สารานุกรมปืนตอนที่ 744 เยอรมันคลาสสิค เอชเค P7 ขนาด 9 มม.

จุดเด่นของ P7 คือระบบการทำงานที่เรียบง่าย จุดระเบิดด้วยเข็มพุ่งกระแทก ไม่ใช้นกสับ มีคันควบคุมบังคับเพียงชิ้นเดียวคือกระเดื่องหน้าด้าม เมื่อไม่กำด้ามสปริงจะดันกระเดื่องง้างออก



ปืนเยอรมัน ยี่ห้อ เอชเค (HK : Heckler & Koch) เข้ามาสร้างชื่อในบ้านเราช่วงต้นทศวรรษ 1970 ด้วยปืนพกขนาดเล็ก ชื่อรุ่น HK4 รูปทรงคล้าย วอลเธอร์ พีพีเค “ปืนเจมส์ บอนด์” ที่คนไทยชื่นชอบ จุดเด่นของ HK4 คือเปลี่ยนลำกล้องได้สี่ขนาด ตั้งแต่ลูกกรดจนถึง .380 ตามด้วยลูกกรดยาว HK 300 ขนาด .22 แม็กนั่ม ระบบการทำงานกึ่งอัตโนมัติที่ยิงได้แม่นยำเป็นพิเศษ และในช่วงเวลาเดียวกัน กองทัพไทยได้ทดสอบปืนจู่โจม HK33 ซึ่งต่อมาก็สั่งซื้อมาใช้ควบคู่ไปกับ M16 ของสหรัฐ
ในเยอรมันเอง หลังเหตุการณ์จับตัวประกันในกีฬาโอลิมปิกที่กรุงมิวนิก รัฐบาลตัดสินใจเปลี่ยนอาวุธปืนของตำรวจให้ทันสมัย เน้นความคล่องตัว ใช้งานง่ายทั้งผู้ที่ถนัดซ้ายและขวา เอชเค ออกแบบปืนใหม่หมด ตั้งชื่อรุ่นว่า PSP (Police Self-loading Pistol) ส่งเข้าทดสอบในปี ค.ศ. 1976 ได้รหัสเป็น P7 ต่อจาก P5 ของวอลเธอร์ และ P6 ของซิก ปืน PSP เมื่อผลิตออกขายในปี ค.ศ. 1979 เปลี่ยนใช้ชื่อรุ่นเป็น P7
จุดเด่นของ P7 คือระบบการทำงานที่เรียบง่าย จุดระเบิดด้วยเข็มพุ่งกระแทก ไม่ใช้นกสับ มีคันควบคุมบังคับเพียงชิ้นเดียวคือกระเดื่องหน้าด้าม เมื่อไม่กำด้ามสปริงจะดันกระเดื่องง้างออก ผ่อนสปริงเข็มแทงชนวนเหมือนลดนก ปืนปลอดภัยไม่มีโอกาสลั่น และเมื่อกำด้ามเข็มจะง้างพร้อมยิงโดยอัตโนมัติ ยิงนัดสุดท้ายแล้วลำเลื่อนเปิดค้าง เปลี่ยนซองกระสุนเสร็จขยับบีบหน้าด้ามปล่อยลำเลื่อนยิงต่อได้ มือเดียวคุมได้ทุกการทำงาน และไกเป็นแบบซิงเกิล น้ำหนักไกเท่ากันทุกนัด เหนือกว่าไก ดับเบิล/ซิงเกิล ที่นัดแรกถ้าไม่ง้างนกไกหนัก นัดต่อไปนกง้างเองไกเบา
อีกจุดที่เป็นความแตกต่างของ P7 คือ ลำกล้องติดแน่นกับโครงปืน ไม่ขยับเดินหน้าถอยหลัง (ตามแบบของวอลเธอร์) หรือกระดกขึ้นลง (ตามแบบบราวนิงก์) เพื่อขัดกลอน การทำงานเป็นแบบลำเลื่อนอัดสปริง หน่วงเวลาการถอยหลังด้วยแรงก๊าซ มีรูเจาะผนังลำกล้องบริเวณหน้ารังเพลิงด้านล่าง ให้ก๊าซแรงดันสูงวิ่งเข้าในท่อ ไปยันลูกสูบที่ส่วนปลายด้านหน้ามีสลักยึดกับลำเลื่อน ขณะที่แรงดันในรังเพลิงยังสูงอยู่ลำเลื่อนจะถูกต้านไว้ไม่ให้ถอยหลัง จนเมื่อหัวกระสุนพ้นลำกล้อง แรงดันลดลงแล้ว ลำเลื่อนจึงจะถอย ทำงานคัดปลอกและดีดกลับป้อนกระสุนนัดต่อไปเข้ารังเพลิง ลำกล้องไม่ขยับตัวช่วยด้านความแม่นยำ และเมื่อไม่ต้องกระดกท้ายลำกล้องทำให้วางแนวได้ต่ำสุด ใกล้ง่ามมือช่วยให้คุมปืนได้ดี ยิงซ้ำได้รวดเร็ว
ทางด้านข้อด้อย เนื่องจากรูระบายก๊าซอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับไก เมื่อยิงต่อเนื่องประมาณยี่สิบนัดไกจะร้อนจัด ปืน P7 รุ่นสองมีฉนวนไฟเบอร์หุ้มตัวไกลดปัญหาไกร้อน อีกจุดหนึ่งคือรูก๊าซอาจอุดตันได้เร็วถ้าใช้กระสุนหัวตะกั่ว ควรเลือกใช้หัวกระสุนหุ้มเปลือกแข็ง และทำความสะอาดรูก๊าซอย่างดีหลังการยิงทุกครั้ง อย่าให้มีคราบโลหะหรือเขม่าสะสม



เอชเค P7 ทั้ง P7M8 จุแปดนัด และ P7M13 เลิกผลิตในปี ค.ศ. 2008 แต่ก็ยังมีผู้นิยมเสาะหาปืนใช้แล้วอยู่เสมอ จุดที่ชื่นชอบคือความคล่องตัว ปลอดภัย ยิงได้แม่นยำ และเป็นปืนเหล็กล้วน ใช้งานได้ยาวนาน P7 รุ่นแรกตัวล็อกซองกระสุนอยู่ใต้ด้าม รุ่นหลังย้ายตัวล็อกไปอยู่ที่โคนโกร่งไก มีให้ทั้งซ้ายขวา เป็นปืนที่คนถนัดซ้ายใช้งานได้คล่องตัวที่สุด.

https://www.dailynews.co.th/article/290027/
.................................
ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช



สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่