ตำนานพื้นบ้าน พระลอตามไก่ มาเป็นนวนิยาย 'อลเวงรักสองภพ' ตอนที่ 30


ตอนเดิม



ตอนที่ 30

ในร้านขายชุดวิวาห์ที่ตบแต่งเอาไว้อย่างหรูหราสวยงาม ช่อชบารู้จากป้ายโฆษณาของทางร้านว่า ร้านนี้รับบริการจัดงานวิวาห์อย่างครบวงจร ทั้งรับจัดงาน ขายชุดแต่งงานพร้อมจัดหาของชำร่วย และมีสตูดิโอภายในร้านไว้ถ่ายพรีเวดดิ้งให้กับคู่บ่าวสาวอีกด้วย 

เจ้าของร้านเป็นสาวใหญ่ท่าทางใจดี หล่อนมองดูคู่หนุ่มสาวที่เดินเข้ามาในร้านอย่างค่อนข้างประหลาดใจ ทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่ใช่คู่รักธรรมดา เพราะต่างฝ่ายต่างเดินเข้ามาด้วยท่าทีที่มึนตึงต่อกัน ฝ่ายหญิงโผล่เข้ามาก่อน ตามด้วยฝ่ายชายที่คล้ายกับจะไม่พอใจฝ่ายหญิงนัก พอเข้ามาถึงก็ไม่พูดไม่จา หลบไปนั่งรออยู่ที่ชุดเก้าอี้รับแขก ผิดจากคู่รักคู่อื่นที่มักควงคู่กันมาด้วยท่าทางหวานชื่น คุยกันกะหนุงกะหนิง 

แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของตัวเอง ที่จะต้องไปสู่รู้ว่าคู่รักเขามีเรื่องอะไรกันมา หน้าที่ของตนก็คือคอยยิ้มหวานต้อนรับลูกค้าทุกคนอย่างเป็นกันเอง แล้วเอ่ยทักทาย

“สวัสดีค่ะ...ต้องการให้ช่วยอะไรบอกดิฉันได้เลยนะคะ”

“สวัสดีค่ะ จะมาซื้อชุดเจ้าสาวที่สวมหุ่นตัวนั้นอยู่ค่ะ”

ช่อชบาไม่รอช้า ยืนชี้นิ้วไปที่ชุดสุดสวยในตู้โชว์ที่หมายตา พลางบอกถึงความประสงค์ เจ้าของร้านมองตามแล้วอึ้งไปนิดหนึ่ง เพราะชุดที่โชว์อยู่ในนั้นราคาแพงหลักแสนเลยทีเดียว หล่อนหันมามองหน้าลูกค้า ลอบพิจารณาดูเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่พอจะบ่งบอกถึงฐานะทางการเงินของลูกค้าได้ ก็เห็นว่าฝ่ายหญิงแต่งตัวด้วยชุดที่แสนธรรมดา นอกจากนาฬิกาข้อมือแล้วก็ไม่เห็นสวมเครื่องประดับเลยแม้แต่ชิ้นเดียว 

“อ้อ...คุณเจ้าสาวชอบชุดนั้นเหรอคะ ได้ค่ะ ชุดนั้นเป็นชุดที่ดีที่สุดของทางร้านเรา เอ้อ...ราคาค่อนข้างแพงค่ะ”

หล่อนจึงตอบเบา ๆ อย่างไม่ค่อยแน่ใจในกำลังซื้อของลูกค้า แม้ว่าฝ่ายชายที่มาด้วยกันจะดูมีท่าทางที่ดีกว่ามาก แต่พวกเขาอาจไม่ใช่คู่รักกันก็ได้

"เท่าไหร่คะ"

"ชุดนี้ราคาสองแสนสองหมื่นบาทค่ะ แต่สำหรับคุณลูกค้า เราจะลดให้ในราคาพิเศษ คิดราคาเพียงสองแสนถ้วนเท่านั้นเองค่ะ"

“เอาใส่ถุงเลยครับ” ชายหนุ่มบนเก้าอี้นวมบอกสั้น ๆ เหมือนรำคาญ

“ผมจ่ายด้วยบัตรเครดิตครับ” 

บอกพลางหยิบบัตรเครดิตจากกระเป๋าสตางค์ออกมายื่นส่งให้ หญิงเจ้าของร้านตาลุก รีบรับมาส่งให้พนักงานหญิงอีกคนนำไปจัดการชำระเงิน ก่อนหันมาถามช่อชบาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ท่าทางพินอบพิเทามากกว่าเก่าอีก

“คุณเจ้าสาวจะลองชุดดูก่อนไหมคะ”

“ว้าว...ดีเลยค่ะ สวมชุดเจ้าสาวแล้วแต่งหน้าทำผมให้เหมือนกับวันแต่งงานจริงได้ไหมคะ ยังไม่แต่งหรอกค่ะ แต่ฉันอยากถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล่น”

ช่อชบายิ้มหน้าบาน ตอบรับคำเจ้าของร้านทันที ชำเลืองหางตามองคนนั่งหน้าบูดอยู่ที่เก้าอี้อย่างหมั่นไส้

...เดี๋ยวเหอะ จะแกล้งให้พูดไม่ออกเลยเชียว...

“อ้อ ได้สิคะ คุณเจ้าสาวสวยแบบนี้ ดิฉันจะออกแบบทรงผมและแต่งหน้าให้อย่างสวยงามเป็นพิเศษเลย บริการนี้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มแก่คุณลูกค้าค่ะ หากจะจัดงานวันไหนฝากคิดถึงทางร้านเราด้วยนะคะ เราจะจัดงานแต่งให้อย่างสุดฝีมือเลยค่ะ” 

พอได้เงินแสนมาอย่างง่ายดาย ท่าทางเจ้าของร้านจึงประจบเอาใจมากยิ่งขึ้น พูดจาฝากร้านกับลูกค้ากระเป๋าหนักเป็นการใหญ่ และหลังจากพนักงานของร้านจัดการรูดบัตรชำระเงินเรียบร้อยแล้ว หล่อนก็ยื่นบัตรคืนให้เจ้าของ 

“ปรึกษางานแต่งกับทางเราได้เลยนะคะ เรามีครบทุกอย่างไว้บริการ ด้วยคุณภาพอันยอดเยี่ยมในราคาที่ย่อมเยา นี่เป็นตัวอย่างงานแต่งที่เราเคยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ามาแล้วมากมายค่ะ” 

หล่อนหยิบอัลบั้มรูปงานแต่งงานเล่มใหญ่มาวางไว้ให้บนโต๊ะรับแขก แต่ชายหนุ่มไม่ได้แม้จะเหลือบตามามอง กลับท้วงคนรักกำมะลอของตัวเองขึ้นว่า

“เดี๋ยว ๆ คุณช่อ ไหนคุณบอกว่าจะแค่เข้ามาซื้อชุดไง นี่มันก็สายมากแล้วนะคุณ ผมจะต้องขับรถไปส่งคุณที่คอนโดก่อน แล้วต้องขับย้อนไปพบคุณพ่อของผมอีก” 

เขาพยายามแย้ง แต่โอกาสดีแบบนี้มีหรือช่อชบาจะเปลี่ยนใจ เธอไม่สนใจเสียงท้วงของชายหนุ่ม แต่หันไปบอกเจ้าของร้านเสียงใสว่า

“ฉันขอลองชุดค่ะ ตกลงทำผมแต่งหน้าด้วย เอาให้ครบเซ็ตเลยนะคะ เข้าไปข้างในห้องนั้นใช่ไหมคะ เราเข้าไปกันเถอะค่ะ ถ้ามีงานแต่ง รับรองว่าฉันจะต้องมาใช้บริการของทางร้านแน่ ๆ...นี่คุณศร ฉันเป็นคนพิเศษของคุณพ่อคุณนะ...อย่าลืมล่ะ ท่องไว้ให้ขึ้นใจ”

ประโยคท้ายเธอค่อยหันมาบอกเขาพลางยิ้มพราย เดินผ่านหน้าเขาเข้าไปในห้องแต่งตัวกับเจ้าของร้านด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ ปล่อยให้ศรศิลป์นั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่ที่เก้าอี้รับแขกตามลำพัง

(มีต่อ)
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่