JJNY : ติดเชื้อ9,742 เสียชีวิต74│ร.ร.เอกชนจี้หาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ│ชี้‘เดลต้าพลัส’แพร่ง่ายกว่าเดลต้า│เตือน30จว.เสี่ยงฝน

ยอดติดเชื้อโควิดใหม่9,742ราย หายป่วย10,182ราย เสียชีวิต74
https://www.dailynews.co.th/news/402460/
 
ยอด 'โควิด-19' วันนี้ พบเสียชีวิตเพิ่มอีก 74 ราย ขณะที่พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 9,742 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,812,268 ราย

สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ล่าสุด วันที่ 23 ต.ค. 64 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 9,742 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 มีจำนวน 1,812,268 ราย หายป่วยกลับบ้าน 10,182 ราย หายป่วยสะสม 1,693,203 ราย กำลังรักษา 101,803 ราย

โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 74 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 มียอดสะสมสูงถึง 18,699 ราย
 

  
ร.ร.เอกชนจี้รัฐหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยสภาพคล่อง เร่งวางแนวทางเปิดเรียนออนไซต์
https://www.matichon.co.th/education/news_3004579

ร.ร.เอกชนจี้รัฐหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยสภาพคล่อง เร่งวางแนวทางเปิดเรียนออนไซต์ มหา’ลัย วิกฤตให้ต่างชาติเทกโอเวอร์ วอน ช่วยอาจารย์-น.ศ.
 
กรณีโรงเรียนเอกชนทยอยทยอยปิดกิจการ เนื่องจากขาดสภาพคล่อง จากปัญหาเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 โดย 9 เดือนที่ผ่านมา โรงเรียนปิดกิจการแล้วกว่า 70 แห่ง และคาดว่าภาคเรียนที่ 2 จะปิดตัวลงอีกกว่า 100 แห่ง ขณะที่นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแนวทางช่วยเหลือ นั้น
  
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ตนขอดูรายละเอียด  จำนวนข้อมูลโรงเรียนเอกชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจถึงขั้นต้องปิดตัว เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนกำหนดมาตรการช่วยเหลือต่อไป
 
ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เคยหารือกระทรวงการคลัง หามาตรการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ขาดสภาพคล่อง ทั้งการหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์ดลน แต่ก็มีปัญหาตรงที่สถาบันการเงินจะปล่อยให้เฉพาะลูกหนี้เดิมและเป็นจำนวนเงินที่น้อย ดังนั้นหากอยากให้ช่วยหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ได้โดยเร็ว ซึ่งเรื่องนี้มีการเจรจาและหารือมาเกือบ 2 ปีแล้วแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนอีกแหล่งหนึ่งคือ กองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่ให้กู้ได้สูงสุดรายละ 3 ล้านบาท แต่ก็ติดปัญหาเรื่องผู้ค้ำประกันซึ่งหากแก้ปัญหาได้ก็จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้โรงเรียนเอกชนสามารถหาแหล่งเงินทุนเพิ่มได้
 
“สิ่งที่อยากให้ภาครัฐเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด คือ ให้โรงเรียนสามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนแบบออนไซต์ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้โรงเรียนมีรายได้หมุนเวียน ขณะเดียวกันก็อยากให้ช่วยเรื่องเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน เพราะตอนนี้ครูอยู่ได้โดยการลดเงินเดือนของตัวเอง แต่ก็เข้าใจเรื่องข้อจำกัด ดังนั้นสิ่งที่น่าจะทำได้เร็วที่สุดคือ เร่งหามาตรการเพื่อให้โรงเรียนสามารถเปิดเรียนแบบออนไซต์ได้โดยเร็วที่สุด” ดร.ศุภเสฏฐ์ กล่าว
 
ด้าน ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม ในฐานะนายกสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลให้ขาดสภาพคล่อง ทั้งการปรับลดค่าเล่าเรียนบางส่วน ขณะที่นักศึกษาบางรายไม่สามารถจะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ ปัจจัยที่จะทำให้มหาวิทยาลัยสามารถอยู่รอดได้ขึ้นอยู่กับระบบการบริหารเงินทุนสำรองว่ามีเหลือเก็บอยู่เท่าไร หากมหาวิทยาลัยใดมีทุนสำรองมาก ก็ถือว่ากระทบน้อยกว่าที่อื่น
 
“ถือเป็นช่วงเวลาที่ไม่ดีของมหาวิทยาลัยเอกชน เพราะผู้ปกครองและนักศึกษาเอง ก็ได้รับความเดือดร้อน ขณะที่มหาวิทยาลัยเองยังต้องบริหารจัดการค่าใช้จ่ายคงที่ ทั้งค่าจ้างอาจารย์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลให้ความช่วยเหลือ ในส่วนของค่าเทอม รายละ 5,000 บาท มหาวิทยาลัยเองก็สมทบช่วยในส่วนหนึ่ง เพื่อลดภาระนักศึกษาและผู้ปกครอง ผมเองไม่อยากขอความช่วยเหลือในเรื่องงบประมาณ เพราะรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้เองภาครัฐก็ลำบาก แต่หากเป็นไปได้อยากให้หามาตรการช่วยเหลืออาจารย์และนักศึกษา เพื่อลดภาระในเรื่องต่าง ๆเรื่องนี้มีผลกระทบในวงกว้าง ส่วนตัวเลขมหาวิทยาลัยที่ปิดกิจการนั้น ยังไม่ชัดเจน แต่เท่าที่ทราบมีบางแห่งให้ต่างชาติเข้ามาเทกโอเวอร์กิจการบ้างแล้ว ส่วนจะเป็นที่ใดนั้นไม่สามารถบอกได้ ” นายพรชัยกล่าว
 

 
ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษชี้ ‘เดลต้าพลัส’ แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าเดลต้า
https://www.matichon.co.th/foreign/news_3005324
  
ผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษระบุว่า ไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ตัวใหม่ที่ถูกเรียกว่า “เดลต้าพลัส” สามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่าไวรัสกลายพันธุ์เดลต้า ที่กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่มีการแพร่ระบาดอยู่ทั่วโลกในขณะนี้
 
หน่วยงานด้านความมั่นคงทางสาธารณสุขของอังกฤษ (ยูเคเอชเอสเอ) ได้ปรับลำดับของไวรัสโควิดเดี๋ยวต้าพลัสให้ไปอยู่ในระดับ “สายพันธุ์ที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เป็นไปได้ดังกล่าว
 
อย่างไรก็ดียังไม่มีหลักฐานว่าไวรัสเดลต้าพลัสทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น และนักวิทยาศาสตร์ยังเชื่อมั่นว่าวัคซีนต้านโควิดที่มีอยู่ยังคงสามารถทำงานได้ดีในการปกป้องผู้คน
 
ทั้งนี้ในอังกฤษแม้ว่าสายพันธุ์เดลต้าจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่มีการติดเชื้อมากที่สุด แต่จำนวนผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์เดลต้าพลัส หรือ เอวาย.4.2 ก็เพิ่มสูงขึ้น โดยมีสัดส่วนราว 6% ของจำนวนผู้ติดเชื้อในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็มีรายงานพบผู้ติดเชื้อเดลต้าพลัสในสหรัฐและเดนมาร์กด้วย แม้จะไม่มากนักก็ตาม
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่