💥ขอแฟนท้องก่อนค่อยแต่งครับ💥

อย่าพึ่งด่ากันนะครับจนกว่าจะอ่านจบ เรื่องอาจจะยาวหน่อยนะครับหวังว่าจะอ่านกันครบนะครับ🙏🏻
     เริ่มด้วยผมอายุ 37 ปีอาชีพเซล์เงินเดือนประมาณ 30,000-50,000 บาท แฟนอายุ 30 ปีทำงานรัฐวิสาหกิจเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท(พึ่งเริ่มเข้าทำงาน)และมีอาชีพเสริมนิดหน่อยร่วมๆก็น่าจะ 3-4 หมื่นบาท ตอนนี้คบกันมาแล้ว 6 ปี ตั้งแต่เริ่มคบใหม่ๆทางเราก็บอกเขาไปว่าเราอยากแต่งงานไวๆอยากแต่งไม่เกิน 35 ทางเขาบอกอยากแต่งตอน 32 คุยไปคุยมาลงตัวที่เขายอมแต่งที่ 27-28 จนมาวันนึงตอนคบกันได้ 3-4 ปี ทางผมจึงได้ขอแฟนแต่งงานอย่างหนักแต่ก็ไม่มี Feedback อะไรกลับมาบอกขอเรียนจบโทก่อนบ้าง(ซึ่งยังไม่เริ่มอะไรเลย) เดี๋ยวก็บอกว่าขอได้งานที่มั่นคงก่อนบ้าง (ซี่งตอนนี้มั่นคงแล้วด้วย) จนมาปีที่ 5 ได้ขอแต่งงานหนักอีกทีแต่ก็ไร้วี่แวว จึงทำให้ผมได้ไปคุยกับคนใหม่หรือเรียกว่านอกใจนั่นเอง(ซึ่งก็ทราบว่าผิดในกรณีนี้) แต่เป็นเพราะเขาไม่พร้อมสักทีจนเราให้เดทไลน์ไปตอนสิ้นปีว่าถ้าไม่แต่งเราจะเลิกนะ และระหว่างที่บอกไปนั่นมันช่างดูเหมือนคำถามที่ไร้คำตอบนักเหมือนเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับคำพูดเราที่จริงจังเอาเสียเลย ถามจี้ก็แล้ววันแล้ววันเล่า จึงทำให้ผมได้ไปคุยกับผู้หญิงอีกคนที่น่าจะพร้อมมีครอบครัวไปกับเรา คบกันมาจนถึงปลายปีอีก 2-3 วันจะหมดปีแฟนพึ่งมาบอกว่าโอเคยอมแต่งก็ได้ ซึ่งทางผมก็บอกตรงๆว่าได้ตัดสินใจในใจไปแล้วว่าเลิกแน่นอน เพราะด้วยการที่เราถามทุกวี่ทุกวันมันไม่มีอัพเดทเลยทั้งๆที่บอกว่าเราซีเรียสแล้วพูดจริงนะว่าจะเลิก
    หลังจากแฟนมาบอกว่าที่บ้านโอเคให้แต่งได้แล้วซึ่งมีข้อแม้ดังนี้
    1. เชคเงินสด 1 ล้านบาทถ้วน (เพราะทางที่บ้านเขาบอกว่าถ้าวันหลังเราตกงานจะได้มีเงินตรงนี้คอยซัพพอร์ต)
    2. ทองแล้วแต่ให้ (คาดว่าน่าจะ 9-10 บาท บาทละ 25,000 ก็คร่าวๆ 250,000)
    3. แหวนเพชร 1 กระรัต (รู้แค่ว่าหลักแสน)
    4. งานแต่งจัดโรงแรมขอโต๊ะ 30-40 โต๊ะ (โต๊ะละ 10 คนตก 300-400 คน) ตีไปโต๊ะละ10,000 บาทก็ 3-4 แสน
*รวมๆค่าแต่งงาน 2 ล้านบาทบวกลบ เพราะมีค่าออแกไนซ์ พรีเวดดิ้ง และจิปาถะอีก
    5. จะต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านเขาเท่านั่น (ซึ่งเขาบอกว่าแม่อายุมากแล้วจะได้มีคนคอยช่วยเหลือ) เขามีพ่อและพี่น้อง แต่ละคนก็แยกย้ายกันไป ซึ่งตรงนี้ที่บ้านเราก็บอกว่าเขาก็อายุมากเหมือนกัน^^”
    6. ลูกจะต้องเข้าเรียนโรงเรียน 2 ภาษาเท่านั่น
     * ที่บ้านเราก็คิดกันเองว่าเขาไม่อยากแต่งเลยเรียกเยอะขนาดนี้ หรือรู้ว่าเราไม่มีขนาดนั่นจะได้ยังไม่แต่ง
      ระหว่างที่เขากำลังบอกว่าที่บ้านโอเคซึ่งทางเราได้หมดใจไปแล้วด้วยเราจึงขอเลิกกับเขาและบอกเขาไปว่าเราคุยอยู่กับอีกคนซึ่งเขาพร้อมที่จะแต่งงานกับเรา แต่ทางแฟนก็ไม่ยอมเลิกจนคบมาถึงทุกวันนี้ซึ่งจะถึงอีก 1 ปีสิ้นปีนี้แล้วก็ยังไม่คืบหน้า พอจี้มากๆเขาบอกให้ไปคุยกับที่บ้านซึ่งโดนเรียกค่าสินสอดมาขนาดนั่น 2 ล้านทางเราไม่มีปัญญาหรอก ถ้าเขาอยากแต่งจริงๆทำไมไม่ไปคุยคร่าวๆว่ามันแพงไปละ หรือถ้ามีก็ต้องเทหมดหน้าตัก ซึ่งคิดว่ามันใช่หรอ เราก็เลยบอกแฟนไปว่าขอท้องก่อนแล้วค่อยแต่งนะ เพราะแฟนเคยบอกว่าอยากท้องตอน 34-35 ที่บ้านเราบอกว่าเขาไม่อยากท้อง ถ้าแต่งงานแล้วก็บังคับให้เขาท้องไม่ได้จึงเป็นที่มาขอเขาท้องก่อนแต่ง ซึ่งเขาก็บอกเขาไม่ท้องก่อนบ้าง บางอารมณ์ก็บอกขอคิดดูก่อนบ้าง แต่เราก็บอกไปแล้วว่าถ้าไม่ท้องเร็วๆนี้รอบนี้คงขอตัวไปจริงๆแล้วละ เพราะมันค่อยข้างเสียเวลากับเรามาก 6-7 ปีแล้ว ทางเพื่อนๆสมาชิกคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้างครับ อาจจะพิมไม่ละเอียดหมด 100% แต่คิดว่าน่าจะพออ่านแล้วเข้าใจบ้างไม่มากก็น้อย อยากฟังทุกความคิดเห็นครับ
       *ใครอ่านครบขอบคุณมากอีกครั้งครับ😊
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
อ่านแล้วสยองกับคุณทั้งสอง
ผญ เรื่องเยอะมากกกก สินสอดอย่างโหด ข้อแม้อย่างเยอะ

จขกท. ก็สรุปไม่ได้อยากแต่งเพราะรัก อยากได้คนผลิตลูก???
ถ้าถึงขนาดไปนอกใจ รู้ตัวว่าหมดรักแฟนแล้ว อย่าหาเรื่องไปทำเค้าท้องค่ะ
เลิกให้เด็ดขาดแล้วแยกย้ายเหอะ
ความคิดเห็นที่ 7
จะเอาเด็กมาเป็นทุกข์กับพวกคุณทำไม
แค่นี้ยังไม่ยุ่งพอเรอะ

เฮ้อ
ความคิดเห็นที่ 1
เกลือจิ้มเกลือจริงๆ
เรื่องราวมันคาราคาซังมานานหลายปี
ความรักความเข้าใจระหว่างคุณ2คน  น่าจะหมดไปนานแล้ว
ที่เหลืออยู่นั้นคือ ทิฐิ เท่านั้นเอง  จะยื้อไปทำไม   ปล่อยมือเถิด
ต่างคนต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเองดีกว่า

ต่อให้ท้อง แล้วคลอด  แล้วค่อยแต่ง  ชีวิตคู่ของคุณมัน  มันก็ไม่น่าจะรอดไปจนลูกโตจนบวชได้หรอก
เด็กที่เกิดมา  เกิดจากการท้าทาย ต่อรอง สุดท้ายก็ต้องกำพร้า บ้านแตก เป็นตัวแทนแห่งความล้มเหลวไป

คุณสองคน ต่างก็เรียนมาสูงพอสมควร หน้าที่การงานก็ดี  น่าจะคิดได้
อย่าสร้างเด็กขึ้นมาเลย  คุณหมดรัก  ก็เดินออกมาเถอะ  
จบกันแค่นี้  อย่าสร้างเวรสร้างกรรมต่อกันไปอีกเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
ตรรกะอะไรก่อน แก้ไม่ถูกจุดมีแต่จะยิ่งยุ่งเหยิงไปกันใหญ่ คุณมองข้ามช็อตไปเยอะ แทนที่จะแก้ไอ้สิ่งที่อยู่ตรงหน้า แฟนไม่ยอมแต่งงานด้วยแต่แรก ถ้าจุดหมายของชีวิตคู่ของคุณคือแต่งงาน คุณก็ควรเลิกกับเธอแต่แรก เมื่อคุณให้กำหนดเวลาเธอ มันก็ควรเป็นกำหนดเวลานั้น ไม่ใช่ชิงมีคนอื่นก่อน คุณกำหนดเอง หมายถึงคุณต้องพอใจมันเอง การทำแบบนี้มันทำให้การเคลียร์ใจไม่เกิดขึ้น ปัญหาตรงหน้าไม่แก้ ไปสร้างปัญหาใหม่แทน ปัญหาใหม่ในตอนนั้นคือคุณกลับหมดรักแฟนก่อนกำหนดที่ตัวเองตั้ง พอจะตกลงแต่งงาน ข้อแม้เยอะแยะ ทั้งคุณทั้งแฟนก็ไม่ได้สามัคคีกัน ไม่มีจุดหมายร่วมกัน ไม่ร่วมกันฟันฝ่า ปัญหาใหม่เกิด คุณต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่าสามารถเป็นครอบครัวกันได้จริงๆหรือ ไม่ใช่ไปแก้ที่การท้อง ท้องแล้วได้อะไร? ได้แต่ง? แต่งแบบที่ใจคุณไม่ได้ทบทวนชีวิตคู่ที่มีพ่อแม่คุณ พ่อแม่แฟน มาเกี่ยวข้องน่ะหรือ แบบนั้นมันจะสวยจริงดิ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ท้องไม่ท้อง มันอยู่ที่ข้อแม้ของแต่ละครอบครัว ทำไมไม่ทบทวนปัญหาก่อน และอย่าลืมทบทวนใจของคุณทั้งคู่ ถ้ามีคนใดคนนึงไม่รักแล้ว ก็ต้องยอมรับความจริง คุณอย่าไปกลัวว่าตัวเองผิดเพราะคุณอยากแต่งแต่ดันทำตามเงื่อนไขไม่ได้ จงยอมรับว่าทำไม่ได้คือทำไม่ได้ และขอให้เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกคู่ อยากแต่งงานแบบไหนอย่างไร โปรดวางแผนร่วมกันเพื่อหาตรงกลางร่วมกัน ฝ่ายหญิงควรหาข้อมูลของครอบครัวตัวเองให้พร้อม เพื่อนำมาคุยกับฝ่ายชาย เพื่อทราบความต้องการและการปรับจูนในอนาคต ไม่ใช่อยากแต่งค่อยขอแต่งงาน ชีวิตคู่มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนสองคนเท่านั้น
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่