
1.)จากการค้นพบการหมุนของควาร์ก และ เลปตอน ที่มี spin 1/2 (หมุน1รอบ=720องศา) แต่ พวก โบซอนมี spin แค่ 1 (หมุน1รอบ=360องศา)

จากในคลิปทำให้มีสมมติฐานว่าจริงๆแล้วเราอยู่ในจักรวาลอย่างน้อย5 มิติ
อนุภาคที่ประกอบเป็น อะตอม สสาร และ โมเลกุล ต่างๆ จริงๆแล้วเป็นสารในมิติที่ 4
ซึ่งจะอธิบายได้ว่าทำไมอนุภาคพวก เฟอร์มิออน ไม่สามารถซ้อนทับกันได้ แต่พวกโฟตอน หรือ อนุภาคสื่อแรงอื่นสามารถซ้อนทับกันได้
เพราะถ้าเราอยู่ในจักรวาล4มิติ และอนุภาคเฟอร์มิออน เป็นอนุภาค4มิติ ย่อมซ้อนทับกันไม่ได้
แต่อนุภาค เช่น โฟตอนนั้นเป็นอนุภาค 3มิติ จึงสามารถซ้อนทับในจักรวาล3มิติได้เป็นอนันต์
2.อีกสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์การมีอยู่ของมิติที่5คือรวมถึงการโค้งงอของกาลอวกาศ
จากสมมุติว่าเส้น 1มิติจะงอก็ต้องงอไปใน2มิติ หรือ2มิติจะงอก็ต้องงอใน3มิติ
ดังนั้นถ้าอวกาศเป็น3มิติ เมื่อโค้งงอก็ควรงอเข้าไปในมิติที่4 (ซึ่งไม่ใช่มิติเวลา) แต่ถ้าตามปัจุบันถ้าเราถือว่า เวลา นับเป็นเป็นมิติที่4
และการโค้งอวกาศ3มิติ คือ การโค้งงอไปในมิติเวลา งั้นถ้ามิติเวลาโค้งงอ ก็ควรโค้งงอไปในมิติที่5

และถ้าการที่เวลาแต่ละที่เดินไม่เท่ากัน(ซึ่งเราพิสูจน์ว่าเป็นจริงแล้วในปัจุบัน) เป็นการโค้งงอของเวลา
แปลว่าจักรวาลก็ต้องมีอย่างน้อย5มิติให้เวลาโค้งงอได้
จากทั้ง2ข้อนั้นทำให้อาจใช้อธิบายปรากฎการทางธรรมชาติหลายๆอย่างได้
เช่น ถ้าอิเล็กตรอนถูกฉายด้วยโฟตอน มันดูดซับโฟตอนเข้าไปแล้ว อนุภาคโฟตอนมันหายไปไหน หรือ ถ้าอิเล็กตรอนมีพลังงานสูงสามารถปลดปล่อยโฟตอนออกมากได้มากมาย แล้วอนุภาคโฟตอนเหล่านั้นมาจากไหน
เกิดข้อสันนิษฐานว่าหรือจริงแล้ว โฟตอน และ อิเล็คตรอนคือนุภาคเดียวกัน เพียงแต่อยู่คนละมิติ
หรือจริงแล้วอิเล็กตรอนเป็นเป็นส่วนหนึ่งของ อนุภาคซักตัวในมิติที่6 แยกมาในมิติที่4 และโฟตอนคือส่วนหนึ่งของอิเล็กตรอน ในมิติที่3
เหมือนกับเรามีทรงกลมอันเดียว เราสามารถหันเป็นแผ่นวงกลมที่มีความหน้าเป็น0 ได้เป็นจำนวนอนันต์วง
หรือ ว่าการพัวพันเชิงควอนตัมที่หมุนไปคนและทิศ แต่สามารถสื่อสารกันด้วยความเร็วเหนือแสงได้ในระยะไกลมาก
อาจเป็นว่าจริงๆแล้วอนุภาคทั้ง2คืออนุภาคเดียวกัน แค่เป็นอนุภาคในมิติที่สูงกว่าที่มี2ส่วนเข้ามาในมิติที่ต่ำกว่า
สมมุติว่าเราเป็นจักรวาล2มิติ และมีอนุภาค3มิติที่มีการหมุน ที่มี2ส่วนอยู่ในจักรวาลเดียวกัน ทั้ง2ส่วนนั้นก็ต้องมีความพัวกันกันเหมือนการพัวกันเชิงควอนตัม
3.จากอนุภาค เกจโบซอน มีสปิน1 เป็นอนุภาค3มิติ เฟอร์มิออน มีสปิน1/2 เป็นอนุภาค4มิติ งั้นฮิกซ์โบซอน ที่มีสปิน0 (หรืออาจหมุนแต่เราวัดไม่ได้) อาจเป็นอนุภาคที่อยู่ในมิติที่สูงกว่าไปอีก
ซึ่งถ้าเราถือว่ามิติที่4 ในข้อ1. เป็นมิติที่เพิ่มมาใน3มิติปรกติ
แต่ในข้อ2. มิติที่เพิ่มมาจากมิติเวลา เป็นมิติคนละอันกัน (มิติเวลาที่2)
และ ข้อ3.การมีอยู่ของเกจโบซอนที่สูงกว่า4มิติ (อาจเป็นมิติที่5ขึ้นไป)
ทำให้สันนิษฐานได้ว่าจริงๆแล้วเราอาจอยู่ในจักรวาล 5+2 มิติ
ซึ่งทำให้สามารถพิสูจน์การมีอยู่ของจักรวาลของจริงในทางวิทยาศาสตร์ว่ามีอย่างน้อย 7 มิติแล้ว
จาก จักรวาลในทางคณิตศาสตร์ที่คำนวนไว้ทั้ง 11 มิติ
ปล.ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดเอาเองนะครับยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นเป็นนั้นจริงๆ
แล้วทุกท่านคิดว่าไงครับทฤษฎีนี้เป็นไปได้ หรือ หรือมีโอกาศถูกต้องมากน้อยแค่ไหนครับ
หรือจริงๆแล้วเราอยู่ในจักรวาล 7 มิติ แค่เราไม่รู้ตัว?
1.)จากการค้นพบการหมุนของควาร์ก และ เลปตอน ที่มี spin 1/2 (หมุน1รอบ=720องศา) แต่ พวก โบซอนมี spin แค่ 1 (หมุน1รอบ=360องศา)
จากในคลิปทำให้มีสมมติฐานว่าจริงๆแล้วเราอยู่ในจักรวาลอย่างน้อย5 มิติ
อนุภาคที่ประกอบเป็น อะตอม สสาร และ โมเลกุล ต่างๆ จริงๆแล้วเป็นสารในมิติที่ 4
ซึ่งจะอธิบายได้ว่าทำไมอนุภาคพวก เฟอร์มิออน ไม่สามารถซ้อนทับกันได้ แต่พวกโฟตอน หรือ อนุภาคสื่อแรงอื่นสามารถซ้อนทับกันได้
เพราะถ้าเราอยู่ในจักรวาล4มิติ และอนุภาคเฟอร์มิออน เป็นอนุภาค4มิติ ย่อมซ้อนทับกันไม่ได้
แต่อนุภาค เช่น โฟตอนนั้นเป็นอนุภาค 3มิติ จึงสามารถซ้อนทับในจักรวาล3มิติได้เป็นอนันต์
2.อีกสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์การมีอยู่ของมิติที่5คือรวมถึงการโค้งงอของกาลอวกาศ
จากสมมุติว่าเส้น 1มิติจะงอก็ต้องงอไปใน2มิติ หรือ2มิติจะงอก็ต้องงอใน3มิติ
ดังนั้นถ้าอวกาศเป็น3มิติ เมื่อโค้งงอก็ควรงอเข้าไปในมิติที่4 (ซึ่งไม่ใช่มิติเวลา) แต่ถ้าตามปัจุบันถ้าเราถือว่า เวลา นับเป็นเป็นมิติที่4
และการโค้งอวกาศ3มิติ คือ การโค้งงอไปในมิติเวลา งั้นถ้ามิติเวลาโค้งงอ ก็ควรโค้งงอไปในมิติที่5
และถ้าการที่เวลาแต่ละที่เดินไม่เท่ากัน(ซึ่งเราพิสูจน์ว่าเป็นจริงแล้วในปัจุบัน) เป็นการโค้งงอของเวลา
แปลว่าจักรวาลก็ต้องมีอย่างน้อย5มิติให้เวลาโค้งงอได้
จากทั้ง2ข้อนั้นทำให้อาจใช้อธิบายปรากฎการทางธรรมชาติหลายๆอย่างได้
เช่น ถ้าอิเล็กตรอนถูกฉายด้วยโฟตอน มันดูดซับโฟตอนเข้าไปแล้ว อนุภาคโฟตอนมันหายไปไหน หรือ ถ้าอิเล็กตรอนมีพลังงานสูงสามารถปลดปล่อยโฟตอนออกมากได้มากมาย แล้วอนุภาคโฟตอนเหล่านั้นมาจากไหน
เกิดข้อสันนิษฐานว่าหรือจริงแล้ว โฟตอน และ อิเล็คตรอนคือนุภาคเดียวกัน เพียงแต่อยู่คนละมิติ
หรือจริงแล้วอิเล็กตรอนเป็นเป็นส่วนหนึ่งของ อนุภาคซักตัวในมิติที่6 แยกมาในมิติที่4 และโฟตอนคือส่วนหนึ่งของอิเล็กตรอน ในมิติที่3
เหมือนกับเรามีทรงกลมอันเดียว เราสามารถหันเป็นแผ่นวงกลมที่มีความหน้าเป็น0 ได้เป็นจำนวนอนันต์วง
หรือ ว่าการพัวพันเชิงควอนตัมที่หมุนไปคนและทิศ แต่สามารถสื่อสารกันด้วยความเร็วเหนือแสงได้ในระยะไกลมาก
อาจเป็นว่าจริงๆแล้วอนุภาคทั้ง2คืออนุภาคเดียวกัน แค่เป็นอนุภาคในมิติที่สูงกว่าที่มี2ส่วนเข้ามาในมิติที่ต่ำกว่า
สมมุติว่าเราเป็นจักรวาล2มิติ และมีอนุภาค3มิติที่มีการหมุน ที่มี2ส่วนอยู่ในจักรวาลเดียวกัน ทั้ง2ส่วนนั้นก็ต้องมีความพัวกันกันเหมือนการพัวกันเชิงควอนตัม
3.จากอนุภาค เกจโบซอน มีสปิน1 เป็นอนุภาค3มิติ เฟอร์มิออน มีสปิน1/2 เป็นอนุภาค4มิติ งั้นฮิกซ์โบซอน ที่มีสปิน0 (หรืออาจหมุนแต่เราวัดไม่ได้) อาจเป็นอนุภาคที่อยู่ในมิติที่สูงกว่าไปอีก
ซึ่งถ้าเราถือว่ามิติที่4 ในข้อ1. เป็นมิติที่เพิ่มมาใน3มิติปรกติ
แต่ในข้อ2. มิติที่เพิ่มมาจากมิติเวลา เป็นมิติคนละอันกัน (มิติเวลาที่2)
และ ข้อ3.การมีอยู่ของเกจโบซอนที่สูงกว่า4มิติ (อาจเป็นมิติที่5ขึ้นไป)
ทำให้สันนิษฐานได้ว่าจริงๆแล้วเราอาจอยู่ในจักรวาล 5+2 มิติ
ซึ่งทำให้สามารถพิสูจน์การมีอยู่ของจักรวาลของจริงในทางวิทยาศาสตร์ว่ามีอย่างน้อย 7 มิติแล้ว
จาก จักรวาลในทางคณิตศาสตร์ที่คำนวนไว้ทั้ง 11 มิติ
ปล.ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดเอาเองนะครับยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นเป็นนั้นจริงๆ
แล้วทุกท่านคิดว่าไงครับทฤษฎีนี้เป็นไปได้ หรือ หรือมีโอกาศถูกต้องมากน้อยแค่ไหนครับ