จุดกางเต้น อช.แก่งกระจาน กับดอกไม้ที่ไม่เคยรู้จัก

*หมายเหตุ เป็นการเดินทางก่อนโควิตระบาดรอบล่าสุด (เม.ย. 64)เพี้ยนปักหมุด

ปกติการเดินทางจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า แต่สำหรับผมคงจะเหมือนกับอีกหลายๆ ท่าน ที่การเดินทางไปแบบไม่ต้องมีแผน โดยส่วนตัว
ผมชอบเที่ยวแบบชิวๆ ให้อิสระกับตัวเองอย่างเต็มที่ ใช้เวลาให้ชิวที่สุดจนบางครั้งบางคราวไปถึงจุดหมายมืดค่ำ ทำให้ยากต่อการมองหาทำเล
ที่จะการกางเต้นท์ อย่างเช่นในครั้งนี้ วันศุกร์สุดสัปดาห์พอเลิกงานกลับถึงห้องก็เบื่อๆ เดินวนไปวนมาในห้อง มองออกไปนอกหน้าต่าง
ทำไมเราจะต้องอยู่ในห้อง 4 เหลี่ยม มองออกไยิ้มห้องเป็นทิศใต้ มองเห็นต้นไม้สีเขียว ตัดแสงสีเหลืองของพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน
จึงเก็บกระเป๋าทันทีแบบง่ายๆ มุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อให้ทันพระอาทิตย์ตก เพี้ยนแว๊น


จากสมุทรสงคราม ขับรถไปชิวๆ ตามสไตล์ของเราที่คิดว่าจะได้เห็นแสงสุดท้ายของวันศุกร์หลังเลิกงาน กับบรรยากาศสบายๆ กลับไม่ได้เป็น
อย่างที่หวัง ระยะทางอาจจะไม่ได้ไกล แต่เพราะขับรถไม่เร็วไม่อยากรีบเร่ง จึงทำให้ไปถึงก็ปาเข้าไปเกือบ 1 ทุ่ม รูปทั้งหมดจึงเป็นรูปที่ถ่ายในช่วง
ของเช้าวันเสาร์ การเข้าอุทยาในขณะนั้นมีแค่มาตรการโควิดเบื้องตน ขอให้สวมใส่แมส เว้นระยะห่างเป็นอันพอ นักท่องเที่ยวจัดว่าน้อยมาก
การหาจุดกางเต้นท์จึงไม่ยากลำบากอะไร เลือกที่มีแสงไฟ และไม่ไกลห้องน้ำก็เพียงพอ เรื่องความปลอดภัยสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากมาสัมผัส
กับธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ขอบอกว่าหายห่วงเพราะมีเจ้าหน้าที่ตระเวณออกตรวจเป็นระยะ

 

กลางคืนอุณภูมิเย็นสบายมาก ไม่ร้อน ไม่หนาว ลมโชยๆ ปูเสือนอนแหงนหน้ามองดาวบนท้องฟ้าได้อย่างสบายใจ ไม่มีเสียงดังๆ มารบกวน
นักท่องเที่ยวกางเต้นท์ห่างไกลกันออกไปมาก เนื่องจากมีลานกางเต้นท์ประมาณ 3-4 จุด แต่ละจุดจะมีแสงไฟ และห้องน้ำอำนวยความสะดวก
อย่างเพียงพอ 


ผมเลือกจุดลงเต้นท์ขอเป็นในระยะของมุมโล่งๆ เท่านั้น ก็ไม่ได้คิดถึงว่าจะต้องเป็นมุมที่สวยอะไร แต่พอเช้ามาถึงได้เห็นบรรยากาศ และเป็นความ
บังเอิญที่ได้มาลงตรงจุดนี้ ที่ไม่ได้คาดคิด เปิดเต้นท์มาหน้าเต้นท์จะเป็นเวิ้งน้ำในเขื่อน นั่งกอดเข่าทอดสายตาทุกอย่างรู้สึกปลอดโปร่ง ในขณะที่
เดินไปยังรถเพื่อเอาอุปกรณ์ล้างหน้า สายตาได้มองเห็นต้นไม้ที่มีดอกสีชมพู ตัดกับใบสีเขียว สีสันสวยงามเต็มต้น บรรยากาศตอนเช้าๆ เหมาะกับ
การเดินเล่นที่สุดอากาศไม่ร้อน องศาการถ่ายภาพและจุดโฟกัสสามารถตัดกับท้องฟ้าได้สวยอีกด้วย


ในเวลานั้นผมไม่รู้ว่าเป็นต้นอะไร รู้อย่างเดียวว่าเป็นต้นไม้ที่มีดอกสวยมาก มองจากสายตาที่เห็น ทั้งต้นจะมีดอกมากกว่าใบ และมีฝักขนาดใหญ่
สีดำสนิท พยายามที่จะเก็บภาพให้ได้หลายๆ มุม การถ่ายรูปดอกไม้ในส่วนตัวคิดว่าง่ายที่สุดแล้ว เพราะเขาจะมีความสวยในแบบเฉพาะตัวเอง
เราแค่เปลี่ยนมุมมอง โดยเล่นกับแสงบ้าง หาเรื่องราวเข้ามาประกอบบ้าง


พอกลับมาถึงห้องยังติดใจกับชนิดของต้นไม้ดอกที่เห็นจึงได้พยายามค้นหาโดยใส่คีย์เวิร์ดลงไปใน Google จึงได้รู้มีชื่อว่า ต้นกาฬพฤกษ์
นอกจากต้นกัลปพฤกษ์ = ดอกมีสีชมพู, ต้นชัยพฤกษ์ = ดอกมีสีชมพูเข้ม และต้นราชพฤกษ์ = ดอกมีสีเหลือง ที่ผมเคยรู้จัก ก็จะมีต้นกาฬพฤกษ์
จะมีดอกมีเป็นสีส้มอมแดง เข้ามีอีกชนิดที่ได้รู้จัก


ต้นกาฬพฤกษ์ เป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงได้ถึง 20 เมตร ลักษณะลำต้นคล้ายคลึงกับต้นคูนหรือต้นราชพฤกษ์
ยอดเป็นพุ่มหรือแผ่กว้าง เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ แตกเป็นร่องลึก ตามกิ่งอ่อน ใบอ่อน และช่อดอกมีขนนุ่มสีน้ำตาลขึ้นหนาแน่น ยอดอ่อน
เป็นสีแดง พรรณไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเขตร้อน และมีเขตการกระจายพันธุ์ในเขตร้อนทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดหรือการตอนกิ่ง


ดอกกาฬพฤกษ์ ออกดอกเป็นช่อ กระจายตามกิ่งพร้อมกับผลิใบอ่อน ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ร่วงได้ง่าย ดอกมีลักษณะคล้ายดอกต้นเชอร์รี่
และมีกลิ่นหอม ดอกกลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ ลักษณะเป็นรูปไข่กลับถึงค่อนข้างกลม มีขนาดกว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 5-8 มิลลิเมตร
มีขนนุ่ม เมื่อเริ่มบานจะเป็นสีแดงคล้ำแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมส้มตามลำดับ ออกดอกในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม


ผลกาฬพฤกษ์ ผลมีลักษณะเป็นฝักค่อนข้างกลม เป็นแท่งหรือรูปทรงกระบอกยาว เปลือกฝักหนาแข็งเป็นสีค่อนข้างดำ ผิวขรุขระ มีรอยแตก
ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร ฝักแก่จะแห้งแล้วไม่แตก ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 20-40 เมล็ด
เนื่องจากฝักที่เป็นสีดำจึงเป็นที่มาของชื่อไม้ชนิดนี้


พอเริ่มสายอากาศก็เริ่มร้อนเข้ามาแทนที่ ใช้เวลาเดินชิวบ้าง ขับรถวนบ้าง ในเวลานั้นสะพานแขวนก็ปิดให้บริการ อยู่ระหว่างการสร้างใหม่ ทำให้ขาด
จุดเช็คอินที่สำคัญไปอีกสถานที่หนึ่ง จึงได้เก็บภาพอื่นๆ แทนไปพลางๆ ก็พอจะได้บ้าง


แม้จะมีต้นไม้เยอะ มีร่มให้อยู่อาศัย ในช่วงกลางวันก็ยากที่พักผ่อนแบบชิวๆ ได้  เพี้ยนร้อนโดยส่วนตัวในความรู้สึกผมเองจะชอบที่แห่งนี้ช่วงหลังพระอาทิตย์ตก
ไปจนถึงเช้าไม่เกิน 9 โมงเช้า จึงแนะนำให้กับท่านที่จะมาพักผ่อนในหน้าร้อนในช่วงเวลาดังกล่าว ต่แถ้าหากมาถึงมืดค่ำไปซักหน่อยก็ยังสามารถ
ที่จะเข้าพักได้ผมจำเวลาปิดที่แน่นอนไม่ได้แต่ไม่น่าเกิน 21.00 น. จนท. ที่นี่ใจดีเป็นกันเองมาก
เพี้ยนขอบคุณ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่