ้นก่อนค่อยสู้กันต่อ

พอไปอยู่ในกรงแบบ MMA มันจึงไม่ใช่ท่ามวยไทยชัดเจน เพราะต้องปรับให้เข้ากับกติกาซึ่งต้องระวังถูกรวบลงพื้น

ลองเปลี่ยนกติกา MMA ให้กลับไปยุคก่อนสิ ที่ไม่มียก ซึ่งส่วนใหญ่จบด้วยท่านอน พอนอนสู้แล้วก็เลื้อยกันไปยาวๆ รับรองการฝึกแบบ Striking จะถูกลดความสำคัญลงทันที นักสู้แต่จะคนจะหันไปฝึกหนักแต่ Grappling เป็นหลักเพราะกติกา

กติกา MMA ในปัจจุบันมีหมดยกมาช่วย พลาดถูกรวบลงพื้น ถ้าประคองเอาตัวรอดมาได้ ยกหน้าค่อยว่ากันใหม่ สำหรับผมคิดว่าดูสนุกกว่าแต่ก่อนที่มียกเดียวยาวๆ ที่ลงพื้นแล้วเลื้อยไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะถ้าคุมตำแหน่งได้เปรียบไว้ตลอดเหนื่อยยังพัก และตอดเผาแรงอีกฝ่ายได้เรื่อยๆ จนแพ้ไป ซึ่งกว่าจะจบบางทีนานมากไป

เพี้ยนไฟลุก
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่