ความจริง ที่ทำงานของเรา ก็มีน้องที่เป็นโรคซึมเศร้านะคะ แต่คือ น้องก็หาหมอ คุยกับนักจิตวิทยา มีปัญหาอะไรที่เราพอช่วยได้ เราก็ช่วย น้องก็ดีขึ้น ใช้ชีวิตปกติได้
น้องเคยเล่าให้ฟังว่า ตัวเขาเป็นยังไง ถ้าวันไหนถึงขั้นคิดหาวิธีจะทำร้ายตัวเอง นั่นคือต้องหาหมอจริงจังแล้ว จะมองทุกอย่างในแง่ลบไปหมด พอได้ยา ได้ระบาย ก็จะดีขึ้น ทำให้เรารู้ว่า บางทีอาการของโรคเกิดจากสารเคมีในสมอง ที่เราเองก็ยากจะควบคุมได้เอง ต้องอาศัยยาช่วยปรับ
สำหรับเราเอง เราเคยเครียด จนรู้สึกว่าควบคุมความเครียดด้วยตัวเองไม่ได้ เลยไปหาจิตแพทย์เหมือนกันค่ะ แต่หมอให้ลองลดยาช่วยให้นอนลง ถ้าเราพอทำได้ เราก็ลดยาลงได้ กินบ้างไม่กินบ้าง นานๆไปหาหมอที ก็โอเคค่ะ
มาเข้าเรื่องจริงๆ เรากลับไปเรียนหนังสือ ช่วงนี้เรียนออนไลน์กันค่ะ วิชาที่เรียนก็มีคนเรียนไม่เกินสิบคน แป๊บๆก็จะรู้จักกัน ไม่รู้ทำไมถึงสนิทกันเร็ว อาจเพราะเราไปเรียนต่างสาขาเลยถามโน่นถามนี่คนนั่นคนนี้ไปเรื่อย ทำให้เราเริ่มสนิทกับเพื่อนๆและมีน้องคนนึงค่ะ เราดูว่าน้องค่อนข้างจะเป็นคนแอคทีฟมาก และที่สำคัญน้องมักอาสาทำโน่นทำนี่ให้เพื่อนๆ เราก็เลยได้เป็นเพื่อนในเฟสกัน และคุยกันเรื่องเรียน ลามมาเรื่องส่วนตัว จนน้องมาคุยให้ฟังเรื่องตัวเอง เราก็รับฟังนะคะ ไม่ค่อยถามกลับ เพราะมีคนบอกว่า แค่ฟังก็โอเคแล้ว แต่คือ บางที มุมมองของน้อง คือ ลบไปซะทุกอย่าง เราว่าน้องอาการหนักกว่าคนที่ทำงานด้วยกันกับเราอีก ลบจนบางครั้งเราก็เผลอตอบไปว่า มันอาจจะเป็นแบบนี้รึเปล่า เช่น ที่บอกว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่า แต่คือ พ่อแม่ทำทุกอย่างให้ดีมาก เราก็อดไม่ได้ เลยแสดงมุมของเราไปบ้าง
ก็งงๆว่าทำไม เราถึงสนิทกัน อาจเพราะ เป็นตัวป่วนในห้องเรียนคล้ายๆกัน ถ้าน้องไม่เข้า เราก็จะคอยป่วนให้บรรยากาศในห้องดูสนุก ไม่เครียด แม้จะทำให้อาจารย์รำคาญไปบ้าง
น้องมีปัญหาสุขภาพที่หนักมากค่ะ พี่ชายของน้องก็เสียชีวิตจากโรคนี้ บางครั้งน้องบ่นๆว่า ทำไมคนที่ไปไม่ใช่น้อง เราก็อึ้งไปเหมือนกัน เรารู้สึกว่าน้องเป็นคนน่ารักค่ะ จิตใจดี แต่ปัญหาคือ เราทำตัวไม่ถูกว่าควรจะวางตัวในเวลาคุยกับน้องยังไง คือ ฟังน่ะเราฟัง แต่บางทีเราก็ไม่ไหว หายจากการสนทนาไปเลยก็มี ถามว่าสงสารไหมก็สงสารค่ะ เวลาน้องป่วยคือ แย่มาก แค่จับปากกายังไม่ได้เลย สมองจะเบลอๆ
เราอยากจะขอคำแนะนำค่ะว่า เราจะวางตัวเวลาคุยกับคนป่วยโรคซึมเศร้าให้เขารู้สึกดี และเราก็สามารถอยู่กับเขาได้โดยที่เราก็ไม่รู้สึกตกไปด้วยได้ยังไง
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
ขอ howto ทำความเข้าใจคนเป็นโรคซึมเศร้าทีค่ะ
น้องเคยเล่าให้ฟังว่า ตัวเขาเป็นยังไง ถ้าวันไหนถึงขั้นคิดหาวิธีจะทำร้ายตัวเอง นั่นคือต้องหาหมอจริงจังแล้ว จะมองทุกอย่างในแง่ลบไปหมด พอได้ยา ได้ระบาย ก็จะดีขึ้น ทำให้เรารู้ว่า บางทีอาการของโรคเกิดจากสารเคมีในสมอง ที่เราเองก็ยากจะควบคุมได้เอง ต้องอาศัยยาช่วยปรับ
สำหรับเราเอง เราเคยเครียด จนรู้สึกว่าควบคุมความเครียดด้วยตัวเองไม่ได้ เลยไปหาจิตแพทย์เหมือนกันค่ะ แต่หมอให้ลองลดยาช่วยให้นอนลง ถ้าเราพอทำได้ เราก็ลดยาลงได้ กินบ้างไม่กินบ้าง นานๆไปหาหมอที ก็โอเคค่ะ
มาเข้าเรื่องจริงๆ เรากลับไปเรียนหนังสือ ช่วงนี้เรียนออนไลน์กันค่ะ วิชาที่เรียนก็มีคนเรียนไม่เกินสิบคน แป๊บๆก็จะรู้จักกัน ไม่รู้ทำไมถึงสนิทกันเร็ว อาจเพราะเราไปเรียนต่างสาขาเลยถามโน่นถามนี่คนนั่นคนนี้ไปเรื่อย ทำให้เราเริ่มสนิทกับเพื่อนๆและมีน้องคนนึงค่ะ เราดูว่าน้องค่อนข้างจะเป็นคนแอคทีฟมาก และที่สำคัญน้องมักอาสาทำโน่นทำนี่ให้เพื่อนๆ เราก็เลยได้เป็นเพื่อนในเฟสกัน และคุยกันเรื่องเรียน ลามมาเรื่องส่วนตัว จนน้องมาคุยให้ฟังเรื่องตัวเอง เราก็รับฟังนะคะ ไม่ค่อยถามกลับ เพราะมีคนบอกว่า แค่ฟังก็โอเคแล้ว แต่คือ บางที มุมมองของน้อง คือ ลบไปซะทุกอย่าง เราว่าน้องอาการหนักกว่าคนที่ทำงานด้วยกันกับเราอีก ลบจนบางครั้งเราก็เผลอตอบไปว่า มันอาจจะเป็นแบบนี้รึเปล่า เช่น ที่บอกว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่า แต่คือ พ่อแม่ทำทุกอย่างให้ดีมาก เราก็อดไม่ได้ เลยแสดงมุมของเราไปบ้าง
ก็งงๆว่าทำไม เราถึงสนิทกัน อาจเพราะ เป็นตัวป่วนในห้องเรียนคล้ายๆกัน ถ้าน้องไม่เข้า เราก็จะคอยป่วนให้บรรยากาศในห้องดูสนุก ไม่เครียด แม้จะทำให้อาจารย์รำคาญไปบ้าง
น้องมีปัญหาสุขภาพที่หนักมากค่ะ พี่ชายของน้องก็เสียชีวิตจากโรคนี้ บางครั้งน้องบ่นๆว่า ทำไมคนที่ไปไม่ใช่น้อง เราก็อึ้งไปเหมือนกัน เรารู้สึกว่าน้องเป็นคนน่ารักค่ะ จิตใจดี แต่ปัญหาคือ เราทำตัวไม่ถูกว่าควรจะวางตัวในเวลาคุยกับน้องยังไง คือ ฟังน่ะเราฟัง แต่บางทีเราก็ไม่ไหว หายจากการสนทนาไปเลยก็มี ถามว่าสงสารไหมก็สงสารค่ะ เวลาน้องป่วยคือ แย่มาก แค่จับปากกายังไม่ได้เลย สมองจะเบลอๆ
เราอยากจะขอคำแนะนำค่ะว่า เราจะวางตัวเวลาคุยกับคนป่วยโรคซึมเศร้าให้เขารู้สึกดี และเราก็สามารถอยู่กับเขาได้โดยที่เราก็ไม่รู้สึกตกไปด้วยได้ยังไง
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ