คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ไม่ดื่มน้ำติดต่อกัน ๒ วัน ร่างกายจะประสบปัญหาเลือดข้น ทำให้สมองต้องปล่อยฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก เพื่อดึงน้ำจากปัสสาวะ(กินน้ำปัสสาวะอีกรอบ) และดูดน้ำจากกากอาหารในลำไส้เพิ่ม(กินอุจจาระอีกรอบ) จึงทำให้น้ำปัสสาวะที่ได้มีความเข้มข้นมากกว่าปกติ เพราะร่างกายไม่มีน้ำ
(อันนี้เรียก ไม่มีน้ำจะกิน)
มีการหลั่งฮอร์โมนแอนติไดยูเรติกอย่างต่อเนื่อง แต่ยังดื่มน้ำตามปกติอยู่ มีโอกาสที่ตัวจะบวมได้ เนื่องจากการดูดกลับของน้ำเกินความจำเป็นครับ
เรียก ภาวะน้ำเป็นพิษครับ ร่างกายยังไงก็ต้องกำจัดปัญหานี้ไปโดย จะเอาน้ำส่วนหนึ่งมาเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะไว้ เพื่อให้ร่างกายขับให้ไวที่สุดครับ
(อันนี้ มีน้ำเหลือเฟือ) ฉี่ยังไงก็ยังไม่เข้มข้นเท่าตอนไม่ดื่มน้ำครับ
(อันนี้เรียก ไม่มีน้ำจะกิน)
มีการหลั่งฮอร์โมนแอนติไดยูเรติกอย่างต่อเนื่อง แต่ยังดื่มน้ำตามปกติอยู่ มีโอกาสที่ตัวจะบวมได้ เนื่องจากการดูดกลับของน้ำเกินความจำเป็นครับ
เรียก ภาวะน้ำเป็นพิษครับ ร่างกายยังไงก็ต้องกำจัดปัญหานี้ไปโดย จะเอาน้ำส่วนหนึ่งมาเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะไว้ เพื่อให้ร่างกายขับให้ไวที่สุดครับ
(อันนี้ มีน้ำเหลือเฟือ) ฉี่ยังไงก็ยังไม่เข้มข้นเท่าตอนไม่ดื่มน้ำครับ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
นักวิทยาศาสตร์
ระหว่างไม่ดื่มน้ำกับมีการหลั่งฮอร์โมนแอนติไดยูเรติกอย่างต่อเนื่อง อะไรที่ปัสสาวะจะน้อยและ เข้มข้นมากที่สุดหรอคะ
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ