[CR] รีวิวยุบโหนกตัดกรามทำคางด้วยกระดูกตัวเอง แก้ไขซิลิโคนเหลวกัดกินกระดูก ทั้งหมดนี้ทำกับหมอไทย



สวัสดีครับ ชื่อเน็ทนะครับ เราเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาจากการฉีดซิลิโคนเหลว คือตอนนั้นต้องบอกก่อนว่าครอบครัวเราค่อนข้างแอนตี้ศัลยกรรม ณ ตอนนั้นนะครับ เลยทำให้การผ่าตัดเนี่ยมันไม่ได้แน่นอน กลายเป็นว่าเรามีหนทางเดียว มันก็เลยกลายเป็นว่าเราต้องฉีดนะ ถ้าเราอยากทำ มันเป็นตัวเลือกเดียว ณ ตอนนั้น เราก็เลยไปฉีดมา ช่วงนั้นช่วงมหาลัย 7-8 ปีที่แล้ว ตอนนั้นความเด็กอ่ะเนอะ ความวัยรุ่น 555+ ก็เลยตัดสินใจไปฉีด แต่ว่าพอมันอยู่กับเรามา 7-8 ปีอย่างเนี้ย มันทำให้รู้สึกว่าเราเริ่มเห็นปัญหา เห็นผลเสียของมัน มันก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เรามาทำยุบโหนกตัดกรามเสริมคางใหม่ครับ



ต้องบอกก่อนย้อนไปช่วงนั้น ช่วงก่อนโควิดเลย เราแบบว่าต้องการแก้ไขศัลยกรรมตรงคางเรา เพราะว่าเรารู้สึกว่าช่วงนั้นน่ะทุกคนทักเรา เราจะเจอปมเด็กๆเลยว่า คางเป็นมะม่วงอะไรแบบนี้ครับ คางมันยื่น กรอบหน้าเวลาแบบว่าจะเห็นหน้าที่รูปก่อนทำศัลยกรรม มันก็จะแบบว่าจะเป็นมุมๆๆอะไรแบบนี้ เวลาใส่หมวกอ่ะ หน้าเหมือนเพชรอ่ะ แล้วเรารู้สึกว่าเราไม่มั่นใจในการถ่ายรูปเรา คือเราเป็นคนชอบถ่ายรูป พอเวลาถ่ายรูปออกมาแบบนี้ มันเป็นมุม มันเป็นเหลี่ยมที่แบบว่า มันไม่ได้ตรงตามที่เราชอบ มันก็เลยตัดสินใจทำให้เราผ่าที่ทำศัลยกรรมแก้ไขปัญหาตรงนี้ที่เราเจออ่ะครับ



ก่อนตัดสินใจทำ เราทำการบ้านมาค่อนข้างเยอะมาก ว่าเราจะตัดกรามทุบโหนกที่ไหนดี เราก็เลยรู้สึกว่า เราต้องหาข้อมูลก่อน นอกจากจะหาข้อมูลว่าจะทุบโหนกผ่าตัดกรามที่ไหนดีแล้วก็ต้องหาพวกผ่ากรามราคาและรีวิวทุบโหนกตัดกรามดู แล้วพิจารณาไปด้วย ซึ่งก็มีหลายคนพูดแนะนำหมอและคลินิกให้เราด้วย



หลายคนชอบถามว่าวันผ่าตัดตื่นเต้นมั้ย? จะบอกว่าไม่ตื่นเต้นเลย คือวันนั้นอ่ะ คุณหมอนัดตี 5 เริ่มผ่าตัดคือ 6 โมง ความรู้สึกเดียวคือง่วง แบบอะไรก็ได้อยากนอนเท่านั้น 5555+ คืออยากนอนแล้ว คืออยากผ่าตัดกรามตัดโหนกแก้มให้มันเสร็จ ก็เลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร รู้สึกง่วงอย่างเดียวเพราะมันเช้ามากแค่นั้นเอง 

+
ก่อนทำ แบบหน้าสด ><

กระดูกกรามของเน็ทเอง สปอยไว้เผื่อใครหวาดเสียวน้าา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เน็ทผ่าตัดด้วยการวางแผนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 3 มิติ ซึ่งมันจะละเอียดกว่าการผ่าตัดแบบ 2 มิติทั่วไปครับ



พอผ่าตัดเสร็จ ตอนที่พยาบาลมาปลุก เราตื่นขึ้นก็จะพบว่ามันจะมีก้อนๆประกบตรงแก้ม แต่แปลกที่ทำตั้ง 3 อย่างกลับไม่รู้สึกเจ็บเลย อันนี้คือพูดจริงๆ มันไม่รู้สึกเจ็บเลย มันอาจจะเจ็บนิดนึงตรงที่ไหมเย็บ ที่มันตึงๆ นิดดดดดนึง แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคขนาดนั้นนะ จะมีก็แค่หิวน้ำอย่างเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนผ่าตัดเราไม่ได้กินน้ำด้วยล่ะมั้ง 

ตอนเราตื่นมาก็มีพี่ที่เข้ามาดูแล ก็บอกค่อยๆลุกขึ้นนะ รู้สึกเวียนหัวไหมคะ นู่นนี่นั่น วันนั้นคือกินน้ำแดงไปเยอะมาก เน็ตนอนพักแป๊ปนึง หลังจากนั้นก็กลับบ้านได้ครับ แนะนำเลยนะครับ การผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ควรมีผู้ติดตามมาด้วย อย่างน้อย 1 คน เผื่อเราไม่ไหว จะได้ขับรถแทนเรา หรือดูแลเราได้ครับ



ช่วงวันแรกๆเลย เราจะอ้าปากกว้างไม่ได้ เพราะว่ามันเพิ่งผ่าตัดมาอ่ะเนอะ มันก็จะตึงๆกลับมา ช่วงนั้นแค่วัน – 2 วัน และมันก็ไม่ได้มีปัญหากับการใช้ชีวิต หรือว่าการกิน หรือว่าการหาวเลย มันจะค่อยๆดีขึ้นอ่ะครับ บางคนอาจจะ 2-3 วันแรก นอนซมอยู่กับเตียง แต่เน็ทไม่ 5555+ เน็ทออกไปเดินห้าง ไปไหนได้ปกติเลย มันก็เลยแบบไม่ได้มีผลอะไรขนาดนั้นครับ อาจเป็นเพราะว่าเน็ทไม่ต้องใส่สายเดรนระบายเลือด มีกระปุกห้อยอยู่ตรงปากด้วยมั่งครับ การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดมันเลยค่อนข้างจะง่าย



ตอนแรกที่ผ่าตัด ก็มีรอยช้ำบ้าง มันก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่นะ แต่ว่ามันก็เริ่มค่อยๆจางลง ค่อยๆดีขึ้นไปเรื่อยๆอ่ะครับ ตอนนี้มันก็ไม่ได้ชัดอะไรขนาดนั้น ก็จะมีรอยช้ำนิดนึง ส่วนแผลผ่าตัดไม่เห็นนะครับ เพราะไม่มีแผลผ่าตัดด้านนอก แผลผ่าตัดจะอยู่ในช่องปากครับ ทำความสะอาดช่องปากโดยการแปรงฟันได้ หมั่นบ้วนปากบ่อยๆหลังทานอาหาร เราทำประจำเพราะเรากลัวจะมีเศษอาหารไปติดตรงแผล



สัปดาห์แรกก็เหมือนกับว่าทุกอย่าง มันก็อาจจะยังดูไม่เข้าที่มาก แต่ว่ามันจะค่อยๆยุบลงเรื่อยๆเลยนะครับ ขนาดยังไม่ยุบบวมดีก็ยังเห็นได้ชัดเลยว่าหน้าเราเล็กลงมาก จากที่เราเคยมีเป็นมุมๆๆอะไรแบบนี้ เวลาถ่ายรูปมันก็จะเห็นมุมชัด ตอนนี้ก็คือมันดูแบบเรียวมากขึ้น การกินหรือว่าการหาวอะไรก็ทำได้ปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไรในส่วนของตรงนั้นเลย คือแบบใช้ชีวิตได้ปกติ เหมือนกับก่อนที่เราจะมาผ่าตัดทุกอย่าง


หลังทำ ครบ 10 วัน


เน็ททำฉายแสงลดบวมด้วย หน้าจะได้ยุบบวมไวๆ อันนี้เน็ททำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เราสามารถทำได้บ่อย เพราะมันไม่ได้รู้สึกเจ็บหรือร้อนหรือแสบใดๆ แต่เราจะทำหรือไม่ทำก็ได้

3 อาทิตย์เกือบ 4 อาทิตย์ เน็ทก็ออกไปถ่ายรูปที่คาเฟ่ เพราะรู้สึกว่า หน้าเรามันไม่ได้ดูบวมขนาดนั้น รอยช้ำก็หายแล้ว เราก็เลยออกไปถ่ายรูป เขาเรียกว่าไปลองของใหม่ 5555+ กำลังเห่อ





หลังทำชีวิตเปลี่ยนมั้ย? ต้องบอกว่าช่วงนี้มันช่วงโควิดอ่ะเนอะ อาจจะไม่ค่อยได้ไปเจอเพื่อน หรือไปเจอใครมากมายข้างนอก แต่เราก็ชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว ก็ยังจะออกไปถ่ายรูปอยู่ดี ก็กลายเป็นว่าเรามีรูปเยอะมาก ในเฟสบุ๊คคือมีรูปใหม่ๆอัพเดทตลอดเวลา เพื่อนก็จะมาทักตลอดว่าหน้าเรียวขึ้นนะ ส่วนตัวเราว่ามุมกรามมันหายไปเยอะมาก จะเห็นว่ามันเรียวขึ้นมาจากเดิมเลย และก็คางที่มีปัญหาก็หายไปค่อนข้างมากเลย รู้สึกว่าเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่ามันแปลกปลอมหรืออะไรเลย



ตอนแรกอ่ะคาง+กรามที่เราอยากได้ คือขึ้นมาสูงเลย ไม่ต้องการที่มันเป็นมุมกราม เราต้องการให้แบบเกาหลีจ๋าเลย แต่คุณหมอก็แนะนำว่าถ้าแบบนั้นมันก็จะดูไม่ค่อยธรรมชาตินะ มันจะดูแบบจะโอเคมั้ยถ้ามันไม่ธรรมชาติ เออ.. แล้วเราก็ฉุกคิดได้ว่า หรือเราต้องเลือกเป็นธรรมชาติมากกว่ามั้ย ดูดีแบบในที่ๆเรามี จะไปเหมือนเขาเป๊ะ 100% ก็คงไม่ดี ซึ่งจริงๆแบบที่เราต้องการคุณหมอก็ทำให้ได้แหละ และคุณหมอไม่ได้ห้ามทำนะครับ แต่แค่แนะนำว่าแบบนี้จะดีกว่ามั้ย ให้เราได้คิดหรือว่าตัดสินใจร่วมกับคุณหมอมากกว่าครับ ซึ่งตามที่คุณหมอแนะนำ มันก็โอเคจริงๆ เราก็พอใจ เพราะว่ามันก็หายไปค่อนข้างเยอะครับ หน้ามันก็วีขึ้นนะ

เน็ทเลนอยากจะฝากถึงคนที่กำลังคิดจะศัลยกรรม เรามีแบบที่อยากได้หรืออยากมี ได้ แต่เราก็ต้องฟังที่คุณหมอแนะนำด้วย เพราะรูปแบบที่เราอยากได้ อาจจะไม่ได้เหมาะสมกับเราก็ได้




อย่างบางคนที่เขาก็ดูรูปเราในไอจี ในเฟสบุ๊ค เขาก็จะเห็นความเปลี่ยนไปตั้งแต่แรก เพราะเราลงตั้งแต่หน้ายังบวมๆใหม่ๆเลยนะ 2-3อาทิตย์แรก เราก็ไปเที่ยวเลยไรงี้ เราก็ลงรูปๆ ก็ได้รับคอมเม้นชมจากใครหลายคนว่า เฮ้ยหน้าเปลี่ยนไปมาก แล้งคือมันเปลี่ยนไปทางที่ดีมากขึ้น หลายคนก็เลยมาถาม มาขอคำปรึกษากันเยอะ




ตอนนี้คือกลายเป็นว่าเหมือนเราเป็นที่พึ่งเรื่องความงามไปแล้ว 555 พอเราทำออกมาดี ก็เลยคนมาขอคำปรึกษาเยอะมากเหมือนกัน คือแบบเราก็เลยตัดสินใจมาเขียนรีวิวทุบโหนก+ผ่าตัดมุมกราม+เสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้ใครที่กำลังหาข้อมูลได้ หรือเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ยังไม่กล้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีความกล้ามากขึ้น



ตอนนี้มันก็ประมาณ 2 เดือนกว่าแล้วนะครับ หน้าเล็กลงมากๆ มากจนแบบว่าทุกคนทักเลยว่าหน้าเล็กลงจริงๆอะไรแบบนี้ ที่เห็นชัดๆคือช่วงคาง ปกติมันจะยื่นออกมาเท่าจมูกเลย พอใช้นิ้ววัดดูคือรู้เลยว่าเข้าไปเยอะมาก มีความสุขมากครับ




ทุกวันนี้เรามีความสุขมาก ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง โดยเฉพาะเวลาที่ได้ยินฟีตแบคจากคนรอบข้างบอกว่าหน้าดูดีขึ้นนะ หน้าเราดูเล็กลง มุมกรามหรือว่าตรงที่เรามีปัญหาเรื่องซิลิโคนเหลวใต้คางอ่ะครับ คือคุณหมอแก้ไขให้เราทุกอย่างหมดแล้ว คนรอบข้างก็แบบเออๆ ดีแล้วที่ทำ มันก็คือแบบทำให้เราดูมั่นใจ เวลาเราแบบไปไหนมาไหน คนเขาก็ทักว่าหน้าดูดีขึ้นนะอะไรแบบนี้ครับ ทุกคนก็เห็นความเปลี่ยนแปลงว่าชัดเจนมาก เพราะว่ามันเปลี่ยนไปเยอะมากจริงๆ ก่อนทำดูหน้าดุ หลังทำก็ดูหน้าเด็กลง ทุกคนก็พูดแนวๆนี้เหมือนกัน อันนี้ไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรือว่าอะไรนะ 5555+ แต่ทุกคนเขาพูดมาจริงๆ




สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลผ่าตัดปรับโครงหน้า 3 จุดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตัดกราม ยุบโหนกแก้ม หรือเสริมคางอะไรก็ตาม จริงๆอยากให้ทำการบ้านกันเยอะๆ แบบการทำศัลยกรรมอ่ะเนอะ เลือกที่เทคโนโลยี สำหรับตัวเน็ทเองรู้สึกว่าเทคโนโลยีมันก็เป็นส่วนสำคัญในการทำ

ส่วนคนที่คิดที่จะไปฉีดซิลิโคนเหลว หรือจะไปทำอะไรยังไง ก็อยากให้เช็ครายละเอียดดูดีๆ ทั้งเรื่องความปลอดภัย สถานที่ และตัวคุณหมอเอง หรือว่าวิธีการทำต่างๆ อยากให้เช็คข้อมูลดูดีๆด้วยครับ จะได้ไม่พลาดแบบเน็ท แล้วต้องมานั่งแก้ทีหลังนะ 
 
สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน และครั้งหน้าจะเข้ามาอัพเดตใหม่ครับ บ๊ายบาย ^^
** รีวิวนี้เป็นการเขียนรีวิวครั้งแรกของเน็ทในพันทิป ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะครับ
ชื่อสินค้า:   ตัดกราม ยุบโหนก เสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง เทคนิค Nemotec V
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่