JJNY : กทม.มีฝุ่นเกินเกณฑ์ใหม่ WHO4.2เท่า│ชาวเรือซื้อวัคซีนฉีดลูกเรือเอง│ชาวนาพิมายโอดน้ำท่วม│สหายแสงลุ้นป.ป.ช.แจ้งข้อหา

ฝุ่น PM 2.5 : กรีนพีซชี้ กทม. มีระดับฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานใหม่ของ WHO 4.2 เท่า
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6635528
  
 
กรีนพีซ ชี้ ฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครสูงกว่าเกณฑ์ใหม่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำถึง 4.2 เท่า
  
22 ก.ย. WHO ได้ปรับระดับเกณฑ์คุณภาพอากาศใหม่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2005 โดยองค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม กรีนพีซ ซึ่งใช้ข้อมูลจากบริษัท  IQAir ระบุว่า หลักเกณฑ์ใหม่ส่งผลให้ในจำนวน 100 ประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก มีจำนวนประเทศที่มีระดับฝุ่น PM 2.5 เกินกำหนด เพิ่มเป็นถึง 92 ประเทศ จาก 79 ประเทศเมื่อใช้เกณฑ์เมื่อปี 2005
 
ข้อมูลที่นำมาเทียบกับเกณฑ์ใหม่ของ WHO เป็นค่าเฉลี่ยของระดับฝุ่น PM 2.5 ตลอดปี 2020 จากประเทศเหล่านี้
 
กรุงเดลีของอินเดียมีระดับฝุ่น PM 2.5 เลยเกณฑ์ใหม่มากที่สุดที่ 16.8 เท่า ขณะที่เมืองใหญ่ ๆ ที่มีระดับมลพิษทางอากาศเกินมาน้อยได้แก่ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เกินมา 1.2 เท่า, นครซิดนีย์ 1.4 เท่า และไมอามี 1.6 เท่า
 
กรีนพีซบอกว่ามี 8 เมืองในบราซิล, อียิปต์, บังกลาเทศ, อินเดีย และแทนซาเนีย ที่ไม่มีข้อมูลของระดับฝุ่น PM 2.5 จึงไม่สามารถนำมาประเมินได้
 
WHO บอกว่าตอนนี้มลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในภัยสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับมนุษย์ เคียงข้างมากับ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคน 7 ล้านรายต่อปี
 
องค์การอนามัยโลกนี้ออกเกณฑ์แนะนำใหม่สำหรับสารมลพิษ 6 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ โอโซน, ไนโตรเจนไดออกไซด์, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, คาร์บอนมอนอกไซด์, ฝุ่น PM 10 และ ฝุ่น PM 2.5
 
นายเทดรอส อาดานอม เกเบรเยซัส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ระบุว่า “มลพิษทางอากาศเป็นภัยต่อสุขภาพในทุกประเทศแต่กระทบคนในประเทศที่มีระดับรายได้ต่ำและปานกลางเป็นพิเศษ”
 
องค์การอนามัยโลกบอกว่า แม้ว่าคุณภาพอากาศในประเทศร่ำรวยจะดีขึ้นมากตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา แต่จำนวนผู้เสียชีวิตตัวโลกแทบจะไม่ลดน้อยลงเลย เพราะคุณภาพอากาศในประเทศส่วนใหญ่แย่ลงตามระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ
 
นอกจากจะมีผลต่อพัฒนาการของปอดในเด็กและยิ่งทำให้เป็นภูมิแพ้ และทำให้ผู้ใหญ่เป็นโรคโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง องค์การอนามัยโลกบอกว่ามีหลักฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า มลพิษทางอากาศส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อาทิ โรคเบาหวานและภาวะจากการเสื่อมของระบบประสาท
 
นอกจากระดับฝุ่น PM 2.5 แล้ว กรีนพีซยังวิเคราะห์อีกว่ามลพิษทางอากาศทำให้ประเทศต่าง ๆ สูญเสียอะไรอีกบ้าง
 
องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมนี้ประเมินว่า กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตจากผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศ 9,700 รายในปี 2020 หรือ 1,100 รายต่อคน 1 ล้านคน โดยคิดเป็นความสูญเสียทางการเงิน 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี
 
สำหรับกรุงโตเกียวซึ่งมีประชากร 37 ล้านคน กรีนพีซประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตจากผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศ 5.3 หมื่นราย ขณะที่กรุงลอนดอนซึ่งมีประชากร 9.3 ล้านราย ตัวเลขอยู่ที่ 9.8 พันราย
  

 
สมุทรสาคร ยอดเสียชีวิตโควิดเป็นศูนย์ ‘นายกประมง’ เผย ชาวเรือไม่รอรัฐ จัดซื้อวัคซีนฉีดลูกเรือเอง
https://www.matichon.co.th/covid19/thai-covid19/news_2954068
  
สมุทรสาคร ยอดเสียชีวิตโควิดเป็นศูนย์ ด้าน นายกประมง เผย ชาวเรือไม่รอรัฐ จัดซื้อวัคซีนฉีดลูกเรือต่างด้าวกว่า 800 คน
  
เมื่อวันที่ 23 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จากการรายงานข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 22 กันยายน 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 350 ราย จำแนกเป็นผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 14 ราย และผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 176 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 153 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 23 ราย นอกจากนี้ยังพบในกลุ่ม Bubble&Sealde อีก 160 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 104,584 ราย รักษาหายเพิ่ม 456 ราย รวมมีผู้กลับบ้านได้แล้ว 95,591 ราย อยู่ระหว่างการรักษาอีก 8,196 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายวัน 0 ราย หรือ ไม่มีผู้เสียชีวิตในรอบหลายเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการระบาดหนักในระลอกใหม่นี้ รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 797 ราย
 
ด้าน นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร กล่าวว่า สำหรับเรื่องของการฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้กับแรงงานภาคประมงในจังหวัดสมุทรสาครทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวนั้น ขณะนี้ในส่วนของแรงงานต่างด้าวทางเจ้าของเรือได้ควักเงินส่วนตัวเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มกับทางราชวิยาลัยจุฬาภรณ์ มาฉีดให้แก่แรงงานข้ามชาติจำนวนกว่า 800 คน ไม่รอวัคซีนจากรัฐบาล โดยจะเริ่มฉีดวันที่ 28 กันยายนนี้เป็นต้นไป ส่วนแรงงานไทยขณะนี้ได้ทำการฉีดวัคซีนจนเกือบครบหมดแล้ว ในส่วนที่เหลือคงเป็นเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้นำเรือเข้าฝั่งเท่านั้น แต่ถ้าเข้าเมื่อใดก็จะนัดฉีดทันที ซึ่งทั้งนี้ในภาพรวมของแรงงานประมงของจังหวัดสมุทรสาคร ถ้าฉีดครบทั้งคนไทยและแรงงานข้ามชาติก็ครอบคลุมไม่ต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ทำงานอยู่ในภาคประมง
  
นายมงคล กล่าวว่า สำหรับปัญหาโควิด-19 กับภาคประมงนั้น ถือได้ว่ามีปัญหาน้อยมาก เพราะที่ผ่านมาชาวประมงจะใช้เรือเป็นเสมือนสถานที่กักตัวอยู่แล้ว โดยมีทั้งการตรวจหาเชื้อตั้งแต่การระบาดครั้งแรก จากนั้นก็ให้ลงไปกักตัวในเรือโดยจะต้องมีการลอยลำให้ครบตามวันที่ ศร.ชล.กำหนดก่อน ถ้าเรือลูกทุกคนอยู่ในอาการปกติจึงจะนำเรือออกไปทำการประมงได้ แต่หากพบแรงงานติดโควิดก็จะส่งเข้าสู่โรงพยาบาลสนามทันที ส่วนคนอื่นๆ ในเรือก็ต้องได้รับการกักตัวตามกระบวนการสาธารณสุขไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาพบลูกเรือติดโควิด-19 อยู่ราวๆ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
 

 
ชาวนาพิมายโอด น้ำไหลหลากท่วม 'นาข้าว-พื้นที่เกษตร' เสียหายนับพันไร่
https://www.matichon.co.th/region/news_2953940
 
ชาวนาพิมายโอด น้ำไหลหลากท่วม ‘นาข้าว-พื้นที่เกษตร’ เสียหายนับพันไร่ เหตุฝนตกมวลน้ำสะสมหลายพื้นที่ ไหลลงลำมูล
 
วันที่ 23 กันยายน 2564 รายงานข่าวแจ้งว่า เขื่อนพิมาย ภายใต้การดูแลของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา  ยังคงได้เปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด 6 บาน เพื่อระบายน้ำเหนือเขื่อนไปยังพื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงนี้พื้นที่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงอำเภอพิมาย มีฝนตกติดต่อกันแทบทุกวัน ทำให้มีมวลน้ำสะสมทั้งในลำน้ำธรรมชาติ และในพื้นที่ลุ่มน้ำจำนวนมาก ซึ่งมวลน้ำจากพื้นที่อำเภอปักธงชัย ได้ไหลหลากมายังพื้นที่อำเภอโชคชัย ผ่านอำเภอเฉลิมพระเกียติ อำเภอจักราช และมาลงลำน้ำมูลที่อำเภอพิมาย
 
ซึ่งล่าสุด พบว่า มวลน้ำได้หลากเข้าท่วมนาข้าวกว่า 1,000 ไร่ ที่บ้านใหม่ไทรงาม ม.16 ต.ในเมือง อ.พิมาย แล้ว เนื่องจากพื้นที่อยู่ติดกับลำน้ำมูล ทางด้านท้ายเขื่อนพิมาย
 
โดยนายคำ อุ่นใจ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 415 ม.2 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า มีที่นาอยู่ใน ม.16 บ้านใหม่ไทรงาม ปลูกข้าวนาปี เป็นข้าวมะลิ 40 ไร่ถูกน้ำท่วมจนหมด และปลูกอ้อย 5 ไร่ กับข้าวโพดอีก 1 ไร่ ก็ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และระดับน้ำยังคงจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปกติสถานการณ์น้ำไหลหลากเข้าสู่ตัวเขื่อนพิมาย จะมาจากหลายลุ่มน้ำด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นลุ่มลำตะคอง ลุ่มลำพระเพลิง และลุ่มน้ำลำเชียงไกร ไหลมาลงลำน้ำมูลเหนือเขื่อนพิมาย ซึ่งทางเขื่อนจะปิดระบายน้ำออกลงลำมูลพื้นที่ท้ายเขื่อนเป็นประจำ หากระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มสูง
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่