คุยเกี่ยวกับเพลง Against The Wind : Forest Gump OST.



เพลง Against The Wind : Bob Seger & The Silverbullet Band
Forest Gump : OST.

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ก่อนสิ่งใด ต้องขอแจ้งว่า กระทู้นี้ เป็นการแปลแบบตามความรู้สึกผสมความเข้าใจ ที่ไม่มีเจตนาให้เป็นมาตรฐาน ในด้านความถูกต้อง ทั้งในแง่ความหมาย หรือ มาตรฐานภาษาต่างประเทศที่แปลเป็นไทย แต่แค่นำเนื้อหามาคุยในแต่ละส่วน เพื่อความบันเทิงเท่านั้น เหมือนกับเอาเพลงมาเล่าเรื่อง และจะค่อยๆ เล่าและคุยในแบบของเจ้าของกระทู้ครับ เพลงนี้อยุ่ในภาพยนตร์ Forest Gump แต่จะไม่มีเนื้อหาของหนังในกระทู้นี้ครับ แค่อ้างอิงถึงในแง่ของ เพลงประกอบภาพยนตร์เท่านั้น 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เพลงเก่าเมื่อหลายสิบปีก่อนของ Bob Seger  สำหรับนักฟังเพลงรุ่นอาวุโส คงจะคุ้นหูกันพอสมควร ก่อนที่ภาพยนตร์ Forest Gump จะนำมาประกอบในปี 1994 แต่ผมรู้จักเพลงนี้ ก็จากหนัง Forest Gump นั่นแหล่ะครับ  ดนตรีดี เนื้อหาดี เข้าเรื่องกันเลย กระทู้นี้ จะแปลเพลงในแบบของผมเอง อาจจะไม่ใช่ การแปลเพลงแบบ ถูกต้องหรือ สวยงาม เรียกว่า เอาเพลงมาคุยกัน ทำให้คนฟังคิดอะไรกันได้บ้าง โดยบางเนื้อหาอาจ skip ไปบ้าง

It seems like yesterday But it was long ago
Janey was lovely she was the queen of my nights
There in the darkness with the radio playing low

ดุจดังวันวานทั้งที่ผ่านไปนานาแล้ว
เจนี ผู้อ่อนหวานเธอเป็นเทพธิดาในค่ำคืน
ที่วิทยุบรรเพลงท่ามกลางความมืดมิด

ช่วงแรกของเพลง คือ ต้องเป็นผู้ชายที่ผ่านชีวิตมาโชกโชนคนนึง คิดถึงอดีตที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนวันวาน แต่จริงๆแล้ว มันผ่านไปนานมากแล้ว หญิงสาวที่เขาเคยรัก ในความทรงจำของเขาเธอก็คือ ขวัญใจ ในระดับยอดหญิงที่อยู่ด้วยกัน ในยามราตรี ที่ดนตรีบรรเพลงและเขาก็มีค่ำคืนที่หวานชื่นกับเธอคนนั้น

And the secrets that we shared
The mountains that we moved

และได้แบ่งปันเรื่องราวรวมถึงความลับ
ผ่านอุปสรรคหลาหลาย มาด้วยกัน

ช่วงนี้ ผมฟังแล้วจะแปลความหมายไปถึงว่า คนที่รักและสนิทกันก็แน่นอนว่า จะมีการบอกเรื่องราวของอีกฝ่ายให้ได้รับรู้ และอาจเป็นคนเดียวที่เขาและเธอจะบอก ไม่ใช่คนสำคัญจริงๆ จะไม่เอ่ยให้ใครได้รู้เลย และ ทั้งสองคนก็เคียงข้างฝ่าฟันอุปสรรค ที่อาจจะเรียกว่า หนักหนาดั่งขุนเขา ให้ผ่านพ้นไป ซึ่งฝรั่งมักจะมีเพลงแบบว่า Moutain เราก็ Move ได้ อะไรทำนองนั้นในหลายๆเพลง เหมือนกับรักแท้อานุภาพแข็งแกร่งแม้ภูผามิอาจกั้น เขาจะทลายได้ด้วยรัก

Caught like a wildfire out of control
'Til there was nothing left to burn and nothing left to prove

คือใช้ชีวิตกันแบบคุ้มค่านะ ผมว่าประโยคนี้ คือ คงจะหมายถึง ได้ทำสิ่งต่างๆที่ผ่านมามากมาย  โลดโผน จนถึงจุดที่เรียกว่า ไม่มีอะไรจะต้องท้าทายอีกต่อไปแล้วละครับ เหมือนกับคนถึงจุดอิ่มตัว ผ่านมามากมายจน เรียกว่าคนประสบการณ์ชีวิตโชกโชน

And I remember what she said to me
How she swore that it never would end
I remember how she held me oh-so-tight
Wish I didn't know now what I didn't know then
Against the wind

เขายังจำได้ว่าเธอเคยเอ่ยอะไรไว้กับเขา
สาบานกันเลยทีเดียวแหล่ะ เธอบอกว่ารักเรานั้นชั่วนิรันด์เลยทีเดียว
ยังจำได้ว่า เธอสวมกอดอย่างแนบแน่น
ไม่อยากจะรู้ในตอนนี้หรอก ว่าไม่รู้อะไรในเวลานั้น

ช่วงประโยคนี้ คือชายคนนี้ไม่รู้เลยตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงความหมายของอ้อมกอด และคำบอกรักนิรันด์นั้น
ในเนื้อหาเพลง ว่า ถ้ารู้ตอนนั้น คงจะดีกว่าเพิ่งมารู้เอาตอนนี้ ก็คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ความรักที่เขาคำนึงถึง ในวันวานที่อ่อนประสบการณ์
จึงไม่เข้าใจ ภาษาวาจา และภาษากายของคนที่เป็นที่รักในเวลานั้น

We were runnin' against the wind
We were young and strong, we were runnin' against the wind

เรายังคงวิ่งฝ่าสายลม ยามเวลาที่ยังหนุ่มแน่น และแข็งแกร่ง เราวิ่งฝ่าสายลม 
ประโยคหลักของเพลงนี้ คือ วิ่งฝ่าสายลม แต่ในส่วนตัวผมฟังแล้วมันคือ การฝ่าอุปสรรคชีวิต ที่ผ่านมา

The years rolled slowly past
And I found myself alone
Surrounded by strangers I thought were my friends
I found myself further and further from my home

เวลานับปีผ่านไปอย่างช้าๆ 
ที่พบเจอก็คือ เขาอยู่ตัวคนเดียวซะแล้ว
รอบล้อมไปด้วยคนแปลกหน้า ที่เขาคิดมาตลอดว่าเป็นเพื่อน
รู้สึกตัวอีกที ก็มาไกลแสนไกลจากบ้านเสียแล้ว 

จริงๆแล้ว ท่อนนี้ ก็เปรียบเหมือนกับว่า คนเราใช้ชีวิตเรื่อยๆ ปล่อยเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ มารู้ตัวอีกที ก็พบกับความโดดเดี่ยว ไร้มิตรแท้ และไกลจากคำว่าบ้าน  ซึ่งฝรั่งนั้น คำว่า Home มันไม่ใช่ House คือ Home ต้องมีความอบอุ่น เรามักจะได้ยินฝรั่งเล่นคำเก๋ๆ ว่า you are my home คือว่า มีคุณที่ไหน ผมก็เหมือนอยู่บ้านนั่นแหล่ะ feel like a home to me อะไรทำนองนั้น Home ไม่ใช่สถานที่แต่เป็นที่ๆเราอยู่แล้วมีความสุข กับคนที่เรารักและอบอุ่น ดังนั้นในเพลงนี้ ก็คือ ผ่านชีวิตมามาก ยังหาบ้านไม่เจอ ไม่ Settle ไม่มีคนรัก ไม่มีที่พักพิง ประมาณนั้นครับ 


and I Guess I lost my way
There were oh-so-many roads
I was living to run and running to live
Never worried about paying or even how much I owed

เขาเดาว่า เขาคงจะหลงทางเสียแล้ว
ผ่านมาตามทางแสนไกล
วิ่งมาตั้งแต่อดีต และใช้ชีวิตกับการวิ่ง 
ไม่เคยได้สนใจเลยว่า จ่ายอะไรไป หรือ เป็นเจ้าของอะไรมาบ้าง 

 ผมแปลว่า คนเราที่เมื่อผ่านวันเวลามาเนิ่นนานแล้ว แต่ยังหลงทางหรือ ยังค้นหาตัวเองไม่พบ วิ่งที่เขาใช้ ผมจะแปลว่าก็ดิ้นรนนั่นแหล่ะครับ ดิ้นรนมาตั้งแต่อดีต Was เพื่ออยู่รอด ได้อะไรมา เสียอะไรไป คือไม่ได้ให้ความสำคัยกับ สิ่งของนอกกาย ความเป็นเจ้าของ หรือ ได้มา เสียไป อะไรอีกแล้ว ซึ่งแม้ก็คงจะมากมาย แต่ก็คงจะหมายถึงเขายังต้องวิ่งต่อไป เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่ Stuff


Moving eight miles a minute for months at a time
Breaking all of the rules that would bend
I began to find myself searching
Searching for shelter again and again

เคลื่อนไปทีละ แปดไมล์ต่อนาทีเป็นเดือน 
แหกกฎกติกาทุกอย่าง 
เริ่มพบว่า ตัวเองกำลังค้นหา
ค้นหาที่พำนัก ครั้งแล้วครั้งเล่า

ความหมายต่อเนื่องกัน สำหรับคนที่ทำทุกอย่าง ดิ้นรนแล้วดิ้นรนเล่า ก็เพื่อต้องการหาที่พำนัก และหยุดชีวิตแบบนั้นเสียทีครับ แต่ก็ยังคงค้นหาอยู่


Against the wind
A little something against the wind
I found myself seeking shelter against the wind

ยังดิ้นรนต่อสู้ต่อไป ฝ่าสายลม ก็ยังพบว่าตัวเองยังต้องดิ้นรนค้นหาต่อไป ฝ่าอุปสรรคต่อไป

Well those drifter's days are past me now
I've got so much more to think about
Deadlines and commitments
What to leave in, what to leave out

อืมม์ วันที่พเนจรมันก็ผ่านเขาไปแล้ว
ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ยังต้องคิด
สัญญาหรือกำหนดการณ์ต่างๆที่วางไว้
ก็มีอะไรที่ทำได้ บางอย่างก็ไม่

คนเราเมื่อใช้ชีวิตผ่านกาลเวลา แน่นอนว่าหากหยุดคิดจะพบว่ามีเรื่องอีกมากมายให้คิดถึง
กำหนดการณ์ที่หมายมั่นไว้ ทั้งที่เป็นภาระผูกพันธ์หรือ คำสัญญา กับตัวเองหรือใครก็ตาม มันก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง 

Against the wind
I'm still runnin' against the wind
I'm older now but still runnin' against the wind
Well I'm older now and still runnin'
Against the wind Against the wind
Against the wind Still runnin' (against the wind)
I'm still runnin' against the wind

ฝ่าสายลม เขายังคงวิ่งฝ่าสายลม เวลานี้แก่ขึ้น แต่ยังคงต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่อไป ฝ่าอุปสรรต่อไป ฝ่าฟันต่อไป

สรุปว่า เป็นบทเพลงที่ผมจะมองในมุมส่วนตัวว่า ผู้ชายคนนึงที่ผ่านกาลเวลา ผ่านชีวิตมานาน ดิ้นรนต่อสู้ มีประสบการณ์ทั้งดี และร้าย มีจุดมุ่งหมาย ตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ บางอย่างทำได้ บางอย่างก็ยังทำไม่ได้ เหมือนคนทั่วไป แต่ที่สำคัญ เขายังไม่พบที่พำนัก ที่พักใจ ยังคงต้องดำเนินชีวิตต่อไป เหมือนที่ผ่านมา คือฝ่าสายลม อุปสรรคนานา โดยไม่รู้ว่าจะจบลง ณ ที่ใด

-----------------------------------------------------

จบแล้วครับ หวังว่าคงจะได้อะไรบ้าง กับการสละเวลาอ่านจนถึงจบกระทู้ สำหรับ เพลง Against the wind ซึ่งผมนำมาคุยเล่าแปล ผสมๆกัน
ในแบบไม่เป็นทางการ วิชาการ แต่เป็นในแง่ความรู้สึกต่อเพลง ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ได้แตกฉานภาษาอังกฤษแต่อย่างใด

หากผิดพลาดส่วนใด ขออภัย ณ ท้ายนี้

ขอบคุณครับ 

พาพันขอบคุณ

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่