จุดเริ่มต้นสำหรับมนุษย์เงินเดือน รู้ตัวอีกทีกลายเป็นมนุษย์ที่หมุนเงินเก่งโดยไม่รู้ตัว กับบัตรทั้งหลาย

ก่อนอื่นเริ่มต้นเลยคือผมเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาคนหนึ่ง มีรายได้อยู่ระหว่าง 16,000 - 19,000 บาท อยากได้บัตรเครดิตมาไว้สำหรับใช้จ่ายและเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากการใช้จ่ายผ่านบัตร จึงทำให้เริ่มต้นจากการขอบัตรเครดิตครั้งแรกประมาณ เดือนธันวาคม 2562 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

โดยหวังว่าจะเป็นการสร้างเครดิตและทำให้มีข้อมูลในเครดิตบูโรดีด้วย และนี่คือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่มีรวมกันดังนี้ (จริงๆ มีมากกว่านี้อีกหลายใบ แต่ทยอยยกเลิกไปบางส่วนแล้ว เนื่องจากไม่ได้ใช้ และมีค่าธรรมเนียมรายปีด้วย)



เริ่มต้นที่บัตรใบแรกเรียงตามลำดับ ดังนี้
- CITI Ready Credit อันนี้ได้มาตอนสมัครครั้งแรก ซึ่งสมัครพร้อมกับตัว Simplicity ไม่ผ่าน จึงได้ใบนี้มาใบเดียว ปัจจุบันเอาไว้ผ่อนอุปกรณ์และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ไปตามเรื่องตามราว ด้วยระยะเวลาในการผ่อนที่นาน ทำให้สามารถนำเงินสดในมือไปหมุนได้ก่อน

- CITI Simplicity อันนี้ได้มาพร้อมกับตัว Cash Back (แต่ยกเลิกไปเพราะใช้ไม่คุ้ม และไม่ถึงเกณฑ์ที่จะขอเวฟค่าธรรมเนียมได้ด้วย) ภายหลังจากที่เริ่มผ่อนของใช้ต่างๆ ด้วยเจ้าตัวด้านบนครับ แล้วไปเจอโต๊ะรับสมัครบัตรของค่ายนี้ใต้ตึกที่ทำงาน เลยทำให้ขอแล้วได้ใบนี้มา ปัจจุบันถือเอาไว้เฉยๆ นอกจากจะซื้อ Starbuck ในเดือนเกิดของตัวเองเท่านั้น

- TMB So Fast (TTB) จริงๆ อยากได้บัตรของเจ้านี้มากนะครับ เพราะ So Good แบ่งจ่าย 3 เดือนนี่แหละ แต่ก็สมัครยากเย็นเสียเหลือเกิน จนกระทั่ง ได้ของ CITI มาจึงสมัครบัตรกับทางค่ายนี้ผ่านครับ ปัจจุบันใช้สำหรับการ ซื้อของที่เกิน 1,000 บาท และแบ่งจ่าย 3 เดือนเท่านั้นครับ

- TTB So Chill อันนี้คือไปขอเปิดตอนช่วงธนาคารเขาควบรวมกิจการกันพอดีครับ ไม่ต้องยื่นเอกสารอะไรเพิ่มเติมนอกจากบัตรประชาชนใบเดียว ยื่นปุ๊ป วันรุ่งขึ้นอนุมัติทันที ใบนี้ผมใช้สำหรับกดเงินสดมาเท่านั้น เนื่องจากดอกถูกที่สุด (ไม่เคยกดเกิน 2,000 บาท และไม่เคยปล่อยนานเกิน 15 วัน)

- KBANK Shopee และ SCB Platinum JCB สองตัวนี้ขอพ่วงมาพร้อมกันเนื่องจากตอนย้ายที่ทำงาน (ไม่ได้ย้ายองค์กร) มีโต๊ะมาตั้งรับสมัครบัตรเครดิตแล้วแจกของแถม ด้วยความอยากได้ของแถมเป็นเหตุสังเกตได้ (ไม่ดีนะครับ) จึงไปสมัครเพราะความอยากได้ (จริงๆ เขาให้สมัคร UOB Preferred มาด้วย) ใจก็คิดว่าไม่น่าจะผ่าน ทั้งสามค่ายนี้เคยขอไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง คิดว่าคงไม่ผ่าน ได้ของแถมมาฟรีๆ ที่ไหนได้ (ผ่านหมดทั้งสามค่ายเลยวุ้ย) สุดท้ายก็เลยต้องยกเลิกของ UOB ไปเนื่องจากมีค่าธรรมเนียม ปัจจุบันใช้บัตร KBANK Shopee เป็นหลัก เพราะซื้อของผ่าน Shopee เยอะ แต้มเยอะ ส่วน SCB นั้นจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ใช้เลย กำลังลังเลว่าจะยกเลิกดีไหม

- TTB All Free ตัวนี้บัตรเดบิต เอาไว้ถอนเงินสดเป็นหลัก เพราะในชีวิตประจำวันยังต้องถอนเงินสดอยู่ และใช้ยังโอเคกับการเสียค่าธรรมเนียม (หรืออาจไม่เสียถ้าใช้ถึงตามเงื่อนไขนะ) แลกกับการที่กดเงินออกมาใช้ในยามจำเป็นจริงๆ ขณะที่เซิฟเวอร์ธนาคารล่ม (เพราะเคยเจอมากับตัว และตอนนั้นเสียหายหนักเลยจากการล่มครั้งนั้น เลยยอมกลั้นใจพกบัตรเพิ่มขึ้นมาอีกใบ)

แน่นอนครับว่าก่อนหน้านี้สิ่งที่มันพ่วงตามมาก็คือการเป็นหนี้ ซึ่งไม่ค่อยจะดีนัก กับการหมุนเงินมาเพื่อใช้บัตรใบนั้นสลับกับใบนี้ที กลายเป็นงูกินหาง ที่ไม่มีวันจบสิ้น แต่ ดังคำโบราณว่าไว้ว่า "กิเลสย่อมระงับด้วยการรูด" ฉันใด "เวรย่อมระงับด้วยการหยุด" ฉันนั้น

ใช่ครับผมตัดสินใจหยุดการรูดเพิ่ม และให้เวลาเป็นตัวเยียวยาครับ โชคยังดีที่ผมยังมีกฎเหล็กของตัวเองครับ นั่นก็คือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสิ่งแรกและสิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ "จ่ายเต็มทุกครั้งที่มียอดเรียกเก็บของทุกบัตร" และ "ไม่เคยใช้เกิน 1 ใน 3 ของวงเงินในบัตรใบหลักที่เราใช้" (วงเงินอยู่ที่ 2X,000) หากเงินไม่พอใช้ค่อยหาวิธีหมุนหรือเล่นแร่แปรธาตุเอาจากบัตรใบที่เหลือ โดยใช้วันตัดยอดและวันกำหนดจ่ายในการสลับไปสลับมาครับ

กว่าจะรู้ตัวอีกที เราก็กลายเป็นคนเครดิตดีโดยไม่รู้ตัว ในแง่ที่ว่า เรารูดเรากดมาเท่าไหร่ เราก็จ่ายเขาเต็มและจ่ายตลอด ไม่เคยเกินกำหนด แม้แต่ใบเดียว

ปัจจุบัน ผมไม่มีภาระหนี้สินใดๆ นอกจาก กยศ (ซึ่งเมื่อก่อนเคยจ่ายเอง ต่อมาที่ทำงานเกิดอยากจะหักจากเงินเดือนขึ้นมาก็เลยปล่อยมัน ดี ไม่เหนื่อยทำเอง ฮ่าๆ) และใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทุกใบรวมกันไม่เกิน 30% ของรายรับ โดยถ่วงกับค่าใช้จ่ายส่วนที่เป็นเงินสด ถ้ารอบไหนใช้บัตรเครดิตเยอะจะใช้เงินสดน้อย (เพราะบัตรเครดิตใช้รูดหรือซื้อของได้ยันเซเว่นแล้ว เลยควบคุมการใช้จ่ายได้มากขึ้น)

สิ่งที่อยากจะแนะนำท่านอื่นๆ ที่คิดจะรูดจะกดคือ จงใช้อย่างมีสติครับ ผมไม่อาจบอกได้ว่าบัตรเครดิตคือการนำเงินในอนาคตมาใช้ แม้ในความเป็นจริงมันก็คือเงินในอนาคตนั่นแหละ (มั้งนะ) แต่เราก็ไม่ควรใช้มันจนเต็มวงเงิน และเมื่อเราเป็นหนี้เราก็ต้องใช้ครับ ผมเริ่มใช้จ่ายอย่างมีสติมากขึ้น มีเงินเก็บอยู่ในส่วนของการลงทุน การออม แม้จะไม่มากต่อเดือน แต่ก็เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นครับ

สุดท้ายนี้อยากบอกกับทุกคนที่คิดจะมีบัตรเครดิต และสร้างเครดิตคือ คุณจะต้องมีความรับผิดชอบ และรู้จักพอประมาณ อยากผ่อนอะไรอย่าให้เกินภาระของตัวเองครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่