21 กันยายน 21 ที่ผ่านมานี้เป็น “วันไหว้พระจันทร์” ประจำปี
แต่เคยสงสัยไหมครับ ขนมไหว้พระจันทร์มีที่มาจากไหน? แล้วเราไหว้พระจันทร์ไปทำไม? ...บทความนี้เราจะไปดูด้วยกันตั้งแต่ที่มาที่ไปของเทศกาล, ความสำคัญของขนมไหว้พระจันทร์ เรื่อยไปจนถึงรูปแบบของขนมและการฉลองในปัจจุบัน

*** ทำไมเราไหว้พระจันทร์ ***
“การไหว้พระจันทร์” มีที่มาจากเทศกาลฉลองการเก็บเกี่ยวกลางฤดูใบไม้ร่วง (ฤดูสารท) บ้างเชื่อว่าเทศกาลนี้มีมาแต่สมัยราชวงศ์ซาง ราว 1,600 - 1,046 ปีก่อนคริสตกาล บ้างก็เชื่อว่าเริ่มต้นในยุคราชวงศ์โจว ประมาณ 1,045 - 221 ปีก่อนคริสตกาล
แต่ไม่ว่าการฉลองจะเริ่มตอนไหน ใจความของมันก็เหมือนกัน คือ องค์พระจักรพรรดิจะถวายของบูชาพระจันทร์ในวันเพ็ญเดือนแปด

เหตุที่ว่าทำไมต้องเป็นวันเพ็ญเดือนแปด อ. ถาวร สิกขโกศล นักวิชาการอิสระในด้านจีน อดีตอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เหตุหนึ่งคนจีนมองพระจันทร์เดือนแปดว่ามีความสวยงามมากที่สุดในรอบปี
ส่วนอีกเหตุก็มีที่มาจากเรื่องราวของเทพีแห่งดวงจันทร์นาม “ฉางเอ๋อ”
ภาพแนบ: โฮ่วอี้
เรื่องของฉางเอ๋อมีหลายฉบับ รายละเอียดแตกต่างกันไป แต่โดยสรุปแล้ว ฉางเอ๋อแต่ก่อนเป็นคนธรรมดา มีสามีชื่อ “โฮ่วอี้” เป็นยอดนักธนู (บ้างฉบับก็ว่าเป็นราชาด้วย) ซึ่งได้ช่วยเหลือมนุษยชาติไว้ด้วยการยิงพระอาทิตย์ที่แผดเผาโลก 10 ดวงให้เหลือดวงเดียว
โฮ่วอี้ได้ของตอบแทนมาเป็นยาอายุวัฒนะ อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นอมตะ ก็ต้องไปอยู่อีกภพหนึ่ง และทั้งคู่ไม่อยากจากกัน จึงเก็บยานั้นไว้...
ตำนานหนึ่งกล่าวว่า ศิษย์คนหนึ่งของโฮ่วอี้ต้องการยาอายุวัฒนะมาเป็นของตัวเอง อาศัยช่วงโฮ่วอี้ไม่อยู่ พยายามขโมยมันมา ฉางเอ๋อเลยชิงกินมันเข้าไป เพื่อไม่ให้ยาตกในมือคนชั่ว
พอฉางเอ๋อเป็นอมตะ ก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า กลายเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์ ด้านโฮ่วอี้มองจันทร์เดือนแปดแล้วคิดถึงภรรยา จึงทำของเซ่นไหว้พระจันทร์
ภาพแนบ: ฉางเอ๋อ
ส่วนอีกตำนานหนึ่งบอกว่า ฉางเอ๋อกินยาเข้าไปเพราะโฮ่วอี้หลงมัวเมาในอำนาจหลังมีคนนับหน้าถือตาเป็นวีรบุรุษ อีกฝ่ายจะได้ไม่ก่อกรรมทำชั่วอีก แล้วก็ไปสู่ภพสวรรค์ สถิตบนดวงจันทร์แต่นั้นเป็นต้นมา
ด้านโฮ่วอี้ช้ำใจ จึงเสียชีวิตลงในเวลาไม่นาน ชาวบ้านซาบซึ้งในการเสียสละของฉางเอ๋อ จึงจัดไหว้พระจันทร์เป็นการขอบคุณ
ภาพแนบ: ทสึกิมิของญี่ปุ่น จะบูชาพระจันทร์ด้วยดังโกะ 12 ลูก
เทศกาลไหว้พระจันทร์อาจถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมร่วมในแถบเอเชีย มีทั้งแบบที่พัฒนากลายเป็นของตนเองอย่าง “เทศกาลชมจันทร์” (ทสึกิมิ) ของญี่ปุ่น หรือ “เทศกาลชูซ็อก” ฉลองการเก็บเกี่ยวในคืนเดือนเพ็ญของเกาหลี
อีกแบบคือที่รับมาโดยตรงจากคนจีนโพ้นทะเลแล้วนำมาปรับเปลี่ยนเพียงบางส่วน เช่นในไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน ฯลฯ

*** ที่มาและความสำคัญของขนมไหว้พระจันทร์ ***
สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลนี้ ไม่พ้น “ขนมไหว้พระจันทร์” หรือ “เยว่ปิง” (月餅) ที่ไม่ว่าจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีนหรือสายไหนๆ จะร่วมฉลองหรือไม่ ส่วนมากก็รู้จักและเคยลองกินมาแล้ว
แต่เคยทราบกันหรือเปล่าครับว่าขนมนี้มีที่มาอย่างไร?
ภาพแนบ: พระเจ้าถังเกาจู่
บางตำนานว่า นี่เป็นขนมที่โฮ่วอี้ทำให้ฉางเอ๋อ บ้างก็ว่า ขนมไหว้พระจันทร์ มีที่มาจากขนมที่พ่อค้าชาวทิเบตทำมามอบพระเจ้าถังเกาจู่แห่งราชวงศ์ถัง หลังส่งกำลังไปกำราบเผ่าซงหนูนอกด่านได้สำเร็จ
พระเจ้าถังเกาจู่ได้แบ่งขนมให้แม่ทัพกับขุนนาง และพอดีวันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนแปด พระเจ้าถังเกาจู่ที่กำลังมีความสุข จึงบอกให้ชวนพระจันทร์มากินขนมด้วย ...จากนั้นจึงมีการใช้ขนมไหว้พระจันทร์เฉลิมฉลองเป็นต้นมา
ภาพแนบ: กุบไลข่าน
แต่เรื่องเล่าที่ดังที่สุด และหลายคนอาจจะได้ยินมาแล้ว คือเรื่องที่เกิดในเหตุการณ์ “ปฏิวัติราชวงศ์หยวน”
ราชวงศ์หยวนนี้เป็นชาวมองโกล สถาปนาขึ้นโดยกุบไลข่าน หลานเจงกิสข่าน ...ชาวมองโกลกดขี่คนจีนหรือชาวฮั่นที่อยู่มาแต่เดิมอย่างหนัก ทำให้ประชาชนไม่พอใจ

ช่วงนั้นมีกลุ่มต่อต้านเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือกลุ่มของ "จูหยวนจาง" ซึ่งเตรียมการนัดหมายลุกฮือในวันไหว้พระจันทร์
จูหยวนจางได้ออกอุบายทำขนมฉลองเทศกาลแจกจ่ายชาวจีนโดยมีข้อความแทรกไว้ พอคนกินขนม ก็จะเห็นข้อความดังกล่าว ทำให้รวมกำลังชาวจีนได้เป็นอันมากโดยชาวมองโกลไม่ทราบ
ภาพแนบ: จูหยวนจาง
สุดท้ายราชวงศ์หยวนก็ถูกโค่นในที่สุด จูหยวนจางได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง และคนก็กินขนมไหว้พระจันทร์เพื่อเฉลิมฉลองสืบมา

ขนมไหว้พระจันทร์นั้นมีความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของจีน บางที่อาจแป้งนุ่ม บ้างอาจแป้งร่วนคล้ายขนมเปี๊ย แต่หลักๆ แล้วก็เป็นขนมที่มีไส้ด้านใน ห่อด้วยแป้ง ซึ่งประทับตัวอักษรมงคลไว้ด้านบน โดยไส้ในหลักๆ แล้วก็จะมี…
- เม็ดบัว หมายถึง ความบริสุทธิ์ ความสงบ อายุยืน
- พุทราจีน หมายถึง ความหวัง ความร่ำรวย
- โหงวยิ้ง หรือ ธัญพืชมงคล 5 อย่าง ซึ่งมักเป็นถั่วหรือเมล็ดพืชต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดฟักทอง, งา, ถั่วลิสง ฯลฯ โดยบางมณฑลอาจมีการเพิ่มไส้พิเศษลงไป เช่น แฮม, รากบัว เป็นต้น
ภาพแนบ: การไหว้พระจันทร์ของคนไทยเชื้อสายจีน ภาพจากสยามรัฐ
*** การไหว้พระจันทร์ในไทย ***
เมื่อชาวจีนเดินทางมาสู่เมืองไทย ก็ได้นำธรรมเนียมของตนติดตัวมาด้วย เกิดเป็นวัฒนธรรมย่อยในไทยขึ้น
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่า ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีชาวจีนอพยพมาไทยจำนวนมาก เทศกาลจีนต่างๆ ที่มีการปฏิบัติในไทยอยู่แล้วเซ่นไหว้พระจันทร์ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นไปด้วย

แต่ก่อนตอนนั้น วันไหว้พระจันทร์ถือว่าเป็นเทศกาลสำคัญไม่แพ้ตรุษจีนหรือสารทจีน มีการตกแต่งด้วยโคมไฟสวยงามยิ่งใหญ่
ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการไหว้ 3 ครั้งในวันไหว้พระจันทร์ ได้แก่ตอนเช้า, ตอนสาย-เที่ยง และตอนกลางคืน
เช้าจะเป็นการไหว้ตี่จู้หรือเจ้าที่ประจำบ้านด้วยผลไม้ ส่วนช่วงสาย-เที่ยง จะไหว้บรรพบุรุษแบบสารทจีน แต่ใช้ขนมไหว้พระจันทร์แทนขนมเข่ง ส่วนตอนกลางคืนค่อยเป็นการไหว้พระจันทร์จริงๆ

ภายหลัง ความสำคัญของเทศกาลไหว้พระจันทร์ในไทย โดยเฉพาะในเมืองกรุงน้อยลงไปกว่าแต่ก่อน การประดับประดาไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการเช่นตรุษจีนอีก การไหว้เองสำหรับคนส่วนใหญ่ก็ลดเหลือเพียงไหว้พระจันทร์ตอนกลางคืน
...แต่สิ่งหนึ่งที่ยังฮิตอยู่เสมอหรืออาจมากขึ้นด้วยซ้ำคือขนมไหว้พระจันทร์นี่เอง...

ขนมไหว้พระจันทร์ของไทยนั้น มีที่มาจากแบบกวางตุ้ง แป้งหนาแต่นิ่ม และมีไส้แน่น โดยไส้ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยคือ ไส้ทุเรียนกวน
เชื่อกันว่าขนมไหว้พระจันทร์ไส้นี้ มาจากที่คนสมัยก่อนต้องการถนอมอาหารให้อยู่ได้นาน จึงนำทุเรียนไปกวน ต่อมาก็นำไปทำไส้ขนมต่างๆ รวมถึงขนมไหว้พระจันทร์
จากนั้นเป็นต้นมา ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนกวนก็กลายเป็นไส้ยอดฮิตสุดคลาสสิคประจำประเทศไทยที่หลายๆ จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นของต้นตำรับจากจีนด้วยซ้ำ
*** ความเปลี่ยนแปลงของขนมไหว้พระจันทร์ในปัจจุบัน ***
อย่างที่เห็นได้ว่า ขนมไหว้พระจันทร์ถูกปรับให้เข้ากับท้องถิ่นนั้นๆ ตั้งแต่คนจีนย้ายไปตั้งรกรากใหม่ๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจอะไร ที่ขนมไหว้พระจันทร์ในปัจจุบันจะมีความหลากหลายจนเปรียบได้ว่าเป็นการประชันความคิดสร้างสรรค์ของคนจีนโพ้นทะเลยุคใหม่ ไม่ว่าจะในประเทศไหนๆ
เช่นที่ฮ่องกง ก็มีการทำไส้คัสตาร์ดหรือไข่เค็มลาวาขึ้นมา หรือที่ไต้หวัน ก็มีการนำของขึ้นชื่ออย่างสับปะรดกวนมาทำไส้เช่นกัน
นอกจากนี้ก็ยังมีไส้ใหม่ๆ เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ส้ม, ไส้ช็อกโกแลต, ไส้ชาเขียว, ไส้มะม่วง, ไส้ครีมชีส และอีกมากมายจนนับไม่หมด
ภาพแนบ: ขนมไหว้พระจันทร์ลาย The Avengers ของ mx cakes & bakery (เคยมีคอลเลคชั่นนี้มาขายในไทยด้วย)
นอกจากนี้ แบรนด์ต่างๆ ยังเข้ามาร่วมทำขนมไหว้พระจันทร์ในแบบของตนเอง ผสมผสานสินค้าเดิมของตัวเองเข้ากับวัฒนธรรมจีน เพื่อดึงดูดตลาดคนเชื้อสายจีนยุคใหม่ๆ และคนอื่นๆ ที่สนใจกินขนมตามเทศกาล
ดังนั้นเราจึงเห็นขนมไหว้พระจันทร์ในแบบของ McDonald’s, Starbucks, Harrods, Gucci ฯลฯ หรือแม้กระทั่งขนมไหว้พระจันทร์ลาย The Avengers ก็มีเช่นกัน

*** สรุป ***
ขนมไหว้พระจันทร์และเทศกาลไหว้พระจันทร์นั้นล้วนมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน แม้ปัจจุบันจะถูกลดความสำคัญลงไปจากเดิมโดยเฉพาะในไทยเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
...อาจเป็นเพราะความเร่งรีบจนไม่มีเวลาชมความงามของพระจันทร์เช่นในอดีต หรืออาจเป็นเพราะคนเรามองพระจันทร์เป็นเพียงดาวบริวารของโลกตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ที่สถิตของเทพีแห่งดวงจันทร์อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม คนเชื้อสายจีนตามประเทศต่างๆ ยังพยายามสืบทอดวัฒนธรรมนี้อยู่ โดยปรับเปลี่ยนพิธีการให้เข้ากับยุคสมัยและความสะดวก ปรับขนมไหว้พระจันทร์ที่แต่ก่อนใช้เพียงไหว้ มาเป็นขนมที่ใครๆ ก็เข้าถึงและลิ้มรสได้ ไม่จำต้องเป็นแค่คนเชื้อจีน เพื่อให้ธรรมเนียมการทำขนมชนิดนี้คงอยู่ต่อไป

ซึ่งต้องถือว่าการตัดสินใจเช่นนี้เป็นเรื่องดี เพราะหากวัฒนธรรมยังมีการพัฒนาให้ทันสมัย แม้บริบทบางอย่างอาจเปลี่ยนไป แต่มันก็จะไม่ตกยุค และมีการส่งต่อไปได้อีกหลายรุ่น เพราะไม่มีใครรู้สึกว่าเชยนั่นเอง
::: อ้างอิง :::
- ขนมไหว้พระจันทร์ : มากกว่าตำนาน คือขนมสร้างชาติและกระตุ้นเศรษฐกิจ sarakadeelite (ดอต) com/brand-story/story-of-mooncake/
- ทำไมต้อง "ไหว้พระจันทร์" เทศกาลแห่งความสุข สำคัญรองจาก "ตรุษจีน" thairath (ดอต) co (ดอต) th/news/local/1930659
- ไหว้พระจันทร์ sac (ดอต) or (ดอต) th/databases/rituals/detail.php?id=77
- ความเป็นมาของ “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ทำไมต้องไหว้พระจันทร์ ? silpa-mag (ดอต) com/culture/article_2511
- เทศกาลไหว้ “พระจันทร์” ในวันที่มีมนุษย์ไปถึง “ดวงจันทร์” silpa-mag (ดอต) com/culture/article_38708
- The curious history of the mooncake
https://chinatown (ดอต) co (ดอต) uk/en/festivals/curious-history-mooncake/
- Origins and History of China's Mid-Autumn Festival chinahighlights (ดอต) com/festivals/mid-autumn-festival-history-origin.htm
- Mid Autumn Festival story and how Chinese celebrate it youtu (ดอต) be/EMMU1YJadzE
*** หลากเรื่องราวของ "ขนมไหว้พระจันทร์" ***
แต่เคยสงสัยไหมครับ ขนมไหว้พระจันทร์มีที่มาจากไหน? แล้วเราไหว้พระจันทร์ไปทำไม? ...บทความนี้เราจะไปดูด้วยกันตั้งแต่ที่มาที่ไปของเทศกาล, ความสำคัญของขนมไหว้พระจันทร์ เรื่อยไปจนถึงรูปแบบของขนมและการฉลองในปัจจุบัน
*** ทำไมเราไหว้พระจันทร์ ***
“การไหว้พระจันทร์” มีที่มาจากเทศกาลฉลองการเก็บเกี่ยวกลางฤดูใบไม้ร่วง (ฤดูสารท) บ้างเชื่อว่าเทศกาลนี้มีมาแต่สมัยราชวงศ์ซาง ราว 1,600 - 1,046 ปีก่อนคริสตกาล บ้างก็เชื่อว่าเริ่มต้นในยุคราชวงศ์โจว ประมาณ 1,045 - 221 ปีก่อนคริสตกาล
แต่ไม่ว่าการฉลองจะเริ่มตอนไหน ใจความของมันก็เหมือนกัน คือ องค์พระจักรพรรดิจะถวายของบูชาพระจันทร์ในวันเพ็ญเดือนแปด
เหตุที่ว่าทำไมต้องเป็นวันเพ็ญเดือนแปด อ. ถาวร สิกขโกศล นักวิชาการอิสระในด้านจีน อดีตอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เหตุหนึ่งคนจีนมองพระจันทร์เดือนแปดว่ามีความสวยงามมากที่สุดในรอบปี
ส่วนอีกเหตุก็มีที่มาจากเรื่องราวของเทพีแห่งดวงจันทร์นาม “ฉางเอ๋อ”
ภาพแนบ: โฮ่วอี้
เรื่องของฉางเอ๋อมีหลายฉบับ รายละเอียดแตกต่างกันไป แต่โดยสรุปแล้ว ฉางเอ๋อแต่ก่อนเป็นคนธรรมดา มีสามีชื่อ “โฮ่วอี้” เป็นยอดนักธนู (บ้างฉบับก็ว่าเป็นราชาด้วย) ซึ่งได้ช่วยเหลือมนุษยชาติไว้ด้วยการยิงพระอาทิตย์ที่แผดเผาโลก 10 ดวงให้เหลือดวงเดียว
โฮ่วอี้ได้ของตอบแทนมาเป็นยาอายุวัฒนะ อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นอมตะ ก็ต้องไปอยู่อีกภพหนึ่ง และทั้งคู่ไม่อยากจากกัน จึงเก็บยานั้นไว้...
ตำนานหนึ่งกล่าวว่า ศิษย์คนหนึ่งของโฮ่วอี้ต้องการยาอายุวัฒนะมาเป็นของตัวเอง อาศัยช่วงโฮ่วอี้ไม่อยู่ พยายามขโมยมันมา ฉางเอ๋อเลยชิงกินมันเข้าไป เพื่อไม่ให้ยาตกในมือคนชั่ว
พอฉางเอ๋อเป็นอมตะ ก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า กลายเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์ ด้านโฮ่วอี้มองจันทร์เดือนแปดแล้วคิดถึงภรรยา จึงทำของเซ่นไหว้พระจันทร์
ภาพแนบ: ฉางเอ๋อ
ส่วนอีกตำนานหนึ่งบอกว่า ฉางเอ๋อกินยาเข้าไปเพราะโฮ่วอี้หลงมัวเมาในอำนาจหลังมีคนนับหน้าถือตาเป็นวีรบุรุษ อีกฝ่ายจะได้ไม่ก่อกรรมทำชั่วอีก แล้วก็ไปสู่ภพสวรรค์ สถิตบนดวงจันทร์แต่นั้นเป็นต้นมา
ด้านโฮ่วอี้ช้ำใจ จึงเสียชีวิตลงในเวลาไม่นาน ชาวบ้านซาบซึ้งในการเสียสละของฉางเอ๋อ จึงจัดไหว้พระจันทร์เป็นการขอบคุณ
ภาพแนบ: ทสึกิมิของญี่ปุ่น จะบูชาพระจันทร์ด้วยดังโกะ 12 ลูก
เทศกาลไหว้พระจันทร์อาจถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมร่วมในแถบเอเชีย มีทั้งแบบที่พัฒนากลายเป็นของตนเองอย่าง “เทศกาลชมจันทร์” (ทสึกิมิ) ของญี่ปุ่น หรือ “เทศกาลชูซ็อก” ฉลองการเก็บเกี่ยวในคืนเดือนเพ็ญของเกาหลี
อีกแบบคือที่รับมาโดยตรงจากคนจีนโพ้นทะเลแล้วนำมาปรับเปลี่ยนเพียงบางส่วน เช่นในไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน ฯลฯ
*** ที่มาและความสำคัญของขนมไหว้พระจันทร์ ***
สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลนี้ ไม่พ้น “ขนมไหว้พระจันทร์” หรือ “เยว่ปิง” (月餅) ที่ไม่ว่าจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีนหรือสายไหนๆ จะร่วมฉลองหรือไม่ ส่วนมากก็รู้จักและเคยลองกินมาแล้ว
แต่เคยทราบกันหรือเปล่าครับว่าขนมนี้มีที่มาอย่างไร?
ภาพแนบ: พระเจ้าถังเกาจู่
บางตำนานว่า นี่เป็นขนมที่โฮ่วอี้ทำให้ฉางเอ๋อ บ้างก็ว่า ขนมไหว้พระจันทร์ มีที่มาจากขนมที่พ่อค้าชาวทิเบตทำมามอบพระเจ้าถังเกาจู่แห่งราชวงศ์ถัง หลังส่งกำลังไปกำราบเผ่าซงหนูนอกด่านได้สำเร็จ
พระเจ้าถังเกาจู่ได้แบ่งขนมให้แม่ทัพกับขุนนาง และพอดีวันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนแปด พระเจ้าถังเกาจู่ที่กำลังมีความสุข จึงบอกให้ชวนพระจันทร์มากินขนมด้วย ...จากนั้นจึงมีการใช้ขนมไหว้พระจันทร์เฉลิมฉลองเป็นต้นมา
ภาพแนบ: กุบไลข่าน
แต่เรื่องเล่าที่ดังที่สุด และหลายคนอาจจะได้ยินมาแล้ว คือเรื่องที่เกิดในเหตุการณ์ “ปฏิวัติราชวงศ์หยวน”
ราชวงศ์หยวนนี้เป็นชาวมองโกล สถาปนาขึ้นโดยกุบไลข่าน หลานเจงกิสข่าน ...ชาวมองโกลกดขี่คนจีนหรือชาวฮั่นที่อยู่มาแต่เดิมอย่างหนัก ทำให้ประชาชนไม่พอใจ
ช่วงนั้นมีกลุ่มต่อต้านเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือกลุ่มของ "จูหยวนจาง" ซึ่งเตรียมการนัดหมายลุกฮือในวันไหว้พระจันทร์
จูหยวนจางได้ออกอุบายทำขนมฉลองเทศกาลแจกจ่ายชาวจีนโดยมีข้อความแทรกไว้ พอคนกินขนม ก็จะเห็นข้อความดังกล่าว ทำให้รวมกำลังชาวจีนได้เป็นอันมากโดยชาวมองโกลไม่ทราบ
ภาพแนบ: จูหยวนจาง
สุดท้ายราชวงศ์หยวนก็ถูกโค่นในที่สุด จูหยวนจางได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง และคนก็กินขนมไหว้พระจันทร์เพื่อเฉลิมฉลองสืบมา
ขนมไหว้พระจันทร์นั้นมีความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของจีน บางที่อาจแป้งนุ่ม บ้างอาจแป้งร่วนคล้ายขนมเปี๊ย แต่หลักๆ แล้วก็เป็นขนมที่มีไส้ด้านใน ห่อด้วยแป้ง ซึ่งประทับตัวอักษรมงคลไว้ด้านบน โดยไส้ในหลักๆ แล้วก็จะมี…
- เม็ดบัว หมายถึง ความบริสุทธิ์ ความสงบ อายุยืน
- พุทราจีน หมายถึง ความหวัง ความร่ำรวย
- โหงวยิ้ง หรือ ธัญพืชมงคล 5 อย่าง ซึ่งมักเป็นถั่วหรือเมล็ดพืชต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดฟักทอง, งา, ถั่วลิสง ฯลฯ โดยบางมณฑลอาจมีการเพิ่มไส้พิเศษลงไป เช่น แฮม, รากบัว เป็นต้น
ภาพแนบ: การไหว้พระจันทร์ของคนไทยเชื้อสายจีน ภาพจากสยามรัฐ
*** การไหว้พระจันทร์ในไทย ***
เมื่อชาวจีนเดินทางมาสู่เมืองไทย ก็ได้นำธรรมเนียมของตนติดตัวมาด้วย เกิดเป็นวัฒนธรรมย่อยในไทยขึ้น
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่า ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีชาวจีนอพยพมาไทยจำนวนมาก เทศกาลจีนต่างๆ ที่มีการปฏิบัติในไทยอยู่แล้วเซ่นไหว้พระจันทร์ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นไปด้วย
แต่ก่อนตอนนั้น วันไหว้พระจันทร์ถือว่าเป็นเทศกาลสำคัญไม่แพ้ตรุษจีนหรือสารทจีน มีการตกแต่งด้วยโคมไฟสวยงามยิ่งใหญ่
ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการไหว้ 3 ครั้งในวันไหว้พระจันทร์ ได้แก่ตอนเช้า, ตอนสาย-เที่ยง และตอนกลางคืน
เช้าจะเป็นการไหว้ตี่จู้หรือเจ้าที่ประจำบ้านด้วยผลไม้ ส่วนช่วงสาย-เที่ยง จะไหว้บรรพบุรุษแบบสารทจีน แต่ใช้ขนมไหว้พระจันทร์แทนขนมเข่ง ส่วนตอนกลางคืนค่อยเป็นการไหว้พระจันทร์จริงๆ
ภายหลัง ความสำคัญของเทศกาลไหว้พระจันทร์ในไทย โดยเฉพาะในเมืองกรุงน้อยลงไปกว่าแต่ก่อน การประดับประดาไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการเช่นตรุษจีนอีก การไหว้เองสำหรับคนส่วนใหญ่ก็ลดเหลือเพียงไหว้พระจันทร์ตอนกลางคืน
...แต่สิ่งหนึ่งที่ยังฮิตอยู่เสมอหรืออาจมากขึ้นด้วยซ้ำคือขนมไหว้พระจันทร์นี่เอง...
ขนมไหว้พระจันทร์ของไทยนั้น มีที่มาจากแบบกวางตุ้ง แป้งหนาแต่นิ่ม และมีไส้แน่น โดยไส้ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยคือ ไส้ทุเรียนกวน
เชื่อกันว่าขนมไหว้พระจันทร์ไส้นี้ มาจากที่คนสมัยก่อนต้องการถนอมอาหารให้อยู่ได้นาน จึงนำทุเรียนไปกวน ต่อมาก็นำไปทำไส้ขนมต่างๆ รวมถึงขนมไหว้พระจันทร์
จากนั้นเป็นต้นมา ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนกวนก็กลายเป็นไส้ยอดฮิตสุดคลาสสิคประจำประเทศไทยที่หลายๆ จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นของต้นตำรับจากจีนด้วยซ้ำ
*** ความเปลี่ยนแปลงของขนมไหว้พระจันทร์ในปัจจุบัน ***
อย่างที่เห็นได้ว่า ขนมไหว้พระจันทร์ถูกปรับให้เข้ากับท้องถิ่นนั้นๆ ตั้งแต่คนจีนย้ายไปตั้งรกรากใหม่ๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจอะไร ที่ขนมไหว้พระจันทร์ในปัจจุบันจะมีความหลากหลายจนเปรียบได้ว่าเป็นการประชันความคิดสร้างสรรค์ของคนจีนโพ้นทะเลยุคใหม่ ไม่ว่าจะในประเทศไหนๆ
เช่นที่ฮ่องกง ก็มีการทำไส้คัสตาร์ดหรือไข่เค็มลาวาขึ้นมา หรือที่ไต้หวัน ก็มีการนำของขึ้นชื่ออย่างสับปะรดกวนมาทำไส้เช่นกัน
นอกจากนี้ก็ยังมีไส้ใหม่ๆ เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ส้ม, ไส้ช็อกโกแลต, ไส้ชาเขียว, ไส้มะม่วง, ไส้ครีมชีส และอีกมากมายจนนับไม่หมด
ภาพแนบ: ขนมไหว้พระจันทร์ลาย The Avengers ของ mx cakes & bakery (เคยมีคอลเลคชั่นนี้มาขายในไทยด้วย)
นอกจากนี้ แบรนด์ต่างๆ ยังเข้ามาร่วมทำขนมไหว้พระจันทร์ในแบบของตนเอง ผสมผสานสินค้าเดิมของตัวเองเข้ากับวัฒนธรรมจีน เพื่อดึงดูดตลาดคนเชื้อสายจีนยุคใหม่ๆ และคนอื่นๆ ที่สนใจกินขนมตามเทศกาล
ดังนั้นเราจึงเห็นขนมไหว้พระจันทร์ในแบบของ McDonald’s, Starbucks, Harrods, Gucci ฯลฯ หรือแม้กระทั่งขนมไหว้พระจันทร์ลาย The Avengers ก็มีเช่นกัน
*** สรุป ***
ขนมไหว้พระจันทร์และเทศกาลไหว้พระจันทร์นั้นล้วนมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน แม้ปัจจุบันจะถูกลดความสำคัญลงไปจากเดิมโดยเฉพาะในไทยเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
...อาจเป็นเพราะความเร่งรีบจนไม่มีเวลาชมความงามของพระจันทร์เช่นในอดีต หรืออาจเป็นเพราะคนเรามองพระจันทร์เป็นเพียงดาวบริวารของโลกตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ที่สถิตของเทพีแห่งดวงจันทร์อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม คนเชื้อสายจีนตามประเทศต่างๆ ยังพยายามสืบทอดวัฒนธรรมนี้อยู่ โดยปรับเปลี่ยนพิธีการให้เข้ากับยุคสมัยและความสะดวก ปรับขนมไหว้พระจันทร์ที่แต่ก่อนใช้เพียงไหว้ มาเป็นขนมที่ใครๆ ก็เข้าถึงและลิ้มรสได้ ไม่จำต้องเป็นแค่คนเชื้อจีน เพื่อให้ธรรมเนียมการทำขนมชนิดนี้คงอยู่ต่อไป
ซึ่งต้องถือว่าการตัดสินใจเช่นนี้เป็นเรื่องดี เพราะหากวัฒนธรรมยังมีการพัฒนาให้ทันสมัย แม้บริบทบางอย่างอาจเปลี่ยนไป แต่มันก็จะไม่ตกยุค และมีการส่งต่อไปได้อีกหลายรุ่น เพราะไม่มีใครรู้สึกว่าเชยนั่นเอง
::: อ้างอิง :::
- ขนมไหว้พระจันทร์ : มากกว่าตำนาน คือขนมสร้างชาติและกระตุ้นเศรษฐกิจ sarakadeelite (ดอต) com/brand-story/story-of-mooncake/
- ทำไมต้อง "ไหว้พระจันทร์" เทศกาลแห่งความสุข สำคัญรองจาก "ตรุษจีน" thairath (ดอต) co (ดอต) th/news/local/1930659
- ไหว้พระจันทร์ sac (ดอต) or (ดอต) th/databases/rituals/detail.php?id=77
- ความเป็นมาของ “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ทำไมต้องไหว้พระจันทร์ ? silpa-mag (ดอต) com/culture/article_2511
- เทศกาลไหว้ “พระจันทร์” ในวันที่มีมนุษย์ไปถึง “ดวงจันทร์” silpa-mag (ดอต) com/culture/article_38708
- The curious history of the mooncake https://chinatown (ดอต) co (ดอต) uk/en/festivals/curious-history-mooncake/
- Origins and History of China's Mid-Autumn Festival chinahighlights (ดอต) com/festivals/mid-autumn-festival-history-origin.htm
- Mid Autumn Festival story and how Chinese celebrate it youtu (ดอต) be/EMMU1YJadzE