ถ้า HONDA HR-V 2021 มีให้เลือกเพียง e:HEV ไลฟ์สไตล์ลักษณะดังต่อไปนี้ ตอบโจทย์ไหม

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จากการตามข่าวแต่ละสื่อต่าง ๆ มีลือว่าทั้งเครื่อง Turbo บ้าง (แต่มีความเป็นไปได้น้อย) และข่าวลือเครื่อง e:HEV บ้าง แต่ตัว จขกท เองหวังเครื่อง NA ไม่ต้องแรงก็ได้ ดูแลง่าย ๆ แต่ถ้าได้ Turbo ไปเลยอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันฟีลจะประมาณไหน (วันที่ HR-V เปิดตัว ถ้ามีโอกาสคงต้องลองขอเซลล์ Test Drive Civic ดู) คงเหยียบแหลกลานล่ะมั้งที่คิดไว้ น่าสนุกดีครับ

กระทู้นี้เลยจะเข้ามาสอบถามต่อ พฤติกรรมการใช้รถประมาณนี้จะเหมาะกะ e:HEV หรือไม่ครับ
1. ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพ แต่ไม่ได้ใช้รถเลย จ. - ศ. อาจจะเลยถึงวัน อา. ถ้าว่างอาจจะมีขับรถเล่นใกล้ ๆ บ้าง ส. อา. คือไม่ต้องใส่ใจรถมากอะครับ
2. ส่วนใหญ่น่าจะใช้รถกลับต่างจังหวัด เกือบ 400 โล อาจจะมีของโหลดของบ้างเล็กน้อย (ประมาณเดือนละครั้ง - 2 ครั้ง)
3. ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัด แต่ละที่ไกลออกจากกัน ไฟแดงแทบไม่มี เท่าที่เข้าใจคือถ้าทางตรง ระบบไฮบริดไม่ค่อยได้ช่วยให้ประหยัดเลยใช่ไหมครับ

พฤติกรรมการใช้รถเหล่านี้มันเหมาะที่จะเลือกอย่างไร และถ้ามาแค่ e:HEV (ตามที่ลือ)จริง ๆ ระบบไฮบริดมันจะมีประโยชน์กับคนต่างจังหวัดหรือไม่ ช่วยให้คำชี้แนะด้วยนะครับ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
ก่อนอื่น จขกท ต้องเข้าใจระบบขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ทั้งสองแบบก่อน
เครื่องยนต์สันดาปแบบปกติ - จะประกอบด้วยตัวเครื่องยนต์+ห้องเกียร์ทดกำลัง ( ซึ่งมีทั้งแบบ MT, เกียร์ออโตทอร์คคอนเวอร์เตอร์, เกียร์ CVT ที่ใช้สายพานเหล็ก ) ตัวเครื่องยนต์สันดาปต้องทำงานตลอดเวลา ขณะที่รถจอดก็ต้องทำงาน เพราะต้องคอยปั่นคอมเพรสเซอร์แอร์ ปั่นไดชาร์จแบตเตอรี่ ตัวเครื่องระบบสันดาปต้องสูญเสียพลังงานส่วนนึงไปกับพลังงานความร้อนที่เกิดจากการสันดาป แต่ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานกลเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน ตัวระบบเครื่องยนต์จะต้องมีเกียร์ทดกำลัง เพราะเมื่อเครื่องหมุนที่รอบต่ำ จะมีแรงบิดไม่พอที่จะส่งกำลังไปที่ล้อโดยตรง ต้องใช้เกียร์ทดกำลังเพื่อช่วยให้มีแรงบิดพอในการทำงานที่ความเร็วระดับต่างๆ

เครื่องยนต์ไฮบริดแบบ eHEV - จะประกอบไปด้วยเครื่องยนต์สำหรับปั่นไฟ+มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน+เจนเนอเรเตอร์+แบตเตอรี่ระบบขับเคลื่อน ซึ่งระบบไฮบริดจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนส่วนใหญ่ของรถ เครื่องยนต์จะมีหน้าที่แค่ปั่นไฟ กับขับเคลื่อนในบางช่วงความเร็วเท่านั้น มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถถ่ายทอดพลังงานได้มีประสิทธิสูง สูญเสียไปกับพลังงานความน้อยมากเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์สันดาป มอเตอร์มีแรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้ไม่ต้องมีเกียร์ทดกำลัง เมื่อรถจอดนิ่ง มอเตอร์ไม่หมุนจะไม่ใช้พลังงานไฟฟ้า แต่จะกินไฟเยอะเมื่อมอเตอร์หมุนที่รอบสูง ประสิทธิภาพการทำงานจึงทำได้ดีกว่าเครื่องยนต์สันดาป
ระบบไฮบริด eHEV จะใช้เครื่องยนต์ชาร์จไฟผ่านตัวเจนเนอเรเตอร์เมื่อแบตเตอรี่มีกำลังอ่อนลง และตัวแบตเตอรี่มีความจุไม่สูงมาก มีขนาดไม่ใหญ่   ซึ่งถ้ารถวิ่งความเร็วต่ำ มอเตอร์ใช้ไฟน้อย เครื่องยนต์จะไม่ทำงาน แต่ถ้ารถวิ่งความเร็วสูง เครื่องยนต์จะติดและทำงานแทบจะตลอดเวลา เพราะต้องปั่นไฟให้พอกับความต้องการใช้พลังงานที่สูงของมอเตอร์ แต่มีบางจังหวะที่ความเร็วสูง ตัวครัชจะตัดต่อกำลังให้เครื่องยนต์ส่งกำลังโดยตรงไปที่ล้อ ซึ่งต้องเป็นจังหวะที่สัมพันธ์กับความเร็วรถกับรอบเครื่องจริงๆ ดังนั้นระบบไฮบริด eHEV จึงออกแบบมาเพื่อการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องยนต์สันดาปปกติ

แล้วการดูแลรักษาระบบเครื่องยนต์ทั้งสองแบบต่างกันยังไง : ระบบไฮบริดจะตัดห้องเกียร์อัตโนมัติทิ้ง ซึ่งเป็นจุดที่เปราะบางและต้องการบำรุงรักษาที่มาก ( และมีราคาค่าเปลี่ยนเกียร์แพงมาก ) แต่ทดแทนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและชุดแบตเตอรี่ขับเคลื่อนแทน และแทบไม่ต้องการการดูแลรักษาเลย ยกเว้นการเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อหมดอายุการใช้งาน แต่เนื่องจากเป็นแบตลูกเล็ก จึงมีค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเทียบกับรถ BEV, PHEV ส่วนเครื่องยนต์สันดาปที่ใช้ในการปั่นไฟก็มีการสึกหรอที่น้อยกว่า เพราะไม่ได้ทำงานตลอดเวลา และไม่ได้ใช้เครื่องยนต์สมรรถนะสูง เพราะใช้แค่ปั่นไฟและส่งกำลังในบางจังหวะเท่านั้น ซึ่งถ้าเปรียบเทียบเครื่องยนต์แบบต่างๆในปัจจุบัน ล้วนมีการทำงานที่ซับซ้อน ต้องอาศัยช่างหรือศูนย์บริการของรถ ไม่มีเครื่องตัวไหนดูแลเองได้ง่ายๆแน่นอน ซึ่งถ้าเป็นเครื่องยนต์เมื่อสมัย 20-30 ปีก่อนก็ไม่แน่ สามารถให้ช่างหรืออู่รถดูแลได้ แต่เครื่องยนต์ปัจจุบันมีระบบควบคุมที่ซับซ้อนมาก อย่าไปคิดว่ามันดูแลกันง่ายๆ

ถ้าเทียบกันเรื่องความประหยัด : มันแน่นอนว่าระบบที่มีประสิทธิภาพการจัดการพลังงานที่ดีกว่าย่อมได้เปรียบ ดังนั้นถ้าต้องฉุดลากน้ำหนักตัวรถที่เท่ากัน เครื่องไฮบริดยังไงก็ประหยัดกว่าแน่นอน

ถ้าเทียบเรื่องสมรรถนะ : ถ้าในความเร็วต่ำรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจะมีแรงบิดสูง ทำให้ออกตัวได้ดีกว่า แรงแซงในความเร็วต่ำดีกว่า แต่ถ้าในความเร็วสูง รถเครื่องสันดาปโดยเฉพาะที่ใช้เทอร์โบช่วย ขับมันกว่าแน่นอน

แต่ถ้าเป็นกรณีของรถฮอนด้า คิดว่าน่าจะให้ Honda Sensing มาในทุกรุ่นย่อยของรถ eHEV อันนี้เป็นตัวช่วยในเรื่องการขับขี่ที่มีความสะดวก ปลอดภัย เช่น ระบบ adaptive cruise control ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน ซึ่งช่วยในการขับขี่ในระยะทางไกล ลดความเมื่อยล้าลง

แต่ถ้าชอบขับซิ่งลองไปซีวิคใหม่ดู อาจจะตอบโจทย์มากกว่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่