แก้ไขยังไงให้สามีเลิกเห็นแก่ตัว

สวัสดีค่ะ จขกท.และสามี คบหาดูใจมาเกิน 10 ปี
แต่เป็นการคบหาแบบระยะทางไกล 1 เดือนเจอกันครั้ง หลังจากแต่งงาน 3 ปี จขกท.ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อย้ายมาอยู่จังหวัดเดียวกันกับสามีเพราะอยากอยู่แบบสามีภรรยาอยากเจอหน้ากันทุกวัน ที่สำคัญ จขกท.อยากมีลูกเพราะอายุเยอะแล้ว
และ จขกท.พาพ่อแม่มาอยู่ด้วย ซื้อบ้านใหม่ของ จขกท.ร่วมกับพ่อแม่(บ้านไม่ได้ผ่อนส่วนตรงนี้จึงไม่เป็นภาระ)
และตามระเบียบ ผช. ก็ต้องย้ายเข้าบ้านเรา หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ 1 ปีผ่านไป ก็ไม่เคยออกค่าใช้จ่ายในบ้านเลย(ค่าน้ำ+ค่าไฟ+ค่าอาหาร+ค่าอินเตอร์เน็ต+ค่าของใช้ในครัวเรือน)*ส่วนวงเล็บตรงนี้ จขกท.เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด**

แต่มีซื้ออุปกรณ์อาบน้ำแบบนับครั้งได้ และเลี้ยงข้าวเรานอกบ้านแบบนับครั้งได้ และเลี้ยงขนม จขกท.แบบเล็กๆน้อยๆ

แต่ ผช. มีเงินเก็บใน บช. หลักหมื่น และให้เพื่อนยืมเงินหลักหมื่น (ตรงนี้แค่เกรินความมีของ ผช. จขกท.ไม่ได้เข้าไปจัดแจ้งใดๆ)

และ 2 ปี ผ่านไป จขกท.มีลูก 1 คน ทุกอย่างของลูก ไม่ว่าจะเป็นค่าคลอดเสื้อผ้าของใช้ต่างๆ ออกคนละครึ่ง ส่วนลูกและงานบ้านเป็นหน้าที่เรา เพราะ ผช.ทำงานประจำ ส่วนเราอาชีพอิสระอยู่กับบ้าน

*จนวันนึง โควิดเข้ามา ทำให้ จขกท.ไม่มีรายได้เงินเก็บหายหมดเพราะ จขกท.ยังต้องใช้จ่ายเงินเหมือนที่กล่าวมา
ร่วมถึงผ่อนรถคนละครึ่งกับ ผช. โดยชื่อเป็นของ ผช. จขกท.ออกร่วมกันตอนย้ายอยู่จังหวัดเดียวกัน

เมื่อเงินหมด ผช. ทวงค่ารถ จขกท.ต่อหน้าพ่อแม่ จขกท. ในขณะที่ จขกท.อุ้มลูกอยู่ 

จขกท.ได้แต่คิดในใจว่าเมื่อไหร่ ผช. จะคิดได้ว่า จขกท.ก็เป็นเมีย
จขกท.เริ่มชี้แจ้งให้ ผช.ช่วยเข้าใจค่าใช้จ่ายต่างๆในบ้านซึ่งผู้ชายได้แต่พูดว่า ''ถ้ามีให้ไปแล้ว'' ซึ่ง จขกท.เข้าใจว่ามันเป็นคำพูดที่พลักภาระมาก

จขกท.ก็ดำเนินชีวิตไปแบบนี้ จนเข้าปีที่ 4 แต่กลับกันช่วงที่เราไม่เหลือเงินเก็บ พ่อแม่ของ จขกท.ก็ต้องมารับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแทน จขกท.

โดยปัจจุบัน ผช.จะรับผิดชอบ ค่ารถที่ซื้อร่วมกัน และค่านมกับแพมเพิสลูกเท่านั้น แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆยังเป็นภาระทางครอบครัวเรา
ซึ่งพ่อแม่เราก็เห็นใจยื่นข้อเสนอให้ช่วยเหลือกันนิดหน่อยโดยจะหุงข้าวให้ ขอให้ช่วยซื้อกับข้าวแยก เมื่อสามีได้ฟังก็มีความคิดที่อยากจะแยกครอบครัวซึ่งตรงนี้เราไม่ได้พูดให้พ่อแม่ได้ยินกลัวท่านจะเสียใจ ส่วนตัวเราก็พยายามหางานอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ 

ยังไม่รวมถึงปัญหาที่บ้าน ผช. ชอบโทรตามในวันหยุดเพื่อให้พาไปทำธุระจิปาทะเรื่องของญาติๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะธุระพ่อแม่ของ ผช.

ซึ่งตอนนี้เราตกผลึกได้ว่า ผช. ค่อนข้างเห็นแก่ตัว นอกจากไม่มีเวลาให้เราและลูก  ยังไม่รับผิดชอบและดูแลเรากับลูกในฐานะพ่อและสามี

ขอปรึกษานะคะ จขกท.ไม่รู้จะไปปรึกษาใครในเรื่องนี้
1.ตามเหตุการณ์ข้างต้น ที่ผ่านมา จขกท.ถือว่าอดทนพอจะเป็นเหตุผลในการเลิกลากับพ่อของลูกไหมค่ะ
2.มีท่านใด เคยเจอเหตุการณ์ประมาณนี้ และสามารถแก้ไขได้อยู่ด้วยกันต่อเพื่อลูก ด้วยวิธีการใด และ ผช.สามารถเปลี่ยนได้ไหมค่ะจากความเห็นแก่ตัวนี้
3และมีท่านใดที่แยกทางกัน เลี้ยงลูกคนเดียวมาอย่างไร และมีผลอะไรกับลูกไหมค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่ตอบคำถามนะคะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 33
เข้าใจความรู้สึกจขกท.เลยครับ
ผมมีพ่อที่เป็นคนประเภทนี้ครับ
พ่อกับแม่แต่งงานมา 30ปี อย่าให้มันผ่านมานานขนาดที่แม่ผมต้องเจอดีกว่าครับ

ยกตัวอย่างเช่น
-ไม่เคยจ่ายค่าใช้จ่ายอะไรเลยตลอดชีวิต ค่าน้ำค่าไฟค่าเน็ต
-รถบังคับให้แม่ซื้อใหม่ให้ทุก4-5ปี
-ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วนแม่จ่าย
-บ้านให้แม่ซื้อแพงๆ แต่ทั้งหมดแม่ผ่อน
-ด้วยความที่เป็นข้าราชการ เค้าสามารถเบิกค่าเรียนลูกได้
ผม/พี่สาวจ่ายค่าเทอมเอง เขาเอาใบเสร็จไปเบิกแล้วเอาเงินที่เบิกไปเลี้ยงเมียน้อย
-พอแยกกันอยู่(ยังไม่หย่า)ของใช้ในบ้านแยกกัน ผมเผลอไปกินไข่ที่เขาซื้อมา 1ฟอง ไลน์มาทวงตัง
-ญาติฝ่ายพ่อชอบหลอกขาย/หลอกให้ใช้หนี้ให้

เพราะแม่ผมเป็นพวกยอมคน ความเห็นแก่ตัวของเขาเลยมากขึ้นทุกวัน ที่ไม่เลิกกันเพราะว่าเค้าเห็นใจลูก แต่ตอนนี้ลูกอายุเยอะกันแล้ว พวกผมก็ช่วยให้แม่หลุดพ้นได้สักที

จากประสบการณ์ตรงนะครับ สงสารตัวเองเถอะครับรีบหนีให้พ้นให้ไวที่สุด ยิ่งอยู่นานยิ่งตัดยาก เหมือนมะเร็ง ยิ่งตัดเร็วยิ่งดีครับ แม่ผมพูดเสมอว่า “คิดดูนะนี่ขนาดชั้นมีประโยชน์ยังทำขนาดนี้ลองคิดดูสิว่าถ้าหมดประโยชน์จะขนาดไหน”

ถ้าคุณถึงจุดลำบากของชีวิต คนแบบนี้เค้าพร้อมจะไปแน่นอน ดังนั้นชิงทิ้งก่อนเลยครับ ถ้าอยากได้คำแนะนำหลังไมค์มาได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 13
คบมา10ปีแต่ไม่รู้นิสัยจนถึงขั้นแต่งงานกัน

ย้ายบ้านมาทั้งครอบครัวและซื้อบ้านใหม่เอาฝ่ายชายมาอยู่ด้วย พูดตรงๆ ผมว่าประเคนให้เกินไปครับ มาถึงตอนนี้เค้าก็เคยตัว ไม่สนใจอะไรหรอก ควถือว่าคุณเป็นฝ่ายอยากมาอยู่กับเค้าเอง

เรื่องแยกครอบครัว เค้าพูดไปงั้นแหละครับ รถยังต้องให้ช่วยผ่อน ไปซื้อบ้านใหม่จะมีปัญญาเหรอ

จากคำถามขอรวบตอบเป็นข้อเดียวว่า ถ้าเลิกเลี้ยงดูลูกคนเดียวน่าจะเป็นผลดีต่อลูกมากกว่าต้องหาเลี้ยงทั้งลูกทั้งผัวครับ ไม่ต้องห่วงเด็กขาดความอบอุ่นถ้าคุณเลี้ยงดูได้ดีพอรวมทั้งยังมีตายายคอยเกื้อหนุน ถ้าสามีไม่ได้ช่วยอะไรเลย ลูกอาจมีพ่อแต่อดมื้อกินมื้อในอนาคตได้ครับ สิ่งที่ควรจะได้เช่นการศึกษาอาจจะได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควรจะเป็น

ยังไงคนที่รู้สถานการณ์ดีที่สุดคือคุณครับ ลองคิดข้อดีข้อเสียเอา ถ้ารักเค้า คิดว่าเค้าจะปรับปรุงตัวได้ก็คุยกันดู
ความคิดเห็นที่ 55
เราขอให้ความเห็นในทิศทางตรงข้าม ทั้งหมดเลยนะคะ
เรื่องราวเขียนโดยคุณหนูโลกสวยที่มองจากโลกด้านเดียว
เราจะใส่มุมมองอีกด้าน .. ด้านผู้ชายนะคะ
(ผู้ชายเป็นคนใช้ได้  และพวกคุณอาจเป็นคนบีบให้เค้าอึดอัด และ"เชิดหุ่น"ตามใจตนเอง)
คนที่เปลี่ยนเงื่อนไขเปลี่ยนเรื่องราวเอาแต่ใจไปเรื่อยๆ คือ จขกท.เอง

ผู้ชายวางตัวดีมาตลอด10ปี แต่งงานให้เกียรติคุณ แม้คบทางไกล
(ระยะยาว ชายคงหวังสร้างครอบครัว แบบพาหญิงเข้าบ้านตนเอง มีลูก จ่ายค่าใช้จ่ายได้ตามประสาข้าราชการ)

แต่วันหนึ่ง หญิงก็ฝันหวาน  ลาออกจากงาน  แห่พาพ่อแม่มาอยู่ที่นี่  แล้วบังคับแต่งผู้ชายเข้าบ้าน
แล้วหญิงทำงานเลื่อนลอย   แต่กลับเร่งเร้าให้ผู้ชายออกรถ (ที่เค้าไม่พร้อมผ่อน) รถที่พวกคุณใช้ร่วมกันทั้งหมด
เมื่อพวกคุณไม่มีเครดิต ..ข้าราชการหนุ่มต้องเป็นผู้กู้ รถจึงเป็นชื่อเค้า  (แต่ตอนนี้ยังเป็นชื่อไฟแนนซ์)
ความต้องการไม่จบ  .. ครอบครัวนี้ต้องการลูก   อสุจิจงมา  คลอดแล้วต้องช่วยค่าเลี้ยงดูครึ่งนึง (ซึ่งเข้าใจได้)
(เค้าอึดอัด ที่จะอยู่บ้านนี้  เค้าจึงหนีไปบ้านญาติบ่อยๆ  เค้าจึงชวนคุณแยกตัวออกไป  แต่คุณไม่เปิดใจฟังเล้ยยยย)

แล้ววันนึง เธอไม่มีรายได้  เธอเร่งรัดให้เค้าจ่าย  ค่าใช้จ่ายในบ้านที่เค้าไม่อยากอยู่ (แต่ทนอยู่เพราะคุณเพราะลูก)
ข้าราชการผู้กู้คนนี้ ไม่มีเงินจ่ายค่ารถ .. เค้าไม่ได้ทวงคุณ แต่เค้าทวงพ่อแม่ผ่านคุณ .. เค้ากำลังบ้าหาเงินมาจ่ายค่ารถค่ะ  
แต่คุณทำตรงข้าม คือทวงเงินเค้า ทั้งที่เค้าเองก็ไม่มีเงินพิเศษ 10,000  ทั้งที่เค้าฝืนอยู่บ้านคุณ เค้ามีลูกตามใจพวกคุณ และรถก็น่าจะเพื่อพวกคุณ

วันที่คุณคบทางไกล10ปี +แต่งงาน ... ภาพครอบครัวเค้าไม่ใช่แบบนี้
แต่พวกคุณจู่ๆก็แห่มาอยู่  สั่งเค้าเข้าบ้าน สั่งสั่งสั่ง ... เราคิดว่า เค้าอดทนมากและดีพอค่ะ
คนที่เปลี่ยนเงื่อนไขเปลี่ยนเรื่องราวเอาแต่ใจไปเรื่อยๆ คือ จขกท.เอง

เราอยากให้คุณตอบ คห.2
คุณยังหลงเหลือความรักความต้องการให้เค้าอยู่ในฐานะสามีของคุณต่อไปไหมคะ?
ตอนนี้เค้าไม่เป็น"ตุ๊กตาผัวแสนดีที่คุณต้องการ"  (แต่เค้าเป็นพ่อเป็นผัวที่ดีพอควร)
... ถ้าคุณอยากให้เค้าแมน กางปีกดูแลคุณและลูก .. คุณต้องยอมออกจากปีกพ่อแม่ แล้วไปในทางที่เค้าต้องการ

++ บ้านดอกชวนชมสารพัดสี ++
------------------------------------------------------------
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ความคิดเห็นที่ 1
ขอตอบไม่ตรงคำถามนะคะ สามีคุณเป็นแบบนี้มาแต่แรก ตั้งแต่ปีแรกที่ย้ายเข้าบ้านคุณ ไม่ช่วยค่าใช้จ่ายส่วนรวมใดๆ แต่คุณก็รู้ทั้งรู้ ใช่ว่าเขาจะเพิ่งมาเป็น เขาเป็นของเขาแบบนั้น คุณก็ยังตั้งใจที่จะมีลูกเมื่อเวลาผ่านไปอีก2ปี อาจด้วยหวังว่าเขาจะเปลี่ยนด้วย(หรือไม่)

จนมาถึงวันนี้ เราว่ายากค่ะ ที่จะเปลี่ยนเขาได้ให้มีความเห็นใจหรือออกค่าใช้จ่ายอะไรก็ตาม เขาเป็นของเขาแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณ ลูก หรือใคร ไม่สามารถเปลี่ยนเขาได้ คุณตกผลึกช้าไปหลายปีค่ะ

แต่อย่างไรเสียก็ขอให้หาทางแก้ปัญหาให้ได้ค่ะ คำถาม อื่นๆ รอความเห็นต่อไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
อะไรทำให้เปย์ผู้ชายได้หนักขนาดนั้น
นิสัยเขาออกตั้งแต่แรกแล้ว คุณยังจะปล่อยให้มีลูกอีก  

พ่อแม่อยู่กันดีๆ ต้องมาหนักใจ
มาช่วยคุณแบกภาระอีก
ถึงขนาดนี้ คุณยังต้องถามอีกเหรอคะ ว่าควรเลิกกับเขาไหม

เราเติบโตมาโดยมีแม่เลี้ยงมาคนเดียว
ปู่ย่าตายายอะไรก็ไม่มี
ไม่ได้มีปม ไม่มีปัญหา ไม่ได้รู้สึกด้อยค่ากว่าใครทั้งนั้นค่ะ
มันอยู่ที่วิธีการเลี้ยงดูของคุณ ว่าลูกคุณจะโตมาแบบไหน
และคุณยังมีพ่อแม่ที่พร้อมสนับสนุนคุณอยู่
ไม่มีอะไรน่ากลัวสำหรับการเอาผู้ชายคนนี้ออกจากชีวิตเลยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่