คิดถึง 2 บทที่ 83

กระทู้สนทนา

.

            ไดอารี่ความคิดถึง

           และแล้วก็ถึงวันเปิดเทอมภาคเรียนที่สองสักที มันยังตื่นเต้นในความรู้สึกของบอสเสมอ ‘ฉันจะตั้งใจเรียนให้มากกว่าเทอมที่แล้ว’ ปณิธานที่บอสตั้งเอาไว้กับตนเอง ทว่าพอผ่านไปเพียงหนึ่งอาทิตย์ คำปณิธานนั้นก็มักเลือนรางทุกเทอมไป ตั้งแต่ ม.1 แล้ว

             เช้าวันนี้เธอตื่นตั้งแต่เช้า กุลีกุจอรีบอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเร็ว ๆ ถึงบ้านของเธอจะมีสมาชิกเยอะ การใช้ห้องน้ำก็ไม่เป็นปัญหา เนื่องจากที่บ้านของเธอมีห้องน้ำถึงสองห้อง พี่ชายสองคนใช้ห้องน้ำที่อยู่นอกตัวบ้าน ส่วนพวกเธอผู้หญิงใช้ห้องน้ำที่อยู่ภายในตัวบ้าน ทุกคนก็อาบน้ำทำเวลาได้ดีมาก ๆ เสมอ

             บอสสวมกระโปรงนักเรียนของพี่ปอที่นำมาให้ ส่วนเสื้อนักเรียนเป็นของตนเอง แอบหวั่นใจอยู่บ้างว่าจะโดนทำโทษไหม เนื่องจากกระโปรงโรงเรียนของพี่ปอมันออกสีดำ ๆ จะเป็นสีกรมท่าก็ไม่เชิง แต่บอสก็สวมไปโรงเรียน อยากลองของกับการเปิดเรียนวันแรก ร่างกายมันอยากปะทะไม้เรียวของบรรจง อาจารย์ปกครองประจำโรงเรียน

             บอสแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เดินไปรอจันทราที่จุดนัดพบกันทุกวัน นั่นก็คือร้านค้าของพ่อเงินนั่นเอง ไม่นานจันทราก็เดินมาถึง บอสยกมือทักทายเพื่อนด้วยความตื่นเต้นปนสุขใจ เพราะจะได้หายเบื่อ หายเซ็ง หายเหงา และ ที่สำคัญจะได้รีบเรียนรีบขึ้น ม.3 ให้เร็ว ๆ อย่างไรล่ะ

             “บอสรอเค้านานมั้ย ออกมานานยังหนิ” ออยหรือจันทราถาม

             “บ่อ ๆ พึ่งมาถึงเมื่อกี้หนิ ปะไปกันเถาะ” บอสตอบเพื่อน พร้อมออกเดินทางเต็มที่

             “แป๊บ! เค้าขอซื้อโบว์ก่อน” จากนั้นออยก็เดินเข้าไปยังร้านค้าพ่อเงินไปซื้อโบว์คล้องคอ ไม่นานก็กลับออกมา จากนั้นพวกเธอจึงออกเดินทางกันได้ เดินไปโรงเรียนเหมือนเดิม

             เช้าวันนี้มีเพื่อน ๆ นักเรียนคนอื่น ๆ ร่วมเดินทางมากมาย เดินจับกลุ่มของใครของมัน บ้างก็ขับมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าพวกเธอไป ถนนถึงแม้จะเป็นดินลูกรังสีแดง รองเท้าที่ขัดมาเงาวับจะเปื้อนไปด้วยฝุ่นก็ตาม พวกเธอก็ไม่สนใจ

             ระหว่างเดินทางมีรถรับส่งของหมู่บ้านอื่น ๆ วิ่งผ่านหน้าไป มีการแซวกันของเพื่อน ๆ ด้วย ของหนุ่ม ๆ ที่แซวเอาสนุกปากเฮฮากันไป มีการร้องทักทายด่ากันในบรรดาเพื่อน ๆ ระหว่างที่รถรับส่งวิ่งผ่าน ทำให้บรรยากาศระหว่างเดินไปโรงเรียนไม่เงียบเหงา

             มาถึงตอนนี้บอสก็ยังอดนึกถึงพี่สาวฝาแฝดและจ๋อมไม่ได้ โรงเรียนในเมืองคงครึกครื้นเป็นที่สุด มีนักเรียนตั้งมากมาย “บอสว่าวันนี้จะได้เรียนมั้ย” ระหว่างเดินไปโรงเรียนออยถาม

             “ฮะ! อะไรนะออย อิหยังนะ ออยว่าหยังนะ” บอสหลุดออกจากภวังค์ กำลังนึกไปถึงแพรวพิมพ์จ๋อมและเพื่อน ๆ ของแพรว ทำให้ไม่ได้ยินในสิ่งที่ออยถาม

             “เค้าถามว่าวันนี้คิดว่าจะได้เรียนมั้ย บอสใจลอยคิดฮอดไผอยู่หนิ ฮึ! ถามกะบ่อได้งินหนิ” ออยได้ทีแซวเธอใหญ่เลย และ เธอก็หัวเราะกลบเกลื่อนไป ไม่ได้คิดถึงใคร เพียงแค่นึกถึงพวกแพรวเฉย ๆ

             “พุ่นน่ะเว้าลาวเป็นล่ะ หัดเว้าดู๋ ๆ แหน่ เขาขี้คร้านเว้าไทยนำแล้ว” ค่อนขอดให้เพื่อนไปหนึ่งที ข้อหาบังอาจมาแซวกัน “เขาว่าบ่อได้เรียนหรอก คือทุกเทอมนั่นล่ะ มื้อแรกบ่ได้เรียนชัวร์”

             “น้อ! เค้าก็ว่างั้นแหละ” พวกเธอคุยกันไปพร้อมเดินไปด้วย จังหวะนี้ก้าวขายาว ๆ กันไปเลย เพราะเริ่มสายมากแล้วเดี๋ยวไม่ทันเข้าแถว เข้าแถวช้าตั้งแต่เปิดเรียนวันแรกย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ ๆ หากได้ไปยืนหน้าเสาธงแล้วโดนทำโทษ เจ็บไม่เท่าไหร่ อายมากกว่า

             ไม่นานพวกเธอก็เดินมาถึงห้องเรียนชั้น ม.2/5 สักที ยืนหอบกันที่โต๊ะเรียนของตนกันใหญ่ ขณะนี้มีเพื่อน ๆ พูดคุยกันเสียงดังในห้อง ต่างคนต่างพูด ต่างทักทายกันเพราะปิดเทอมหลายวัน มันย่อมตื่นเต้นเป็นธรรมดา ไม่มีใครยอมฟังใครเลย ต่างเป็นผู้พูดกันหมด

             “เอ๋าน้ำผึ้งทันมาอยู่ มาสายคักแถะ” บอสพูดถึงเพื่อนร่วมโต๊ะเรียน ป่านนี้น้ำผึ้งกับพวกจอยยังมาไม่ถึงเลยหรือไร นี่ก็จวนจะถึงเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติอยู่แล้ว

             “มาแล้วเฮ้ย! อยู่ห้องสามนำเขาอี่พู่” มาริสาหรือมอสตอบ มอสกับโสเดินเข้ามาหาเธอที่โต๊ะ

             “อ้อ!” พอบอสทราบว่าเพื่อนมาแล้วก็เลิกใส่ใจ หันมาสนใจเพื่อนซี้อย่างมาริสากับโสรญาดีกว่า เนื่องจากน้ำผึ้งเล่นกับเพื่อนอีกกลุ่มจึงไม่อยากสนใจนัก พวกเธอจับกลุ่มกันพูดคุยในห้องเรียนเสียงดังมาก ตอนนี้ชั้น ม.2 ทั้งชั้นเสียงดังเหลือเกิน ทุก ๆ อาคาร ทุก ๆ ชั้นนั่นแหละต่างครึกครื้นกันที่สุด

             “ออยมื้อปิดเทอมออยบ่อไปเล่นนำซุมตุ๊เขาน้อ อย่างมวน” โสรญาพูดถึงวันปิดเทอม วันสอบวันสุดท้ายที่พวกเธอไปเล่นที่บ้านของเธอกัน จากนั้นก็พากันขับรถไปภูกุ้มข้าว

             “แมน! ตุ๊เขาพากันไปสหัสขันธ์น้อ หลังจากไปเฮือนอี่บอสแล้ว ชมพู่กับน้ำเผิ่งกะไปมื้อนั่น” มอสพูด พวกเธอยืนคุยกันที่โต๊ะของเธออย่างสนุก ทุกคนล้วนอยู่ด้วยกันทั้งนั้นสำหรับวันนั้น ทว่าก็เล่าอย่างกับว่าไม่ได้ไปด้วยกัน ยกเว้นจันทราคนเดียวที่ไม่ได้ไป “มูอี่บอสกะไป อย่างมวน เสียดายออยบ่อไปนำ”

             “ใครเหรอ! สองคนที่เป็นฝาแฝดนั่นบ่อบอส” ออยถามปนยิ้ม ถึงไม่ได้ไปด้วยแค่ฟังเพื่อน ๆ เล่าก็สนุกแล้ว

             “แมนออยสองคนนั่นล่ะ! อี่จ๋อมกะไปนำ บาดมารถอี่แพรวฮั่วน้อมอส แฮงย่านตะบ่อพ่อร้านซ่อมอยู่ เงินกะบ่อมีกล้าพากันไปน้อ งึดหลายยังวะ ฮา” บอสพูดปนหัวเราะ นึกไปถึงเหตุการณ์วันนั้น ดีนะที่แพรวยังพอมีเงินสดติดตัว ตนเองมีเงินสองร้อยบาทในเอทีเอ็ม แต่! หาตู้กดไม่มีเลย

             “ตะว่าเขากะโสรญามาก่อน ซุมหนิเขาอยู่นำกัน” มอสพูดเสริม

             “ออยพวกเขาได้เมือเกือบทุ่มนึงน้อ ให้ซุมอี่มอสกับอี่โสเมือก่อน ขับรถหาร้านซ่อมอี่ฮา เกือบไห้! ฮา เทิงค่ำกะสิค่ำแมนบ่อ เทิงย่านยายกูด่ากะย่าน เทิงหาร้านซ่อมกะหาน้อ เทิงลิโตนมูกะลิโตนรถฮั่ว! กูงึด! อย่าพากันไปแบบหนิอีกจักเทือเด้อ” บอสเล่าให้ออยฟัง เวลานี้มันเป็นเรื่องตลกมาก พูดถึงด้วยความตลก ทว่าตอนเกิดเหตุการณ์มันกลัวไปหมด ดีที่กลับมาถึงบ้านแล้วบอสไม่โดนด่า สอบถามเพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันก็ไม่มีใครโดนบ่นสักคน ก็สบายใจขึ้นมา

             “พุ่นนางสาวน้ำเผิ่งย่างมาล่ะ” โสรญาเผยอหน้าไปยังน้ำผึ้งที่เดินเข้ามาในห้องกับชมพู่

             “สวัสดีเด็กเรียนทุกคน ฮา หมออ้วนคือจ่อยแถะวะ” ชมพู่ทักทายชินพงศ์หัวหน้าห้องของพวกเธอ เป็นที่รู้กันว่าห้องห้าเป็นห้องรวมพลคนค่อนข้างเรียนเก่ง จึงถูกมองค้อนมองเหวี่ยงจากห้องอื่น ๆ อยู่เสมอ

             “ห้องซุมมืงผู้เฒ่าเรียนติคะคุณชมพู่” ชมพู่เจอชินพงศ์แซวกลับ ทำเอาพวกเธอฮาลั่นห้องทักทายเพื่อนต่างห้องกันเลย ทว่าก็เป็นเพียงพูดเอาสนุก ไม่ได้บาดหมางใจกันแต่อย่างไร

             “ชมพู่ตกลงบักอ้วนมันจ่อยหรือมันอ้วน” ปุ้ยสินจัยเป็นคนถาม ก็เรียกเสียงฮาจากพวกเธอห้องห้าได้อีก จากนั้นทุกคนก็เลิกสนใจผู้มาเยือน ชมพู่กับน้ำผึ้งเข้ามานั่งเล่นพูดคุยกับพวกเธอด้วยคน

             “นึกว่าแมนมืงขาดเอาฤกษ์เอาชัยอี่ฮา” บอสทักทายน้ำผึ้งเพื่อนร่วมโต๊ะเรียน “แบบมื้อแรกบ่อมาเรียนจังสิแหมะ” พูดกลั้วยิ้มให้กับเพื่อนซี้

             “กูย่างมาเบิ่งมืงนั่นล่ะอี่ฮา ว่ามืงกับออยมาฮอดหรือยัง” น้ำผึ้งตอบ “ออยตอนปิดเทอมออยคือบ่อไปเล่นนำซุมเฮาอยู่เฮือนอี่บอส อย่างมวน” เมื่อน้ำผึ้งกับชมพู่มาถึงก็เล่าให้ออยฟังอีกคน “อี่มอสกับอี่โสยังไป”

             “เอ๋าก็ไม่ว่างนั่นเด้น้ำ เลี้ยงหลานแหมะ” ออยตอบ

             “พวกเฮาไปภูกุ้มเข้าน้อบอสน้อ รถอี่แพรวฮั่วเสยงึดหลาย พวกเฮาเลยให้สองคนหนิกลับก่อน” น้ำผึ้งหันไปหามอสกับโสก่อนจะเล่าต่อ ซึ่งก็เป็นเรื่องราวเดิม ๆ ที่เธอกับมอสกับโสเล่าให้ออยฟังก่อนหน้านี้แล้ว ทว่าออยก็ตั้งใจฟังราวกับว่ายังไม่เคยได้ฟังจากใครเลย ส่วนพวกเธอก็เล่าอีกรอบอย่างสนุก

             ระหว่างรอเข้าแถวหน้าเสาธง ขณะนี้ทุกห้องบนอาคารเรียนต่างเสียงดังกันจ้าระหวั่น กลุ่มของใครของมัน เพื่อนใครเพื่อนมัน บางห้องก็เล่นข้ามห้อง เดินมาทักทายคนนั้นคนนี้ เพราะทั้งชั้น ม.2 ของพวกเธอมีเพียงห้าห้องเอง จึงรู้จักกันหมดทุกคน

             “กระโปรงเฮ้ยบอสคืองามแถะ รีดจังใดจังเป็นจังสิ” ไหมหรือพิศมัยถามเธอ ทว่านั่งกันคนละกลุ่ม ทักทายถามข้ามกลุ่มกันเลย พอพิศมัยถามเพื่อนคนอื่น ๆ ก็หันมามอง “มันเป็นผ้าออกมัน ๆ แม่นบ่อ”

             “แมน! ของเอื้อยเฮาเฮ้ยไหม เฮาใส่ต่อคะเจ้า” บอสตอบ

             “ไสเฮ้ยบอสลุกขึ้นให้เฮาเบิ่งแน่” ปุ้ยสินจัยก็สนใจกระโปรงนักเรียนของเธอ จู่ ๆ สั่งให้เธอยืนขึ้น มันแค่เป็นผ้ามันเฉย ๆ ตามจริงโรงเรียนของเธอใส่กระโปรงสีกรมท่า จะเป็นผ้ามันหรือไม่มันก็ได้ ทว่าผ้ามันพอรีดเจอความร้อนมาก ๆ มันก็ตกสีออกคล้าย ๆ เป็นสีดำ

             “อี่หยังสู! มายากนำกระโปรงกูหยัง กูแฮงย่านบรรจงเห็นอยู่หนิ” บอสบ่นทว่าก็ยืนให้เพื่อน ๆ ดู “ของเอื้อยเฮาเฮ้ย โรงเรียนคะเจ้าใส่แบบหนิ ผ้ามัน! มันเป็นผ้าออกมัน ๆ แหมะ กระโปรงซุมเฮาบ่แมนผ้ามัน ตะของคะเจ้ามันเป็นผ้ามัน รีดงามเด้ เทือหน้าเฮาสิซื้อผ้าแบบหนิล่ะ” บอสพูด ความจริงก็ไม่ได้ผิดระเบียบอะไรมากมายหรอก

             “เอ้องามอยู่เฮ้ย” หนึ่งในกลุ่มของสินจัยชม แล้วก็ต่างคนต่างอยู่ พวกเธอก็นั่งคุยกันไปรอเสียงออดดังเข้าแถว

             “ปีหน้าพวกเฮากะขึ้น ม.3 น้อ เร็วคัก ใกล้ได้ถ่ายบัตรประชาชนแล้ว” โสรญาพูด ทำเอาบอสแอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน เพราะมีเรื่องให้ตื่นเต้นมากกว่าเรื่องถ่ายบัตรประชาชนต่างหาก

             “อี่น้ำได้ถ่ายบัตรก่อนมู! มันเกิดเดือนกุมภาแหมะ” ชมพู่ตอบ เป็นเรื่องปกติที่พวกเธอจะจำเดือนเกิดกันได้ ยกเว้นออยกับมอสและโส เพราะไม่ได้เรียนอนุบาลมาด้วยกัน ส่วนเธอน้ำผึ้งและชมพู่และคนอื่น ๆ ที่โตมาด้วยกันต่างจำเดือนเกิดกันได้ แม้จะลืมวันที่ก็ตาม จะจำได้เพียงคนที่มักจัดงานวันเกิดเท่านั้นเมื่อตอนอยู่ประถม

             “บ่อแมนกูบอส! คนแรกอี่ทราย มกราคมจ้า” น้ำผึ้งพูดพร้อมปรายตาหันไปมองทรายที่เล่นอยู่อีกกลุ่ม “คนที่สองกูกุมภา คนที่สามคืออี่แฝดเกิดมีนา แฝดพิมพ์แพรวญาติอี่บอสน่ะแหมะ คนที่สี่ไผวะเมษา มูเฮาบ่อมีคนเกิดเมษาเด้น้อบอส ชมพู่” น้ำผึ้งทำท่าครุ่นคิด

             “อี่จอยเกิดเมษา” บอสตอบ

             “ตะอี่จอยเกิด 37 จ้า เป็นน้องเฮา ถ่ายบัตรทีหลังพวกเฮาเลยล่ะ” ชมพู่ตอบ จำได้แม่นเชียว เป็นเรื่องมหัศจรรย์ของพวกเธอจริง ๆ ที่จำเดือนเกิดกันได้

             “มอสเดือนใด โสรญา ออยเกิดเดือนใดนะ” บอสหันมาถามเพื่อน ๆ ทั้งสามคน

             “โอ้ว! เค้าสุดท้ายเพื่อนเลย พฤศจิกายนจ้า มอสกับโสล่ะ” ออยตอบ พร้อมฟันไปหาเพื่อนอีกสองคน

             “เขากรกฎาคม อี่มอสพฤษภาคมแมนบ่อมอส” โสรญาตอบ

             “สู! พวกเฮากะเว้าปานสิได้ไปถ่ายบัตรมื้ออื่นมื้อฮือหนิน้อกุหน่าย ฮา เทือสิจบ ม.2 “ ชมพู่พูด “สมมุติ ๆ ถ้าเฮาใช้นางสาวแม่นบ่อ คือสิอายน้อจากเด็กหญิงเป็นนางสาว อืมม์! นางสาวนันทพรกูเอง ฮา “ พวกเธอหัวเราะไปกับคำพูดของชมพู่

             “กูนางสาวมาริสาบู้ย ฮา “ มอสพูดกลั้วหัวเราะ

             “กู ๆ นางสาวสุนิสา ฮา เบิ่งเด้อกูสิลองไล่เบิ่ง เด็กหญิงสุนิสา นางสาวสุนิสา นางสุนิสา แม่สุนิสา ป้าสุนิสา น้าสุนิสา อาสุนิสา ยายสุนิสา บู้ย! หื่อ! บ่อเอา!” บอสเล่นไปกับเพื่อน สนุกจนลืมนึกถึงสองฝาแฝดกับจ๋อมไปเลยนาทีนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่