⚃มาลาริน/วันนี้ลุงตู่ไปทำงานลงพื้นที่ดูแลประชาชน(ชัยนาท) ส่วนโทนีนั่งกินปูนร้อนท้องในคลับเฮ้าส์ โดนแรมโบ้ลากไส้ออกมาแฉ



15 ก.ย.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ ไปยังจุดจอด ฮ. สนามกีฬาเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ก่อนเดินทางด้วยรถยนต์โตโยตาเวล ไฟร์ หมายเลขทะเบียน 1 ขณ 5122 กรุงเทพมหานคร

โดยเวลา 14.45 น. ที่สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท นายกรัฐมนตรีประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา นายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่า การลงพื้นที่วันนี้วัตถุประสงค์หลักเพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคต่างๆในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และการเตรียมการแก้ปัญหาอุทกภัย ซึ่งมีความห่วงใยจากรัฐบาลและจากนายกฯเป็นที่สุดในทุกจังหวัด วันนี้มีหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจึงจำเป็นซึ่งจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยากันต่อไป การแก้ปัญหามีประสบการณ์จากช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นบทเรียนให้เราอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้เรามีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ควบคุมทั้งระบบในการบูรณาการเรื่องน้ำ ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมด้วย
 
นายกฯยังกำชับให้ส่วนราชการและส.ส.ในพื้นที่นำประสบการณ์ ข้อมูลเดิมมาบริหารจัดการ เตรียมแผนให้พร้อม โดยเฉพาะต้องเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ล่วงหน้า พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจ ขณะเดียวกันเน้นย้ำเรื่องการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางน้ำให้มีการระบายอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องไม่เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อพื้นที่เศรษฐกิจ รวมทั้งต้องมีการวางแผนกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการทำเกษตร ยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด และพร้อมให้การสนับสนุนแผนงาน โครงการต่างๆ ที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง และตนมีความตั้งใจจะลงให้ครบทุกพื้นที่ด้วย

ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรี ตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือหลากและวางแผนป้องกันพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง ที่เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท

จากนั้นเวลา 15.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ว่า วันนี้มาเยี่ยมชาวชัยนาท รัฐบาล นายกฯ และครม.ห่วงใยประชาชนชาวชัยนาทและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบร่วมกัน วันนี้ก็มารับฟังการชี้แจงจากสทนช.ที่บริหารภาพรวมของทั้งประเทศ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นต่างๆจากบรรดาส.ส.ในพื้นที่ให้รับทราบว่ารัฐบาลมีความห่วงใยอย่างไร เพราะทุกคนก็เป็นตัวแทนของประชาชนทั้งสิ้น ตนไม่มีการแบ่งแยกกับใครทั้งสิ้น เพราะเราเป็นรัฐบาลต้องบริหารทั้งประเทศ ต้องดูแลคนทั้งประเทศอยู่แล้ว ก็จะต้องพิจารณาลำดับความเร่งด่วนการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ดูแลในเรื่องเหล่านี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบทุกประการ จะต้องไม่มีการทุจริต ต้องโปร่งใส เป็นธรรม ให้ตรงความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง นี่เป็นนโยบายหลักที่เราแจ้งไปแล้ว เท่าที่รับทราบวันนี้ตนก็มีความพอใจในภาพการบริหารน้ำที่เขาชี้แจงตนทั้งหมด ต้องมีการตัดยอดน้ำออกไปข้างๆ ตะวันตก ตะวันออก ตามลำดับ จนเหลือมวลน้ำมาที่นี่ และวันนี้ทราบว่ามีการระบายน้ำที่นี่ลดลงพอสมควร และได้สั่งเรื่องการกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำ มันเป็นอย่างนี้ทุกปี เพราะแหล่งกำเนิดอยู่บนฝั่ง จากแหล่งน้ำขนาดเล็กไหลรวมสู่แม่น้ำต้องขจัดไปเป็นระยะ

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ฝากความห่วงใยไปยังประชาชนทุกคน ไม่มีโอกาสได้พบกันใกล้ชิด เพราะว่าเป็นเรื่องสถานการณ์โควิด-19 ต้องระมัดระวัง สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือโควิดๆๆ และต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อพูดมาถึงช่วงนี้นายกฯมีอาการจาม แต่ได้สวมหน้ากากอนามัยอยู่ ซึ่งนายกฯกล่าวว่า ไม่ได้เป็นอะไร ตรวจโรคมาแล้ว แพ้อากาศ อากาศมันชื้น นายกฯแพ้อากาศบ่อย ก่อนกล่าวอีกว่า โอเค มีอะไรจะถามหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุในการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าฝนนี้ไว้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ได้เตรียมการในช่วงหน้าฝนและเตรียมการเผื่อช่วงหน้าแล้งไปด้วย เขาเรียกว่าแผนเผชิญเหตุ ไม่ใช่ว่าไม่ท่วม ระบายน้ำได้ขนาดนี้แล้วนิ่งเฉย ทุกคนมีบทเรียนมาแล้วในการระบายน้ำปี 54 ส่วนในปี 63 ก็อีกเรื่องหนึ่งปริมาณฝนพายุเข้ามากเป็นเรื่องธรรมดา การท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เช่นกัน ตกวันละ 500 มิลลิเมตรไหวที่ไหน วันนี้ท่านดูตรงพื้นที่นี้เป็นพื้นที่มีความเสี่ยงตามพื้นที่ลุ่มต่ำ เราก็ต้องเตรียมพื้นที่สำรองกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ตามที่สร้างไว้ ได้กำชับให้ไปตรวจตราทำนบดินกั้น แอ่งเก็บน้ำต่างๆที่ปริมาณน้ำสูงขึ้นในขณะนี้ ต้องรับน้ำให้ได้ และต้องเตรียมแผนในกรณีที่มีการชำรุดในพื้นที่จำเป็นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน จึงให้ประสานกระทรวงกลาโหมเรื่องการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการทิ้งตระกร้าลงมาเพื่อกั้นน้ำได้ชั่วคราวก่อนซ่อมแซม

ส่วนเรื่องการเกษตรก็ได้พูดไปว่าจะปรับอย่างไรให้สอดคล้องความต้องการของตลาดในวันนี้ ไม่น้อยและมากเกินไป ก็เป็นห่วง ดังนั้นทุกคนต้องปรับตัวเองด้วย รัฐบาลพยายามคิดใหม่ทำใหม่ แต่ทุกคนต้องกล้าคิดกล้าทำ กล้าจะเปลี่ยนแปลง เราถึงจะพลิกโฉมประเทศไทยได้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน สู้ๆนะ จากนั้นนายกฯเดินทางกลับกรุงเทพฯ

https://www.thaipost.net/main/detail/116813


 
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ก.ย. 64 ที่พล.ม.2 รอ.เขตพญาไท กรุงเทพฯพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังจุดจอด ฮ. สนามกีฬาเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจ.ชัยนาท พร้อมตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือหลากและวางแผนป้องกันพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง

โดยจุดแรกนายกฯ และคณะ เดินทางมายังสำนักงานชลประทานที่ 12 เพื่อร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายสมบูรณ์ ศิริเวช ผวจ.ชัยนาท และตัวแทนหน่วยงานเข้าร่วมประชุม

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมว่า การมาเยี่ยมเยียนในพื้นที่วันนี้เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินการนโยบายของรัฐบาลและการแก้ปัญหาอุทกภัย เป็นความห่วงใยของรัฐบาล ซึ่งวันนี้มีหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบที่จะแก้ปัญหาและเยียวยากันต่อไป ทั้งนี้หลายปีที่ผ่านมาเป็นบทเรียนให้กับเราอยู่แล้ว ตอนนี้เรามีสนทช.ควบคุมทั้งระบบและการใช้จ่าย แผนงบประมาณต่างๆ ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งใต้ดินและบนดิน เกิดความทั่วถึงในการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการลงพื้นที่จ.ชัยนาท ของนายกฯ ในครั้งนี้ โดยสารรถ Toyota Alphard ทะเบียน 1 ขณ 15122 กรุงเทพมหานคร



สำหรับจังหวัดชัยนาท มีแผนงานและโครงการ ภายใต้แผนบริหารบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จำนวน 54 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ชลประทานที่ได้รับประโยชน์กว่า 92,000 ไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์ 2,948 ครัวเรือน พื้นที่ที่ได้รับการป้องกัน 8,000 ไร่ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก 8.8 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มแนวป้องกันตลิ่ง 1.95 กิโลเมตร

ขณะเดียวกันจังหวัดชัยนาทยังได้งบประมาณจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นปี 2564 โครงการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัย ปี 2564 และบรรเทาปัญหาภัยแล้งปี 2564 / 65 จำนวน 34 โครงการ โดยหากดำเนินการเสร็จสิ้นจะสามารถเพิ่มความจุกักเก็บน้ำได้ 1.24 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ 300 ไร่ และมีประชาชนได้รับประโยชน์ 2610 ครัวเรือน

https://siamrath.co.th/n/280746



https://www.thaipost.net/main/detail/116814

เพี้ยนปักหมุด  ข้อดีของลุงตู่คือการทำงานดูแลประชาชน  ไม่หมกหมุ่นกับเรื่องของอดีตผู้นำหนีคดีอย่างทักษิณ และยิ่งลักษณ์

แต่นายทักษิณก็ยังไม่จบ ใช้วิชามารเพื่อสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง ทำอะไรไว้ก็มานั่งแก้ตัวให้คุณแรมโบ้ว่าให้ เพราะรู้ไส้พุงดี นิสัยทักษิณเป็นอย่างไร ต้องให้คุณแรมโบ้ลากออกมาแฉ

ผู้นำดีคือทำให้คนไม่ดีมาเป็นคนดี ผู้นำไม่ดีคือทำคนดีๆให้ติดคุก

เขารู้กันทั้งนั้นแหละ  ใครคือผู้นำแย่ๆที่มีแต่แจกถุงขนม

อย่าได้มาหลอกหลอนคนไทยอีกเลยค่ะ 

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 17
แรมโบ้คือคนช่วยรัฐบาลตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามที่โจมตีรัฐบาล

นี่คืองานสำคัญมากเลยล่ะค่ะ สมควรที่ต้องมีคุณแรมโบ้ทำงานให้รัฐบาล

ไม่อย่างนั้นพวกทักษิณ ก็จะโกหกไปจนคิดว่าเรื่องโกหกเป็นเรื่องจริง อย่างที่เห็นการโกหกของทักษิณทุกวันนี้
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่