ดอกแก้ว



เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าจากลุงมานพ เพื่อนรุ่นพี่ของพ่อเรา แกเพิ่งกลับมาจากพิษณุโลก

หลังจากเกษียณอายุราชการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งบ้านของลุงมานพอยู่ติดกับบ้านของเรา 

แกเคยมีภรรยาแต่ไม่มีลูก ภรรยาแกเสียไปได้สองปีแล้ว

เมื่ออยู่ตัวคนเดียวแกเลยคิดว่า กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดจะดีกว่า อย่างน้อยก็มีญาติๆ อยู่ใกล้จะได้คอยดูแล

ช่วยเหลือแกได้ หลังจากจัดแจงข้าวของทุกอย่างในบ้านเสร็จแกก็เดินถือขวดสุรายี่ห้อโปรดของพ่อเรา

มาเป็นของฝากให้พ่อ และถือโอกาสฝากท้องที่บ้านเราซะเลย โดยมีแม่เราทำกับข้าว และกับแกล้มให้ 

ลุงมานพแกจะชอบถามเรื่องงานของเรา กับเรื่องเรียนของน้องชายเราตลอด 

เราสองคนพี่น้องก็รับรู้ได้ถึงความเอ็นดูของลุงมานพเสมอ

ด้วยความที่แกเดินทางบ่อยเวลาที่แกมาเยี่ยมพ่อเรา แกจะมีเรื่องเล่ามากมาย มาเล่าให้เรากับน้องชายฟังบ่อยๆ

ครั้งนี้ก็เหมือนกันกับทุกครั้ง แต่จะแตกต่างก็ตรงที่ในเรื่องเล่าครั้งนี้มีพ่อของเราอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย 

ลุงมานพเล่าว่าสมัยก่อน ตอนที่พ่อกับลุงมานพเพิ่งแตกหนุ่มวัยประมาณ 15-16 ด้วยความที่บ้านอยู่ติดกับ

คลอง ซึ่งเป็นคลองค่อนข้างใหญ่สมัยนั้นคนสัญจรทางเรือเยอะ ที่บ้านเราปู่จะทำศาลาท่าน้ำไว้ 

ซึ่งก็คือศาลาที่พวกเรากำลังนั่งคุยกันอยู่ตอนนี้ ลุงมานพบอกว่าแต่ก่อนตรงใกล้ๆ ศาลาท่าน้ำนี้

จะมีต้นมะยมอยู่สองต้น ซึ่งย่าจะชอบให้ลุงมานพ กับพ่อมาเก็บไปกินกับพริกเกลือบ่อยๆ 

เราก็เลยหันไปมองรอบๆ ลุงมานพเลยบอกว่า แต่ตอนนี้มันหายไปหมด 

กลายเป็นต้นดอกแก้วหอมๆ หมดแล้ว น้องเราทำหน้าสงสัยกำลังจะถามลุงมานพแต่แกก็พูดออกมมาก่อน

ว่ามันมีประวัตินะสิ!! ก่อนจะหันไปหาพ่อเราแล้วถามว่าเรื่องนี้เล่าได้มั๊ย พ่อก็พยักหน้า

แล้วพูดว่าเล่าไปเถอะ เด็กๆ โตหมดแล้ว คงไม่กลัวแล้วหละ ตอนนั้นยิ่งได้ยินพ่อพูดยิ่งตื่นเต้นใหญ่ 

ว่าที่บ้านเรามีเรื่องราวที่เราไม่รู้จริงๆ หรื่อนี่ ลุงมานพถามว่าพวกเรารู้ใช่ไหมว่าพ่อเรามีพี่สาวอยู่คนหนึ่ง พวกเราก็พยักหน้า

เพราะพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า ปู่กับย่าอยู่กินกันมานานมากแต่ก็ไม่มีลูกสักที ประจวบกับคุณย่าซึ่งตอนนั้นเป็นพยาบาล

ได้รู้จักกับคนไข้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นโรคฝีในท้องอาการค่อนข้างหนัก เธอมีลูกเล็กอายุได้สามขวบอยู่กันตามลำพัง

สองคนแม่ลูกเพราะสามีทิ้งไป เธอทราบดีว่าเธอคงอยู่ได้ไม่นาน จึงปรึกษาเพื่อนพยาบาลของย่าว่าจะทำอย่างไรกับ

ลูกสาวดีมีที่ไหนรับสงเคาระห์เด็กหญิงไหม พอย่าทราบเรื่องก็เลยบอกว่าถ้าเธอมีความประสงค์อย่างนั้น ฉันขอรับเลี้ยง

เด็กหญิงคนนี้เอง จากนั้นไม่นานหญิงคนนั้นก็เสีย ย่าก็รับเด็กหญิงคนนี้มาเลี้ยงด้วยความรักเหมือนลูกแท้ๆ 

โดยตั้งชื่อให้ว่าดอกแก้ว เพราะว่าย่าชื่อมะลิ จะได้เป็นชื่อดอกไม้เหมือนกัน ผ่านไปแค่ปีกว่า 

ย่าก็ท้องพ่อของเราย่าชอบล้อว่าพ่อเราเป็นลูกอิจฉาตลอด

พ่อเราจึงห่างจากพี่สาวประมาณ 4 ปี เรื่องราวมันเกิดขึ้นเมื่อพ่อเราอายุ 15 พี่สาวของพ่อก็เกือบๆ 20 

คือโตเป็นสาวแล้ว ด้วยความที่หน้าตาของป้าดอกแก้วพี่สาวพ่อเรานั้นสะสวย ผิวพรรณขาวใส 

ผิดกับพ่อของเราที่ผิวออกดำแดง ปู่ กับ ย่า ก็เลยหวงมาก ตอนแรกย่าก็อยากให้เรียนหนังสือสูงๆ 

จะได้รับราชการเพราะเป็นอาชีพที่คนสมัยนั้นมองว่ามั่นคงแต่ป้าดอกแก้วนั้นหัวไม่ดีเลย 

และก็ไม่ชอบการเรียนเอามากๆ จึงทำให้เรียนแค่ ป.4 พออ่านออกเขียนได้ 

ด้วยความสวยป้าดอกแก้วจึงถูกชักชวนให้ไปประกวดเทพีต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง คนแถวนี้เค้าโจษขานกันไปทั่ว

ว่าลูกสาวบ้านนี้สวยนัก ยิ่งเวลาพายเรือเอาขนมหวานไปขายที่ตลาดตอนเช้าๆ ผ่านท่าน้ำบ้านไหน 

หนุ่มๆ ก็ส่งเสียงแซวเสมอ จนพ่อเราต้องนั่งทำคิ้วขมวดบึ้งตึงใส่ประจำ ด้วยความหวงพี่สาว 

สมัยก่อนตอนที่ถนนยังไม่ได้มีมากมาย บ้านเราเข้าออกทางเรือจะสะดวกกว่า เพราะถ้าเดินเลาะไปตามทาง

เพื่อไปถึงถนนใหญ่จะใช้เวลานานมาก 

ท่าน้ำที่บ้านเราก็ไม่ได้มีรั้วกั้น ละห่างจากตัวบ้านประมาหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นก็ได้ใช้ด้วย 

บ้างก็มารอเรือเมลล์ บ้างก็มารอเรือขายของ บางทีก็มีเรือเอี้ยมจุ๊น เรื่อเร่ขายสินค้า ที่ล่องเรือมา

จะเข้าพระนครมาขอผูกเรือนอนตอนมืดๆ ก็มี แต่เดี๋ยวนี้พ่อเราปลูกบ้านใหม่ให้ขยับเข้ามาใกล้ท่าน้ำ แล้วก็ทำรั้วกั้น

ประกอบกับสมัยนี้มีถนนหนทางเยอะแล้ว จึงไม่มีใครมาขอใช้ท่าน้ำนี้แล้ว ลุงมานพเล่าต่อว่าตอนนั้นมีคนมาจีบพี่ดอกแก้ว

เยอะมากโดยใช้ข้ออ้างว่าพายเรือมาขอพักที่ศาลาบ่อยๆ แล้วก็ชะเง้อหาสาวเจ้า แบบว่าไม่เห็นหน้าไม่เป็นไรแค่เห็นหลังคา

ก็ชื่นใจ ลุงมานพกับพ่อเราต้องคอยเป็นไม้กันหมาตามที่ปู่สั่งประจำ 

จนมาวันหนึ่งตอนเช้าป้าดอกแก้วจะเอาขนมไปขายตลาด และพายเรือแวะส่งพ่อเราไปโรงเรียน 

ที่ท่าน้ำใกล้ตลาดเพื่อต่อรถประจำทาง พอพ่อเราขึ้นรถไปแล้ว ลุงมานพถึงเพิ่งจะมาถึงเลยทำให้แกตกรถเที่ยวนั้น

 และต้องรอเที่ยวต่อไป ลุงมานพก็เลยเดินไปที่แผงขายขนมของพี่ดอกแก้วคนสวย กะว่าจะไปนั่งเล่นรอรถ 

และช่วยขายแลกกับขนมใส่ใส้สักห่อสองห่อ แต่ยังเดินไปไม่ถึงแผงขายขนมของพี่ดอกแก้วเลย 

ก็ได้ยินเสียงคนเอะอะโวยวาย เป็นเสียงผู้หญิงสาวคนหนึ่งคนตะโกนด่าใครสักคนว่าไปยุ่งกับผัวเขา ด่าแบบสาดเสียเทเสีย

แทบไม่เว้นวรรคหายใจหายคอเลยทีเดียว แล้วก็มีเสียงคุ้นๆ โต้กลับมาว่าอย่ามาใส่ร้ายนะ ฉันไม่เคยไม่ยุ่งกับใคร 

เสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนนั้นคือเสียงของพี่ดอกแก้วนั่นเอง แล้วก็เกือบจะมีการลงไม้ลงมือกัน

 แต่ดีที่คนแถวนั้นมาช่วยห้ามรวมทั้งตัวลุงมานพด้วย
 
ลุงมานพก็ถามว่ามันเป็นมาอย่างไร ป้าดอกแก้วก็บอกว่าไม่รู้หรอกว่าผัวของผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร 

เพราะมีผู้ชายมาจีบพี่เยอะแยะ นี่ขนาดไม่เคยตอบรับไมตรีใครยังวุ่นวายขนาดนี้ และขอให้ลุงมานพอย่าบอกพ่อแก 

ซึ่งก็คือปู่ของเรานั่นเอง แต่ความลับมันไม่มีในโลกหรอกคำคนนินทาปากต่อปากจนเข้าหูปู่กับย่าจนได้ ป้าดอกแก้วก็โดนดุใหญ่ 

และโดนห้ามไม่ให้ไปขายของอีก พ่อเราเล่าต่อว่าจริงๆ ป้าดอกแก้วแกมีคนรักที่แอบคบหากันอยู่แล้ว เป็นหนุ่มพ่อค้าเรื่อเร่

หน้าตาหล่ออย่างกับพระเอกหนังที่ชอบมาขอผูกเรือที่ท่าน้ำบ้านเรานี่แหละ แกแอบมานั่งพลอดรักกันในเรือของชายหนุ่ม

คนนั้นบ่อยๆ พ่อกับลุงมานพเคยเห็นหลายครั้งแต่ป้าดอกแก้วขอร้องไว้ พ่อเลยไม่อยากยุ่งเพราะดูท่าทางแล้วผู้ชายคนนั้ก็ดูซื่อๆ ดี

 ได้แต่คิดว่าสักวันเขาก็คงมาสู่ขอกันเป็นเรื่องเป็นราว 

จนวันหนึ่งจู่ๆ หญิงสาวคนที่เคยทะเลาะกับป้าดอกแก้วมาหาปู่เราที่บ้านแล้วเอาข้าวของมาให้หลายอย่าง

โดยบอกว่าเค้ามาขอโทษที่เข้าใจผิด เรื่องของผัวเขา ซึ่งเอาจริงๆ ป้าดอกแก้วก็ไม่ได้ถือสาอะไรแล้ว ปู่ก็รับคำขอโทษ

และรับของฝากที่หญิงคนนั้นนำมาให้ มีทั้งของกินของใช้หลายอย่าง แต่พอคล้อยหลังปู่บอกให้เอาไปทิ้งให้หมด 

บอกไว้ว่ารู้สึกไม่ไว้ใจหญิงสาวคนนี้เลย ดูหูตาหลุกหลิกไม่น่าไว้ใจ แต่ป้าดอกแก้วเกิดเสียดายเลยเก็บของไว้

ด้วยคิดว่าปู่คิดมากเกินไป เขามาขอโทษนั่นแปลว่าเขารู้ตัวว่าเข้าใจผิดจริงๆ 

ป้าดอกแก้วยังเอาน้ำอบมาให้พ่อดูเลยว่าหอมดี จะเอาไว้ใช้เอง และตัวพ่อเองก็มองว่ามันหอมดีจริงๆ นั่นแหละ

ตอนเช้าป้าดอกแก้วแกก็เอามาแปะๆ ที่ตรงต้นคอกลิ่นหอมฟุ้งไปหมด เพราะวันนี้มีงานวัดแกว่าเดี๋ยวเอาขนมไปส่งเค้าเสร็จ 

แกจะแอบไปเที่ยวกับคู่รักของแก ให้พ่อบอกปู่ว่าจะกลับค่ำๆ หน่อย ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ยังไม่ทันพ้นชานบ้าน

แกก็เป็นลมล้มลงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ดีที่ลุงมานพมาชวนพ่อไปเที่ยวพอดี เลยคว้าตัวไว้ได้ทัน ไม่งั้นคงตกบันได

เป็นแน่ จากวันนั้นป้าดอกแก้วก็ล้มป่วยลงแบบไม่ทราบสาเหตุ เดี๋ยวก็ปวดหัว เดี๋ยวก็ปวดท้อง ใครเข้าใกล้ก็กลัว

ร้องเอะอะไม่เป็นภาษา และที่สำคัญอยู่ๆ แกก็ท้องโตขึ้นมาเหมือนคนท้อง แต่พอไปหาหมอ ตรวจหลายครั้งก็ไม่ได้ท้อง

ปู่ก็จนปัญญาสงสารลูกสาวจับใจ เพื่อนบ้านใกล้ๆ กันก็พูดกันไปว่าดอกแก้ว เหมือนโดนผีเข้า หรือไม่ก็คงโดนคูณไสย

ปู่กับย่าก็เลยพาป้าดอกแก้วไปหาพระ พาไปรดน้ำมนต์ แต่ก็ไม่เป็นผล นับวันยิ่งอาการแย่ลง ผิวที่ขาวสวยก็คล้ำอย่างเห็นได้ชัด 

ตัวก็ผอมแห้งเพราะกินอะไรไม่ค่อยได้ แต่พุงดันโตขึ้นนี่สิ ตอนนั้นบ้านพ่อเป็นทุกข์มาก มีวันนึงพ่อหนุ่มเรื่อเร่คนรัก

ของป้าดอกแก้วขอขึ้นมาเยี่ยมที่บ้าน ปู่ก็ไม่ให้เข้าบ้าน ปู่ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น พ่อบอกว่าป้าดอกแก้วได้แต่ชะเง้อมองคนรักอยู่ไกลๆ

จนสายๆ ของอีกวันหลวงพ่อท่านมาเยี่ยมและพาใครบางคนมาด้วย หลวงพ่อท่านบอกว่าเรื่องทางโลกยุ่งมากก็ไม่ดี

ให้ปู่คุยกับคนที่หลวงพ่อพามาจะดีกว่า จากนั้นหลวงพ่อท่านก็ลงเรือกลับทันที พ่อกำลังจะพาชายคนนั้นขึ้นบ้าน 

จู่ๆชายสูงวัยคนนั้นก็เดินไปที่ต้นมะยมตรงศาลาท่าน้ำ ท่านให้ลูกศิษย์ที่มาด้วย ขุดดูรอบๆ ต้นมะยม ขุดอยู่นานมาก

แล้วก็เจอห่อผ้าเหมือนเป็นผ้าถุงขาด มีคราบฤดู หรือ ประจำเดือนติดอยู่ด้วย ข้างในมันมีของหลายอย่างมัดๆ รวมกัน
 
แล้วเหมือนเป็นหยดน้ำตาเทียนห่อหุ้มไว้อีกทีพ่อเองก็เห็นไม่ถนัด เลยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร รู้แต่ว่าไม่ดีแน่นอน

ชายแก่คนนั้นได้แต่มองแล้วส่ายหน้า บอกว่าแรงมากๆ ของต่ำแบบนี้ใครโดนไปน่าจะช่วยได้ยาก ยังไม่ทันขาดคำ

พ่อก็ได้ยินเสียงย่าตะโกนเรียกปู่ให้ขึ้นมาบนบ้านทีลูกแย่แล้ว ทุกคนเลยรีบขึ้นไป แต่ไม่ทันเสียแล้ว

ป้าดอกแก้วหมดลมอยู่ในอ้อมกอดของย่า ย่าร้องไห้โฮแทบเสียสติ ถึงไม่ได้คลอดมาเองแต่ก็รักสุดหัวใจ ปู่ได้แต่ยืนตัวสั่น 

ด้วยความเสียใจ ผสมกับความโกรธเมื่อรู้ว่าลูกสาวโดนคนทำของใส่จริงๆ ชายแก่บอกว่าให้ย่าวางร่างของลูกสาวลง 

แล้วให้ลูกศิษย์แกตั้งโต๊ะทำพิธี แกบอกกับปู่ว่า ต้องทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาญ เพื่อให้วิญญาญป้าดอกแก้วสู่สุขคติไม่

กลายเป็นทาสภูตผี พวกอวิชาทั้งหลายที่ใครสักคนส่งมา และจะทำพิธีส่งของกลับไอ้อีทีมันส่งของพวกนี้มาด้วย

ตอนนี้พ่อกับลุงมานพได้แต่ยืนร้องไห้กับการจากไปของพี่สาวจนทำอะไรไม่ถูก จำไม่ได้ว่าชายแก่คนนั้น

ทำอะไรบ้าง แต่ที่แปลกก็คือระหว่างที่ชายแก่คนดังกล่าวกำลังบริกรรมคาถา มีลมพัดมาอย่างแรงพร้อมด้วย

อีกา มาจากไหนก็ไม่รู้บินวนอยู่รอบหลังคาบ้าน ส่งเสียงร้อง กา กา...กา!!!! ดังสนั่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน

และที่สำคัญท้องของป้าดอกแก้วที่ป่องๆ อยู่ก็ค่อยๆ ยุบลงไปอย่าเห็นได้ชัด สร้างความประหลาดใจแกทุกคนที่อยู่

ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก ว่าก็ว่าเกิดมาไม่เคยเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้เลยพ่อนี่ถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก

พอชายแก่ทำพิธีเสร็จแกก็บอกแค่ว่า แกช่วยได้แค่นี้ พ่อได้ยินแกคุยกับปู่ว่า ลูกสาวผู้ใหญ่เค้าหมดกรรมแล้ว

อายุไขเค้ามีแค่นี้ ปู่จะให้เงินเขา แต่เขาไม่เอา แล้วก็เดินทางกลับไปทันที

พอถึงตอนสวดศพคืนสุดท้าย พ่อกับลุงมานพถึงเพิ่งเห็นคนรักของป้าดอกแก้วมา ชายหนุ่มหน้าตาดีมาก

คนนี้เข้ามากราบศพ แล้วก็เดินแบบร่างไร้วิญญาญตรงมาหาปู่ของเรา และแนะนำตัวว่าตัวเขาชื่อว่าโมก

เป็นพ่อค้าเรือเร่อยู่แถบนี้ สองสามวันก็จะมาเทียบเรื่ออยู่ตรงท่าน้ำพ่อผู้ใหญ่จะ ปู่ก็ตอบว่ากูรู้แล้วไม่ต้อง

พีธีรีตรองอะไรให้มากมาย มีอะไรก็พูดมา แล้วชายชื่อโมกก็ก้มลงกราบที่เท้าปู่ของเราและร้องไห้ออกมาอย่าง

หนัก พร้อมบอกว่าตนเป็นคนผิดเอง เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะตนเอง ทุกคนในงานศพยืนนิ่ง และมองไปที่ชายหนุ่ม

ด้วยความสงสัย ปู่ตะคอกเสียงดังมาก ว่าเรื่องมันเป็นยังไงบอกกูมาให้หมดเดี๋ยวนี้!!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่