** กระทู้นี้มีการสปอยด์เนื้อหาทั้งสองซีรีย์ เนื่องจากเป็นซิทคอมแนวเดียวกัน อาจจะมีการเปรียบเทียบกันบ้าง แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเรื่องไหนแย่กว่ากันแค่ดีคนละแบบแะลใครถูกจริตแบบไหนมากกว่าเท่านั้นจ้า
ซีรีย์ซิทคอม อเมริกาเรื่อง How I met your mother เป็นเรื่องราวของ เท็ด โมสบี้ หนุ่มที่ตามหารักแท้ และแก็งเพื่อนๆของเขาในเมืองนิวยอร์ก แม้ big idea ของเรื่องอาจจะไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่สิ่งที่เด่นคือลีลาการเล่าเรื่อง และการดำเนินเรื่องที่ทำได้ดีมาก ( สำหรับผมถือว่าดีอันดับต้นๆที่เคยดูแนวซิทคอมมาเลย) โดยสิ่งแรกที่ยึดเราให้อยู่มัด คือการเปิดเรื่องมาด้วย เท็ดในวัยกลางคนเล่าให้ลูกๆของเขาฟังว่าเจอแม่ได้ยังไง( ถ้าเทียบอารมณ์ฝั่งเกาหลีน่าจะคล้ายๆ reply ที่เราอยากรู้ว่าพระเอกคู่ใครกันแน่) และอย่างที่หลายๆคนรู้ เนื่อเรื่องหลักจะเล่าสมัยเท็ดเป็นวัยรุ่น ค่อยๆให้คนดูทายและลุ้นไปว่า คนนี้คือ the mother รึปล่าวหว่า บอกได้เลยว่าเป็นซีรีย์ที่คาดเดายากมาก แม้ว่าคุณจะคาดเดาถูก ซีรีย์ก็จะเอาข้อมูลนู้นนี่มาจนเราไข้วเขว(และทำสำเร็จด้วยอะดิ ฮ่าๆ)

และอย่างที่จั่วหัวกระทู้ไป ผมเป็นแฟนซีรีย์ Friends ครับ ซึ่งมันก็อาจจะดีในแบบของมัน แต่ผมกลับชอบ HIMYM มากกว่าแฮะ ใรความคิดส่วนตัวผมนั้น HIMYM อาจจะมีภาพจำที่ทำให้นึกถึง Friends ไปบ้าง แต่ก็มีหลายอย่างที่ไม่มีใน Friends และทำให้เราเอ็นจอยกับมันมากกว่า(จากการที่แนะนำให้เพื่อนที่ชอบ Friends ดูก็จะรัก HIMYM เช่นกัน)
โดยผมจะแบ่งเหตุผลที่ชอบเรื่องนี้เป็นข้อย่อยๆดังนี้
1.
เทคนิคที่ใช้ในการดำเนินเรื่อง
เหมือนอย่างที่บอกไปด้านบนว่า เรื่องนี้มีเทคนิคในการเล่าเรื่องที่เจ๋งมาก เช่น การใช้ voice over ที่เท็ดบรรยายเรืองราวในวัยหนุ่ม ในหนึ่งตอนจะมีการเล่าหลายๆเหตุการ์ณที่ดำเนินไปพร้อมกัน ตัดสลับไปมา, เทคนิค long running gag วึ่งเป็นมุขแนวที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น มีตอนนึงตัวละครพนันตบหน้ากัน(slap-bet) ว่าถ้าใครแพ้หนัน จะตบหน้าอีกฝ่ายเมื่อไหร่ก้ได้เป็นจำนวน5ครั้ง ซึ่งมีการปูมุกนี้ไว้ตั้งแต่ซีซั่น2 จนยันซีซั่น9 ก็ยังมีการนำมุกนี้มาใช้ โดยไม่ต้องมีภาพ recap แต่คนที่ดูจะจำได้เอง แค่เห็นตัวละครเดินมาตบหน้าแรงๆแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็ฮาลั่นแล้ว ซึ่งนำไปสู่เหตุผลข้อที่2
2.
ความใส่ใจรายละเอียด
มีหลายๆครั้งที่ซีรีย์มักจะปูประเด็นอะไรไว้ก่อนล่วงหน้ามากๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบสิ่งนั้นมาใช้เสมอๆ ซึ่งออกจะเป็นดีเทลหยุมหยิมด้วยซ้ำ เช่น slap-bet, มุกแพะ ยอมรับว่าเป็นเรื่องนึงที่หาความ" ไม่สมเหตุสมผล" ได้ยากมากๆ เพราะซีรีย์มักจะประติดประต่อเรื่องราวได้ดีตลอด ดังนั้นเราจะไม่เห็น plot hole ใหญ่ๆในเรื่องแน่นอน บางตอนก็แสดงเป็นมิวสิเคิลแบบจริงจังๆมาแทรก มีฉากนึงที่บาร์นีย์เล่าเรื่องยุคกรีฑโรมัน ก็มีการใช้ฉากยุคกรีฑจริง ทำให้เห็นว่าแม้แต่ซีนสั้นๆแค่5นาที เขาก็ยังใส่ใจรายละเอียดและลงทุนมากๆ นอกจากนี้ในแต่ละตอนยังใส่ประเด็นที่ใกล้ตัวเราได้อย่างน่าสนใจ เช่น ผชมองผญเป็นเพื่อนได้จริงหรอ ชีวิตหลังมีลูก การเลือกทางเดินชีวิต
3.มีเป้าหมายที่ชัดเจน
จุดที่ต่างกับ Friends อีกอย่างนึงคือความน่าติดตาม Friends จะให้อารมณ์แบบชีวิตประจำวัน(หรือที่เรียกว่าแนว slice of life) พอขึ้นตอนใหม่ทุกอย่างก็ reset เหมือนเดิม(จะไปพูดต่อในข้อ 4) หมายถึงว่าถ้าเราพลาดไปสักตอนก็อาจจะไม่ได้รู้สึกพลาดอะไรไป แน่นอนว่ามันก็มี story arc ของมันบ้างแต่เป็นเพียงแค่ short tearm เท่านั้น แต่ในเรื่อง HIMYM มี long term goal ใหญ่ๆที่ผู้ชมอยากรู้คือ ใครคือ the mother ส่วนการเล่าเรื่องในแต่ละตอน ถ้าดูผิวเผินจะดูเหมือนแนว slice of life เหมือนกัน แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้มักใส่ เบาะแสเกี่ยวกับ mother ให้คนอยากรู้ทุกตอนๆ(ถ้าเปรียบเทียบกับโคนัน ที่มีเบาะแสองค์กรชุดดำทุกทิ้งไว้ทุกตอน) ทั้งผลที่เกิดในแต่ละตอนยังส่งผลระยะยาวในตอนต่อไปอีกด้วย ทำให้เรารู้สึกทุดตอนมันดูมีความหมายและเนื่อเรื่องมันเดินไปข้างหน้าไม่หยุดอยู่กับที่
4.พัฒนาการตัวละคร
ในเรื่อง Friends เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครน้อยมากๆ โอเคว่าเรเชลก็กลายเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้ เชเลอร์หายกลัวการผูกมัด แต่นอกจากนั้นตัวละครอื่นก็ยังมีนิสัยเดิมๆ ไม่ได้โตขึ้นหรือมีแนวความคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่ ฟีบี้ยังโลกสวยเหมือนเดิม โจอี้ยังต๊องๆเหมือนเดิม ซึ่งผมไม่ได้บอกนะว่าแบบนี้มันดีหรือแย่กว่าอันไหน เพียงแค่อธิบายว่ามันต่างกันอย่างไรและผมชอบแบบไหนมากกว่า แต่ HIMYM ได้เห็นพัฒนาการตัวละครที่จับต้องได้จริง และลึกซึ้งกว่า เช่น ตัวของเท็ดที่เคยมองแค่โรบิ้นคนเดียว มาเชลที่วาดฝันจะทำงานในองค์กรที่ช่วยรักษ์โลกแต่ก็ต้องเลือกระหว่างเงินเดือนกับฝัน เท็ดที่ลองเบนสายเป็นอาจารย์มหาลัย เป็นต้น
5. ความคาดเดาไม่ได้
HIMYM แม้บางคู่มันจะดูหวยล๊อกยังไง แต่ซีรีย์ก็ซิกแซกหลบคนดูได้แทบจะตลอดเวลา ทำให้คนดูไขว้เขวเก่งมากกก ไม่ใช่แค่เนื่อเรื่องหลักแต่แต่การดำเนินเรื่องในแต่ละตอนก็คาดเดายากเช่นกันแต่ในส่วนของ Friends ไม่ว่าใครก็รู้ว่ารอสต้องคู่กับเรเชลแน่นอน(แต่แน่นอนว่านี้ไม่ใช่จุดขายของซีรีย์ แต่เป็นเคมีของนักแสดงมากกว่าตอนจบที่หักมุม)
6.คาแรคเตอร์ดีไซน์
คาแรคเตอร์ดีไซน์เรื่อง HIMYM ค่อนข้างที่จะโดดเด่น โดยเฉพาะตัวละครบาร์นีย์ที่ออกมาเมื่อไหร่ก็เรียกเสียงฮาได้ตลอด พูดรวมๆแล้วตัวละครทุกตัวมีสเน่ห์มากๆ แต่ละคนก็จะมีลูกบ้าต่างๆ ที่ไม่น่าจะมีคนแบบนี้ในชีวิตจริง ไอ้ความแฟนตาซีตรงนี้แหละที่ทำให้ผมชอบและรักเรื่องนี้มากๆ ถึงผมจะบอกว่าทุกตัวมีความแฟนตาซีนิดๆ แต่ก็ developed มาจากคนที่เราพบเจอได้จริงๆเหมือนกันและยังมีการเล่าแฟลชแบคอดีตวัยเด็กของแต่ละคน ว่าทำไมเขาถึงนิสัยแบบนี้ แล้วเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ยังไง เหมือนเราได้เรียนรู้ไปด้วยกัน นั้นจึงทำให้ตัวละครค่อนข้างมีหลายมิติไม่แบนราบและอินไปกับตัวละครได้ไม่ยาก อาจจะด้วยความที่เป็นซิทคอมด้วยมั้งเราเลยไม่ได้อะไร ถ้าอยู่ๆในเรื่องจะมี doubleganger, robot fight, การอ่านจิต ฮ่าๆๆ
จนผมยกให้เรื่องนี้เป็นซีรีย์ซิทคอมที่ผมชอบที่สุดไปเลย แล้วเพื่อนๆคิดเห็นยังไงกันบ้างครับ? ส่วนเรื่องตอนจบที่หลายคนถกเกียง และมองว่าสามารถลงจอดได้นิ่มกว่านี้ จะไว้เขียนเพิ่มในกระทู้หน้าครับ
How I met your mother ที่สุดของซีรีย์ซิทคอม (จากสาวก FRIENDS)
ซีรีย์ซิทคอม อเมริกาเรื่อง How I met your mother เป็นเรื่องราวของ เท็ด โมสบี้ หนุ่มที่ตามหารักแท้ และแก็งเพื่อนๆของเขาในเมืองนิวยอร์ก แม้ big idea ของเรื่องอาจจะไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่สิ่งที่เด่นคือลีลาการเล่าเรื่อง และการดำเนินเรื่องที่ทำได้ดีมาก ( สำหรับผมถือว่าดีอันดับต้นๆที่เคยดูแนวซิทคอมมาเลย) โดยสิ่งแรกที่ยึดเราให้อยู่มัด คือการเปิดเรื่องมาด้วย เท็ดในวัยกลางคนเล่าให้ลูกๆของเขาฟังว่าเจอแม่ได้ยังไง( ถ้าเทียบอารมณ์ฝั่งเกาหลีน่าจะคล้ายๆ reply ที่เราอยากรู้ว่าพระเอกคู่ใครกันแน่) และอย่างที่หลายๆคนรู้ เนื่อเรื่องหลักจะเล่าสมัยเท็ดเป็นวัยรุ่น ค่อยๆให้คนดูทายและลุ้นไปว่า คนนี้คือ the mother รึปล่าวหว่า บอกได้เลยว่าเป็นซีรีย์ที่คาดเดายากมาก แม้ว่าคุณจะคาดเดาถูก ซีรีย์ก็จะเอาข้อมูลนู้นนี่มาจนเราไข้วเขว(และทำสำเร็จด้วยอะดิ ฮ่าๆ)
และอย่างที่จั่วหัวกระทู้ไป ผมเป็นแฟนซีรีย์ Friends ครับ ซึ่งมันก็อาจจะดีในแบบของมัน แต่ผมกลับชอบ HIMYM มากกว่าแฮะ ใรความคิดส่วนตัวผมนั้น HIMYM อาจจะมีภาพจำที่ทำให้นึกถึง Friends ไปบ้าง แต่ก็มีหลายอย่างที่ไม่มีใน Friends และทำให้เราเอ็นจอยกับมันมากกว่า(จากการที่แนะนำให้เพื่อนที่ชอบ Friends ดูก็จะรัก HIMYM เช่นกัน)
โดยผมจะแบ่งเหตุผลที่ชอบเรื่องนี้เป็นข้อย่อยๆดังนี้
1. เทคนิคที่ใช้ในการดำเนินเรื่อง
เหมือนอย่างที่บอกไปด้านบนว่า เรื่องนี้มีเทคนิคในการเล่าเรื่องที่เจ๋งมาก เช่น การใช้ voice over ที่เท็ดบรรยายเรืองราวในวัยหนุ่ม ในหนึ่งตอนจะมีการเล่าหลายๆเหตุการ์ณที่ดำเนินไปพร้อมกัน ตัดสลับไปมา, เทคนิค long running gag วึ่งเป็นมุขแนวที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น มีตอนนึงตัวละครพนันตบหน้ากัน(slap-bet) ว่าถ้าใครแพ้หนัน จะตบหน้าอีกฝ่ายเมื่อไหร่ก้ได้เป็นจำนวน5ครั้ง ซึ่งมีการปูมุกนี้ไว้ตั้งแต่ซีซั่น2 จนยันซีซั่น9 ก็ยังมีการนำมุกนี้มาใช้ โดยไม่ต้องมีภาพ recap แต่คนที่ดูจะจำได้เอง แค่เห็นตัวละครเดินมาตบหน้าแรงๆแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็ฮาลั่นแล้ว ซึ่งนำไปสู่เหตุผลข้อที่2
2. ความใส่ใจรายละเอียด
มีหลายๆครั้งที่ซีรีย์มักจะปูประเด็นอะไรไว้ก่อนล่วงหน้ามากๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบสิ่งนั้นมาใช้เสมอๆ ซึ่งออกจะเป็นดีเทลหยุมหยิมด้วยซ้ำ เช่น slap-bet, มุกแพะ ยอมรับว่าเป็นเรื่องนึงที่หาความ" ไม่สมเหตุสมผล" ได้ยากมากๆ เพราะซีรีย์มักจะประติดประต่อเรื่องราวได้ดีตลอด ดังนั้นเราจะไม่เห็น plot hole ใหญ่ๆในเรื่องแน่นอน บางตอนก็แสดงเป็นมิวสิเคิลแบบจริงจังๆมาแทรก มีฉากนึงที่บาร์นีย์เล่าเรื่องยุคกรีฑโรมัน ก็มีการใช้ฉากยุคกรีฑจริง ทำให้เห็นว่าแม้แต่ซีนสั้นๆแค่5นาที เขาก็ยังใส่ใจรายละเอียดและลงทุนมากๆ นอกจากนี้ในแต่ละตอนยังใส่ประเด็นที่ใกล้ตัวเราได้อย่างน่าสนใจ เช่น ผชมองผญเป็นเพื่อนได้จริงหรอ ชีวิตหลังมีลูก การเลือกทางเดินชีวิต
3.มีเป้าหมายที่ชัดเจน
จุดที่ต่างกับ Friends อีกอย่างนึงคือความน่าติดตาม Friends จะให้อารมณ์แบบชีวิตประจำวัน(หรือที่เรียกว่าแนว slice of life) พอขึ้นตอนใหม่ทุกอย่างก็ reset เหมือนเดิม(จะไปพูดต่อในข้อ 4) หมายถึงว่าถ้าเราพลาดไปสักตอนก็อาจจะไม่ได้รู้สึกพลาดอะไรไป แน่นอนว่ามันก็มี story arc ของมันบ้างแต่เป็นเพียงแค่ short tearm เท่านั้น แต่ในเรื่อง HIMYM มี long term goal ใหญ่ๆที่ผู้ชมอยากรู้คือ ใครคือ the mother ส่วนการเล่าเรื่องในแต่ละตอน ถ้าดูผิวเผินจะดูเหมือนแนว slice of life เหมือนกัน แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้มักใส่ เบาะแสเกี่ยวกับ mother ให้คนอยากรู้ทุกตอนๆ(ถ้าเปรียบเทียบกับโคนัน ที่มีเบาะแสองค์กรชุดดำทุกทิ้งไว้ทุกตอน) ทั้งผลที่เกิดในแต่ละตอนยังส่งผลระยะยาวในตอนต่อไปอีกด้วย ทำให้เรารู้สึกทุดตอนมันดูมีความหมายและเนื่อเรื่องมันเดินไปข้างหน้าไม่หยุดอยู่กับที่
4.พัฒนาการตัวละคร
ในเรื่อง Friends เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครน้อยมากๆ โอเคว่าเรเชลก็กลายเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้ เชเลอร์หายกลัวการผูกมัด แต่นอกจากนั้นตัวละครอื่นก็ยังมีนิสัยเดิมๆ ไม่ได้โตขึ้นหรือมีแนวความคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่ ฟีบี้ยังโลกสวยเหมือนเดิม โจอี้ยังต๊องๆเหมือนเดิม ซึ่งผมไม่ได้บอกนะว่าแบบนี้มันดีหรือแย่กว่าอันไหน เพียงแค่อธิบายว่ามันต่างกันอย่างไรและผมชอบแบบไหนมากกว่า แต่ HIMYM ได้เห็นพัฒนาการตัวละครที่จับต้องได้จริง และลึกซึ้งกว่า เช่น ตัวของเท็ดที่เคยมองแค่โรบิ้นคนเดียว มาเชลที่วาดฝันจะทำงานในองค์กรที่ช่วยรักษ์โลกแต่ก็ต้องเลือกระหว่างเงินเดือนกับฝัน เท็ดที่ลองเบนสายเป็นอาจารย์มหาลัย เป็นต้น
5. ความคาดเดาไม่ได้
HIMYM แม้บางคู่มันจะดูหวยล๊อกยังไง แต่ซีรีย์ก็ซิกแซกหลบคนดูได้แทบจะตลอดเวลา ทำให้คนดูไขว้เขวเก่งมากกก ไม่ใช่แค่เนื่อเรื่องหลักแต่แต่การดำเนินเรื่องในแต่ละตอนก็คาดเดายากเช่นกันแต่ในส่วนของ Friends ไม่ว่าใครก็รู้ว่ารอสต้องคู่กับเรเชลแน่นอน(แต่แน่นอนว่านี้ไม่ใช่จุดขายของซีรีย์ แต่เป็นเคมีของนักแสดงมากกว่าตอนจบที่หักมุม)
6.คาแรคเตอร์ดีไซน์
คาแรคเตอร์ดีไซน์เรื่อง HIMYM ค่อนข้างที่จะโดดเด่น โดยเฉพาะตัวละครบาร์นีย์ที่ออกมาเมื่อไหร่ก็เรียกเสียงฮาได้ตลอด พูดรวมๆแล้วตัวละครทุกตัวมีสเน่ห์มากๆ แต่ละคนก็จะมีลูกบ้าต่างๆ ที่ไม่น่าจะมีคนแบบนี้ในชีวิตจริง ไอ้ความแฟนตาซีตรงนี้แหละที่ทำให้ผมชอบและรักเรื่องนี้มากๆ ถึงผมจะบอกว่าทุกตัวมีความแฟนตาซีนิดๆ แต่ก็ developed มาจากคนที่เราพบเจอได้จริงๆเหมือนกันและยังมีการเล่าแฟลชแบคอดีตวัยเด็กของแต่ละคน ว่าทำไมเขาถึงนิสัยแบบนี้ แล้วเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ยังไง เหมือนเราได้เรียนรู้ไปด้วยกัน นั้นจึงทำให้ตัวละครค่อนข้างมีหลายมิติไม่แบนราบและอินไปกับตัวละครได้ไม่ยาก อาจจะด้วยความที่เป็นซิทคอมด้วยมั้งเราเลยไม่ได้อะไร ถ้าอยู่ๆในเรื่องจะมี doubleganger, robot fight, การอ่านจิต ฮ่าๆๆ
จนผมยกให้เรื่องนี้เป็นซีรีย์ซิทคอมที่ผมชอบที่สุดไปเลย แล้วเพื่อนๆคิดเห็นยังไงกันบ้างครับ? ส่วนเรื่องตอนจบที่หลายคนถกเกียง และมองว่าสามารถลงจอดได้นิ่มกว่านี้ จะไว้เขียนเพิ่มในกระทู้หน้าครับ