ก่อนอื่นเลย เราเกิดใน ครอบครัวต่างจังหวัด ฐานะ ปานกลางไม่ได้ลำบาก แต่ก็ไม่ได้อบอุ่นอะไร 🙂
เริ่มจากตั้งแต่จำความได้ตอนนั้นอยู่ ป.1 วัย 7ขวบ พ่อเราก็มีผู้หญิงคนอื่น เราอยู่ในเหตุการณ์นั้น จำได้ดีว่าแม่ร้องไห้เสียใจมากๆ เราด้วยความเป็นเด็ก ก็อยู่ใกล้ๆแม่ ร้องไห้ไปแม่เท่านั้น จนเวลาผ่านไปไม่นาน พ่อก็พา ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้าน แต่แม่เราไม่ยอม และมีเรื่องทะเลาะกัน จนแม่ถือมีดไล่ฟันพ่อและผู้หญิงคนนั้นจนเลือดอาบก็มีให้เห็น บางครั้งทะเลาะกัน จนพ่อทำร้ายแม่ก็มี 😡😤 แต่ด้วยความเป็นเด็กเรากลัวมากๆ ก็นั่งร้องไห้ ช่วยอะไรแม่ไม่ได้เลย แต่น้อยครั้งที่พ่อจะทำลายแม่ แต่ก็สะสม ความไม่ชอบพ่อตัวเองเข้าไปในจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ
จนเราโตขึ้นมาอีกนิดพ่อกับแม่ก็หย่ากัน ซึ่งเราเข้าใจไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร และยังมีอีกเรื่องในตอนเด็ก (ก่อนอื่นต้องบอกว่าเราเป็นคนไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ มากๆ) เพราะในตอนเด็กเราไม่เข้าใจ พ่อจึงมาสอนการบ้านคณิตให้เราแต่เราไม่เข้าใจ พ่อก็ตบหัวเรา จนหัวโยก น้ำตาเล็ดเลยจ้า 😢 มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราไม่เคยเปิดใจรับวิชานี้อีกเลย จนทุกวันนี้เรียนจบ เราก็ยังโง่คณิตมากๆ ช่วงมอปลาย มีโอกาสได้เรียนวิชาคณิต เราก็เลือกที่จะโดดเรียนวิชานี้เป็นสิบๆครั้ง ติด 0 ติด ร จนต้องหาเวลาไปลงเรียนซ้ำ ก็มี และบางครั้งตอนที่เราอยู่มอปลาย เราไปนอนบ้านเพื่อนผู้หญิงกลับมาถึงบ้าน เราโดนตีจนน่องเป็นรอย ระบมไปหมด เพราะโมโหที่เราไปนอนบ้านเพื่อน แต่แบตโทรศัพท์หมด แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนานมากแล้วเราก็จำไม่ได้มากนัก จนสุดท้ายเราก็เรียนจบ ม.ปลายมาจนได้
ต้องยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่สนิทกับพ่อเลย เพราะ ปกติ อยู่บ้าน เค้าไม่สนใจเราเลย ไม่เคยไม่รับความรัก ความอบอุ่น รึไถ่ถามเราว่าเราเป็นไงบ้าง ก็จะมีเดินแวะมาดู เราบ้างเท่านั้น (เพราะอยู่คนละบ้าน พ่อจะอยู่กับ ผู้หญิง และลูกๆของเค้า) เลยจะแค่แวะมาดูเราบ้างเท่านั้น รวมถึงประกันต่างๆ ผู้รับผลประโยชน์ พ่อยังไม่เคยใส่ชื่อเราเลย ใส่เฉพาะครอบครัวใหม่ คงเพราะเราเป็นลูกคนโตมั้งคะ เลยคิดว่าคงดูแลตัวเองได้ และด้วยอะไรต่างๆที่สะสมมาตลอดชีวิต เรากลายเป็นคน รักสันโดษ โลกส่วนตัวสูง นิ่งเงียบชอบอยู่ในห้องมากๆและขี้เกียจ555+ 😴 และไม่ชอบสิงสุงกับคนแถวบ้าน ญาติพี่น้องและพ่อ !! แต่ว่าอยู่โรงเรียนมีเพื่อนปกติค่ะ และเราก็มีโอกาสได้เรียนต่อป.ตรี ก็จะเริ่มย้ายมาอยู่หอพัก พ่อกับแม่ จะส่งเสียเราเรียน+ค่าหอ คนละครึ่ง จนเราจบปี 1 พ่อก็บอกว่า ส่งเราเรียนไม่ไหว บอกกับแม่เราว่า ถ้ามันอยากเรียนก็ส่งกันเอง เค้าไม่ส่งไม่ยุ่ง ภาระส่งเรียนทั้งหมดจึงตกมาที่แม่เรา 😔 เพราะพ่อมีภาระหลายทาง ค่ารถ เลี้ยงดูอีกครอบครัว จิปาถะที่เราเองก็ไม่รู้ จนบางที ก็มาขอยืมทองเราไปจำนำ รึเอารถเราไปเข้าไฟแนนซ์ แต่เราก็ปฏิเสธไป และไม่คุยไม่ติดต่อบล็อคเบอร์พ่อไปอีกพักใหญ่ ❌ จนสุดท้ายเวลาผ่านไป เค้าก็เอาเบอร์ใหม่โทรมาหา มาตีสนิท ในช่วงปี4 ใกล้เรียนจบ โอนเงินมาให้โดยที่เราเองก็ไม่ได้ขอ เดือนละ 2,000 บาท และทุกครั้งที่พ่อจะให้อะไรเราเล็กๆน้อยๆ ต้องแอบให้ เพราะกลัวจะมีปัญหากับครอบครัวใหม่ ทั้งที่เราเป็นลูกแท้ๆ จดทะเบียนสมรสตามกฏหมาย (แม้ว่าตอนนี้ พ่อจะหย่ากับแม่ แต่เราคือลูกคนโตแท้ๆ) จนยังแอบคิดว่า ว่าทำไมต้องแอบไม่ให้ฝั่งนั้นรู้ และ จนมาถึงช่วงเทศกาล เราก็กลับบ้าน ไปเจอ ญาติๆฝั่งพ่อ พ่อก็พูดขึ้นว่า แบบ เรียนจบแล้ว จะเลี้ยงเค้าไหม อารมณ์ประมาณ พูดให้คนอื่นได้ยินด้วย เรากินข้าวอยู่ก็อึดอัดมากๆ เราก็บอกว่าเลี้ยงสิ !เค้าก็บอกไม่ต้องเลี้ยงเค้าก็ได้นะ เค้าแก่ไปก็มีเงินคนชรา ไม่เดือดร้อนลูกหรอก แนวตัดพ้อ ซึ่ง อยากจะถอนหายใจยาวๆ 😤😤 มีแอบคิดเหมือนกันว่า ที่มาส่งเงินให้ช่วงใกล้เรียนจบ เพราะกลัวเราจะไม่เลี้ยงดูหรือเปล่า จนเราเรียนจบ ปี4 ก็ไปหางานทำในแถบปริมณฑล ซึ่งพ่อก็เป็นคนไปรับเรามาทำงานที่นี่
ตอนนี้เราทำงานได้ยังไม่ถึง1ปีเลยค่ะ งานแรกที่ได้ทำคือ ธุรการ แต่เงินเดือน 10,000บาท ยอมรับว่างานหายาก เราเลยทำไปก่อน ซึ่ง พ่อบอกกับเราว่า เงินเดือนน้อยกว่าเค้าอีกบลาๆ จำไม่ได้มาก+ขำกลบเกลื่อนจนเราเปลี่ยนงานใหม่ขยับมา 15,000บาท สิ่งที่เราได้ยินคือ จะได้อวดกับคนอื่นได้บ้าง อยากจะถอนใจอีกนั่นแหละค่ะ 🙄😤 (นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราไม่ชอบเอามากๆ ด้วยสภาพแวดล้อมรึตัวแกเอง นั่นก็คือ ความขี้อวด สังคมรอบข้าง ตจว ก็แบบนี้เราเลยชินค่ะ แต่ไม่ชอบเอามากๆเลย เราโตมากับญาติพี่น้องฝั่งพ่อที่มีแต่คนขี้อวด จะมาเล่าให้ฟังในกระทู้ถัดไปเพราะยาว )🙄🙄🙄
เราทำงานได้ เหลือเท่าไหร่ เราก็จะส่งให้แม่ทั้งหมด ส่วนพ่อ เราไม่ได้ส่งให้ค่ะ แต่ถ้ามาขอ เราก็ส่งให้ทุกครั้งที่เค้าขอและก็นั่นแหละค่ะ พ่อจะทักหรือโทรหาเราเฉพาะ ลำบากเรื่องเงินเท่านั้น และด้วยความขี้อวด ก็ไม่พ้นที่จะเอารูปของเราหรือสลิปโอนเงิน ไปโพสลง โซเชียล หรือบอกใครว่าส่งเราเรียนจนจบไม่เคยทอดทิ้ง เค้าคิดว่าเค้าทำดีที่สุดแล้ว(ซึ่งก็มีส่วนค่ะ แต่ไม่ทั้งหมด) ก็จะมีญาติๆระแวกบ้านมาคอมเม้นต์ชมด้วยความปลอม ซึ่งเราก็ไม่โอเคเอามากๆ ก็บอกแกไปนะคะ ว่าเราไม่โอเคนะ ด้วยความที่เราโอนเงินให้แก หลายครั้ง อยู่ๆ ก็ไลน์มาหลังจากที่เราโอนเงินให้ บอกว่า ภูมิใจในตัวเรานะ เดือดร้อนไม่ทิ้งพ่อบลาๆ แล้วบอกว่ารักเรานะ รักกว่าน้องอีก (น้องอีกครอบครัว) ซึ่งเราก็ตอบไปว่า มันไม่มีรักมากรักน้อยหรอก พ่อควรรักลูกเท่ากันนะ ซึ่งคำพวกนี้ ตลอดชีวิตตั้งแต่จำความได้จนโต พ่อไม่เคยพูด เคยบอก คำเหล่านี้ กับเราเลยสักครั้ง เราเคยคิดนะ ว่า ทำไม พ่อของเรา ถึงไม่เหมือนพ่อคนอื่นเค้าบ้าง มีหน้าที่การงานที่ดี หรือ ทำตัวให้ดีแบบคนอื่นเค้าบ้าง แต่อย่างว่าค่ะ เราเกิดมาเลือกพ่อไม่ได้ ก็ได้แค่ ปล่อยและทำใจยอมรับ
ปล. ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ เราเพียงอยากแชร์เรื่องราวให้ได้อ่าน ว่าเด็กผู้คนนึงอย่างเราเจออะไรบ้าง เราเพียงไม่ชอบพ่อตัวเอง แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะเกลียดเค้านะคะ เพราะ มุมดีๆ แกก็มีค่ะ แต่แค่น้อยมาก จนเราจำแทบไม่ได้เลย🙏🏻😊
เคยรู้สึกไม่ชอบพ่อตัวเองและสังคมรอบข้างบ้าน บ้างไหม? แชร์ประสบการณ์เรื่องราวในชีวิต ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
เริ่มจากตั้งแต่จำความได้ตอนนั้นอยู่ ป.1 วัย 7ขวบ พ่อเราก็มีผู้หญิงคนอื่น เราอยู่ในเหตุการณ์นั้น จำได้ดีว่าแม่ร้องไห้เสียใจมากๆ เราด้วยความเป็นเด็ก ก็อยู่ใกล้ๆแม่ ร้องไห้ไปแม่เท่านั้น จนเวลาผ่านไปไม่นาน พ่อก็พา ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้าน แต่แม่เราไม่ยอม และมีเรื่องทะเลาะกัน จนแม่ถือมีดไล่ฟันพ่อและผู้หญิงคนนั้นจนเลือดอาบก็มีให้เห็น บางครั้งทะเลาะกัน จนพ่อทำร้ายแม่ก็มี 😡😤 แต่ด้วยความเป็นเด็กเรากลัวมากๆ ก็นั่งร้องไห้ ช่วยอะไรแม่ไม่ได้เลย แต่น้อยครั้งที่พ่อจะทำลายแม่ แต่ก็สะสม ความไม่ชอบพ่อตัวเองเข้าไปในจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ
จนเราโตขึ้นมาอีกนิดพ่อกับแม่ก็หย่ากัน ซึ่งเราเข้าใจไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร และยังมีอีกเรื่องในตอนเด็ก (ก่อนอื่นต้องบอกว่าเราเป็นคนไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ มากๆ) เพราะในตอนเด็กเราไม่เข้าใจ พ่อจึงมาสอนการบ้านคณิตให้เราแต่เราไม่เข้าใจ พ่อก็ตบหัวเรา จนหัวโยก น้ำตาเล็ดเลยจ้า 😢 มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราไม่เคยเปิดใจรับวิชานี้อีกเลย จนทุกวันนี้เรียนจบ เราก็ยังโง่คณิตมากๆ ช่วงมอปลาย มีโอกาสได้เรียนวิชาคณิต เราก็เลือกที่จะโดดเรียนวิชานี้เป็นสิบๆครั้ง ติด 0 ติด ร จนต้องหาเวลาไปลงเรียนซ้ำ ก็มี และบางครั้งตอนที่เราอยู่มอปลาย เราไปนอนบ้านเพื่อนผู้หญิงกลับมาถึงบ้าน เราโดนตีจนน่องเป็นรอย ระบมไปหมด เพราะโมโหที่เราไปนอนบ้านเพื่อน แต่แบตโทรศัพท์หมด แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนานมากแล้วเราก็จำไม่ได้มากนัก จนสุดท้ายเราก็เรียนจบ ม.ปลายมาจนได้
ต้องยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่สนิทกับพ่อเลย เพราะ ปกติ อยู่บ้าน เค้าไม่สนใจเราเลย ไม่เคยไม่รับความรัก ความอบอุ่น รึไถ่ถามเราว่าเราเป็นไงบ้าง ก็จะมีเดินแวะมาดู เราบ้างเท่านั้น (เพราะอยู่คนละบ้าน พ่อจะอยู่กับ ผู้หญิง และลูกๆของเค้า) เลยจะแค่แวะมาดูเราบ้างเท่านั้น รวมถึงประกันต่างๆ ผู้รับผลประโยชน์ พ่อยังไม่เคยใส่ชื่อเราเลย ใส่เฉพาะครอบครัวใหม่ คงเพราะเราเป็นลูกคนโตมั้งคะ เลยคิดว่าคงดูแลตัวเองได้ และด้วยอะไรต่างๆที่สะสมมาตลอดชีวิต เรากลายเป็นคน รักสันโดษ โลกส่วนตัวสูง นิ่งเงียบชอบอยู่ในห้องมากๆและขี้เกียจ555+ 😴 และไม่ชอบสิงสุงกับคนแถวบ้าน ญาติพี่น้องและพ่อ !! แต่ว่าอยู่โรงเรียนมีเพื่อนปกติค่ะ และเราก็มีโอกาสได้เรียนต่อป.ตรี ก็จะเริ่มย้ายมาอยู่หอพัก พ่อกับแม่ จะส่งเสียเราเรียน+ค่าหอ คนละครึ่ง จนเราจบปี 1 พ่อก็บอกว่า ส่งเราเรียนไม่ไหว บอกกับแม่เราว่า ถ้ามันอยากเรียนก็ส่งกันเอง เค้าไม่ส่งไม่ยุ่ง ภาระส่งเรียนทั้งหมดจึงตกมาที่แม่เรา 😔 เพราะพ่อมีภาระหลายทาง ค่ารถ เลี้ยงดูอีกครอบครัว จิปาถะที่เราเองก็ไม่รู้ จนบางที ก็มาขอยืมทองเราไปจำนำ รึเอารถเราไปเข้าไฟแนนซ์ แต่เราก็ปฏิเสธไป และไม่คุยไม่ติดต่อบล็อคเบอร์พ่อไปอีกพักใหญ่ ❌ จนสุดท้ายเวลาผ่านไป เค้าก็เอาเบอร์ใหม่โทรมาหา มาตีสนิท ในช่วงปี4 ใกล้เรียนจบ โอนเงินมาให้โดยที่เราเองก็ไม่ได้ขอ เดือนละ 2,000 บาท และทุกครั้งที่พ่อจะให้อะไรเราเล็กๆน้อยๆ ต้องแอบให้ เพราะกลัวจะมีปัญหากับครอบครัวใหม่ ทั้งที่เราเป็นลูกแท้ๆ จดทะเบียนสมรสตามกฏหมาย (แม้ว่าตอนนี้ พ่อจะหย่ากับแม่ แต่เราคือลูกคนโตแท้ๆ) จนยังแอบคิดว่า ว่าทำไมต้องแอบไม่ให้ฝั่งนั้นรู้ และ จนมาถึงช่วงเทศกาล เราก็กลับบ้าน ไปเจอ ญาติๆฝั่งพ่อ พ่อก็พูดขึ้นว่า แบบ เรียนจบแล้ว จะเลี้ยงเค้าไหม อารมณ์ประมาณ พูดให้คนอื่นได้ยินด้วย เรากินข้าวอยู่ก็อึดอัดมากๆ เราก็บอกว่าเลี้ยงสิ !เค้าก็บอกไม่ต้องเลี้ยงเค้าก็ได้นะ เค้าแก่ไปก็มีเงินคนชรา ไม่เดือดร้อนลูกหรอก แนวตัดพ้อ ซึ่ง อยากจะถอนหายใจยาวๆ 😤😤 มีแอบคิดเหมือนกันว่า ที่มาส่งเงินให้ช่วงใกล้เรียนจบ เพราะกลัวเราจะไม่เลี้ยงดูหรือเปล่า จนเราเรียนจบ ปี4 ก็ไปหางานทำในแถบปริมณฑล ซึ่งพ่อก็เป็นคนไปรับเรามาทำงานที่นี่
ตอนนี้เราทำงานได้ยังไม่ถึง1ปีเลยค่ะ งานแรกที่ได้ทำคือ ธุรการ แต่เงินเดือน 10,000บาท ยอมรับว่างานหายาก เราเลยทำไปก่อน ซึ่ง พ่อบอกกับเราว่า เงินเดือนน้อยกว่าเค้าอีกบลาๆ จำไม่ได้มาก+ขำกลบเกลื่อนจนเราเปลี่ยนงานใหม่ขยับมา 15,000บาท สิ่งที่เราได้ยินคือ จะได้อวดกับคนอื่นได้บ้าง อยากจะถอนใจอีกนั่นแหละค่ะ 🙄😤 (นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราไม่ชอบเอามากๆ ด้วยสภาพแวดล้อมรึตัวแกเอง นั่นก็คือ ความขี้อวด สังคมรอบข้าง ตจว ก็แบบนี้เราเลยชินค่ะ แต่ไม่ชอบเอามากๆเลย เราโตมากับญาติพี่น้องฝั่งพ่อที่มีแต่คนขี้อวด จะมาเล่าให้ฟังในกระทู้ถัดไปเพราะยาว )🙄🙄🙄
เราทำงานได้ เหลือเท่าไหร่ เราก็จะส่งให้แม่ทั้งหมด ส่วนพ่อ เราไม่ได้ส่งให้ค่ะ แต่ถ้ามาขอ เราก็ส่งให้ทุกครั้งที่เค้าขอและก็นั่นแหละค่ะ พ่อจะทักหรือโทรหาเราเฉพาะ ลำบากเรื่องเงินเท่านั้น และด้วยความขี้อวด ก็ไม่พ้นที่จะเอารูปของเราหรือสลิปโอนเงิน ไปโพสลง โซเชียล หรือบอกใครว่าส่งเราเรียนจนจบไม่เคยทอดทิ้ง เค้าคิดว่าเค้าทำดีที่สุดแล้ว(ซึ่งก็มีส่วนค่ะ แต่ไม่ทั้งหมด) ก็จะมีญาติๆระแวกบ้านมาคอมเม้นต์ชมด้วยความปลอม ซึ่งเราก็ไม่โอเคเอามากๆ ก็บอกแกไปนะคะ ว่าเราไม่โอเคนะ ด้วยความที่เราโอนเงินให้แก หลายครั้ง อยู่ๆ ก็ไลน์มาหลังจากที่เราโอนเงินให้ บอกว่า ภูมิใจในตัวเรานะ เดือดร้อนไม่ทิ้งพ่อบลาๆ แล้วบอกว่ารักเรานะ รักกว่าน้องอีก (น้องอีกครอบครัว) ซึ่งเราก็ตอบไปว่า มันไม่มีรักมากรักน้อยหรอก พ่อควรรักลูกเท่ากันนะ ซึ่งคำพวกนี้ ตลอดชีวิตตั้งแต่จำความได้จนโต พ่อไม่เคยพูด เคยบอก คำเหล่านี้ กับเราเลยสักครั้ง เราเคยคิดนะ ว่า ทำไม พ่อของเรา ถึงไม่เหมือนพ่อคนอื่นเค้าบ้าง มีหน้าที่การงานที่ดี หรือ ทำตัวให้ดีแบบคนอื่นเค้าบ้าง แต่อย่างว่าค่ะ เราเกิดมาเลือกพ่อไม่ได้ ก็ได้แค่ ปล่อยและทำใจยอมรับ
ปล. ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ เราเพียงอยากแชร์เรื่องราวให้ได้อ่าน ว่าเด็กผู้คนนึงอย่างเราเจออะไรบ้าง เราเพียงไม่ชอบพ่อตัวเอง แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะเกลียดเค้านะคะ เพราะ มุมดีๆ แกก็มีค่ะ แต่แค่น้อยมาก จนเราจำแทบไม่ได้เลย🙏🏻😊