JJNY : หมอสุภัทรชี้ธรรมาภิบาลหายาก│คลัสเตอร์ตลาดสุรนารีลามแล้ว 19 อำเภอ│ปภ.รายงาน 12จว.ยังน้ำท่วม│เข้มปล่อยสินเชื่อรถจีน

หมอสุภัทร ชี้ ธรรมาภิบาลหายากในแผ่นดินไทย หลัง สธ.สั่งย้ายหมอเกรียงศักดิ์
https://www.matichon.co.th/politics/news_2957648
 
หมอสุภัทรโพสต์ธรรมาภิบาลหายากในแผ่นดินไทย หลัง สธ.สั่งย้ายหมอเกรียงศักดิ์
 
วันที่ 25 กันยายน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ จ. สงขลา ประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังกระทรวงสาธารณะสุขมีคำสั่งย้ายแกนนำแพทย์ชนบท นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยระบุว่า 
 
พี่ฉิก หมอเกรียงศักดิ์ ผู้กล้าแห่งยุคสมัย
 
“พี่ฉิกถูกสั่งย้าย” มีเพื่อนโทรบอกผม ผมคิดในใจ “งานนี้คงมีใบสั่งเอาคืนแน่ๆ” เพราะพี่ฉิก เป็นหนึ่งในแม่ทัพใหญ่ศึก ATK ที่ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้ออย่างตรงไปตรงมา เล่นเอาฝ่ายการเมืองหงุดหงิดหนักมาก
 
พี่ฉิกถูกย้ายจาก รพ.มหาราชโคราชไป รพ.ขอนแก่น ทั้งๆที่อยู่มหาราชได้ปีเดียว และไม่ได้บันทึกประสงค์ขอย้าย ยังสนุกกับการทำงานด้วยรอยยิ้มและเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ รอยยิ้มพี่ฉิกนี้จริงใจและหวานเหมือนในรูปอย่างสม่ำเสมอครับ
 
พี่ฉิกไม่คิดไปหาไปคุยกับผู้ใหญ่ ไม่คิดไปประกบเดินตาม ซึ่งไม่ใช่นิสัยพวกเรา มุ่งมั่นลุยงานเต็มที่ดีกว่า และเป็นธรรมเนียมที่ควรจะเป็นในการบริหารโรงพยาบาลว่า ผอ.ไม่ใช่ สสจ.ไม่ควรย้ายบ่อย เพราะความต่อเนื่องสำคัญต่อการพัฒนา
 
วัฒนธรรมการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีธรรมาภิบาล ได้คนดีคนเก่งมาทำหน้าที่ มีความต่อเนื่อง ไม่ใช่เล่นเก้าอี้ดนตรี ไม่ใช่ต้องทำเป็นปิดตาปิดปากต่อการทุจริตหรือนโยบายที่ไร้ประสิทธิผล สิ่งเหล่านี้ยังหาพบได้ยากในระบบราชการไทย
 
ความกล้าหาญของพี่ฉิก หมอเกรียงศักดิ์ วัขรนุกูลเกียรติ คือหนึ่งในต้นแบบของผมครับ ในยามที่ธรรมาภิบาลหายากในแผ่นดินไทย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณี นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา ย้ายกลับไปดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น และย้าย  นพ.ประวีณ ตัณฑประภา ผอ.รพ.สุรินทร์ เป็น ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา แทน ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่า สาเหตุเพระอะไร แต่มีเสียงวิพากษ์วิจารเป็นจำนวนมากว่ามาจากการไปขวางการจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 8,500,000 ชุด เมื่อเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2563 เป็นผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา คนที่ 21 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาแห้ว (จ.เลย), ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูกระดึง (จ.เลย), ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ (ขอนแก่น), ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า (จ.จันทบุรี) และมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ในปัจจุบัน ก่อนที่ล่าสุดจะถูกย้ายไปเป็น ผอ.รพ.ขอนแก่น.
 
https://www.facebook.com/supathasuwannakit/posts/1062177350987725
 

 
คลัสเตอร์ตลาดสุรนารี ลามแล้ว 19 อำเภอ จนท.เร่งตรวจ ATK เจอติดอีก
https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_6640341
 
โควิด : โคราชระดมตรวจ ATK แม่ค้าตลาดสดทั่วเมือง พบบวก 3 ราย เชื่อมโยง คลัสเตอร์ตลาดสุรนารี ลามแล้ว 19 อำเภอ ป่วยสะสมกว่า 500 ราย
 
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2564 ที่ห้างไอทีซิตี้โคราช จ.นครราชสีมา นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา พร้อมนายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ  รองนายก ทน.นครราชสีมา และบุคลากรสาธารณสุขสังกัด สสจ.นครราชสีมา สคร.9 นครราชสีมา และจิตอาสาเทคนิคการแพทย์
ร่วมกัน ตรวจเชิงรุกแบบ ATK ให้กับผู้ประกอบการค้าและผู้เกี่ยวข้องในตลาดประปายุคใหม่ ตลาดร่วมใจ ตลาดเพชรสีมา และห้างไอทีซีตี้ จำนวน 1,306 ราย เบื้องต้นพบผลบวก 3 ราย จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจทยอยนำตัวส่งไปตรวจด้วยวิธี RT-PCR ที่รพ.มหาราช นครราชสีมา เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง
 
นพ.วิญญู เปิดเผยว่า ละแวกบริเวณพื้นที่รอบห้างไอทีซิตี้ เป็นที่ตั้งของตลาดสดหลายแห่งและมีผู้ป่วยเชื่อมโยงกับตลาดสุรนารีเพื่อสร้างความมั่นใจและปลอดภัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจค้นหาเชิงรุกเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด
 
ทั้งนี้ความคืบหน้าการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของคลัสเตอร์ตลาดสุรนารีชื่อเดิมตลาดสุรนคร เมืองใหม่ ซึ่งเป็นตลาดกลางซื้อขายผักผลไม้ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังพบผู้ป่วยรายใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวผู้ค้าในตลาดสดหรือกลุ่มที่มีกิจกรรมทางสังคมร่วมกัน เชื้อได้กระจายในพื้นที่ 19 อำเภอ รวมป่วยสะสมกว่า 500 ราย


 
ปภ.รายงาน 12 จว.ยังน้ำท่วม กระทบปชช. 18,753 ครัวเรือนแล้ว เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย
https://www.matichon.co.th/politics/news_2957521
 
ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 12 จังหวัด ประสานช่วยเหลือผู้ประสบภัย – เร่งระบายน้ำ
 
25 ก.ย.64 เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 16 – 25 ก.ย. 64 เกิดอุทกภัยใน 26 จังหวัด รวม 84 อำเภอ  219 ตำบล 908 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,753 ครัวเรือนปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร ชัยภูมิ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี ขอนแก่น ลำปาง ลำพูน และอุบลราชธานี ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เร่งระบายน้ำและให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว
 
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงาน จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 64 – ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 26 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลําพูน ลําปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กําแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ราชบุรี และนครศรีธรรมราช รวม 84 อำเภอ 219 ตำบล 908 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,753 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 12 จังหวัด ดังนี้
 
– พิจิตร ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบึงนาราง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล อำเภอสามง่าม และอำเภอดงเจริญ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร
 
– ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักทำให้ลำน้ำชีเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอจัตุรัส อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอเนินสง่า และอำเภอบ้านเขว้า ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
 
– นครราชสีมา ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอด่านขุนทด อำเภอสูงเนิน อำเภอโนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา และอำเภอพิมาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำที่ไหลมาจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร
 
– พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา และอำเภอบางบาล ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผงซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ
 
– สุโขทัย เกิดฝนตกหนักทําให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง อำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอคิรีมาศ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
 
– ชัยนาท เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ตำบลไร่พัฒนา อำเภอมโนรมย์ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
 
– นครสวรรค์ เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลาดยาว อำเภอหนองบัว อำเภอชุมแสง อำเภอแม่วงก์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ และอำเภอชุมตาบง ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
 
– สิงห์บุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี รวม 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลอินทร์บุรี และตำบลชีน้ำร้าย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
 
– ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ไชย และอำเภอมัญจาคีรี ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
 
– ลําปาง เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเถิน อำเภอสบปราบ และอำเภอเกาะคา ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
 
– ลําพูน เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอแม่ทา อำเภอลี้ และอำเภอป่าซาง ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
 
– อุบลราชธานี เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ภาพรวมสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงในหลายพื้นที่ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่รับน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป
 
สำหรับประชาชนหากพบเห็นหรือได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วน
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่