[CR] [รีวิว] Black Widow (2021) แบล็ค วิโดว์ | รักแนท ชอบแนท จงไปดูแนท (ไม่ใช่แนทนั้นนะ...) [ไร้ส้มป่อย]

วันนี้แพลนจริงคือไปดู The Suicide Squad ที่เมเจอร์ รังสิต แต่ฝนดันมาตกดักหน้าซะก่อนแล้วต้องยกเลิกแบบกระทันหัน เราเลยตัดสินใจเปิด Black Widow นอนดูที่ห้องดีกว่า ไหนๆ ก็ไม่ได้ไปไหนละ วันนี้ขอดูหนังสักเรื่องแล้วกัน

บอกดักไว้ตั้งแต่ตรงนี้เลยว่า กระทู้นี้ไม่เหมาะสำหรับแฟน Marvel ที่รัก Marvel ดั่งลูกน้อยในอ้อมอก ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เพราะกระทู้นี้อาจทำคุณหัวเสียได้ (ไปอ่านเห็นคนรีวิวแล้วให้คะแนนน้อยใน Facebook แล้วเสียวไส้มาก กลัวว่าจะตามถล่มถึงในนี้555) แต่เราสัญญาว่าจะเขียนให้ถนอมน้ำใจแฟนให้มากที่สุด จะพยายามไม่ด่าหนังให้เสียมาก เพราะหนังก็มีจุดชื่นชมอยู่ไม่น้อยเลยนะ

Black Widow เล่าเรื่องราวหลังจาก Captain America: Civil War หลังจากที่ Natasha ได้ทรยศต่อองค์กรและโดนตามล่าโดยฝ่ายรัฐบาล แต่ก็ต้องมาเผชิญกับศัตรูใหม่ในอดีตอันแสนเลวร้ายของเธอ ในเรื่องนี้เธอต้องมา Collab กับน้องสาวของเธอ Yelena (รับบทโดย Florence Pugh คนสวย) และครอบครัวของเธอ (David Harbour และ Rachel Weisz) เอ่อ... อะไรอีกล่ะ งั้นเล่าแค่นี้พอเดี๋ยวมันจะสปอยไปกันใหญ่
อย่างที่บอกไปในหัวกระทู้ว่า รักแนท ชอบแนท จงไปดูแนท (แนทในที่นี้คือนาตาชา ไม่ใช่ครูแนท) เพราะหนังก็สนุกใช้ได้ในฐานะหนัง Stand Alone ตามสูตรทุกอย่าง ใครที่เมนแนทน่าจะอินเป็นพิเศษ เพราะเราได้เห็นมุมน่ารักๆ ของนางเยอะเลย ก็บันเทิงดี แต่ในฐานะหนังเดี่ยวของฮีโร่หญิงผู้ยิ่งใหญ่ในจักรวาล (ยิ่งใหญ่มานานกว่ากัปตัน มาร์เวลที่พึ่งมาอีกนะ) แค่นี้มันไม่พอ มันธรรมดาไป ไม่สมศักดิ์ศรี Natasha เลย

Black Widow กำกับโดย Cate Shortland ผลงานของนางที่เราเคยดูมีแค่ Berlin Syndrome ที่เล่าเรื่องราวของนางเอกที่โดนผู้ชายจับขังไว้ในห้องไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน หนังหดหู่ใช้ได้เลย Teresa Palmer โทรมและเล่นดีโคตรๆ ทำให้เรารู้ว่าผกก. เก่งในการกำกับฉากดราม่าให้รู้สึกหดหู่ตามสถานการณ์ในหนัง สังเกตได้ในฉากเปิดของ Black Widow ที่ก็หดหู่ใช้ได้เลย เราก็อดหวังไม่ได้ว่าหนังจะต้องเข้มข้นเหมือนหนังเรื่องก่อนๆ ของนางแน่เลย แต่เปล่าเลย... หลังจากหนังตัดมาสู่พล็อตหลัก หนังก็เปลี่ยนโทนเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีอีก กลับไปเป็นหนังสายลับดาษดื่นแบบพวก G.I.Joe ซะงั้น (ทีแรกนึกว่าจะมาแบบ The Winter Soldier เพราะถ้ามาแบบนี้จะไม่ติดใจเลยเพราะชอบมาก) เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรมาก สื่อสารประเด็นได้เบา (แต่ก็ไม่ใช่ว่าไร้สาระไปเลยนะ) จะบอกว่าผิดหวังก็คงไม่ถูก ออกแนว "เสียดายของ" มากกว่า เพราะหนังมีวัตถุดิบที่ดีเยอะมาก

    - ประเด็น 'ชีวิตที่แท้จริง' บอกเลยว่าประเด็นนี้ต้าชมากกกกกกก ถ้าเล่นใหญ่กว่านี้มันจะเข้มข้นสูสีกับประเด็น 'การเลือกฝั่ง' ใน Civil War เลย
    - ประเด็นครอบครัว ฉากบนโต๊ะก็พิสูจน์แล้วว่าปมครอบครัวนี้ไม่เมโลเลย โคตรเข้ากับโทนหนังสายลับ
    - ฉากแอคชั่น สามารถทำให้ลุ้นได้ไม่ยากถ้าหากคุมอารมณ์ในฉากนั้นให้ต่อเนื่อง
    - ตัวร้ายอย่าง Taskmaster ปมดีมาก ถ้าเฉลยดีจะเป็นอะไรที่สะเทือนใจมาก
    - ประเด็นค้ามนุษย์ อันนี้มี Mention ถึงไทยเราด้วยนิดๆ ซึ่งก็แสบสันดี
    - จุดหักมุมช่วงท้าย ซับซ้อนดี

สิ่งที่ร่ายมาด้านบน สามารถทำให้ Black Widow เป็นหนังสายลับที่ยอดเยี่ยมระดับ Mission : Impossible หรือหนังสายลับในจักรวาลอย่าง The Winter Soldier ได้เลย แต่ Black Widow กลับสนุกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
ปกติหนังของ Marvel มันสนุกมากๆ ส่วนหนึ่งเพราะผกก.  และคนเขียนบทที่ทางค่ายเลือกมานั้นมีฝีมือจัดจ้านและเหมาะกับหนังเรื่องนั้นๆ ด้วย เช่น Ant-Man ก็กำกับโดย Peyton Reed ที่ทำหนังอารมณ์ดีผสมเสียงขำอย่าง Yes Man และเขียนบทโดย Edgar Wright ที่เปลี่ยนหนังแอคชั่นพล็อตธรรมดาอย่าง Baby Driver เป็นหนังโคตรมันส์สไตล์จัดจ้านมาแล้ว หนังเดี่ยวของมนุษย์มดจึงทำออกมาได้อย่างสนุกสนานและฮามากๆ หรือว่าจะเป็นหนัง Stand Alone ของ MCU ที่เราชอบมากที่สุดอย่าง Iron Man 3 ก็กำกับโดย Shane Black ที่ตอนแรกเราก็หวั่นๆ อยู่นิดนึง แต่พอดูแล้วก็รู้เลยว่าแกเป็นผกก. ที่จับอารมณ์หนังได้อยู่หมัด ฉากตลกก็ขำก๊าก ฉากจริงจังก็เล่นซะเครียดตาม บางฉากทั้งฮาทั้งเครียดก็กำกับอารมณ์นักแสดงได้เป๊ะ ไม่หลุดเลย

แต่สำหรับ Black Widow เราว่าการเลือก Cate Shortland มากำกับนั้นเป็นการเลือกที่ผิดที่ผิดทางไปหน่อย เพราะดูจาก Berlin Syndrome แล้ว นางถนัดกำกับฉากดราม่าเล็กๆ โดยอาศัยพลังจากนักแสดงมากกว่าจะไปพึ่งพาเทคนิคถ่ายทำ หลายฉากในเรื่องแทบจะปล่อยให้นักแสดงเล่นกันเองเลย พอมากำกับ Black Widow ฉากดราม่าต่างๆ นางเค้นอารมณ์จากนักแสดงได้ดีมาก (ฉากที่ Yelena อยู่ในห้องกับ Alexie และฉากบนโต๊ะอาหารคือดีมาก) แต่พอหนังตัดมาที่ฉากแอคชั่นดันมีปัญหาพอสมควร เราบอกเลยว่าฉากแอคชั่นมันส์มาก มันส์จริงๆ แต่มันเป็นมันส์แบบ "โว้ววว, อู้ววว, อุต๊ะะะ" สิ่งที่ขาดไปคือ ความลุ้นและกดดันในสถานการณ์ ทำให้เวลาเราดูฉากแอคชั่นในเรื่องนี้เรารู้สึกว่าสนุกมากเลยนะ แต่ไม่ลุ้นเลยอ่ะ มันเลยไม่ว้าว และการตัดต่อก็ยังธรรมดาไปสำหรับหนังแอคชั่น
สิ่งที่ไม่ชอบมากๆ (เข้าขั้นเกลียด) เลยก็คือ Third Act เป็นการตอกย้ำว่า Cate Shortland ไม่เหมาะกับหนังแอคชั่นสเกลใหญ่แบบนี้จริงๆ

ในฉาก Climax มันเต็มไปด้วยความ 'อิหยังวะ' มาก นับไปตั้งแต่การเฉลยจุด Twist ที่เวิร์คในจุดแรก แต่พอมันเฉลยอีกจุดสองจุดสามคือบ่าได้เลย จังหวะมันไม่ได้ ชั้นเชิงในการเฉลยดูง่ายไปมากๆ สำหรับหนังสายลับ จุดที่เราเสียดายมากๆ ก็คือตัวร้ายอย่าง Taskmaster ที่เฉลยได้แบบ "อ่าวหรอ อืม..โอเค" และดาราที่เอามาเล่นก็คือเสียดายมาก ทั้งที่คนนี้มีฝีมือเยอะมากเกินจะมารับบทง่ายๆ แบบนี้ อีกทั้งฉากแอคชั่นในช่วงนี้คือ 'เละ' ของจริง ตัดต่อมั่ว ดูไม่รู้เรื่องว่าใครสู้กับใคร (ตอนดูฉาก Natasha โดนรุมคืองงเลยนะ คนไหนเป็นคนไหนวะ? ทำไมเลือกมุมกล้องแบบนี้วะ? แล้วทำไมต้องตัดสลับแบบนั้นวะ?) และ CG หลายฉากในช่วงนี้ดูปลอมมาก ไม่สมชื่อ Marvel เอาเสียเลย

ทีมนักแสดงในเรื่องนี้ แต่ละคนคือเบอร์ใหญ่มากๆ Scarlett Johansson ก็ยังเป็นแม่ม่ายดำได้ยอดเยี่ยม แทบจะไม่ต้องพยายามอะไรมากแค่หายใจก็มีความเป็น Natasha แล้ว, David Harbour ก็สลัดคราบนายอำเภอใน Stranger Things ออกซะแทบจะเป็นคนละคน พี่แกรั่วได้ใจมาก, Rachel Weisz ในเรื่องนี้สวยมาก สวยขึ้นกล้องสุดๆ รู้สึกว่าใช้งานนางได้ไม่คุ้มเลย แต่ชอบเวลานางเข้าโมเมนท์กุ๊กกิ๊กกับ Harbour ดูเป็นธรรมชาติมากๆ คิดถึงตอนนางเล่นเป็น Evelyn

คนที่เกิดมากๆ ก็คือ Florence Pugh ในบท Yelena เสน่ห์ล้นจอทุกฉาก ฮาทุกครั้งเวลาปล่อยมุก เวลานางอยู่กับ Natasha ก็เคมีเข้ากันสุดๆ บางฉากรัศมีความเด่นแทบจะกลบ Scarlett อยู่แล้ว รอดูนางไปโลดแล่นในเรื่องอื่นของ MCU อยู่นะ และคนสุดท้ายที่โผล่มาน้อยแต่ประทับใจไม่น้อยคือ Ever Anderson ในบท Natasha วัยเด็ก ดูเหมือนแม่ (Milla Jovovich) มากๆ เวลามีคิวบู๊นี่นึกถึงแม่ของน้องตอนเล่น Resident Evil เลย
สิ่งที่ชอบ
1. Natasha Romanoff ยังคงรักตัวละครนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
2. Yelena เป็นตัวละครที่แย่งซีนมาก เป็นการส่งไม้ต่อที่น่าสนใจ อยากเห็นนางเฉิดฉายในเรื่องอื่นแล้ว
3. ฉากแอคชั่น แม้ภาพรวมจะไม่ได้เท่าที่หวัง แต่ความมันส์ 10/10
4. ฉากเปิด สะเทือนใจสมราคาผกก. Berlin Syndrome
5. มุก 'บูดาเปสถึ' กับ 'ชื่อน้องหมู' น่าจะเป็นมุกที่ฮาที่สุดในหนังแล้ว
6. ทีมนักแสดง
7. Florence Pugh ชอบเป็นการพิเศษ คนอะไรสวยและรั่วได้มีเสน่ห์ขนาดนี้
8. ฉาก End Credit เราร้องไห้ T_T
9. พากย์ไทย ตลกกว่าเดิมเวลาฟังเป็นภาษาไทย

สิ่งที่ไม่ชอบ
1. Third Act แย่ เละเทะ รับไม่ได้
2. ความไม่สม่ำเสมอของความจริงจังและความฮา
3. อารมณ์ในฉากแอคชั่น มันส์น่ะมันส์มาก แต่ความลุ้นหาแทบไม่เจอ
4. จุด Twist เฉลยได้แบนมาก ไร้ลีลาที่ทำให้คนดูคล้อยตาม
5. CG แย่
6. การตัดต่อ ช่วงแรกยังรับได้เพราะยังดูรู้เรื่อง แต่หลังๆ คือโคตรพัง

สรุป ไม่แย่ ไม่รู้สึกเสียเวลา แต่ ไม่สมศักดิ์ศรีความเป็น Natasha Romanoff เลย ธรรมดาเกินไปสำหรับหนัง Stand Alone ของฮีโร่อันทรงเกียร์ติของ Marvel หลายคนเอาไปเทียบกับ Captain Marvel เราบอกเลยว่าถึงแม้จะไม่ได้ชอบเรื่องนั้นมาก แต่เราชอบ Captain Marvel มากกว่า เพราะอารมณ์ขันในเรื่องโดดเด่นและลงตัวกว่า แถมดูจบแล้วอยากกลับไปดูซ้ำอีกหลายๆ รอบ แต่สำหรับ Black Widow พอส่ำนี้เถาะ...

คะแนนเฉลี่ยรวม : 7/10

ชื่อสินค้า:   BLACK WIDOW
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่