POSTHUMOUS (12)


“แม่ --” เวนดี้เงยหน้าขึ้น  “เขาไม่ใช่หุ่น --” จากนั้นจึงขยับนิ้วป้อมๆชี้มาทางผิวของผมที่เปียกชื้นไปด้วยสายฝน “เขาโดนฝนได้”

ผมเลื่อนสายกลับไปมองแม่ของเวนดี้ -- แวบหนึ่งเธอดูไม่แน่ใจ สับสน ระคนประหลาดใจ --

“หุ่นโดนความชื้นไม่ได้ --” เธอพึมพัม จ้องมองท่อนแขนที่อาบไปด้วยเลือดและสายฝนของผม “พวกมันทนฝนไม่ได้ --”

ตอนนั้นเองที่เวนดี้ยื่นแขนตุ๊กตาหมีมาทางผม

“คุณบาดเจ็บ” เธอกระซิบ “เท็ดดี้อาจจะช่วยรักษาคุณได้นะ --”

ผมเกือบจะตัดสินใจลุกขึ้น แล้วเดินหนีสองแม่ลูกไปอยู่แล้ว หากแต่วินาทีที่ผมขยับตัวนั้น ผมกลับสบตามองดวงตาของเด็กหญิงเข้าเสียก่อน

ดวงตาคู่นั้นราวกับจะสะกดผมเอาไว้ --

แล้วในวินาทีถัดมา ผมก็พบว่าตัวเองกำลังเปล่งเสียงออกไปว่า “เป็นเวนดี้ต่างหาก ที่เท็ดดี้ต้องช่วยรักษา”

ประโยคสั้นๆนั้น ทำให้ทั้งเวนดี้ และแม่ของเธอนิ่งชะงักไป

เวนดี้ดูประหลาดใจ ในขณะที่แม่ของเธอดูตื่นตกใจ

“คุณพูดว่าอะไรนะ” แม่เวนดี้ถามเสียงสั่น

“เวนดี้กำลังป่วย” ผมบอกแม่ของเธอ “เธอต้องได้รับการผ่าตัดด่วนที่สุด”

“หยุด --” เธอยกมือปรามผมอย่างรวดเร็ว “แกรู้ได้อย่างไรกัน --”

หากแต่เวนดี้ถามแม่ว่า “แม่ เขาพูดถึงเรื่องอะไรหรือคะ”

สัญญาณชีพจร และภาพกระแสโลหิตที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้อในสมอง ที่ผมเห็นในตอนที่จับมือกับเวนดี้ก่อนหน้านี้ ปรากฏชัดขึ้นมาในใจของผม

“เวนดี้ เธอมีเนื้อร้ายในสมอง” ผมก้มลงมองเธอ แล้วพูดอย่างรัวเร็ว “เธอต้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น --”

“หยุด!”

“เธอจะตาย --”

เพียะ!

ฝ่ามือบางของแม่เวนดี้ฟาดเข้าที่ใบหน้าของผมอย่างแรง

เรี่ยวแรงของเธอไม่ได้ทรงพลังจนทำให้ผมเซล้มลง หรือแม้แต่หันไปตามแรงกระแทกนั่น -- หากแต่มันทำให้ผมตื่นตะลึงไปชั่วขณะ

“หยุด -- ฉันบอกว่าหยุด!” เธอเค้นเสียงออกมา จ้องมองผมทั้งน้ำตา “หุ่นอย่างพวกแกไม่เคยเรียนรู้อะไรเลยหรือ ไม่เคยจดจำเลยหรือไง ว่าไม่ควรลำเส้นอะไร! พวกแกไม่ได้เป็นอะไรนอกจากเศษเหล็ก และอะไหล่ที่ไม่มีอะไร แม้แต่ความคิด ความรู้สึก หรือจิตใต้สำนึก!”

ผมส่ายหน้าอย่างมึนงง

“เวนดี้ผ่าตัดไม่ได้!” แม่เวนดี้แทบจะสำลักลมหายใจของตัวเอง ในตอนที่เปล่งเสียงพูดออกมา “และเป็นเพราะพวกแก พวกคนอย่างฉันถึงตกงาน” เธอคำรามดังลั่น จนแทบจะเป็นตะคอก “เป็นเพราะพวกแก ที่พยายามยึดทุกอย่างไป! เป็นเพราะพวกแก ฉันถึงไม่มีงาน และไม่มีเงินรักษาลูกสาวของฉัน!!!”

ผมสะดุ้งกับคำพูดนั้น ก่อนที่จะก้มลงมองเวนดี้ที่ดูตื่นตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“แม่ขอโทษ --” แม่เวนดี้พึมพัม “แม่ขอโทษ เวนดี้--” เธอยกมือขึ้นปิดหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา พยายามควบคุมอารมณ์ตนเอง จนเส้นเลือดปูดมาตามขมับ

ผมประมวลข้อมูลทุกอย่างตรงหน้า

แล้วผมก็พบว่าโอกาสรอดของเวนดี้มีเพียงห้าสิบ-ห้าสิบเท่านั้น

“ระดับความเครียดของคุณสูงมาก” ผมบอกแม่เวนดี้ช้าๆ

อะไรบางอย่างทำให้ผมรู้สึกตื่นตระหนกไปกับระดับความเครียดที่พุ่งขึ้นสูงของหญิงตรงหน้า -- แวบหนึ่งเธอทำให้ผมนึกถึงระเบิด

แต่แล้ววินาทีถัดมา ผมก็หาทางออกได้ “ผมช่วยคุณได้ --”

ผมช่วยเวนดี้ได้ --

ผมให้โอกาสห้าสิบ-ห้าสิบนั้นกับเวนดี้ได้

และสำหรับผมแล้ว ห้าสิบ-ห้าสิบ ก็มากเกินพอ --

“อย่าแตะต้องลูกสาวฉัน!” เธอร้องทันทีที่เห็นผมคว้าตัวเวนดี้ไป “แกรับผิดชอบสิ่งที่ตามมาไม่ได้หรอก!!!”

ผมทรุดตัวลงชันเข่ากับพื้น ยกมือขึ้นจับศีรษะของเวนดี้แน่น “เวนดี้” ผมบอกเธออย่างรวดเร็ว “มันจะเจ็บ แต่ถ้าเธอทนได้ ฉันจะช่วยเอาเนื้อร้ายนี้ออกไปจากสมองเธอได้”

เวนดี้ยังคงกอดเท็ดดี้ไว้แน่น

ใบหน้าเล็กๆนั่นฉายความตื่นกลัว มึนงง และสับสนออกมาในเวลาเดียวกัน

“ฉันจะช่วยเธอ” ผมบอก ยกมือขึ้นแนบดวงตาเธอเอาไว้ “อดทนไว้นิด มันจะเจ็บ แต่เธอจะรอด --”

แม่ของเธอพยายามลากร่างของเวนดี้กลับไปอย่างรวดเร็ว หากแต่เธอก็ยังช้าเกินไปสำหรับผม

ผมออกแรงกดนิ้วมือเข้าที่ดวงตาของเวนดี้ ประมวลทุกอย่างผ่านระบบสัมผัสของตนเอง -- เสียงของแม่เวนดี้กรีดร้องออกมาดังลั่น ประสานเข้ากับเสียงอึกอักในลำคอของเวนดี้

ผมมองเลือดที่ไหลอาบออกมาจากดวงตาเล็กๆของเวนดี้ -- มองร่างของเธอสั่นกระตุกอย่างรุนแรง -- ในขณะที่เพ่งมองทะลุไปจนถึงระบบประสาท และฟังเสียงระบบร่างกายของเธอในเสี้ยววินาทีนั้น

“เวนดี้!!!” แม่เวนดี้ตะโกนสุดเสียง ด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนกสุดขีด

เธอทำร้าย ทุบ และกระชากผมด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอสามารถทำได้ ทั้งรองเท้า ก้อนหิน และกำปั้น

“ปล่อยลูกฉันนะ!! ไอ้หุ่นนรก!!! ไม่นะ!!”

หากแต่ไม่มีอะไรสามารถรั้งผมให้ถอยห่างออกมาจากเวนดี้ได้ ราวกับร่างของเวนดี้ได้เชื่อมต่อกับผมไปเสียแล้วก็ไม่ปาน

ผมจะช่วยเวนดี้ให้สำเร็จ

“ช่วยด้วย!!!” เสียงแม่เวนดี้ดังไปทั่วบริเวณ จนมันก้องกังวานสะท้อนไปมาในตรอกมืดแห่งนี้

ร่างเวนดี้สั่นกระตุก เลือดสีแดงฉานไหลจากดวงตาของเธอ อาบไปทั่วใบหน้า และลำคอ จนไหลลงมายังเท็ดดี้ในอ้อมกอดของเธอ

“เวนดี้ --” ผมกระซิบ “เธอจะสูญเสียดวงตาของเธอไป --”

จากนั้นเสียงรถตำรวจก็ดังขึ้นมาจากทางถนน ตรงดิ่งมาทางแม่เวนดี้ที่วิ่งออกไปขอความช่วยเหลือ “ช่วยด้วย!!” เธอร้องอย่างบ้าคลั่ง “หุ่นยนต์กำลังฆ่าลูกฉัน!!!”

ผมออกแรงกดลูกตาเวนดี้แน่นขึ้น

“แต่เธอจะรอดชีวิต เวนดี้” ผมกระซิบ “เธอจะรอดชีวิต --”

พลันร่างของเวนดี้ก็สั่นสะท้านแรงกว่าเดิม เลือดสีแดงฉานไหลออกมาทางหู และจมูกของเธออย่างน่ากลัว ราวกับว่าอะไรบางอย่างในกะโหลกเล็กๆนั่นได้ถูกทำลายลงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง

แล้วร่างของเธอก็ล้มลง

ผมรีบอุ้มร่างของเธอเอาไว้ก่อนที่เธอจะล้มกระแทกลงกับพื้น -- เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบื้องหน้าผม

ผมเงยหน้าขึ้น --

แล้วร่างของตำรวจสองนายก็อยู่ตรงนั้น

“แก!!!” พวกเขาคำรามลั่น ส่องไฟฉายมาที่หน้าผม “ไอ้หุ่นนรก!”

ผมก้มลงมองร่างของเวนดี้ในอ้อมแขนตนเอง มองใบหน้าที่ท่วมไปด้วยเลือดนั่น ก่อนจะมองไปทางแม่เธอ

“ไม่มีเนื้อร้ายในสมองเวนดี้อีกต่อไปแล้ว” ผมบอก “แต่เวนดี้จะมองอะไรไม่เห็นอีกตลอดชีวิตนี้ --”

ชีวิตที่ได้อยู่รอดต่อไปของเวนดี้ ได้แลกไปกับดวงตาของเธอแล้ว

แม่เวนดี้กรีดร้องดังลั่นเมื่อเห็นใบหน้าของเวนดี้เต็มๆตา เธอปราดเข้ามาดึงร่างของเวนดี้ไปจากผม แล้วเธอก็ล้มลงบนพื้นทั้งยืน ราวกับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน

“เวนดี้!!!” เธอร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง สติแตกกว่าเดิมเมื่อเห็นเลือดนั้นเปื้อนไปทั่วใบหน้าของเวนดี้ “แก!!!” เธอหันมาทางผม “แกทำร้ายลูกฉัน!!!”

“เธอจะไม่ใช่คนใกล้ตายอีกต่อไปแล้ว” ผมบอก “เธอรอดชีวิตแล้ว”

ผมช่วยชีวิตเธอเอาไว้

แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครฟังผมเลยสักคน ไม่ว่าจะแม่เวนดี้ หรือนายตำรวจทั้งสองคนนั้น

“หุ่นอย่างพวกแกไม่เคยรู้อะไรเลย!!!” แม่เวนดี้กรีดร้องทั้งน้ำตา “พวกแกไม่เคยเรียนรู้เลย ว่าชีวิตของคนแบบเรา ไม่ได้เป็นอะไหล่แยกส่วนแบบพวกแก!!!

ผมไม่เข้าใจประโยคนั้น

“แกคิดว่าเวนดี้จะมีชีวิตแบบตาบอดอย่างนี้ต่อไปได้อย่างไร!!!” แม่เวนดี้ร้องอย่างบ้าคลั่ง “ลูกฉันคือมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์แบบพวกแก ที่จะอยู่รอดต่อไปได้ง่ายๆ ต่อให้ชิ้นส่วนชำรุดไปก็ตาม!!!”

ผมไม่เข้าใจ --

ไม่เลยสักนิด --

“ส่งเขาไปทำลายที่สำนักงานใหญ่” หนึ่งในตำรวจสั่ง “ถ้าเราเอาหุ่นนี่ขึ้นศาล หรือจับขังไม่ได้ อย่างน้อยสำนักงานใหญ่นั่นก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น จากหุ่นที่พวกมันสร้างขึ้นมาบ้าง!”

ศาลหรือ จับขังหรือ

ทำลายที่สำนักงานใหญ่หรือ --

พลันภาพอันโหดร้ายจากห้องมืดที่ผมเพิ่งหนีออกมา ก็กลับมาฉายชัดอีกครั้ง “ไม่ --” ผมพูดออกมา “ได้โปรด อย่าส่งผมไป --”

แต่จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครฟังผม

ไม่มีใครฟังผมว่าผมพยายามช่วยไม่ให้เวนดี้ตาย ไม่มีใครฟังผมว่าเธอเพิ่งรอดจากเนื้อร้าย ด้วยการเสียสละดวงตาคู่นั้นของเธอ

ไม่มีใครฟังผมว่าผมพยายามช่วยเธอด้วยระบบของผม

และไม่มีใครฟังผมว่าผมกำลังขอร้อง ไม่ให้ส่งผมกลับไปที่นั่น --

ที่สำนักงานใหญ่ -- ที่ที่มี เขาคนนั้น

ที่ที่มีพ่อของผม!

“ไม่” นายตำรวจอีกคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “สำนักงานใหญ่เป็นพวกเดียวกันกับผู้ที่สร้างหุ่นนรกนี่ออกมา นายคิดจริงๆหรือว่าพวกเขาจะทำลายพวกมันทิ้ง” เขาเดินเข้ามาใกล้ผม “ฉันว่าเราจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด และง่ายที่สุดดีกว่า -- นายก็รู้ ว่าวิธีนี้มันเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่มนุษย์อย่างเราควรทำ เพื่อปกป้องตัวเอง”

แล้วนายตำรวจคนนั้นก็จ่อกระบอกปืนมาทางผม แล้วเหนี่ยวไกในทันที
ปัง!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่