[CR] ทริปสั้นคันไซ! โอซาก้า – เกียวโต นั่งรถไฟสายโรแมนติก Torokko และช้อปย่านนิปปอนยาชิเด็นเด็นทาวน์ในโอซาก้า


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน ท่ามกลางสถานการณ์โควิดในตอนนี้ แม้แต่ประเทศญี่ปุ่นเองหลายจังหวะก็อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่ที่ถูกประกาศภาวะสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีแผนว่าจะบังคับใช้ไปจนถึงประมาณกลางเดือนกันยายน และยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อผู้คนจะต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด การท่องเที่ยวในเชิงเอาท์ดอร์ เปิดโล่ง จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการได้เปลี่ยนบรรยากาศสัมผัสธรรมชาติในช่วงนี้เป็นอย่างมาก 
โดยช่วงก่อนที่โอซาก้า และโตเกียวจะประกาศสภาวะฉุกเฉินเราได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวโตเกียว และเดินทางกลับมาที่โอซาเพื่อช้อปปิ้งกันเล็กน้อย
วันนี้เราจึงจะมาพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชมบรรยากาศเกียวโต สัมผัสธรรมชาติผ่านรถไฟ Torokko รถไฟสายโรแทนติก และช้อปปิ้งที่ย่านนิปปอนบาชิเด็นเด็นทาวน์ในกลางเมืองโอซาก้ากันค่ะ
ideaไฮไลท์
เกียวโต - รถไฟสายโรแมนติก Torokko
“Sagano Romantic Train" - Sagano Scenic Railway
โอซาก้า - ช้อปปิ้งย่านนิปปอนบาชิเด็นเด็นทาวน์
ซุปเปอร์คิดส์แลนด์ เมนสโตร (SUPER KIDSLAND Main Store)
โจชิน สาขานิปปอนบาชิ (Joshin Nipponbashi)

“Sagano Romantic Train" - Sagano Scenic Railway

สำหรับรถไฟท่องเที่ยวสายโรแมนติกนี้ เป็นเส้นทางรถไฟระยะทาง 25 นาที ระหว่าง สถานี Saga torokko station ไปยัง Kameoka torokko Station ที่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในหุบเขาโฮซุเคียว (Hozukyo) นอกจากจะได้ชมธรรมชาติแล้ว ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามของทุกฤดูในญี่ปุ่นได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ, ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ,ดอกไฮเดรนเยียในฤดูร้อน หรือหิมะในช่วงฤดูหนาว 
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์หลัก (ภาษาอังกฤษ) https://www.sagano-kanko.co.jp/en/
สำหรับ Saga torokko station สามารถเชื่อมต่อไปยังตัวเมืองเกียวโตจากสถานีใกล้เคียงที่ 
สำหรับการเดินทางไปยัง Saga torokko station (บริเวณอาราชิยามะ หรือป่าไผ่) สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟ JR ไปยัง สถานีรถไฟ JR สถานี Saga-Arashiyama Station ใช้เวลาเดินทางไปยังสถานีเกียวโตได้ภายใน 15 นาที 

ส่วนการเดินทางไปยัง Kameoka torokko Station ที่เราจะเริ่มเดินทางจากสถานีนี้ ก่อนอื่นจะต้องเดินทางด้วยรถไฟ JR มายังสถานี JR Kameoka Station ก่อนจากนั้นก็เดินทางตามเราได้เลย

เมื่อเดินทางมาถึงสถานี JR Kameoka Station แล้วก็เดินออกจากสถานี เมื่อผ่านช่องตรวจตั๋วไปแล้วก็เดินทางไปทางซ้ายมือ
จากนั้นก็เดินเลี้ยวไปทางซ้ายมืออีกรอบ ใช้เวลาเดินทางจากสถานี JR ไปยังสถานีรถไฟ Torokko ประมาณ 10 นาที เดินไปตามป้ายบอกทางเรื่อยๆ จนมาถึงอุโมงค์ลอดแบบนี้ ก็เลี้ยวไปทางซ้ายมือ

จากนั้นก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ เลย เป็นทางเดินท่ามกลางธรรมชาติ ทุ่งนา บรรยากาศชนบทของญี่ปุ่นแบบนี้ เดินชมวิวเพลินๆ เลย

และนี่ก็คือสถานีรถไฟ Torokko "สถานี Kameoka torokko Station" นั่นเอง เราเข้าไปข้างในเพื่อซื้อตั๋วกันเลย

เมื่อเดินทางมาถึงสถานีแล้วก็ไปซื้อตั๋วกันเลย ในช่วงเวลาปกติแล้วรถไฟ torokko นี้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากๆ แต่คนเยอะมากๆ เลยค่ะ ดังนั้นส่วนใหญ่จะต้องจองฝ่านทางเน็ตล่วงหน้า หรือซื้อตั๋วล่วงหน้าตามตัวแทนจำหน่ายก่อน เพราะว่ารอบจะเต็มเร็วมากๆ แต่ช่วงนี้ด้วยสถานการณ์ตอนนี้เราสามารถซื้อตั๋วเพื่อขึ้นรถไฟในรอบถัดไปได้เลย
สำหรับค่าเดินทาง เป็นแบบเหมาจ่าย ผู้ใหญ่ขาเดียวเที่ยวละ 650 เยน เด็ก 320 เยน
รถไฟจะมีอยู่ 5 ตู้ แบ่งออกเป็นตู้ธรรมดา 4 ตู้ เป็นตู้ที่มีหลังคา และตู้พิเศษ “Rich” car เป็นตู้แบบเปิดโล่งรับลมจากภายนอก 
ซึ่งวันนี้เราเลือกนั่งแบบตู้ “Rich” car จะได้รับลม ชมบรรยากาศธรรมชาติแบบเต็มที่ 
*แต่ต้องดูสภาพอากาศด้วยนะคะ เพราะถ้าฝนตกก็อาจจะเปียกได้ค่ะ

ภายในสถานีที่ชั้นล่างของชั้นในภาพจะมีเคาน์เตอร์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวและ ห้องอาหารเล็กๆ อยู่ แต่ส่วนห้องอาหารช่วงนี้ปิดให้บริการชั่วคราวค่ะ
และชั้นนี้คือชั้นชานชาลารถไฟ และชั้นเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว ที่นี่จะมีร้านขายของฝาก ห้องน้ำ และพื้นที่นั่งรอรถไฟค่ะ

เราได้ตั๋วมาเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันธรรมดา นักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะมาก แต่ก็มีอยู่บ้างค่ะ จองไว้รอบ 14:30 น. วันนี้เรามาซื้อตั๋วก่อนรอบรถไฟประมาณ 15 นาทีค่ะ พอใกล้ถึงเวลานายสถานีก็จะเรียกให้ออกไปยืนที่ชานชาลารถไฟที่อยู่ตรงหน้าเลย 

รอไปซักพักรถไฟก็มาแล้วว เป็นรถไฟแบบเก่าสไตล์เรโทร

แต่นี้ก็คือขบวนส่วนที่เป็น Rich Car ที่เราจองไว้ อย่างที่บอกก็คือส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เปิดโล่งรับลมแบบนี้เลยค่ะ ได้สัมผัสธรรมชาติแบบเต็มที่ไปเลย
ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูร้อน แต่วันนี้แดดไม่แรงมาก ลมกำลังเย็นสบายเลยค่ะ

และที่นั่งข้างๆ เราก็มีคนญี่ปุ่นแต่งตัวเป็นนักเรียนญี่ปุ่นสมัยก่อน เข้ากับรถไฟและบรรยากาศตอนนี้สุดๆ ขอบคุณคุณคนนี้มากๆ เหมือนอยู่ในการ์ตูนเลยเราในตอนนั้น 5555

และรถไฟก็แล่นไปท่ามกลางหุบเขา ธรรมชาติ และมีช่วงที่ข้ามผ่านสะพานเหล็กแบบนี้ด้วย

ส่วนวิวที่มองออกไปจากตัวนถไฟเป็นวิวแม่น้ำที่ไหลอยู่ท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้ มีกิจกรรมร่องเรือ และล่องแพให้ได้เห็นด้วย โบกมือในกันไปมา เรียกเสียงหัวเราะให้กับได้เป็นช่วงๆ 


ซึ่งรถไฟนี้เป็นเส้นทางรถไฟที่ถูกใช้จริงในสมัยก่อน ที่ยังไม่สามารถสร้างทางรถไฟตัดผ่าน หรือขุดอุโมงค์ลอดผ่านภูเขาลูกใหญ่ๆ ได้เหมือนในสมัยนี้
จึงเป็นเส้นทางรถไฟท่ามกลางธรรมชาติ ที่คดเคี้ยวไปตามแนวหุบเขาแบบนี้นั่นเอง ระหว่างทางมีรอดผ่านอุโมงค์สั้นๆ ด้วยค่ะ
แต่เมื่อเทคโนโลยีที่เริ่มพัฒนาทำให้เส้นทางรถไฟใหม่ๆ ที่สะดวกและรวดเร็วเกิดขึ้นมากมาย เส้นทางนี้จึงหยุดให้บริการไป และหลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ทางเมืองก็เล็งเห็นว่าสามารถใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวได้ จึงเปิดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

และตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงสถานีปลายทางของเราที่สถานี Saga torokko station กันแล้ว ได้เห็นหัวขบวนรถไฟแบบใกล้ๆ เลย รถไฟจะจอดพักอยูา่ซักพัก และแล่นตัวออกไป

เหมือนได้เข้ามาในโลกการ์ตูนเลย ยิ่งมีดอกไฮเดรนเยียที่บ้านอยู่พอดีในช่วงหน้าร้อนนี้ก็ยิ่งเข้ากันมากๆ ปล่อยให้เวลาผ่านไปพร้อมๆ กับรถไฟที่แล่นลับตาออกไป

เดินทางต่อกันเลย เมื่อลงจากรถไฟแล้วก็ขึ้นบันไดไปที่อาคารสถานีกันเลย ก่อนออกก็คืนตั๋วที่กล่องคืนตั๋วเล็กๆ นี้เลย
ภายในอาคารสถานีจะมีเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว และจุดนั่งพักอยู่

เป็นสถานีเล็กๆ น่ารักที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา ล้อมไปด้วยธรรมชาติ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก่อนช่วงโควิด นักท่องเที่ยวจะล้นออกมายืนกันเต็มหน้าสถานีเลยค่ะ ตอนนี้ก็อย่างที่เห็นคือคนโล่งมากๆ 

และเมื่อเดินออกจากสถานีไปทางด้านซ้ายมือ ก็จะเห็นทุ่งดอกบัวขนาดใหญ่ ช่วงหน้าร้อนเองก็มีดอกไม้นานาชนิดให้ได้ชม อย่างเช่น ดอกไฮเดรนเยียที่ได้เห็นกันก่อนหน้านี้ และดอกบัว

และเมื่อเดินผ่านทุ่งดอกบัวตรงไปจากด้านหน้าสถานี ก็จะเจอกับศาลเจ้าเล็กๆ แห่งนี้ ชื่อว่า "ศาลเจ้ามิคามิ(御髪神社)" ซึ่งความพิเศษของศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือเป็นศาลเจ้าที่เกี่ยวกับผมค่ะ จะเห็นได้จากเครื่องรางที่นี่ก็จะเป็นเกี่ยวกับผมเช่นกัน เครื่องรางที่เป็นรูปกรรไกร จะเกี่ยวกับอาชีพที่เกี่ยวกับผมอย่างช่างทำผม ถัดมาคือพู่ๆ ปกป้องให้ผมดกฟูฟ่องเหมือนพู่นี้ นอกจากนี้ก็มีเครื่องรางที่เป็นหวีลายญี่ปุ่น ให้ผมสวยเงางามนั่นเอง
ตามป้ายรอบๆ ศาลเจ้าก็จะเป็นป้ายบริจาคจากธุรกิจที่เกี่ยวกับผมไม่ว่าจะเป็นร้านทำผม หรือร้านปลูกผม ใครอยากขอพรเรื่องผม และชอบศาลเจ้าแปลกๆ แบบนี้ก็ลองมาแวะดูได้เลย

เราจะไปต่อกันเลย ซึ่งสถานี และศาลเจ้า ที่เราอยู่ตอนนี้ก็คือส่วนที่เขียนว่า "Here" จะเดินไปตามทางเพื่อไปที่ "ป่าไผ่" กันเลย

ใช้เวลาเดินไปไม่นานก็จะเห็นป่าไผ่ อีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์กที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ช่วงก่อนโควิดที่นี่คนจะแน่นมากๆ ไม่มีทางที่จะถ่ายรูปได้วิวแบบนี้เลย และภาพนี้ก็คือบรรยากาศวันธรรมดาช่วงกลางวันของเกียวโตในตอนนี้ค่ะ

ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเลย แต่ก็ไม่มาก ถ่ายรูปแบบไม่ติดคนได้แน่นอนค่ะ ตอนนี้ใบกำลังเขียวสวยมากๆ

เราอยู่ญี่ปุ่นมากซักพักแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าไม่เคยเห็นป่าไผ่ที่คนโล่งขนาดนี้เลย ถ้าเป็นช่วงก่อนโควิด

และเมื่อเดินไปซักพักระหว่างทางก็จะเจอกับศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ชื่อว่า "ศาลเจ้าโนโนมิยะ" เป็นศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความรัก และการเข้าเรียนค่ะ

ภายในศาลเจ้าก็จะแบ่งออกเป็นโศนต่างๆ เมื่อเดินเข้าไปก็จะเจอกับอาคารศาลเจ้าหลักของที่นี่ รอบๆ ก็จะแยกออกไปตามส่วนต่างๆ ทั้งความรัก โชคลาภ การเข้าเรียน หรือเกี่ยวกับการมีลูกด้วย 

ภายในศาลเจ้าก็มีสำนักงานให้บูชาเครื่องราง ของขลังที่มีให้เลือกบูชามากมายหลากหลายชนิด ลองเลือกดูกันได้เลย

ระหว่างทางภายในป่าไผ่ ก็จะมีรถลากให้บริการนักท่องเที่ยวแบบนี้ ก็ได้บรรยากาศการท่องเที่ยวไปอีกแบบ 

และเมื่อเดินออกจากป่าไผ่ก็จะเข้าสู่บริเวณอาราชิยามะ เปิดย่านที่รวมร้านอาหาร ร้านของฝากเอาไว้มากมายในเส้นทางนี้ มีทั้งคาเฟ่สนูปปี้ หรือร้านชาเขียวมด "ARINCO" ที่มีเมนูชาเขียวให้เลือกมากมาย 
ถ้าเดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะไปถึง สะพานโทเก็ตสึเคียว(Togetsukyo Bridge) ที่ขึ้นชื่อของบริเวณนี้ได้เลย แต่เราจะเดินเที่ยวทานของว่างกันแถวนี้และเดินทางกลับโอซาก้ากันเลย โดยสถานีที่ใกล้ๆ บริเวณนี้ก็คือ "สถานี Randen-Saga Station" และ "สถานี JR Saga-Arashiyama Station" 
และเราจะนั่งรถไฟจากสถานี JR Saga-Arashiyama Station เมื่อไปเปลี่ยนรถไฟที่สถานี JR Kyoto Station จากนั้นก็นั่งรถไฟจากสถานีเกียวโต ไปยังโอซาก้า ที่สถานีโอซาก้า (JR Osaka Station) กันเลย

มีต่อนะคะ
เพี้ยนปักหมุด
ชื่อสินค้า:   JOSHIN SUPER KIDS LAND - Nipponbashi DenDen Town
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่