คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ผมเชื่อเรื่องสมดุลของธรรมชาติครับ ช่วงแรกอาจกระท่อนกระแท่นแบบนี้ เพราะเป็นช่วงกำลังเปลี่ยนแปลง ต่อมาจะเป็นช่วงเข้าสู่จุดสมดุล ซึ่งอาจต้องใช้เวลา รอให้ทุกคนสะสมภูมิ เมื่อนั้นการติดเชื้อจะยากขึ้น เพราะแต่ละคนมีภูมิคุ้มกันในระดับต่อต้านกับเชื้อได้ในระดับหนึ่งจนถึงระดับสูง ในช่วงที่กำลังสะสมภูมิกันนั้นอาจต้องใส่หน้ากากเข้าหากันซัก 1-2 ปี โดยในปีที่ 1 เป็นการบังคับให้ใส่แม้จะเปิดเมืองกันแล้ว ส่วนในปีที่ 2 เป็นภาคสมัครใจ ใครที่ไม่มั่นใจในภูมิตัวเอง เช่น คนแก่ คนมีโรคประจำตัว ก็ต้องใส่หน้ากาก แยกกินแยกนอนกับคนหนุ่มสาวที่ถอดหน้ากากออกนอกบ้าน หรือหากบ้านใดที่คนหนุ่มสาวอยู่กับคนแก่ คนหนุ่มสาวก็ยังต้องใส่หน้ากากออกนอกบ้าน ไม่กินร่วมกับผู้อื่น เลี่ยงการสังสรรค์ ระยะนี้อาจใช้เวลา 1-2 ปี จนทุกคนสะสมภูมิได้จริงๆ ทั้งคนแก่คนหนุ่มสาวและเด็กๆ เมื่อถึงตอนนั้นคนจะเริ่มลืมเลือน ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้าง จนไม่ใส่กันทั้งเมือง เมื่อผ่านไป 5 ปี เหตุการ์ณครั้งนี้ก็จะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของโลกให้กล่าวขานชั่วลูกชั่วหลานต่อไป
ส่วนสมดุลที่จะเกิดใหม่ยังนึกไม่ออกครับ ที่นึกได้ตอนนี้ก็คือ ไข้หวัดสายพันธุ์เก่าๆ อาจหายไปจากโลกนี้ เพราะที่ผ่านมาคนเป็นหวัดธรรมดากันน้อยมาก เพราะใส่หน้ากากกันเยอะ ส่วนหากไข้หวัดสายพันธุ์หลายสายพันธุ์หายไปแล้วจะเกิดอะไรกับโลกนี้ ก็ต้องดูกันต่อไปครับ
ส่วนสมดุลที่จะเกิดใหม่ยังนึกไม่ออกครับ ที่นึกได้ตอนนี้ก็คือ ไข้หวัดสายพันธุ์เก่าๆ อาจหายไปจากโลกนี้ เพราะที่ผ่านมาคนเป็นหวัดธรรมดากันน้อยมาก เพราะใส่หน้ากากกันเยอะ ส่วนหากไข้หวัดสายพันธุ์หลายสายพันธุ์หายไปแล้วจะเกิดอะไรกับโลกนี้ ก็ต้องดูกันต่อไปครับ
แสดงความคิดเห็น
เงื่อนไขอะไรที่เราคิดว่า เราน่าจะกลับไปใช้ชีวิตเป็นปกติได้ ?
เงื่อนไข ขนาดไหน เราถึงจะรู้สึกได้แบบนั้น เหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา ...