แบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาภาษา จาก Toeic 500 จนเกิน 850

สวัสดีครับ
ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ตอนนี้อายุ 25 ครับ จบสายวิศวะมาครับ สมัยเรียนมหาลัยแทบจะไม่มีพื้นฐานทางด้านภาษาเลย ถนัดแต่ทางด้านวิชาที่เป็น logic ซะส่วนใหญ่ Cal, Physics, strength of materials, Machine Design etc. เรียนแล้วเข้าใจได้ง่ายกว่าทางด้านศิลปะหรือด้านภาษามาก แต่ด้วยตำราที่ใช้เรียนส่วนใหญ่เป็น text book และเนื้อหาที่ใช้สอนส่วนใหญ่ก็จะเป็นอิ้งซะส่วนมาก พอจะหาแปลที่เป็นภาษาไทยก็อ่านไม่รู้เรื่องอีก แต่ก็พอทำได้บ้าง แต่สำหรับอิ้งแล้วนี่ปาดเหงื่อแทบทุกคาบ เกรดดีสุดๆที่ทำได้คือ C ทุ่มอ่านหนังสือและแบบฝึกหัดกว่าวิชาภาคซะอีก...

จุดเปลี่ยนอยู่ที่ปลายเทอม 2 ตอนปี 3 อาจารย์ต้องการนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทแห่ง 1 ในชลบุรีเป็นบ.ฝรั่ง ผมเลยอยากลองไปฝึกงานในบ.ฝรั่งดูเพราะส่วนมากเพื่อนในคลาสจะไปบ.ญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่ เลยค่อนข้างท้าทายเพราะอิ้งไม่ค่อยได้อยู่แล้วแต่ก็ดีขึ้นกว่าตอนปี 2 โชคดีที่ผมได้พี่เลี้ยงถึง 2 คน และพี่เค้าก็ดูแลผมดีมากๆ ในระหว่างที่ฝึกงานอยู่ ต้องฝึกพรีเซ้นอิ้งทุกวีคอัพเดทความคืบหน้าโปรเจคฝึกงานเรื่อยๆ มันเลยทำให้กระตุ้นให้ต้องฝึกพูดมากๆช่วงๆแรกค่อนข้างๆกดดัน เพราะถ้าพูดไม่ได้ก็ไม่ผ่านฝึกงาน ในระหว่างฝึกงานก็เตรียมตัวสอบ Toeic ไปด้วย เพราะคิดว่ายังไงต้องใช้สมัครงานแน่ๆเลยหาข้อมูลจากในพันทิปนี่แหละว่าจะอ่านเล่มไหนดีจนไปเจอเล่มของ ดร.นเรศ สุรสิทธิ์ เลยซื้อมาอ่านและทำแบบฝึกหัดในเล่มจนหมด ฝึกฟังในยูทุปเอา เพราะไม่อยากเสียเงินเรียน เพราะคิดว่ายังพอมีเวลาอยู่ ช่วงใกล้ๆจะจบฝึกงานก็เขียนและท่องสคริป พรีเซ้นจบโปรเจค เพราะศัพท์ยังอยู่ในหัวไม่มากแต่พัฒนาจากการหนังสือนี่แหละ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะบอสที่เป็นชาวต่างชาติเข้าใจ 5555 และการเตรียมตัวมาดีรวมถึงการคิดคำถามและคำตอบล่วงหน้าที่บอสอาจจะถาม 55555

หลังจบฝึกงานเข้าสู่ช่วงปี 4 รู้สึกว่าตัวเองได้อะไรมาเยอะพอสมควรจากที่ฝึกงาน และการกระตุ้นจากพี่เลี้ยงฝึกงานที่คอยดูแลมาอย่างดีทั้ง 2 ท่านนั้น แต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆตอนเวลาคุยกับชาวต่างชาติอยู่ดี อย่างเช่น ตอนโดนถามทาง ผมเป็นพวก Introvert และปกติพูดน้อยอยู่แล้วหากไม่สนิทจึงพัฒนาช้ากว่าคนอื่นๆเลยคิดว่าต้องหาโอกาสเอาความกลัวนี่ออกไปให้ได้ จนไปเจอโครงการ WAT เลยคิดอยู่พักนึงแล้วก็ตัดสินใจปรึกษากับเอเจ้นที่เลือก และสัมภาษณ์ระดับภาษา ได้ระดับต่ำสุดมา 55555 เลยเลือกงาน Housekeeping ไป ระหว่างนั้นก็เตรียมตัวสัมภาษณ์งานกับนายจ้างโดยเขียนสคริปและฝึกพูดคนเดียวไปเรื่อยๆและไม่รู้จะไปฝึกกับใครแต่ก็มีกรุ๊ปแชทที่เอาไว้เล่นเกมกับฝรั่งเลยได้แต่พิมคุยในนั้น พอถึงช่วงปลายปีที่มหาลัยจัดสอบ Toeic เลยลองไปสอบเล่นๆดูในนามมหาลัยค่าใช้จ่ายเสียครึ่งนึง(750 บาท) แต่น่าจะไม่สามารถใช้ทำอะไรได้
พอมาถึงช่วงกำลังใกล้จะจบปี 4 ก็เปลี่ยนทุกอย่างรอบตัวให้เป็นอิ้งแทบจะทั้งหมด ทั้งการ Language setting บนมือถือ คอม โปรแกรมต่างๆ เกมที่เล่นก็เป็นเกมที่ต้องสื่อสารเป็นอิ้ง ปกติผมชอบฟังเพลงอิ้งอยู่แล้วแต่ฟังไปเพราะชอบไม่ได้รู้ความหมายทุกเพลงก็ก็ฟังๆไปแต่เริ่มแมทการออกเสียงกับคำมากขึ้น เดือนสุดท้ายก่อนจบจะต้องมีสัมภาษณ์ Visa เป็นด่านสุดท้าย และคิดว่าคงต้องสอบ Toeic ด้วยก่อนจะบินไปเพื่อเอาผลสมัครงานเผื่อเรียกสัมภาษณ์ จะได้มีประสบการณ์สัมภาษณ์งานบ้างเผื่อจะช่วยให้ไม่ตื่นเต้น แล้วค่อยมายื่นบ.ที่อยากเข้าจริงๆหลังบินกลับ ตอนนั้นไม่รู้คิดไงทำแบบนี้5555 ก็เลยเตรียมตัวจากหนังสือเล่มเดิมนี่แหละ แต่ก็โหลดข้อสอบฟรีตามเว็บมาทำแต่มันไม่มีเฉลยละเอียดมาให้เลยต้องไปหาคำตอบเอาเองว่าทำไมถึงเป็นข้อนี้ๆมันทำให้จำได้แม่นขึ้นเพราะเราเป็นคนหาที่มาของคำตอบ การดูไลฟ์สดใน FB ครูที่มาสอนก็พอช่วยได้บ้างมันทำให้แม่นขึ้นเรื่องแกรมม่า พอถึงช่วงสัมภาษณ์วีซ่าก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะเตรียมตัวมาดี 5555 หลังจากหลุดพ้นการสัม Visa ไปก็มาเตรียมตัวสอบ Toeic รอบสุดท้ายก็เน้นไปที่พาทฟังมากขึ้น ส่วนแกรมม่าเริ่มจะมีพื้นฐานมาระดับนึงแล้วเลยไม่ได้เตรียมตัวมาก ส่วนใหญ่หาฟังอิ้งตามคอนเทนที่เราสนใจจะได้ไม่รู้สึกว่ามันคือข้อสอบ แต่มันคือภาษา คะแนนก็อัพมาอีกระดับนึง ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาแบบเห็นได้ชัดคือพาทฟังครับ
พอเรียนจบก็เป็นช่วง WAT เลย ด้วยความที่งานเป็นงานทำความสะอาดห้องพักในโรงแรมเลยไมไ่ด้ใช้ภาษาเท่าไรจึงจำเป็นต้องหางานที่ 2 ทำหลังเลิกงงานก็เดินตระเวนไปร้านอาหาร, Minimart etc. รวมถึงหางานตามIndeedจนมาได้มาทำที่ Subway ร้านแซนวิช ผมลงตารางทำงานทุกวันจนร้านเลิก แบบNo day off ไปเลย5555 ก็ได้ใช้ภาษาคุยกับลูกค้า เพื่อนร่วมงานตามใจอยากเลย เจอทั้งลูกค้าดีและงี่เง่าบ้างแต่สนุกดี แต่งานหนักเพราะชิพกลางคืนทำกันแค่ 2 คน กว่าจะเคลียร์/เก็บร้านและถึงห้องก็5ทุ่มกว่า 

พอหลังจากกลับจาก WAT ก็ทำงานอยู่พักนึงแต่ภาษาไม่ค่อยได้ใช้ เลยหางานใหม่เป็น Overseas purchasing eng. เลยได้ใช้เยอะเลยทั้งฟังพูดอ่านเขียนเพราะต้องเมลตอบรวมถึงการคุยด้วย ทักษะเลยค่อยๆเพิ่มมาเรื่อยๆแบบไม่รู้ตัวจนถึงช่วงโควิทเลยออกจากงานมาแล้วช่วงกลางปี จะหางานใหม่ที่ใช่แต่ดันเจอโควิทรอบ 2 เลยหนักเลยศูนย์สอบปิดยาว จนพึ่งเปิดให้สอบช่วงปลายเดือน 09/2021 ก็เลยเตรียมตัวสอบ Toeic เพื่อเอาคะแนนไปยื่นสมัครงานใหม่ผมเตรียมตัวโดยฝึก Listening และ Reading โดย search จาก Youtube เพื่อให้ชินกับรูปแบบข้อสอบ จากหลายๆช่อง เช่น https://www.youtube.com/c/SiamSeo/videos

คะแนนหลังจากที่ไม่ได้สอบมา2ปีกว่า ก็เพิ่มขึ้นทั้ง 2 ส่วน คงเป็นเพราะประสบการณ์ในการทำงาน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เพลงที่ฟัง คอนเทนที่เสพทำให้คะแนนเพิ่มขึ้นแบบที่ไม่ต้องไปเทคคอร์สเรียน

อุปสรรคในการสอบรอบนี้ในส่วนพาร์ทฟัง คือ สติครับ สติอย่างเดียว เพราะข้อสอบไม่ได้ถามแบบตรงไปตรงมาซะทีเดียว มันถามอย่างเช่นผู้พูดมีความหมายว่ายังไง ถ้าหลุดไปก็ต้องมั่ว ดังนั้นควรทำหัวให้โล่งๆ นอนให้พอก่อนสอบครับ ส่วนพาทอ่าน คือ ทำไม่ทันไป 10 กว่าข้อเลยเพราะข้อความค่อนข้างเยอะยิ่งช่วงใกล้หมดเวลายิ่งล้ามากปวดตาสุด P7 นี่ต้องเลือกทำเลย อ่านคำถามแล้วไปไล่หา Keyword เลย ขนาดทำแบบนี้แล้วยังทำไม่ทัน5555 

สรุปแล้วไม่มีหลักการตายตัวในการพัฒนา ผมไม่ได้ชอบภาษาตั้งแต่แรกแต่ด้วยความจำเป็นเลยต้องชอบมัน 5555 เพราะมันเปิดโอกาสในชีวิตให้ได้หลายๆด้าน ถ้าคุณชอบฟังเพลงอาจเลือกฟังเพลงง่ายๆ ร้องช้าๆอย่างเช่น คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอคลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอคลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แรกๆอาจจะฟังยากถ้าหากพื้นฐานและศัพท์คุณไม่มีเลย อยากให้ลองฟังเปิดใจไปก่อน(เพลง Rap ก้ได้แต่ Slang เยอะหน่อย5555) แต่เมื่อคุณเริ่มฟังรู้เรื่องคุณจะรู้สึกดีมากๆ 
"The moment when you come back to a song and your English has improved enough to actually understand the lyrics."
ถ้าคุณชอบเล่นเกม คุณอาจจะหา Community/Guild/Clan ที่เป็นต่างชาติแล้วเข้าไปหาข้อมูลเพื่อคุยแลกเปลี่ยนความรู้ดูผมได้เพื่อนต่างชาติที่ทุกวันนี้ยังคุยอยู่จากเกมมือถือนี่แหละ 55555 หรือกระทู้อย่าง Reddit, Quora ทำนองเดียวกัน สุดท้ายก็อยู่ที่ความพยายาม การฝึกฝน และแรงกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมรวมถึงการถูกบูลลี่จากเพื่อนในมหาลัยด้วย. Practice always makes perfect ครับ 

ขอบคุณที่อ่านมาจนจบ หรือเลื่อนลงมาดูครับ 5555 ถ้าเขียนงงๆวนไปวนมาขออภัยด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่