ไฟเตือน / เกจ วัดความร้อนเครื่องยนต์ สิ่งไหนช่วยได้เร็วกว่า




สมัยก่อน ช่วงที่รถบางรุ่น (ส่วนใหญ่จะเป็นรถเก๋งซิตี้คาร์) ไม่ใส่เกจวัดความร้อนเครื่องยนต์มาให้
แต่จะมีสัญลักษณ์ไฟ  เป็นรูปเทอร์โมมิเตอร์จุ่มลงในน้ำ  เป็นสีเขียวและแดง
บางคนบอกรูป  เรือใบ   เออ..! ก็ว่ากันไป
สีสากลที่คนน่าจะเข้าใจคือ 
เขียว-ฟ้า = บอก แจ้งให้ทราบ รับรู้ไว้
เหลือง    = ผมเตือนคุณแล้วนะ 
แดง        = หยุดๆ แค่นี้ก่อน

ส่วนเกจวัด คนขับรถเป็นเกือบทุกคน น่าจะเข้าใจ
C   =  cool  เย็น
H   =  Hot   ร้อน

แต่ถ้าถามผม อันไหนเตือนแล้ว ช่วยเจ้าของรถได้เร็วที่สุด
ผมว่า ไฟเตือน
จากประสบการณ์ตรง  ใช้รถมือสองมา
วีออส เจน 2  วิ่งๆ อยู่ แอร์เริ่มไม่เย็น ไฟเตือนกระพริบสีแดงๆ  รีบจอดข้างทาง เปิดฝากระโปรง
               อ้าว...! ลืมปิดฝาหม้อน้ำ ตกอยู่แผ่นรองใต้เครื่อง รอเครื่องเย็นเติมน้ำ ใช้ได้ปกติ
วีออส เจน 3 ขับรถติดๆ ในเมือง แอร์ดูไม่เย็นอีกละ  ไฟเตือนความร้อนกระพริบอีกแล้ว
               จอดข้างทาง เปิดฝากระโปรง ดูพัดลมเพียงตัวเดียวหน้าเครื่อง หมุนเหมือนใจจะขาด
                ซื้อ ลาซาดา มาเปลี่ยน จบ

และกับที่เจอจากพรรคพวกเพื่อนฝูง  ก็จะมีคำถามที่เกี่ยวกับรถเวลาไม่ไฟแปลกๆ โชว์หรือกระพริบที่หน้าปัดท์รถ
เค้าจะสังเกตเห็นได้ทันที

แต่ถ้ามือเก๋าๆ ก็อาจชอบเกจความร้อน ซึ่งก็มีข้อดีคือ เข็มมันจะขึ้นคงที่เมื่อเครื่องยนต์และระบบระบายความร้อนปกติ
แต่หากมีสิ่งผิดปกติเริ่มเกิดขึ้นที่ระบบระบายความร้อน เกจก็อาจแสดงค่าเปลี่ยนไป 
มือเก๋าก็จะจับอาการได้ทันที และหาสาเหตุ เพื่อแก้ไข ก่อนฮีตได้เหมือนกัน

ชอบแบบไหนมากกว่ากันครับ
หรือมีประบการณ์ตรงแบบผมมาเสนอแนะ เพิ่มเติมยิ่งดี
ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่