โลกคนละใบ? ถ้าฐานะ/สังคมต่างกันจะไปกันรอดไหม ปัญหาโลกแตกก

เคยอ่านปัญหาความรัก ฐานะต่างกัน สังคมต่างกันบ้างล่ะในพันทิปมาหลายเคสละค่ะ บางอันก็เหมือนละครมากกก เราก็ไม่คิดว่าจะได้มาเจอเอง ในชีวิตจริง ฮืออ



เราคุยกับผู้ชายคนนึงอยู่ค่ะ คุยกันมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่ยังไม่ได้คบกัน อะไรหลายๆอย่างเราเข้ากันได้ดี มีปัญหาอะไรก็คุยกัน ทีนี้ความอึดอัดมันก็มีอยู่บ้าง ก็คือเรื่องฐานะ เรามองว่ามันสามารถสร้างกันได้ แต่คนที่เรารักและรักเราจริงๆนี่ล่ะหายากกว่า

ประเด็นแรกเรื่องฐานะ ส่วนตัวแล้วเรื่องนี้ไม่ติด ขอแค่คุยกันรู้เรื่อง ทัศนคติดี หรือมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเอง บ้านเราฐานะปานกลางค่อนไปทางดีค่ะ ถ้าเทียบแล้วบ้านเราน่าจะฐานะดีกว่าทางบ้านเค้า เราบ้านมีธุรกิจส่วนตัว+เรารับงานอิสระหลายบริษัท พี่เค้าอายุมากกว่าเรา เกือบๆ 40 แล้ว เป็นพนักงานบริษัท รับงานพิเศษบ้างนานๆทีแต่ก็ไม่ได้มีธุรกิจอื่นๆ และด้วยความที่เค้าเป็นคนสมถะ ง่ายๆ แต่งตัวขับรถธรรมดา ส่วนใหญ่เค้าจะขับมอเตอร์ไซค์ ไลฟสไตล์แบบกินง่ายอยู่ง่าย ลุยๆ ฟีลอะไรก็ได้ เพื่อนเค้าก็จะเป็นแนวคล้ายๆกัน ที่พอคุยกันได้ก็เพราะว่าเราก็ยังไงก็ได้บ้าง ไม่จำเป็นต้องแบรนด์หรือหรูตลอดอย่างที่เพื่อนเราใช้กัน

ทีนี้มันเลยมีขัดกันบ้าง เพราะบางทีเราก็อยากไปเที่ยวไปกินดีๆ หรือไลฟสไตล์หลายๆอย่างที่เราทำเป็นปกติ ก็ดูไม่ใช่แนวเค้า ก็อ่ะไม่เป็นไร ค่อยๆปรับกันไป และเราก็เกรงใจเค้าด้วยเพราะพี่เค้าไม่ค่อยยอมให้เราออกเองเลย นี่ก็ไม่ค่อยโอเคเพราะไม่คิดว่าผู้ชายต้องเป็นคนจ่ายตลอด บางทีไปที่ไหนอยากออกให้เองก็กลายเป็นว่าเค้ารู้สึกไม่ดีอีก หลายๆโปรแกรมเลยต้องพับเก็บไป ซึ่งเราไม่ได้ติดใจอะไร เพราะปกติเราก็ไปกินไปเที่ยวแบบนี้กับเพื่อนกับที่บ้านเป็นปกติ แต่บางครั้งเราก็อยากใช้ช่วงเวลาแบบนี้กับพี่เค้าบ้าง  ก็เลยพยายามไม่คิดอะไร เพราะว่าถ้าในอนาคตเค้าสามารถ support ตัวเองในจุดนี้ได้ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา

แต่ทีนี้ประเด็นต่อมา ก็จะตามมาด้วยเรื่องจุกจิกเล็กๆที่เราไม่เคยคิดว่ามันน่าจะมีปัญหาอะไร แต่มันก็มีจนได้จ้าา

-เรากำลังหาลู่ทางไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่พอเค้ารู้ก็คือเค้าไม่โอเคมาก เพราะคิดว่าเราจะห่างเค้าไป คิดว่าเค้าไม่ดีพอที่เราจะสามารถพึ่งพาได้ เลยกลายเป็นว่าเราห่วงเรื่องความสำเร็จในชีวิตมากกว่าเรื่องครอบครัว แต่เราก็เข้าใจในมุมเค้านะคะ เค้าอาจจะมองว่าตอนนี้มันดีแล้ว แต่เราคิดว่ามันไปได้ไกลกว่านั้น เราเลยมาคิดว่า ขนาดเรื่องนี้เค้ายังดึงเราไว้ ถ้ามีเรื่องอื่นๆอีกเค้าจะดึงเราไว้ไหม

-เค้าไม่เคยท้อที่จะพยายามเรื่องของเรา เราเห็นในความพยายามของเค้ามากๆ เค้าเริ่มพยายามมองหาลู่ทางในการมีรายได้เพิ่ม แต่ในการริเริ่มทำอะไรแต่ละครั้ง เหมือนกับทำแบบแตะๆแล้วก็เลิก สักพักก็เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ทั้งๆที่ยังไม่เห็นผล เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ช่วงแรกๆเรามีถามบ้างหรือช่วย support เค้าบ้าง แต่พักหลังๆมาเราไม่อยากจะไปถามไถ่ใดๆเรื่องนี้แล้ว เหมือนกับเค้าคิดว่าตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว ปัจจุบันก็มีความสุขดี แค่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลา ด้วยสถานการณ์โควิด+เศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งเราก็เห็นด้วย แต่ก็แอบหวั่นใจไม่ได้

ทีนี้พอที่บ้านรู้ว่าเรากับเค้าคุยกันอยู่ ก็ดูไม่ค่อยจะยินดีด้วยค่ะ เพื่อนเราที่รู้ก็ดูจะไม่ชอบเขา คือคนรอบตัวเราไม่เห็นด้วยไป 80-90% แล้ว แต่ทางฝ่ายเค้าไม่มีใครมีปัญหาอะไรกับเราเลย ทางบ้านหรือเพื่อนเค้าก็ดีกับเรา แต่ทางฝ่ายเรานี่แหล่ะแอบหนักใจอยู่ค่ะ เพราะชีวิตจริงถึงจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน แต่โลกมันก็ไม่ได้มีแค่เราสองคน เราก็เลยมาคุยกับเค้าจริงจัง ซึ่งเค้าก็ดูกระตือรือร้น แต่บางครั้งเห็นเค้าเหนื่อย เหมือนฝืนเราก็เลยไม่อยากไปกดดันเค้าค่ะ

ที่รู้สึกว่ามันเหมือนโลกคนละใบ เพราะเราก็ยังไม่ได้ให้เค้ามาเจอเพื่อนเราบ่อยๆขนาดนั้น เพราะขนาดเพื่อนเราที่เคยเจอ ยังไม่ค่อยปลื้ม และเพื่อนๆเค้าที่เราเจอก็ไม่มาก ทุกวันนี้รู้สึกเหมือนคุยกันแบบแอบคุยยังไงไม่รู้

พอมันเป็นแบบนี้หลายๆครั้งเราก็ท้อ คำว่าดีพอแล้วของเรากับเค้ามันคงต่างกัน พักนี้เลยขอห่างๆกัน แต่พอนึกถึงช่วงเวลาดีดีที่มีด้วยกัน ความพยายามที่เค้าทำเพื่อที่จะให้เราได้ใช้ชีวิตด้วยกันถึงแม้ว่าเค้าจะเหนื่อยหรือท้อบ้างมันก็คงเป็นเรื่องธรรมดา ก็อดคิดไม่ได้ค่ะ ว่ามันกลับกลายเป็นว่าเราเองไหมที่ถอดใจง่ายๆ สับสนมากๆ เราควรให้โอกาสเค้าได้พิสูจน์ตัวเองไหมคะ ควรพอหรือไปต่อดี


รบกวนขอความคิดเห็นด้วยค่ะ บางทีเราอาจจะมองอยู่แต่ในมุมของเรามากไป ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากๆค่าา 🙏🏻🙏🏻
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่