สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
สปอยล์เล่ม 15 - 1
หลัก ๆ เฉพาะริมิรุ เวลกรินด์ และเวลโดร่า นะคะ
ขอสารภาพว่าไม่ได้อ่านตอนคนอื่นสู้เท่าไหร่นะคะ เลยไม่รู้ว่าตัวละครไหนเพิ่มขึ้นยังไงบ้าง
เราอ่านแต่ริมุรุ เวลโดร่า กับเวลกรินด์เป็นหลัก ๆ ค่ะ ไว้ค่อยไปเก็บรายละเอียดทีหลัง
เพราะเหมือนย้อนกลับไปตอนต่อสู้กัน ระหว่างที่เวลโดร่ากับเวลกรินด์สู้กันอยู่

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่ในพาร์ทนี้ คาริออนกับเฟรย์ก็มารบด้วย ทั้งสองเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณไปจำนวนมากจนลืมตาตื่นได้แล้ว
หลังจากที่จักรพรรดิลูโดร่ากับเวลกรินด์จากไปแล้ว ริมุรุก็ทั้งเจ็บทั้งแค้น
คุณราฟาเอลได้แต่ขอโทษด้วยความเสียใจ
ทุกคนเริ่มปรึกษากันตอนที่ริมุรุเย็นลงแล้วว่าควรทำยังไงดี
แต่ที่จริงริมุรุแกล้งทำใจเย็น แต่ความจริงจะระเบิดอยู่รอมร่อ
ตอนนี้เวลโดร่าถูกจับไปแล้ว รามิริสต้องแบกเขาวงกตเอาไว้คนเดียวโดยไม่มีแก่นเวทของเวลโดร่าช่วย
ปกติ เวลโดร่าจะใช้พลังของตัวเองช่วยขับเคลื่อนเขาวงกตเอาไว้ตลอด ริมุรุเลยเป็นห่วงรามิริสมาก
ริมุรุบอกว่าก่อนอื่นจะต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน (ปราการฝันลวง) แล้วรีบกลับไปที่เมือง
ให้ทุกคนรับหน้าที่ที่เมือง รบกับพวกจักรวรรดิ ส่วนตัวเองจะไปช่วยเวลโดร่ากลับมา
ลาพลัสแตกตื่นเป็นห่วงพวกพ้อง ไม่เข้าใจว่าจะหลุดออกจากที่นี่ยังไง
แต่คุณราฟาเอลบอกว่าพร้อมแล้ว ริมุรุเลยบอกว่าจะพาออกไปเดี๋ยวนี้แหละ
พริบตานั้น ริมุรุก็พาทุกคนออกมาในที่ที่ควรจะมาเจอยูคิแต่แรก
ริมุรุคิดหนักว่าจะรับมือกับศึกนี้ยังไงดี คุณราฟาเอลก็เสนอว่า เรียกเหล่าปีศาจ ออกมา
ระหว่างนั้น เวลกรินด์ก็มองริมุรุด้วยความตกใจ ว่าออกมาจากปราการฝันลวงได้ยังไง
ริมุรุก็มองเวลกรินด์กับเวลโดร่าในร่างมังกรบินตามหลังเรือเหาะอยู่บนฟ้าด้านบน
เบนิมารุสั่งการคนอื่น ๆ ให้ปกป้องเมืองหลวงทันที
ริมุรุส่งจิตไปถามสามสาวที่ว่าไหวมั้ย สามสาวบอกว่าไม่ต้องห่วง ยังไหวอยู่
จากนั้นริมุรุก็หันไปมองคนโด้กับดัมราด้า เพราะสองคนนี้สู้กับสามสาวก่อนหน้านี้
ระหว่างที่ทุกคนคุมเชิงกันอยู่ ริมุรุก็ใช้เวทขนาดใหญ่เปิดประตูกลางอากาศเรียกเหล่าปีศาจออกมา
ดิอาโบลก็บอกว่าส่งลูกน้องไปปกป้องเมืองแล้ว ริมุรุดีใจที่ไม่ต้องบอกดิอาโบลก็รู้ใจ
เหล่าปีศาจที่ว่านี้ กลุ่มแรกที่ปรากฏตัวคือสามสาว เทสทารอสซ่า คาร์เรร่า และ อัลติม่า
แล้วตามด้วยลูกน้องระดับสูงของสาว ๆ
สามสาวบอกขอโทษ แต่ริมุรุบอกว่าไม่มีอะไรให้ต้องขอโทษเลย เพราะตัวเองก็ถูกตัวตนคู่ขนานของเวลกรินด์หลอกเอาเหมือนกัน
แล้วริมุรุก็ออกคำสั่งแบบไม่ฟังคำปฏิเสธกับสามสาวทันที ว่าจะมอบพลังและเลื่อนขั้นให้เดี๋ยวนี้ แต่ห้ามหลับเด็ดขาด อดทนเอาไว้และวิวัฒนาการให้ได้ ให้เหมือนกับที่ดิอาโบลทำ
นอกจากนั้นริมุรุยังบอกอีกที จะอาละวาดยังไงก็ได้ แต่ห้ามตาย ห้ามหนี และห้ามมาขวางระหว่างที่ริมุรุจะไปช่วยเวลโดร่า
ส่วนลูกน้องคนอื่น ๆ ก็มีหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งเบนิมารุเป็นฝ่ายสั่งการอีกที
จากนั้นริมุรุก็กางปีก แล้วบินขึ้นไปบนฟ้าทันที
ดิอาโบลตัดสินใจจะแอบตามไปคุ้มกันริมุรุเงียบ ๆ ซึ่งเบนิมารุก็ห้ามไม่ได้ เพราะดิอาโบลไม่ได้เป็นลูกน้องโดยตรงของตัวเอง
หลังจากที่สามสาวเลื่อนขึ้นเป็นจอมมารที่แท้จริง ลูกน้องของสาว ๆ ก็ได้รับพรและเลื่อนขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
ระหว่างที่บินตามหลังเวลโดร่า ริมุรุก็หลบหลีกการโจมตีของเวลกรินด์ไปด้วยอย่างรำคาญ
ราฟาเอลยังแตกตื่น สับสนอยู่ที่ตัวเองทำพลาดไป การวิเคราะห์เลยแปลก ๆ ไป ริมุรุเลยว่ากลับ
ริมุรุบอกว่าจะหาทางเรียกสติเวลโดร่าเอง ระหว่างนั้นราฟาเอลก็ช่วยหาทางจัดการเวลกรินด์ไปด้วย เพราะเราเป็นคู่หูกัน
ราฟาเอลแปลกใจที่ตัวเองรู้สึกแปลก ๆ มาพักใหญ่แล้ว รู้สึกผิดที่ทำให้ริมุรุไปตกหลุมพราง แถมยังสับสนกับอะไรบางอย่างมานานแล้วด้วย แต่ก็ยอมที่จะเชื่อใจที่ริมุรุบอกมา
แล้วริมุรุก็บอกมาอีกประโยค จะว่าไปแล้ว 'ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้คุณราฟาเอลอย่างเป็นทางการเลยนี่นะ เพราะที่ผ่านมาราฟาเอลเป็นชื่อสกิล ตอนนี้เป็นคู่หูกันแล้วจะเรียกแบบนั้นก็แปลก ๆ งั้นจะมอบชื่อให้อย่างเป็นทางการนะ'
ราชันแห่งภูมิปัญญา(ราฟาเอล)สับสนมาก แล้วก็ดีใจมากด้วย แปลกใจที่ตัวเองเหมือนจะมีความรู้สึกด้วยทั้งที่เป็นแค่สกิล
“งั้น ‘ชิเอล’ เป็นไง” ริมุรุถามคุณราฟาเอล
คุณราฟาเอลตกใจมาก และพริบตานั้น จิตวิญญาณ ‘ชิเอล’ ก็ถือกำเนิดจากพลังขั้นสูงสุดของราชันภูมิปัญญา
ริมุรุบอกกับชิเอลให้แสดงพลังให้เต็มที่ไปเลย
ราชันแห่งภูมิปัญญาราฟาเอลได้ลืมตาตื่นเป็นชิเอล เพื่อที่เต็มเติมความปรารถนาของริมุรุ
หลัก ๆ เฉพาะริมิรุ เวลกรินด์ และเวลโดร่า นะคะ
ขอสารภาพว่าไม่ได้อ่านตอนคนอื่นสู้เท่าไหร่นะคะ เลยไม่รู้ว่าตัวละครไหนเพิ่มขึ้นยังไงบ้าง
เราอ่านแต่ริมุรุ เวลโดร่า กับเวลกรินด์เป็นหลัก ๆ ค่ะ ไว้ค่อยไปเก็บรายละเอียดทีหลัง
เพราะเหมือนย้อนกลับไปตอนต่อสู้กัน ระหว่างที่เวลโดร่ากับเวลกรินด์สู้กันอยู่

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่ในพาร์ทนี้ คาริออนกับเฟรย์ก็มารบด้วย ทั้งสองเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณไปจำนวนมากจนลืมตาตื่นได้แล้ว
หลังจากที่จักรพรรดิลูโดร่ากับเวลกรินด์จากไปแล้ว ริมุรุก็ทั้งเจ็บทั้งแค้น
คุณราฟาเอลได้แต่ขอโทษด้วยความเสียใจ
ทุกคนเริ่มปรึกษากันตอนที่ริมุรุเย็นลงแล้วว่าควรทำยังไงดี
แต่ที่จริงริมุรุแกล้งทำใจเย็น แต่ความจริงจะระเบิดอยู่รอมร่อ
ตอนนี้เวลโดร่าถูกจับไปแล้ว รามิริสต้องแบกเขาวงกตเอาไว้คนเดียวโดยไม่มีแก่นเวทของเวลโดร่าช่วย
ปกติ เวลโดร่าจะใช้พลังของตัวเองช่วยขับเคลื่อนเขาวงกตเอาไว้ตลอด ริมุรุเลยเป็นห่วงรามิริสมาก
ริมุรุบอกว่าก่อนอื่นจะต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน (ปราการฝันลวง) แล้วรีบกลับไปที่เมือง
ให้ทุกคนรับหน้าที่ที่เมือง รบกับพวกจักรวรรดิ ส่วนตัวเองจะไปช่วยเวลโดร่ากลับมา
ลาพลัสแตกตื่นเป็นห่วงพวกพ้อง ไม่เข้าใจว่าจะหลุดออกจากที่นี่ยังไง
แต่คุณราฟาเอลบอกว่าพร้อมแล้ว ริมุรุเลยบอกว่าจะพาออกไปเดี๋ยวนี้แหละ
พริบตานั้น ริมุรุก็พาทุกคนออกมาในที่ที่ควรจะมาเจอยูคิแต่แรก
ริมุรุคิดหนักว่าจะรับมือกับศึกนี้ยังไงดี คุณราฟาเอลก็เสนอว่า เรียกเหล่าปีศาจ ออกมา
ระหว่างนั้น เวลกรินด์ก็มองริมุรุด้วยความตกใจ ว่าออกมาจากปราการฝันลวงได้ยังไง
ริมุรุก็มองเวลกรินด์กับเวลโดร่าในร่างมังกรบินตามหลังเรือเหาะอยู่บนฟ้าด้านบน
เบนิมารุสั่งการคนอื่น ๆ ให้ปกป้องเมืองหลวงทันที
ริมุรุส่งจิตไปถามสามสาวที่ว่าไหวมั้ย สามสาวบอกว่าไม่ต้องห่วง ยังไหวอยู่
จากนั้นริมุรุก็หันไปมองคนโด้กับดัมราด้า เพราะสองคนนี้สู้กับสามสาวก่อนหน้านี้
ระหว่างที่ทุกคนคุมเชิงกันอยู่ ริมุรุก็ใช้เวทขนาดใหญ่เปิดประตูกลางอากาศเรียกเหล่าปีศาจออกมา
ดิอาโบลก็บอกว่าส่งลูกน้องไปปกป้องเมืองแล้ว ริมุรุดีใจที่ไม่ต้องบอกดิอาโบลก็รู้ใจ
เหล่าปีศาจที่ว่านี้ กลุ่มแรกที่ปรากฏตัวคือสามสาว เทสทารอสซ่า คาร์เรร่า และ อัลติม่า
แล้วตามด้วยลูกน้องระดับสูงของสาว ๆ
สามสาวบอกขอโทษ แต่ริมุรุบอกว่าไม่มีอะไรให้ต้องขอโทษเลย เพราะตัวเองก็ถูกตัวตนคู่ขนานของเวลกรินด์หลอกเอาเหมือนกัน
แล้วริมุรุก็ออกคำสั่งแบบไม่ฟังคำปฏิเสธกับสามสาวทันที ว่าจะมอบพลังและเลื่อนขั้นให้เดี๋ยวนี้ แต่ห้ามหลับเด็ดขาด อดทนเอาไว้และวิวัฒนาการให้ได้ ให้เหมือนกับที่ดิอาโบลทำ
นอกจากนั้นริมุรุยังบอกอีกที จะอาละวาดยังไงก็ได้ แต่ห้ามตาย ห้ามหนี และห้ามมาขวางระหว่างที่ริมุรุจะไปช่วยเวลโดร่า
ส่วนลูกน้องคนอื่น ๆ ก็มีหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งเบนิมารุเป็นฝ่ายสั่งการอีกที
จากนั้นริมุรุก็กางปีก แล้วบินขึ้นไปบนฟ้าทันที
ดิอาโบลตัดสินใจจะแอบตามไปคุ้มกันริมุรุเงียบ ๆ ซึ่งเบนิมารุก็ห้ามไม่ได้ เพราะดิอาโบลไม่ได้เป็นลูกน้องโดยตรงของตัวเอง
หลังจากที่สามสาวเลื่อนขึ้นเป็นจอมมารที่แท้จริง ลูกน้องของสาว ๆ ก็ได้รับพรและเลื่อนขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
ระหว่างที่บินตามหลังเวลโดร่า ริมุรุก็หลบหลีกการโจมตีของเวลกรินด์ไปด้วยอย่างรำคาญ
ราฟาเอลยังแตกตื่น สับสนอยู่ที่ตัวเองทำพลาดไป การวิเคราะห์เลยแปลก ๆ ไป ริมุรุเลยว่ากลับ
ริมุรุบอกว่าจะหาทางเรียกสติเวลโดร่าเอง ระหว่างนั้นราฟาเอลก็ช่วยหาทางจัดการเวลกรินด์ไปด้วย เพราะเราเป็นคู่หูกัน
ราฟาเอลแปลกใจที่ตัวเองรู้สึกแปลก ๆ มาพักใหญ่แล้ว รู้สึกผิดที่ทำให้ริมุรุไปตกหลุมพราง แถมยังสับสนกับอะไรบางอย่างมานานแล้วด้วย แต่ก็ยอมที่จะเชื่อใจที่ริมุรุบอกมา
แล้วริมุรุก็บอกมาอีกประโยค จะว่าไปแล้ว 'ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้คุณราฟาเอลอย่างเป็นทางการเลยนี่นะ เพราะที่ผ่านมาราฟาเอลเป็นชื่อสกิล ตอนนี้เป็นคู่หูกันแล้วจะเรียกแบบนั้นก็แปลก ๆ งั้นจะมอบชื่อให้อย่างเป็นทางการนะ'
ราชันแห่งภูมิปัญญา(ราฟาเอล)สับสนมาก แล้วก็ดีใจมากด้วย แปลกใจที่ตัวเองเหมือนจะมีความรู้สึกด้วยทั้งที่เป็นแค่สกิล
“งั้น ‘ชิเอล’ เป็นไง” ริมุรุถามคุณราฟาเอล
คุณราฟาเอลตกใจมาก และพริบตานั้น จิตวิญญาณ ‘ชิเอล’ ก็ถือกำเนิดจากพลังขั้นสูงสุดของราชันภูมิปัญญา
ริมุรุบอกกับชิเอลให้แสดงพลังให้เต็มที่ไปเลย
ราชันแห่งภูมิปัญญาราฟาเอลได้ลืมตาตื่นเป็นชิเอล เพื่อที่เต็มเติมความปรารถนาของริมุรุ
<<I am Manas: Ciel. I am the Theosophy nucleus, the unifier of abilities. With the "soul" of Lord Rimuru, the secondary executor of the master. I'll be looking out for you forever, Lord Rimuru!>>
ฉันคือจิตวิญญาณ ชิเอล ฉันคือแก่นกลางเทวญาณ เป็นหนึ่งเดียวรวมความสามารถเข้ากับดวงวิญญาณของนายท่านริมุรุ มีสิทธิ์การควบคุมคนที่สองของนายท่าน ฉันจะดูแลรับใช้ท่านตลอดไป ท่านริมุรุ!
* the secondary executor of the master แปลลำบากจัง หมายถึงได้รับสิทธิ์การควบคุมดูแลทุกอย่างของริมุรุต่อจากริมุรุอีกทีน่ะค่ะ แต่เลือกคำแปลไม่ถูก T_T
ฉันคือจิตวิญญาณ ชิเอล ฉันคือแก่นกลางเทวญาณ เป็นหนึ่งเดียวรวมความสามารถเข้ากับดวงวิญญาณของนายท่านริมุรุ มีสิทธิ์การควบคุมคนที่สองของนายท่าน ฉันจะดูแลรับใช้ท่านตลอดไป ท่านริมุรุ!
* the secondary executor of the master แปลลำบากจัง หมายถึงได้รับสิทธิ์การควบคุมดูแลทุกอย่างของริมุรุต่อจากริมุรุอีกทีน่ะค่ะ แต่เลือกคำแปลไม่ถูก T_T
beebkub ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6849955 ขำกลิ้ง, blacx ถูกใจ, My EyeS ArE OpeNeD. ถูกใจ, อะลาดินกับซินเดอเรลล่าทั้งเจ็ด ถูกใจ, วัดไม่เคยเข้าแต่เหล้าไม่เคยขาด ถูกใจ, ขอชุดดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ครับ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2378045 ถูกใจ, เบตงหนาวมาก ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1654560 ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 9
สปอยล์เล่ม 15 - 2

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เวลกรินด์โจมตีใส่ริมุรุไม่หยุด แต่ริมุรุก็หลบหลีกได้อย่างง่ายดายจนเวลกรินด์เริ่มหงุดหงิด
ไม่ว่าจะใส่เพลิงผลาญรุนแรงเท่าไหร่ก็ไม่มีผลกับริมุรุเลย
จนเวลกรินด์มานึกได้อีกทีว่าริมุรุน่าจะมีความต้านทานความร้อน
ริมุรุแค่ปรายตามองเวลกรินด์แล้วไม่สนใจ สนใจแค่เวลโดร่าอย่างเดียวเท่านั้น
เวลกรินด์โกรธมากเหมือนถูกหยาม เลยทุ่มพลังทั้งหมดโจมตีใส่ริมุรุ
พลังที่มากพอจะล้มจอมมารกี คริมสัน หรือ เวลซาร์ด ลงได้ แต่กลับไม่มีผลกับริมุรุเลยสักนิด
เวลกรินด์ช็อกมาก เพราะนั่นเป็นพลังขั้นสุดของตัวเองแล้วแท้ ๆ
ชิเอลที่ลืมตาตื่นแล้วใช้การป้องกันสัมบูรณ์ของเบลเซบิวธ์ได้อีกขั้น
ถ้าเป็นการโจมตีด้วยคลื่นพลังไฟยังไงก็ถูกกลืนเข้าห้วงมิติง่าย ๆ ไม่มีผลต่อริมุรุเลย
เวลกรินด์ทุ่มทั้งตัวเข้าใส่ริมุรุอีกครั้ง แต่ถูกชิเอลจับขังไว้ใน ‘Heat Break Prison’ กลางอากาศทันที
เวลกรินด์ยิ่งกว่าช็อกที่ถูกจับขังเอาไว้แบบนี้ ทั้งที่ตัวเองเป็นถึงเผ่ามังกรที่แข็งแกร่งที่สุด
ริมุรุ(ชิเอล)บอกว่าอยู่นิ่ง ๆ ไปก่อนนะ ถ้าปล่อยเวลโดร่าได้แล้ว เดี๋ยวจะมาเล่นด้วย
เวลกรินด์โกรธสุดโกรธ แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ Heat Break Prison ก็ไม่ยอมขยับ
เพราะงั้นเลยตั้งใจจะถ่ายพลังของตัวเองผ่านเฉลียงทางเดินวิญญาณไปที่ตัวตนคู่ขนานคนอื่นของตัวเอง
แต่นั่นเข้าทางที่คุณชิเอลวางแผนเอาไว้พอดี
ริมุรุหันมาสนใจเวลโดร่าต่อ พยายามจะเรียกให้ได้สติ แต่เวลโดร่าบินหนี
ริมุรุบินตามแล้วชกเข้าที่หน้าเวลโดร่า แต่ไม่สะเทือนเลย จนเริ่มโกรธ
เลยต่อยไม่หยุดบางทีก็มีเตะด้วย แต่ก็ไม่ได้ผลเหมือนเดิม
ริมุรุเลยคุยกับชิเอล ว่าถ้างั้นถ้าจับกินเข้าไปเลยได้มั้ย แล้วตามหาแก่นหัวใจของเวลโดร่าในกระเพาะอีกที
เลยพยายามกลืนเวลโดร่า แล้วก็เรียกไม่หยุด ว่าอย่ามาทำให้ห่วงได้มั้ย
แล้วตอนนั้น เวลโดร่าก็หัวเราะก่อนจะส่งเสียงทักกลับมา
ริมุรุตกใจมาก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะคิดว่าเวลโดร่าถูกควบคุมอยู่
เวลโดร่าเลยอธิบายว่า คนโด้สามารถควบคุมจิตใจได้ เลยแกล้งทำเป็นพลาดท่า
ยอมให้ร่างกายถูกควบคุม หลังจากนั้นก็ตัดเฉลียงทางเดินแห่งวิญญาณออกด้วยตัวเอง
เพราะถ้าถูกควบคุมแล้ว ไม่ใช่แค่ตัวเองเท่านั้นที่จะถูกควบคุม แต่ริมุรุเองก็จะถูกควบคุมด้วย
เพราะใจเชื่อมถึงกันอยู่
ริมุรุทั้งโล่งใจทั้งแปลกใจ แต่เวลโดร่าบอกว่าเชื่อใจริมุรุเลยทำแบบนี้
เวลโดร่ายังบอกอีก ว่าควรจะใจเย็นสุขุมกว่านี้นะ
เลยโดนตอกกลับ เวลาแบบนี้จะให้ใจเย็นได้ยังไง
ริมุรุเลยตัดสินใจจะกลืนกินเวลโดร่าเข้าไปจริง ๆ แล้วค่อยหาแกนหัวใจอีกที
จึงกลายร่างจากมนุษย์เป็นสไลม์ จากนั้นก็กลืนร่างมังกรของเวลโดร่าเข้าไป
ร่างของเวลโดร่าที่ถูกควบคุมอยู่ขัดขืนรุนแรง
ริมุรุเองก็ทรมานมากแม้ว่าจะมีลบล้างความเจ็บปวดอยู่ก็ตาม
ถามชิเอลว่าจะไหวไหม ชิเอลตอบมาว่าไม่มีปัญหา
เลยกัดฟันทนต่อไป เพราะเชื่อใจคุณชิเอล
แต่ตอนนั้นเอง คุณชิเอลก็ถามมาว่ามีเรื่องจะรายงานนะ จะฟังรึเปล่า
ริมุรุระแวงมากว่าชิเอลทำอะไร เพราะระหว่างที่ตัวเองทรมานอยู่ คุณชิเอลกลับทำอะไรก็ไม่รู้
คุณชิเอลบอกว่า ระหว่างที่วิเคราะห์เวลกรินด์ก็ได้เรียนรู้การเร่งความเร็วความ(ความร้อน)เผาไหม้ในมิติไร้ขอบเขต🌟 จนเข้าใจกฎของมันแล้ว จนสามารถสร้างสกิลที่มีความสามารถคล้าย ๆ กันได้
ริมุรุงงมาก ตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น สร้างสกิลใหม่แบบโต้ง ๆ แบบนี้ได้ด้วยเหรอ
ถึงจะกลัวแต่ริมุรุก็ลองถามต่อ ว่ายังมีอย่างอื่นที่แอบทำอยู่มั้ย
คุณชิเอลตอบกลับมาอย่างเริงร่า แน่นอนค่ะ
‘หลังจากที่ใช้วิเคราะห์ประเมิน มังกรวายุคลั่ง ผ่าน ‘นักล่า’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีความเป็นไปได้ที่เปลี่ยนร่างของริมุรุให้อยู่ในเผ่ามังกรมารได้ จะดำเนินการหรือไม่?’
ริมุรุตกใจมาก เพราะนั่นหมายความว่าตัวเองจะเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับเวลโดร่าได้
คุณชิเอลตอบมา ‘แน่นอน จะวิวัฒนาการสู่เผ่าพันธุ์มังกรมาร (มังกรที่แท้จริง True Dragon Race) หรือไม่ YES/NO’
ริมุรุหัวเราะแบบสามระดับขั้น ก่อนจะตอบว่า YES!

หลังจากนั้นความเจ็บปวดต่าง ๆ ก็หายไป ออร่าของมังกรที่ทำให้เจ็บแสบก่อนหน้านี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว
ริมุรุสามารถใช้ลมหายใจมังกรได้แล้วเช่นกัน
เพราะพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนเทียบเท่าเวลโดร่าทำให้ริมุรุกลัวว่าจะคุมไม่ได้
แต่คุณชิเอลก็บอกว่าไม่มีปัญหาเลย ฉันจัดการได้เรียบร้อยค่ะ
เวลโดร่าก็คุยโวว่าตกใจหมดเลย กลายเป็นมังกรแล้วเหรอ ข้าก็คิดแบบนี้มาตลอดเลย
แต่ท่าทางก็ดูตกใจจริง ๆ ที่ริมุรุกลายเป็นมังกรเหมือนตัวเอง
แต่นายถือกำเนิดได้เพราะฉันนะ เวลโดร่างึมงำตามหลัง
แล้ว ‘เมล็ดพันธุ์มังกร’ ก็กำเนิดออกมา ริมุรุดูดซับมันเอาไว้
แล้วกลืนกินเวลโดร่าได้ทั้งหมดในพริบตา ก่อนจะถือกำเนิดใหม่
เพราะริมุรุเกิดมาจากแก่นเวทที่รั่วไหลของเวลโดร่าอยู่ก่อนแล้ว
พอกลืนกินเวลโดร่าที่เป็นเหมือนพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดก็กลายเป็น
มังกรตัวที่ 5 ของเผ่ามังกรมารในทันที
Ultimate Slime (Viscous Dragonic-Demonic Star God Body)
อัลติเมท สไลม์ (มังกรดาราร่างจิตอสูรเมือก)
ใจไม่ไหวแล้วค่า แงงงงงงงง
ริมุรุอยู่ในร่างเปลือย ถือดาบในมือ ดูอายุราว 15 -16 ปี
สูงราว 160 เซนติเมตร มีแก่นเวทเข้มข้นเทียบเท่าเวลโดร่า
ดวงตาสีทองเหมือนมองทะลุได้ทุกอย่าง ผอมบางและงดงาม
ผมสีเงินเหมือนแสงจันทร์ ถึงจะไม่มีเพศแต่ก็ดูน่ารักมากกว่าสวย
ออร่าของจอมมารที่แผ่ออกมาจากร่างกายเป็นสีดำและสีทอง ให้บรรยากาศราวกับพระเจ้า
[🌟อธิบายเพิ่มเติมที่ ความคิดเห็นที่ 25]

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เวลกรินด์โจมตีใส่ริมุรุไม่หยุด แต่ริมุรุก็หลบหลีกได้อย่างง่ายดายจนเวลกรินด์เริ่มหงุดหงิด
ไม่ว่าจะใส่เพลิงผลาญรุนแรงเท่าไหร่ก็ไม่มีผลกับริมุรุเลย
จนเวลกรินด์มานึกได้อีกทีว่าริมุรุน่าจะมีความต้านทานความร้อน
ริมุรุแค่ปรายตามองเวลกรินด์แล้วไม่สนใจ สนใจแค่เวลโดร่าอย่างเดียวเท่านั้น
เวลกรินด์โกรธมากเหมือนถูกหยาม เลยทุ่มพลังทั้งหมดโจมตีใส่ริมุรุ
พลังที่มากพอจะล้มจอมมารกี คริมสัน หรือ เวลซาร์ด ลงได้ แต่กลับไม่มีผลกับริมุรุเลยสักนิด
เวลกรินด์ช็อกมาก เพราะนั่นเป็นพลังขั้นสุดของตัวเองแล้วแท้ ๆ
ชิเอลที่ลืมตาตื่นแล้วใช้การป้องกันสัมบูรณ์ของเบลเซบิวธ์ได้อีกขั้น
ถ้าเป็นการโจมตีด้วยคลื่นพลังไฟยังไงก็ถูกกลืนเข้าห้วงมิติง่าย ๆ ไม่มีผลต่อริมุรุเลย
เวลกรินด์ทุ่มทั้งตัวเข้าใส่ริมุรุอีกครั้ง แต่ถูกชิเอลจับขังไว้ใน ‘Heat Break Prison’ กลางอากาศทันที
เวลกรินด์ยิ่งกว่าช็อกที่ถูกจับขังเอาไว้แบบนี้ ทั้งที่ตัวเองเป็นถึงเผ่ามังกรที่แข็งแกร่งที่สุด
ริมุรุ(ชิเอล)บอกว่าอยู่นิ่ง ๆ ไปก่อนนะ ถ้าปล่อยเวลโดร่าได้แล้ว เดี๋ยวจะมาเล่นด้วย
เวลกรินด์โกรธสุดโกรธ แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ Heat Break Prison ก็ไม่ยอมขยับ
เพราะงั้นเลยตั้งใจจะถ่ายพลังของตัวเองผ่านเฉลียงทางเดินวิญญาณไปที่ตัวตนคู่ขนานคนอื่นของตัวเอง
แต่นั่นเข้าทางที่คุณชิเอลวางแผนเอาไว้พอดี
ริมุรุหันมาสนใจเวลโดร่าต่อ พยายามจะเรียกให้ได้สติ แต่เวลโดร่าบินหนี
ริมุรุบินตามแล้วชกเข้าที่หน้าเวลโดร่า แต่ไม่สะเทือนเลย จนเริ่มโกรธ
เลยต่อยไม่หยุดบางทีก็มีเตะด้วย แต่ก็ไม่ได้ผลเหมือนเดิม
ริมุรุเลยคุยกับชิเอล ว่าถ้างั้นถ้าจับกินเข้าไปเลยได้มั้ย แล้วตามหาแก่นหัวใจของเวลโดร่าในกระเพาะอีกที
เลยพยายามกลืนเวลโดร่า แล้วก็เรียกไม่หยุด ว่าอย่ามาทำให้ห่วงได้มั้ย
แล้วตอนนั้น เวลโดร่าก็หัวเราะก่อนจะส่งเสียงทักกลับมา
ริมุรุตกใจมาก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะคิดว่าเวลโดร่าถูกควบคุมอยู่
เวลโดร่าเลยอธิบายว่า คนโด้สามารถควบคุมจิตใจได้ เลยแกล้งทำเป็นพลาดท่า
ยอมให้ร่างกายถูกควบคุม หลังจากนั้นก็ตัดเฉลียงทางเดินแห่งวิญญาณออกด้วยตัวเอง
เพราะถ้าถูกควบคุมแล้ว ไม่ใช่แค่ตัวเองเท่านั้นที่จะถูกควบคุม แต่ริมุรุเองก็จะถูกควบคุมด้วย
เพราะใจเชื่อมถึงกันอยู่
ริมุรุทั้งโล่งใจทั้งแปลกใจ แต่เวลโดร่าบอกว่าเชื่อใจริมุรุเลยทำแบบนี้
เวลโดร่ายังบอกอีก ว่าควรจะใจเย็นสุขุมกว่านี้นะ
เลยโดนตอกกลับ เวลาแบบนี้จะให้ใจเย็นได้ยังไง
ริมุรุเลยตัดสินใจจะกลืนกินเวลโดร่าเข้าไปจริง ๆ แล้วค่อยหาแกนหัวใจอีกที
จึงกลายร่างจากมนุษย์เป็นสไลม์ จากนั้นก็กลืนร่างมังกรของเวลโดร่าเข้าไป
ร่างของเวลโดร่าที่ถูกควบคุมอยู่ขัดขืนรุนแรง
ริมุรุเองก็ทรมานมากแม้ว่าจะมีลบล้างความเจ็บปวดอยู่ก็ตาม
ถามชิเอลว่าจะไหวไหม ชิเอลตอบมาว่าไม่มีปัญหา
เลยกัดฟันทนต่อไป เพราะเชื่อใจคุณชิเอล
แต่ตอนนั้นเอง คุณชิเอลก็ถามมาว่ามีเรื่องจะรายงานนะ จะฟังรึเปล่า
ริมุรุระแวงมากว่าชิเอลทำอะไร เพราะระหว่างที่ตัวเองทรมานอยู่ คุณชิเอลกลับทำอะไรก็ไม่รู้
คุณชิเอลบอกว่า ระหว่างที่วิเคราะห์เวลกรินด์ก็ได้เรียนรู้การเร่งความเร็วความ(ความร้อน)เผาไหม้ในมิติไร้ขอบเขต🌟 จนเข้าใจกฎของมันแล้ว จนสามารถสร้างสกิลที่มีความสามารถคล้าย ๆ กันได้
ริมุรุงงมาก ตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น สร้างสกิลใหม่แบบโต้ง ๆ แบบนี้ได้ด้วยเหรอ
ถึงจะกลัวแต่ริมุรุก็ลองถามต่อ ว่ายังมีอย่างอื่นที่แอบทำอยู่มั้ย
คุณชิเอลตอบกลับมาอย่างเริงร่า แน่นอนค่ะ
‘หลังจากที่ใช้วิเคราะห์ประเมิน มังกรวายุคลั่ง ผ่าน ‘นักล่า’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีความเป็นไปได้ที่เปลี่ยนร่างของริมุรุให้อยู่ในเผ่ามังกรมารได้ จะดำเนินการหรือไม่?’
ริมุรุตกใจมาก เพราะนั่นหมายความว่าตัวเองจะเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับเวลโดร่าได้
คุณชิเอลตอบมา ‘แน่นอน จะวิวัฒนาการสู่เผ่าพันธุ์มังกรมาร (มังกรที่แท้จริง True Dragon Race) หรือไม่ YES/NO’
ริมุรุหัวเราะแบบสามระดับขั้น ก่อนจะตอบว่า YES!

หลังจากนั้นความเจ็บปวดต่าง ๆ ก็หายไป ออร่าของมังกรที่ทำให้เจ็บแสบก่อนหน้านี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว
ริมุรุสามารถใช้ลมหายใจมังกรได้แล้วเช่นกัน
เพราะพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนเทียบเท่าเวลโดร่าทำให้ริมุรุกลัวว่าจะคุมไม่ได้
แต่คุณชิเอลก็บอกว่าไม่มีปัญหาเลย ฉันจัดการได้เรียบร้อยค่ะ
เวลโดร่าก็คุยโวว่าตกใจหมดเลย กลายเป็นมังกรแล้วเหรอ ข้าก็คิดแบบนี้มาตลอดเลย
แต่ท่าทางก็ดูตกใจจริง ๆ ที่ริมุรุกลายเป็นมังกรเหมือนตัวเอง
แต่นายถือกำเนิดได้เพราะฉันนะ เวลโดร่างึมงำตามหลัง
แล้ว ‘เมล็ดพันธุ์มังกร’ ก็กำเนิดออกมา ริมุรุดูดซับมันเอาไว้
แล้วกลืนกินเวลโดร่าได้ทั้งหมดในพริบตา ก่อนจะถือกำเนิดใหม่
เพราะริมุรุเกิดมาจากแก่นเวทที่รั่วไหลของเวลโดร่าอยู่ก่อนแล้ว
พอกลืนกินเวลโดร่าที่เป็นเหมือนพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดก็กลายเป็น
มังกรตัวที่ 5 ของเผ่ามังกรมารในทันที
Ultimate Slime (Viscous Dragonic-Demonic Star God Body)
อัลติเมท สไลม์ (มังกรดาราร่างจิตอสูรเมือก)
ใจไม่ไหวแล้วค่า แงงงงงงงง

ริมุรุอยู่ในร่างเปลือย ถือดาบในมือ ดูอายุราว 15 -16 ปี
สูงราว 160 เซนติเมตร มีแก่นเวทเข้มข้นเทียบเท่าเวลโดร่า
ดวงตาสีทองเหมือนมองทะลุได้ทุกอย่าง ผอมบางและงดงาม
ผมสีเงินเหมือนแสงจันทร์ ถึงจะไม่มีเพศแต่ก็ดูน่ารักมากกว่าสวย
ออร่าของจอมมารที่แผ่ออกมาจากร่างกายเป็นสีดำและสีทอง ให้บรรยากาศราวกับพระเจ้า
[🌟อธิบายเพิ่มเติมที่ ความคิดเห็นที่ 25]

beebkub ถูกใจ, i-n ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 708398 ถูกใจ, blacx ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5846055 ถูกใจ, ขอชุดดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ครับ ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 2378045 ถูกใจ, เบตงหนาวมาก ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1654560 ถูกใจ, พ่อลูกห้า ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 6
สปอยล์ เล่ม 14 เราไม่ลงรายละเอียดเยอะนะคะ แต่พอรู้คร่าว ๆ ว่าใครทำอะไรยังไง เล่มนี้อ่านสนุกไม่อยากให้เสียอรรถรสตอนอ่านเองมากเกินไปค่ะ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หลังจากที่เอาชนะศึกได้แล้ว ริมุรุก็ให้รางวัลลูกน้อง ซึ่งรางวัลที่ว่าคือการวิวัฒนาการให้ลูกน้องที่เข้าข่ายสามารถวิวัฒนาการเป็นจอมมารได้
ซึ่งได้แก่ เบนิมารุ, ชิออน, รันก้า, เกลด์, กาบิล, อดันแมน, เซกิออน, คุมาระ, ดิอาโบล, เทสทารอสซ่า, คาร์เรรา และ อัลติม่า
คุณราฟาเอลจะสร้าง ‘เฉลียงทางเดินแห่งวิญญาณ’ กับลูกน้องแต่ละคน แล้วให้ดวงวิญญาณ 100,000 ดวงเพื่อให้ลูกน้องลืมตาตื่นเป็นจอมมารที่แท้จริง
ตามหลักแล้ว ถึงจะเป็นจอมมารผู้ลืมตาตื่นกันแล้วจริง ๆ แต่ก็ไม่สามารถเรียกตัวเองว่า ‘จอมมาร’ ได้ เลยเรียกฉายาจากจอมมาร เป็น ‘ราชัน’ แทน
ริมุรุไม่ได้กลัวว่าลูกน้องจะก้าวข้ามตัวเองถ้าลืมตาตื่นแล้ว แต่คิดว่าเบนิมารุกับดิอาโบลน่าจะแข็งแกร่งกว่าตัวเองตอนนี้แน่ ๆ แต่กลัวอย่างเดียว คือจะอาละวาดจนคุมไม่อยู่เท่านั้น แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่มีใครอาละวาดเลย
• "Flare Lord" เบนิมารุ – แฟลร์ลอร์ด (ราชันโทสะ)
• "Star Lord" รันก้า – สตาร์ลอร์ด (ราชันหมาป่าดารา)
• "Dragon Lord" กาบิล – ดรากลอร์ด (ราชันมังกรฟ้า)
• "Barrier Lord" เกลด์ – บาเรียลอร์ด (ราชันผู้พิทักษ์)
• "War Lord" ชิออน – วอร์ลอร์ด (ราชันเทพยุทธ์)
• "Magic Lord" ดิอาโบล – เดมอนลอร์ด (ราชันเทพมาร)
• "Chimeric Lord" คุมาระ – คิเมร่าลอร์ด (ราชันสัตว์มายา)
• "Mist Lord" เซกิออน – มิสต์ลอร์ด (ราชันวิญญาณลวง)
• "Gehenna Lord" อดัลแมน – เกเฮน่าลอร์ด (ราชันวิญญาณมืด)
* ฉายาของดิอาโบล เราไม่แน่ใจว่าทำไมไม่ตรงกับภาษาอังกฤษ ชื่อฉายาภาษาอังกฤษเราเอามาจากเว็บไซต์ Fandom อีกทีค่ะ
** เบริมารุแต่งงานกับสองสาวตอนที่ริมุรุเลื่อนขั้นให้ โมมิจิและอาร์บิส หลังจากนั้นสองสาวก็ตั้งครรภ์ไล่เลี่ยกัน แต่ยังไม่มีชื่อของลูกทั้งสองคน
*** คนที่มีพลังสุดโกงนอกจากเซกิออนแล้วคือคุมาระ เพราะหลังจากที่มาอยู่กับริมุรุ ได้ริมุรุตั้งชื่อให้ ตอนนั้นคุมาระยังเป็นเด็กน้อยก็มาขอร้องให้ริมุรุช่วยเรียกชื่อลูกสัตว์อีก 8 ตัวด้วย (หางของตัวเอง) ริมุรุใจอ่อนกับเด็กน้อยเลยยอมเรียก กลายเป็นว่าเหมือนริมุรุตั้งชื่อให้คุมาระถึง 9 ชื่อ แต่ละตัวมีพลังอย่างมาก ซึ่งคุมาระก็เป็นครอบครองทั้งหมดอีกที
ปีศาจสามสาว ยังไม่ได้ดวงวิญญาณเพื่อเลื่อนขั้นเป็นจอมมาร แต่ริมุรุขอมอบฉายาให้ไปก่อน แล้วจะค่อยวิวัฒนาการให้ทีหลัง เพราะสามสาวแข็งแกร่งมาก ขนาดที่ว่า กาบิลที่ลืมตาตื่นแล้วยังมีพลังน้อยกว่า
แล้วถ้าเลื่อนขั้นให้คนใดคนหนึ่งไปก่อน ที่เหลือต้องอิจฉาแล้วทะเลาะกันอีกแน่ ริมุรุเลยตั้งใจว่าจะรอวิวัฒนาการทีเดียวพร้อมกันเลย
และขอดูท่าทีของดิอาโบลว่าจะอาละวาดหรือเปล่าด้วย
• "Killer Lord" เทสทารอสซ่า – คิลเลอร์ลอร์ด (ราชันสังหาร)
• "Pain Lord" อัลติม่า – เพนลอร์ด (ราชันอำมหิต)
• "Menace Lord" คาร์เรรา – เมเนซลอร์ด (ราชันวินาศ)
หลังจากได้ดวงวิญญาณจากริมุรุจนวิวัฒนาการแล้ว บางคนก็ไม่ได้หลับเหมือนตอนริมุรุเลื่อนขั้นเป็นจอมมาร
คนที่ไม่ได้หลับไปได้แก่ กาบิล, ชิออน และดิอาโบล
ลูกน้องคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เลื่อนขั้น ริมุรุก็ให้รางวัลไปในแต่ละคน
หลังจากนั้นก็เป็นการฉลองกันและพักผ่อนเพื่อจะเข้าสู่ศึกตัดสินกับจักรวรรดิตะวันออกอีกที
ริมุรุไม่รู้จะให้อะไรตอบแทนเวลโดร่าดี เลยเลือกเสื้อผ้าให้ เวลโดร่าดีด๊ามากถึงจะเป็นรางวัลเท่านี้
ส่วนรามิริส ริมุรุไปปรึกษาว่าจะตั้งชื่อมังกรสี่ตัวที่เป็นบอสในเขาวงกตให้ เพราะตอนให้รางวัลอดัลแมน ริมุรุให้อาวุธระดับก็อดให้กับอัลเบิร์ตคนสนิทของอดัลแมน แล้วก็ตั้งชื่อให้เดธดรากอนด้วย เดธดราดอนวิวัฒนาการกลายร่างเป็นร่างมนุษย์ได้ พูดจาคล่องแคล่วมีพลังเพิ่มขึ้นมาก ชื่อว่า ‘เวนติ’
รามิริสได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ เลยได้ดวงวิญญาณจากริมุรุมา 20,000 ดวง (ใช้ 5,000 ดวง ต่อการตั้งชื่อ 1 ตัว) แล้วก็ตั้งชื่อให้มังกรทั้งสี่ แต่ชื่อริมุรุเป็นคนช่วยคิดให้ เป็นชื่อเทพทั้ง 4 ทิศ
เจน แม่เฒ่าผู้ใช้เวทของดวาร์กอนที่มาร่วมงานเลี้ยงด้วยตกใจมากที่เห็นแบบนั้น เลยต้องรีบกลับเพื่อไปรางานการ์เซล
ปีกแฝด – ลูเซีย เคลียร์ คนสนิทของเฟรย์มาร่วมงาน และพร้อมส่งกำลังเสริมมาให้เพราะมิลิมเป็นห่วง แต่ทั้งสองก็ไม่ต้องร่วมรบเลย แต่ตกใจมากที่เห็นริมุรุเลื่อนขั้นให้ลูกน้องลืมตาตื่นถึง 9 คนเข้าแล้ว เลยรีบกลับไปรายงานเฟรย์
ริมุรุไปคุยกับนายพลคาริกิวริโอ้ ที่ช่วยชุบชีวิตให้ รวมถึงทหารอีก 700,000 นายในเขาวงกตชั้นที่ 70
เลยได้รู้ความจริงจากปากเบอร์นี่ว่าตัวเองเป็น ‘ดับเบิ้ลโอนัมเบอร์’ (ภาษาอังกฤษใช้ ‘single-digit’)
และถึงจะเป็นดับเบิ้ลโอนัมเบอร์ที่แข็งแกร่งมาก(ลืมตาตื่นแล้ว) แต่ก็ยังเทียบไม่ติดกับจอมพลที่อยู่ข้างกายจักรพรรดิลูโดร่า เลยขัดขืนอะไรไม่ได้
เบอร์นี่พูดหมดเปลือก ว่าสงครามครั้งนี้ยังไงจักรวรรดิก็พ่ายแพ้ เพราะสิ่งที่จักรพรรดิต้องการคือให้ทหารเกือบล้านต่อสู้กับความสิ้นหวัง
ตั้งใจจะให้มาเจอกับเวลโดร่าโดยตรง แต่ไม่มีใครคิดว่าจะถูกลูกน้องคนอื่นของริมุรุกวาดล้างง่ายดายขนาดนั้น
เพราะเมื่อเจอความสิ้นหวังหวาดกลัวแล้ว มนุษย์จะข้ามขีดศักยภาพของตัวเอง แล้วลืมตาตื่นจนได้รับพลังมหาศาลมา
ซึ่งจักรพรรดิลูโดร่าต้องการแค่คนที่ลืมตาตื่นเหล่านี้มาเป็นหมากของตัวเองอีกที
ทหารจักรวรรดิคนอื่น ๆ ก็ตกใจและผิดหวังมากที่ได้ยินแบบนั้น เพราะไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
คนที่ลืมตาตื่นแล้ว จะกลายมาเป็นหมากของจักรพรรดิลูโดร่า และสามารถใช้พลังส่วนหนึ่งของจักรพรรดิลูโดร่าได้
หลังจากคุยกัน ริมุรุก็สงสัยตงิดใจว่ามันต้องเกี่ยวกับกี เพราะกีเองเคยพูดทำนองนี้ แถมยังปล่อยตัวยูคิไปอีกต่างหาก
แล้วดิอาโบลก็วางระเบิด บอกว่าเรื่องนี้มีเอี่ยวกับกี เลยชวนกีมาที่นี่เรียบร้อยแล้ว ริมุรุกุมขมับ แต่ทำอะไรมากไม่ได้นอกจากรอต้อนรับกี
กีมาพร้อมกับเวลซาร์ด และจุดเริ่มต้นอีกสองคนที่เป็นลูกน้อง มิซารี่ เรน…
ริมุรุได้ทำความรู้จักกับเวลซาร์ด เลยรู้ว่าเวลซาร์ดแข็งแกร่งคนละระดับกับเวลโดร่าที่เป็นน้องชายเลย
แต่เวลซาร์ดดูผ่อนคลายเวลายิ้มเลยไม่ได้กลัวเท่าไหร่ แถมยังเหมือนมิลิมมากอีกด้วย
กีหงุดหงิดเพราะถูกเรียกมา แต่ก็พอทำใจได้ ก่อนจะคุยกับริมุรุ
คุยกันไปคุยกันมา กีก็ยอมรับว่าตัวเองรู้จักกับจักรพรรดิลูโดร่ามาก่อน และตอนนี้กำลังเล่นเกมกันอยู่
เมื่อก่อนกีกับจักรพรรดิลูโดร่าสู้กันมาตลอดแต่หาผลตัดสินไม่ได้
จนกระทั่งเวลดานาวาหายไปตอนที่มิลิมเกิด ทั้งสองเลยสู้กันอย่างเอาจริงเอาจังไม่ได้
เพราะไม่งั้นสมดุลโลกจะพังทลาย เลยตัดสินใจเล่นเกมกันแทน
เกมที่ว่านี้คือสู้กัน โดยที่ไม่ลงแรงกันเอง นั่นก็คือหาหมากมาสู้กัน
กีสั่งสมจอมมารเป็นกองกำลังของตัวเองเงียบ ๆ โดยที่จอมมารคนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครรู้
ส่วนจักรพรรดิลูโดร่าก็เลือกเฟ้นหามนุษย์ที่แข็งแกร่งมาเป็นหมาก แล้วตัดกำลังกันไปเรื่อย ๆ
ริมุรุกลุ้มมาก เคืองด้วยที่กลายมาเป็นหมากแบบไม่รู้ตัว แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะตั้งใจจะปกป้องคนของตัวเองกับมนุษย์ด้วย
กีเลยขอแบบมัดมือชกให้ริมุรจัดการกับจักรพรรดิลูโดร่า จะทำยังไงก็ได้แต่ไม่ต้องฆ่าจักรพรรดิลูโดร่า แค่กำจัดหมากทิ้งไปเรื่อย ๆ ก็พอ
ตอนที่คิดว่าคุยกันจบแล้ว กีก็เปิดประเด็นถามว่าทำไมดิอาโบลถึงได้วิวัฒนาการ
ริมุรุยิ้มแห้ง เพราะไม่อยากพูดเรื่องนี้แต่ก็ปกปิดไม่ได้ คุณราฟาเอลเลยช่วยคิดหาคำอธิบายกลบเกลื่อนไป
ริมุรุเลยบอกไปว่าตัวเองทดลองบางอย่างจากอัลติเมทสกิลเบลเซบิวธ์
เลยแปลงดวงวิญญาณที่ได้มาเป็นพลังงาน แล้วมอบให้ลูกน้อง เพื่อกระตุ้นการวิวัฒนาการได้
กีเลยถามกลับ งั้นก็ช่วยทำให้ลูกน้องของตัวเองลืมตาตื่นได้ด้วยน่ะสิ
ริมุรุปฏิเสธไม่ออก เลยแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะทำได้ถ้าคนคนนั้นมีคุณสมบัติ (เป็นตระกูลจอมมาร) แต่ดวงวิญญาณไม่พอ
กีถามกลับว่าต้องการเท่าไหร่ ถ้าจะเลื่อนขั้นให้มิซารี่กับเรน คุณราฟาเอลบอกว่า 500,000 ริมุรุตกใจมาก
แต่ยิ่งกว่าตกใจที่กียกดวงวิญญาณมาให้แบบชิล ๆ แถมยังบอกว่า นึกว่าต้องออกไปฆ่าเพื่อหามาเพิ่มซะแล้ว
แล้วยังคะยั้นคะยอให้ริมุรุช่วยเลื่อนขั้นให้ลูกน้องตอนนั้นเลย
ริมุรุรู้ดีว่ากีจะดูตอนที่วิวัฒนาการให้สองสาวต้องทำยังไง
เพราะกีเคยให้ดวงวิญญาณไปเปล่า ๆ 10,000 ดวงแล้ว แต่ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงเลยคิดว่าทำไม่ได้
แต่ริมุรุไม่อยากให้กีเห็นตอนที่ใช้พลัง เลยส่งสายตาให้กันแบบไม่มีใครยอมใคร
ตอนนั้นเวลโดร่ากับรามิริสก็ลั้ลลามาหาริมุรุ ให้ฉายภาพจากอาร์กอสให้หน่อย เพราะจะหาที่เที่ยว
กลายเป็นว่าเวลโดร่ามาป๊ะหน้ากับพี่สาวแล้วกลัวจนแทบร้องไห้
ก่อนจะถูกเวลซาร์ดลากไปคุย (ไปซ้อมในเขาวงกต) เวลโดร่าก็คว้ารามิริสติดมือไปด้วย
แต่กีไม่ยอมกลับจนกว่าจะเห็นว่าริมุรุเลื่อนขั้นให้ลูกน้องได้ยังไง
แต่ริมุรุก็อิดออดไม่ยอมทำต่อหน้า ดิอาโบลเลยเข้ามาช่วย ด้วยการลากกีออกไปคุยด้วยกันที่อื่น
ริมุรุเลยรู้ว่ากีแพ้ทางดิอาโบลเหมือนตัวเอง ยังไงก็เอาชนะไม่ได้ พอกีไปแล้วเลยเลื่อนขั้นให้สองสาวทันที
คุณราฟาเอลแทรกแซงด้วยการส่งพลังงานให้ ซึ่งสามารถทำได้ถ้าหากว่าคนคนนั้นมีคุณสมบัติและไม่ต่อต้าน
แต่กลายเป็นว่า การเลื่อนขั้นของแต่ละคนใช้ดวงวิญญาณแค่คนละ 100,000 ดวงเท่านั้น ยังเหลือดวงวิญญาณที่ได้จากกีอีก 300,000 ดวง
ริมุรุถามคุณราฟาเอลว่ามันเป็นยังไงกันแน่ คุณราฟาเอลตอบกลับมาง่าย ๆ บอกว่าทำจนคล่องแล้วเลยลดปริมาณดวงวิญญาณได้
แต่ริมุรุรู้สึกว่ามันแหม่ง ๆ คุณราฟาเองก็เลยตอบอีกที ว่าก็ต้องเผื่อดวงวิญญาณเอาไว้ให้สามสาว เทสทารอสซ่า คาร์เรรา กับ อัลติม่า ด้วยนี่นา
ริมุรุเหงื่อไหลพรากด้วยความกลัว เพราะถ้ากีรู้ความจริงได้ตายแน่
กีกลับไปหลังจากที่ริมุรุเลื่อนขั้นให้มิซารี่กับเรนแล้ว ท่าทางเหนื่อยล้าผิดกับดิอาโบลที่แจ่มใสมาก
เวลซาร์ดบอกว่าจะกลับมาอีกเพราะชอบบ่อน้ำร้อน ส่วนเวลโดร่านอนพักฟื้นเพราะบาดเจ็บที่ถูกพี่สาวซ้อมในเขาวงกต
หลังจากนั้นริมุรุเลยไปคุยกับลาพลัสอีกรอบ เรื่องที่ว่าจะทำยังกับกองทัพที่ยูคิเป็นผู้นำอยู่ 60,000 คน ที่ประชิดดวาร์กอนอยู่
เลยตกลงว่าจะไปคุยกันต่อหน้าเลย เลือกเอาลูกน้องคนแกร่ง ๆ ไปด้วย
แต่ตอนนั้นกลายเป็นว่าจักรพรรดิลูโดร่าเริ่มเคลื่อนไหวก่อนแล้ว
เวลกรินด์กวาดล้างกองทัพอย่างรุนแรงจนท้องฟ้ากลายเป็นสีแดง ทำให้ริมุรุตกใจมาก
ซึ่งนอกจากทัพบกแล้ว ยังมีกองทัพเรือเหาะเข้ามาสมทบด้วย เรื่องนี้ริมุรุบอกกับลูมินัสไว้ก่อนแล้ว
ลาพลัสร้อนรนมาก เพราะคาการิถูกโจมตี ทุกคนกระเจิดกระเจิงกันหมด
นอกจากนั้นราชากาเซลก็ออกรบเองเลยด้วย
ลาพลัสเลยยอมคุยกับริมุรุแบบตรงไปตรงมา ว่าตัวเองเป็น ‘เดธแมน’
เกิดมาจากการที่จอมมารคาซารีมใช้ซากศพและดวงวิญญาณหล่อหลอมสร้างขึ้นมา
เรียกพิธีนั้นว่า ‘เบิร์ธเดย์’ ซึ่งคาซารีมก็คือคาการิในตอนนี้นี่เอง
ดิอาโบลพูดเสริมว่า ถ้าเป็นแบบนั้น สนามรบได้สร้างเดธแมนที่แข็งแกร่งระดับเคลย์แมนลืมตื่นได้หลายตนแน่ ๆ
ริมุรุเลยตัดสินใจว่าจะไปประจันหน้ากับจักรพรรดิลูโดร่าโดยตรงเอง

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หลังจากที่เอาชนะศึกได้แล้ว ริมุรุก็ให้รางวัลลูกน้อง ซึ่งรางวัลที่ว่าคือการวิวัฒนาการให้ลูกน้องที่เข้าข่ายสามารถวิวัฒนาการเป็นจอมมารได้
ซึ่งได้แก่ เบนิมารุ, ชิออน, รันก้า, เกลด์, กาบิล, อดันแมน, เซกิออน, คุมาระ, ดิอาโบล, เทสทารอสซ่า, คาร์เรรา และ อัลติม่า
คุณราฟาเอลจะสร้าง ‘เฉลียงทางเดินแห่งวิญญาณ’ กับลูกน้องแต่ละคน แล้วให้ดวงวิญญาณ 100,000 ดวงเพื่อให้ลูกน้องลืมตาตื่นเป็นจอมมารที่แท้จริง
ตามหลักแล้ว ถึงจะเป็นจอมมารผู้ลืมตาตื่นกันแล้วจริง ๆ แต่ก็ไม่สามารถเรียกตัวเองว่า ‘จอมมาร’ ได้ เลยเรียกฉายาจากจอมมาร เป็น ‘ราชัน’ แทน
ริมุรุไม่ได้กลัวว่าลูกน้องจะก้าวข้ามตัวเองถ้าลืมตาตื่นแล้ว แต่คิดว่าเบนิมารุกับดิอาโบลน่าจะแข็งแกร่งกว่าตัวเองตอนนี้แน่ ๆ แต่กลัวอย่างเดียว คือจะอาละวาดจนคุมไม่อยู่เท่านั้น แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่มีใครอาละวาดเลย
• "Flare Lord" เบนิมารุ – แฟลร์ลอร์ด (ราชันโทสะ)
• "Star Lord" รันก้า – สตาร์ลอร์ด (ราชันหมาป่าดารา)
• "Dragon Lord" กาบิล – ดรากลอร์ด (ราชันมังกรฟ้า)
• "Barrier Lord" เกลด์ – บาเรียลอร์ด (ราชันผู้พิทักษ์)
• "War Lord" ชิออน – วอร์ลอร์ด (ราชันเทพยุทธ์)
• "Magic Lord" ดิอาโบล – เดมอนลอร์ด (ราชันเทพมาร)
• "Chimeric Lord" คุมาระ – คิเมร่าลอร์ด (ราชันสัตว์มายา)
• "Mist Lord" เซกิออน – มิสต์ลอร์ด (ราชันวิญญาณลวง)
• "Gehenna Lord" อดัลแมน – เกเฮน่าลอร์ด (ราชันวิญญาณมืด)
* ฉายาของดิอาโบล เราไม่แน่ใจว่าทำไมไม่ตรงกับภาษาอังกฤษ ชื่อฉายาภาษาอังกฤษเราเอามาจากเว็บไซต์ Fandom อีกทีค่ะ
** เบริมารุแต่งงานกับสองสาวตอนที่ริมุรุเลื่อนขั้นให้ โมมิจิและอาร์บิส หลังจากนั้นสองสาวก็ตั้งครรภ์ไล่เลี่ยกัน แต่ยังไม่มีชื่อของลูกทั้งสองคน
*** คนที่มีพลังสุดโกงนอกจากเซกิออนแล้วคือคุมาระ เพราะหลังจากที่มาอยู่กับริมุรุ ได้ริมุรุตั้งชื่อให้ ตอนนั้นคุมาระยังเป็นเด็กน้อยก็มาขอร้องให้ริมุรุช่วยเรียกชื่อลูกสัตว์อีก 8 ตัวด้วย (หางของตัวเอง) ริมุรุใจอ่อนกับเด็กน้อยเลยยอมเรียก กลายเป็นว่าเหมือนริมุรุตั้งชื่อให้คุมาระถึง 9 ชื่อ แต่ละตัวมีพลังอย่างมาก ซึ่งคุมาระก็เป็นครอบครองทั้งหมดอีกที
ปีศาจสามสาว ยังไม่ได้ดวงวิญญาณเพื่อเลื่อนขั้นเป็นจอมมาร แต่ริมุรุขอมอบฉายาให้ไปก่อน แล้วจะค่อยวิวัฒนาการให้ทีหลัง เพราะสามสาวแข็งแกร่งมาก ขนาดที่ว่า กาบิลที่ลืมตาตื่นแล้วยังมีพลังน้อยกว่า
แล้วถ้าเลื่อนขั้นให้คนใดคนหนึ่งไปก่อน ที่เหลือต้องอิจฉาแล้วทะเลาะกันอีกแน่ ริมุรุเลยตั้งใจว่าจะรอวิวัฒนาการทีเดียวพร้อมกันเลย
และขอดูท่าทีของดิอาโบลว่าจะอาละวาดหรือเปล่าด้วย
• "Killer Lord" เทสทารอสซ่า – คิลเลอร์ลอร์ด (ราชันสังหาร)
• "Pain Lord" อัลติม่า – เพนลอร์ด (ราชันอำมหิต)
• "Menace Lord" คาร์เรรา – เมเนซลอร์ด (ราชันวินาศ)
หลังจากได้ดวงวิญญาณจากริมุรุจนวิวัฒนาการแล้ว บางคนก็ไม่ได้หลับเหมือนตอนริมุรุเลื่อนขั้นเป็นจอมมาร
คนที่ไม่ได้หลับไปได้แก่ กาบิล, ชิออน และดิอาโบล
ลูกน้องคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เลื่อนขั้น ริมุรุก็ให้รางวัลไปในแต่ละคน
หลังจากนั้นก็เป็นการฉลองกันและพักผ่อนเพื่อจะเข้าสู่ศึกตัดสินกับจักรวรรดิตะวันออกอีกที
ริมุรุไม่รู้จะให้อะไรตอบแทนเวลโดร่าดี เลยเลือกเสื้อผ้าให้ เวลโดร่าดีด๊ามากถึงจะเป็นรางวัลเท่านี้
ส่วนรามิริส ริมุรุไปปรึกษาว่าจะตั้งชื่อมังกรสี่ตัวที่เป็นบอสในเขาวงกตให้ เพราะตอนให้รางวัลอดัลแมน ริมุรุให้อาวุธระดับก็อดให้กับอัลเบิร์ตคนสนิทของอดัลแมน แล้วก็ตั้งชื่อให้เดธดรากอนด้วย เดธดราดอนวิวัฒนาการกลายร่างเป็นร่างมนุษย์ได้ พูดจาคล่องแคล่วมีพลังเพิ่มขึ้นมาก ชื่อว่า ‘เวนติ’
รามิริสได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ เลยได้ดวงวิญญาณจากริมุรุมา 20,000 ดวง (ใช้ 5,000 ดวง ต่อการตั้งชื่อ 1 ตัว) แล้วก็ตั้งชื่อให้มังกรทั้งสี่ แต่ชื่อริมุรุเป็นคนช่วยคิดให้ เป็นชื่อเทพทั้ง 4 ทิศ
เจน แม่เฒ่าผู้ใช้เวทของดวาร์กอนที่มาร่วมงานเลี้ยงด้วยตกใจมากที่เห็นแบบนั้น เลยต้องรีบกลับเพื่อไปรางานการ์เซล
ปีกแฝด – ลูเซีย เคลียร์ คนสนิทของเฟรย์มาร่วมงาน และพร้อมส่งกำลังเสริมมาให้เพราะมิลิมเป็นห่วง แต่ทั้งสองก็ไม่ต้องร่วมรบเลย แต่ตกใจมากที่เห็นริมุรุเลื่อนขั้นให้ลูกน้องลืมตาตื่นถึง 9 คนเข้าแล้ว เลยรีบกลับไปรายงานเฟรย์
ริมุรุไปคุยกับนายพลคาริกิวริโอ้ ที่ช่วยชุบชีวิตให้ รวมถึงทหารอีก 700,000 นายในเขาวงกตชั้นที่ 70
เลยได้รู้ความจริงจากปากเบอร์นี่ว่าตัวเองเป็น ‘ดับเบิ้ลโอนัมเบอร์’ (ภาษาอังกฤษใช้ ‘single-digit’)
และถึงจะเป็นดับเบิ้ลโอนัมเบอร์ที่แข็งแกร่งมาก(ลืมตาตื่นแล้ว) แต่ก็ยังเทียบไม่ติดกับจอมพลที่อยู่ข้างกายจักรพรรดิลูโดร่า เลยขัดขืนอะไรไม่ได้
เบอร์นี่พูดหมดเปลือก ว่าสงครามครั้งนี้ยังไงจักรวรรดิก็พ่ายแพ้ เพราะสิ่งที่จักรพรรดิต้องการคือให้ทหารเกือบล้านต่อสู้กับความสิ้นหวัง
ตั้งใจจะให้มาเจอกับเวลโดร่าโดยตรง แต่ไม่มีใครคิดว่าจะถูกลูกน้องคนอื่นของริมุรุกวาดล้างง่ายดายขนาดนั้น
เพราะเมื่อเจอความสิ้นหวังหวาดกลัวแล้ว มนุษย์จะข้ามขีดศักยภาพของตัวเอง แล้วลืมตาตื่นจนได้รับพลังมหาศาลมา
ซึ่งจักรพรรดิลูโดร่าต้องการแค่คนที่ลืมตาตื่นเหล่านี้มาเป็นหมากของตัวเองอีกที
ทหารจักรวรรดิคนอื่น ๆ ก็ตกใจและผิดหวังมากที่ได้ยินแบบนั้น เพราะไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
คนที่ลืมตาตื่นแล้ว จะกลายมาเป็นหมากของจักรพรรดิลูโดร่า และสามารถใช้พลังส่วนหนึ่งของจักรพรรดิลูโดร่าได้
หลังจากคุยกัน ริมุรุก็สงสัยตงิดใจว่ามันต้องเกี่ยวกับกี เพราะกีเองเคยพูดทำนองนี้ แถมยังปล่อยตัวยูคิไปอีกต่างหาก
แล้วดิอาโบลก็วางระเบิด บอกว่าเรื่องนี้มีเอี่ยวกับกี เลยชวนกีมาที่นี่เรียบร้อยแล้ว ริมุรุกุมขมับ แต่ทำอะไรมากไม่ได้นอกจากรอต้อนรับกี
กีมาพร้อมกับเวลซาร์ด และจุดเริ่มต้นอีกสองคนที่เป็นลูกน้อง มิซารี่ เรน…
ริมุรุได้ทำความรู้จักกับเวลซาร์ด เลยรู้ว่าเวลซาร์ดแข็งแกร่งคนละระดับกับเวลโดร่าที่เป็นน้องชายเลย
แต่เวลซาร์ดดูผ่อนคลายเวลายิ้มเลยไม่ได้กลัวเท่าไหร่ แถมยังเหมือนมิลิมมากอีกด้วย
กีหงุดหงิดเพราะถูกเรียกมา แต่ก็พอทำใจได้ ก่อนจะคุยกับริมุรุ
คุยกันไปคุยกันมา กีก็ยอมรับว่าตัวเองรู้จักกับจักรพรรดิลูโดร่ามาก่อน และตอนนี้กำลังเล่นเกมกันอยู่
เมื่อก่อนกีกับจักรพรรดิลูโดร่าสู้กันมาตลอดแต่หาผลตัดสินไม่ได้
จนกระทั่งเวลดานาวาหายไปตอนที่มิลิมเกิด ทั้งสองเลยสู้กันอย่างเอาจริงเอาจังไม่ได้
เพราะไม่งั้นสมดุลโลกจะพังทลาย เลยตัดสินใจเล่นเกมกันแทน
เกมที่ว่านี้คือสู้กัน โดยที่ไม่ลงแรงกันเอง นั่นก็คือหาหมากมาสู้กัน
กีสั่งสมจอมมารเป็นกองกำลังของตัวเองเงียบ ๆ โดยที่จอมมารคนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครรู้
ส่วนจักรพรรดิลูโดร่าก็เลือกเฟ้นหามนุษย์ที่แข็งแกร่งมาเป็นหมาก แล้วตัดกำลังกันไปเรื่อย ๆ
ริมุรุกลุ้มมาก เคืองด้วยที่กลายมาเป็นหมากแบบไม่รู้ตัว แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะตั้งใจจะปกป้องคนของตัวเองกับมนุษย์ด้วย
กีเลยขอแบบมัดมือชกให้ริมุรจัดการกับจักรพรรดิลูโดร่า จะทำยังไงก็ได้แต่ไม่ต้องฆ่าจักรพรรดิลูโดร่า แค่กำจัดหมากทิ้งไปเรื่อย ๆ ก็พอ
ตอนที่คิดว่าคุยกันจบแล้ว กีก็เปิดประเด็นถามว่าทำไมดิอาโบลถึงได้วิวัฒนาการ
ริมุรุยิ้มแห้ง เพราะไม่อยากพูดเรื่องนี้แต่ก็ปกปิดไม่ได้ คุณราฟาเอลเลยช่วยคิดหาคำอธิบายกลบเกลื่อนไป
ริมุรุเลยบอกไปว่าตัวเองทดลองบางอย่างจากอัลติเมทสกิลเบลเซบิวธ์
เลยแปลงดวงวิญญาณที่ได้มาเป็นพลังงาน แล้วมอบให้ลูกน้อง เพื่อกระตุ้นการวิวัฒนาการได้
กีเลยถามกลับ งั้นก็ช่วยทำให้ลูกน้องของตัวเองลืมตาตื่นได้ด้วยน่ะสิ
ริมุรุปฏิเสธไม่ออก เลยแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะทำได้ถ้าคนคนนั้นมีคุณสมบัติ (เป็นตระกูลจอมมาร) แต่ดวงวิญญาณไม่พอ
กีถามกลับว่าต้องการเท่าไหร่ ถ้าจะเลื่อนขั้นให้มิซารี่กับเรน คุณราฟาเอลบอกว่า 500,000 ริมุรุตกใจมาก
แต่ยิ่งกว่าตกใจที่กียกดวงวิญญาณมาให้แบบชิล ๆ แถมยังบอกว่า นึกว่าต้องออกไปฆ่าเพื่อหามาเพิ่มซะแล้ว
แล้วยังคะยั้นคะยอให้ริมุรุช่วยเลื่อนขั้นให้ลูกน้องตอนนั้นเลย
ริมุรุรู้ดีว่ากีจะดูตอนที่วิวัฒนาการให้สองสาวต้องทำยังไง
เพราะกีเคยให้ดวงวิญญาณไปเปล่า ๆ 10,000 ดวงแล้ว แต่ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงเลยคิดว่าทำไม่ได้
แต่ริมุรุไม่อยากให้กีเห็นตอนที่ใช้พลัง เลยส่งสายตาให้กันแบบไม่มีใครยอมใคร
ตอนนั้นเวลโดร่ากับรามิริสก็ลั้ลลามาหาริมุรุ ให้ฉายภาพจากอาร์กอสให้หน่อย เพราะจะหาที่เที่ยว
กลายเป็นว่าเวลโดร่ามาป๊ะหน้ากับพี่สาวแล้วกลัวจนแทบร้องไห้
ก่อนจะถูกเวลซาร์ดลากไปคุย (ไปซ้อมในเขาวงกต) เวลโดร่าก็คว้ารามิริสติดมือไปด้วย
แต่กีไม่ยอมกลับจนกว่าจะเห็นว่าริมุรุเลื่อนขั้นให้ลูกน้องได้ยังไง
แต่ริมุรุก็อิดออดไม่ยอมทำต่อหน้า ดิอาโบลเลยเข้ามาช่วย ด้วยการลากกีออกไปคุยด้วยกันที่อื่น
ริมุรุเลยรู้ว่ากีแพ้ทางดิอาโบลเหมือนตัวเอง ยังไงก็เอาชนะไม่ได้ พอกีไปแล้วเลยเลื่อนขั้นให้สองสาวทันที
คุณราฟาเอลแทรกแซงด้วยการส่งพลังงานให้ ซึ่งสามารถทำได้ถ้าหากว่าคนคนนั้นมีคุณสมบัติและไม่ต่อต้าน
แต่กลายเป็นว่า การเลื่อนขั้นของแต่ละคนใช้ดวงวิญญาณแค่คนละ 100,000 ดวงเท่านั้น ยังเหลือดวงวิญญาณที่ได้จากกีอีก 300,000 ดวง
ริมุรุถามคุณราฟาเอลว่ามันเป็นยังไงกันแน่ คุณราฟาเอลตอบกลับมาง่าย ๆ บอกว่าทำจนคล่องแล้วเลยลดปริมาณดวงวิญญาณได้
แต่ริมุรุรู้สึกว่ามันแหม่ง ๆ คุณราฟาเองก็เลยตอบอีกที ว่าก็ต้องเผื่อดวงวิญญาณเอาไว้ให้สามสาว เทสทารอสซ่า คาร์เรรา กับ อัลติม่า ด้วยนี่นา
ริมุรุเหงื่อไหลพรากด้วยความกลัว เพราะถ้ากีรู้ความจริงได้ตายแน่
กีกลับไปหลังจากที่ริมุรุเลื่อนขั้นให้มิซารี่กับเรนแล้ว ท่าทางเหนื่อยล้าผิดกับดิอาโบลที่แจ่มใสมาก
เวลซาร์ดบอกว่าจะกลับมาอีกเพราะชอบบ่อน้ำร้อน ส่วนเวลโดร่านอนพักฟื้นเพราะบาดเจ็บที่ถูกพี่สาวซ้อมในเขาวงกต
หลังจากนั้นริมุรุเลยไปคุยกับลาพลัสอีกรอบ เรื่องที่ว่าจะทำยังกับกองทัพที่ยูคิเป็นผู้นำอยู่ 60,000 คน ที่ประชิดดวาร์กอนอยู่
เลยตกลงว่าจะไปคุยกันต่อหน้าเลย เลือกเอาลูกน้องคนแกร่ง ๆ ไปด้วย
แต่ตอนนั้นกลายเป็นว่าจักรพรรดิลูโดร่าเริ่มเคลื่อนไหวก่อนแล้ว
เวลกรินด์กวาดล้างกองทัพอย่างรุนแรงจนท้องฟ้ากลายเป็นสีแดง ทำให้ริมุรุตกใจมาก
ซึ่งนอกจากทัพบกแล้ว ยังมีกองทัพเรือเหาะเข้ามาสมทบด้วย เรื่องนี้ริมุรุบอกกับลูมินัสไว้ก่อนแล้ว
ลาพลัสร้อนรนมาก เพราะคาการิถูกโจมตี ทุกคนกระเจิดกระเจิงกันหมด
นอกจากนั้นราชากาเซลก็ออกรบเองเลยด้วย
ลาพลัสเลยยอมคุยกับริมุรุแบบตรงไปตรงมา ว่าตัวเองเป็น ‘เดธแมน’
เกิดมาจากการที่จอมมารคาซารีมใช้ซากศพและดวงวิญญาณหล่อหลอมสร้างขึ้นมา
เรียกพิธีนั้นว่า ‘เบิร์ธเดย์’ ซึ่งคาซารีมก็คือคาการิในตอนนี้นี่เอง
ดิอาโบลพูดเสริมว่า ถ้าเป็นแบบนั้น สนามรบได้สร้างเดธแมนที่แข็งแกร่งระดับเคลย์แมนลืมตื่นได้หลายตนแน่ ๆ
ริมุรุเลยตัดสินใจว่าจะไปประจันหน้ากับจักรพรรดิลูโดร่าโดยตรงเอง
beebkub ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 708398 ถูกใจ, blacx ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2624463 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6156045 ถูกใจ, อะลาดินกับซินเดอเรลล่าทั้งเจ็ด ถูกใจ, ขอชุดดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ครับ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2378045 ถูกใจ, เบตงหนาวมาก ถูกใจ, SZ ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
Light Novel
เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว (That Time I Got Reincarnated as a Slime) (การ์ตูน)
อนิเมะ
[Ten Sura] เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว LN เล่ม 14
ปกติแล้ว เราไม่ได้อ่านแบบอิ้ง เพราะจะไปชอบงงตรงชื่อตัวละครกับศัพท์เฉพาะบางอย่าง
(แบบพวกชื่อสกิล และค่อนข้างใช้พลังในการอ่านมาก เพราะตัวละครใหม่ ๆ จะโผล่มาเยอะ พอจำแบบอิ้งได้ แปลไทยกลายเป็นอีกชื่อนึงอะไรแบบนี้น่ะค่ะ)
แต่คราวนี้ไม่ไหว อ่านอิ้งไปเรียบร้อยแล้ว งานการไม่ทำ
คือแบบ ตอนนี้อ่านเล่ม 15 ได้ครึ่งนึง คือแบบ Hype มาก ใจสั่นมาก
ถ้าคนที่ไม่เคยอ่าน ไม่เคยแอบแง้มสปอยล์แล้วเป็นอนิเมะนะ มีตะลึงกันทั่วแน่นอนค่ะ
ด้วยความ Hype นี้ทำให้เราต้องพักหายใจก่อนแป๊บนึง แงงง
น้ำตาจะไหล
ใครอ่านเล่ม 14 หรืออ่านเลยไปแล้วมาเม้าท์กันได้นะคะ
เรารักเวลโดร่ากับริมุรุมาก อยากให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ (ไม่ได้หมายความเชิง Y นะเออ)
แต่รักในมิตรภาพกับความเชื่อใจของสองคนนี้มาก
สำหรับใครที่กำลังจะอ่านเล่ม 14 ขอเตือนว่า ถ้าอ่านจบต้องกระวนกระวายอยากอ่านต่อเหมือนเราแน่นอนค่ะ
เตือนแล้วนะ