ตึก SinoPortuguese @Haadyai



อาคารสีม่วง เดิมเป็นอาคารชิโนโปรตุกีส 
แต่ถูกทุบทิ้งสร้างใหม่ ที่ทำได้เพราะไม่ได้
ขึ้นทะเบียนเป็นอาคารอนุรักษ์ โบราณสถาน
หลายคนก็ไม่ยอมขึ้นทะเบียนอาคาร
เพราะยุ่งยากมากในการขอซ่อมแซมอาคาร




ที่สายหนึ่งมีตึก SinoPortuguese
ศิลปะจีน Sino ผสมโปรตุเกศ แบบแถวมาเลย์
คนสร้างคือ เศรษฐีชาวอีโปร์
(ยุคมาเลย์เป็นอาณานิคมอังกฤษ)
เพื่อนเจียกีซี (ขุนนิพัทธ์จีนนคร
ตำแหน่งพระราชทานสมัยรัชกาลที่ 6)
สร้างขึ้นหลังจากเจียกีซี ได้ตราจองที่ดินแล้ว 
ขายให้กับเพื่อนชาวอีโปร์สร้างเป็นที่พักอาศัย
เวลามาทำธุรกิจในหาดใหญ่ ขายหรือให้เช่า
กับให้ภริยาคนที่ 2 ในสยามรัฐพักอาศัย

จนคนจีนแต๊จิ๋วรุ่นเก่าที่ขี้อิจฉาตาร้อน
พวกองุ่นบ้านนี้เปรี้ยว มะนาวบ้านกูหวานกว่า
เรียกแบบ แด ดันเย้ยหยันว่า 
ซอยเมียน้อย (โส้ยโบ้วโหล่ว)
โส้ย=เล็ก อนุ โบ้ว=เมีย โหล่ว=ถนนซอย)
ที่ดินบล็อคนี้ ด้านหลังโล่งมาก เป็นพื้นที่สีเขียว
เพราะเดิมเป็นสนามฟุตบอลรถไฟ
มีไม้หมอนรถไฟชำรุด ทำรั้วกั้นที่ดินเขตรถไฟ
แต่ทุกวันนี้  สนามฟุตบอล คือ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน

ในยุคนั้นโรงแรมในหาดใหญ่มีน้อยมาก
ที่ดัง ๆ ก็ อานอาน (ทุบทิ้งกำลังสร้างใหม่ ที่ตั้งคิวแท็กซี่ปีนัง) ฮุนนำ
ฮกจิ้นเฮง(ดุสิต) บ้านไม้ 3 ชั้นหลังแรกหาดใหญ่ที่สูงที่สุด
รื้อไปแล้วสร้างใหม่ คนรุ่นดิ (The Old) เรียกตามเพลงดังว่า
Hotel California อยู่ตรงสาย 1 ฝั่งตรงข้ามโรงแรมอานอาน
โรงแรมรถไฟ  สร้างด้วยไม้ยกพื้นสูงราว 2 เมตร
เพื่อหนีน้ำท่วม รื้อไปแล้ว  อยู่ตรงบริเวณอาคารพาณิชย์
กับที่จอดรถโรบินสันที่ใช้พื้นที่ฟรีมาหลายปีในยุคเดิม
ตอนนี้ทางรถไฟเรียกเก็บค่าจอดรถยนต์แล้ววันละ 30 บาท
โรงแรมรถไฟก็มาสร้างภายหลังโรงแรมพวกนี้


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Eagles - Hotel California




อาภัสรา หงสกุล  อดีตนางงานจักรวาล
ที่ชนะตำแหน่งครั้งแรกของคนไทย
ก็เคยมาโชว์ตัวที่โรงแรมรถไฟหาดใหญ่
ผมตอนเด็ก ๆ ตัวเล็กมาก เดินเบียดเข้าไป
ยืนเหิด (แหงนมองแบบลูกหมา)
ขึ้นผ่านบันไดไปด้านบนโรงแรม ที่ อาภัสรา
มาพักผ่อนรับประทานอาหารที่นี่
ร้านอาหารโรงแรมรถไฟที่นี่
แต่ก่อนดังมากในเรื่องอาหารแบบฝรั่ง

ดังพอ  ๆ กับภัตตาคารไหหว้าเทียน   
ภัตตาคารอาหารจีนของคนมีตังค์
สตางค์ แบบร้านข้าวต้มโกยาว
ชอบเรียกเก็บเงินลูกค้า หมื่นหนึ่ง คือ พันบาท
(ภัตตาคารไหหว้าเทียนเลิกกิจการไปแล้ว
เพราะย้ายสถานที่กับเปลี่ยนกุ๊กบ่อยเกินไป
รสชาติอาหารเลยแกว่งไปแกว่งมา ไม่นิ่ง)

อาภัสรามาแวะพักผ่อนก่อนที่โรงแรมรถไฟ
ก่อนที่จะเดินทางไปกลับเข้ามาเลเซีย
ไปขอพักการเรียน Drop ที่โรงเรียนในปีนัง
แล้วก็พักยาวจนทุกวันนี้ไม่กลับไปเรียนต่ออีก

ส่วนครอบครัวกุ๊กโรงแรมรถไฟที่นี่ 
หลังจากรื้อโรงแรมรถไฟทำจากไม้ทิ้งแล้ว
ก็ย้ายออกมาทำขนมปังขายคนหาดใหญ่
ร้านอาหาร โรงแรม ยังเป็นลูกค้าขาประจำ
แข่งกับขนมปังยักษ์ใหญ่ ที่มาเปิดโรงงานที่นี่
และร้านแกยังขายไส้กรอกยี่ห้อ BLucky
ตรงถนนดวงจันทร์ ก่อนถึงวัดฉื่อฉาง




โรงพิมพ์ไทยนำบล็อค 
ในอดีตเคยมีร้านทองของอากงเพื่อนรุ่นพี่
อากงแกกลัวญี่ปุ่น กลัวสงครามโลกครั้งที่ 2 
เลยขายทิ้งเก็บเงินไว้ กับฝากกินดอกเบี้ยธนาคาร
ในภาพคนหาดใหญ่ใจดี 
กลัวคนเดินทางมาเหนื่อย ๆ จะเมื่อย
เลยวางเก้าอี้ไว้ให้นั่งพักเล่นก่อน 
แบบหนั่งก๋อน ๆ (นั่งก่อน นั่งก่อน)




นส.3 ที่คนมาเลย์มาจับจองได้ 
ปกปิดตำแหน่งในการสืบค้น ขอคัดเอกสาร 
เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนเจ้าของคนปัจจุบัน




ก่อนปีพ.ศ.  2493 แผ่นดินไทยกว้างใหญ่ไพศาล
ยอมให้คนต่างด้าวจับจองที่ดินในสยามรัฐได้
ขอมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ โดยไปแจ้งที่ว่าการอำเภอว่า
จะจับจองที่ดินกี่วา กี่ไร่ ก็จะได้ สค.1
ถ้าไม่ทับที่หลวง ที่วัด ที่มัศยิด ที่คนอื่น
แล้วตัอง มาแผ้วถางทำประโยชน์ใน 3 ปี
จึงจะมาขอออกเป็นตราจองที่ดินรับรองว่าทำประโยชน์แล้ว
ถ้าออกให้ไม่ทันก็จะให้ถือครอง สค.1 ไว้ก่อน
ยังไม่มีวันหมดอายุ เพิ่งจะยกเลิกทั้งหมด
หรือจะออกให้เป็น นส3. (หนังสือรับรองการทำประโยชน์) ไว้ก่อน
แต่ นส.3 เวลาจะทำนิติกรรมสัญญาต้องปิดประกาศล่วงหน้าก่อน 30 วัน

แถวสะเดาสวนยางรุ่นเก่า
ที่เรียกกันว่า สวน 400 ไร่ 500 ไร่
ก็เป็นของนายทุนมาเลย์ (ยุคยังเป็นอาณานิคมอังกฤษ)
มาจับจองบุกเบิก นส3 รุ่นเก่า ๆ
ยังมีชื่อเจ้าของ/ทายาทเป็นคนมาเลย์ มีกรรมสิทธิ์ได้
พอถางป่าเสร็จจะปลูกข้าวไร่ กับมันสำปะหลัง
ไปแปรรูปเป็นแป้งสาคู (แทนต้นสาคู ที่หายากและไม่ค่อยม่ีแถวนี้)

และที่ดัง ๆ คือ สวนหม่อม  ราชนิกุล
ที่ลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันรายแรกของสยามรัฐ
แถวปริกสะเดาจำนวนพันไร่  แต่เลิกไปในที่สุด
เพราะสายพันธุ์ลูกผสมสายเลือดชิด ผลผลิตน้อย ไม่คุ้มทุน
ยุคนั้นมักนิยมเก็บจากลูกใต้ต้น
ไม่มีวิชาการพัฒนาสายพันธุ์แบบทุกวันนี้

สมัยก่อน เส้นทางรถยนต์ไปอำเภอสะเดา
จะมีโรงงานแป้งสาคูหลายเจ้า
ข้อมูลจาก หมอเว็นพูหยิ่น ที่หยุดทุกวันซะบาโต
ร้านเดิมท่านติดกับหมอปรัชญา ถนนธรรมนูญวิถี
ตรงศูนย์การค้าโอเดียนปัจจุบัน
ท่านเขียนใน เหตุเกิดที่บ้านทับโกบ
เป็นหนังสือหายากมาก มีไทยกับจีนในเล่มเดียวกัน
ให้ข้อมูลการบุกเบิกที่ดินคนจีน กับโจรจีนที่มีปัญหา
จนท่านต้องย้ายมาอยู่หาดใหญ่

ก่อนยกเลิกกฎหมายให้คนต่างด้าวบุกเบิกที่ดินนี้ก็หลัง 2495 
โดยให้เวลาคนต่างด้าว 2 ปีให้รีบทำประโยชน์
ถ้าไม่แจ้งให้คนไทยไปแจ้งสิทธิ์ต่อ แต่ไม่ค่อยมีคนแจ้ง
เพราะไม่มีเงิน ไม่มีแรงงาน  กับคนส่วนใหญ่กลัวเสียภาษี
แต่ทางการยังยอมรับว่ามี สค.1 ตกค้างจำนวนมาก
ที่รอออกนส.3 ก กับโฉนดที่ดิน เพิ่งจะยกเลิกทั้งหมดเมื่อไม่กี่ปีก่อน
เพราะสค.1 บินลงที่ป่าไม้ได้ แบบไม่ชัดเจนเหมือนโฉนดที่ดิน
ที่มีระวาง พิกัดชัดเจน ยิ่งตอนนี้ใช้ GPS คลาดเคลื่อนน้อยมาก
จากจุดปักหมุดไม่เกิน 25-50 เซนติเมตร บางแห่งน้อยกว่านี้มาก
ถ้ามีการใช้สัญญาณโทรศัพท์กันหนาแน่นกันมากในบริเวณนั้น
ทดสอบได้จาก GoogleMap ตรวจเส้นทางรถติดบนท้องถนน



หมุดทองเหลือง ใช้โยงยึดหลักเขตที่ดิน 
ของกรมที่ดินบนหน้าอาคารยิบอินซอย 
RTK Network ระบุพิกัดเชื่อมโยงกับระบบดาวเทียม




หลักหมุดที่ดิน อันแรกของสยามรัฐ
ตั้งอยู่ที่ยอดเจดีย์ภูเขาทองสูงสุดในสยามรัฐ
เคยเป็นสิ่งปลูกสร้างโดยคนงานทั่วไป
ยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีตอกเสาเข็ม
เหล็กเส้น ปูนซีเมนต์ จัดว่าสูงที่สุดในบางกอก
และสยามรัฐ (ไม่ได้สร้างบนควนสูงแต่อย่างใด)
ระวางที่ดินในโฉนดที่ดิน 1 ระวาง จะครอบคลุม
พื้นที่ระวางละ 1 ตารางกิโลเมตร (625 ไร่)
ไล่ไปจนครอบคลุมทั้งประเทศสยามรัฐ
โดยที่นั่น เป็นศูนย์กลางหลักของประเทศ
ใช้เล็งพิกัดเส้นรุ้งเส้นแวง แล้วคำนวณด้วย
หลักตรีโกณมิติประกอบ (Sin Cos Tan)
ก่อนมีดาวเทียม GPS แบบที่ใช้ในทุกวันนี้
นายช่างจากออสเตรเลีย ที่ชำนาญมาก
ในเรื่องการรังวัด ทำแผนที่เพื่อทำเหมืองแร่
โดยรัชกาลที่  5 จ้างมาเป็นคนวางระบบ
การออกโฉนดที่ดินในบางกอก
แต่ทดลองออกโฉนดที่ดินครั้งแรก
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยโยงยึดจากหลักหมุดแรกที่เจดีย์ภูเขาทอง

ที่มา ศาสตราจารย์ศิริ เกวลินสฤษดิ์ อธิบดีกรมที่ดิน 
อธิบดีกรมแรงงาน ปรมาจารย์วิชากฎหมายที่ดิน 
เป็นอาจารย์คนแรกที่ผมไม่เคยโดดเรียนในวิชาท่าน 
เพราะท่านเสียงนุ่ม มีความไพเราะเวลาฟัง ใจดี 
มีเมตตาและมีความรู้มาก  และขัอสำคัญ
ตัดเกรดแทบไม่มีคนสอบตกในวิชาท่าน นอกจากนักแรงจริง ๆ
ท่านยังเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนหาวชิราวุธสงขลา
โรงเรียนเดียวกับป้าเปรม  ติณสูลานนท์





โรงแรมลิโด้ แถวตลาดสด เคยมีความสูงที่สุดในภาคใต้ และหาดใหญ่
มีความสูง 5 ชั้น  คนฝั่งหาดใหญ่ในเห็นชัดมาก 
มีลิฟท์ตัวแรกของภาคใต้แบบหนังฝรั่งสมัยก่อน เป็นเหล็กยืดปิดเปิด



 
โรงแรมคิงส์ ตึก 7 ชั้น สูงที่สุด และมีลิฟท์แบบทุกวันนี้ แห่งแรกของภาคใต้
อาคารสูงที่สุดแห่งแรกของหาดใหญ่ และภาคใต้ในอดีต





ตึกโรงแรมเดอะรีเจนซี่ ปลูกสร้างบนทางสามแพร่ง
เลยออกแบบให้มีสัญลักษณ์คล้ายตะปู 
ตอกตรึงพื้นแผ่นดินให้หนักแน่น 
สิ่งที่จะมาเป็นภัยพาล จะคุกคามไม่ได้ 
ตรงฝั่งตรงข้ามโรงแรมเดิม
ที่ดินทุกวันนี้เป็นลานจอดรถยนต์  ในยุคเดิมคือ
สถานบันเทิงโลกีย์ อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว
สถานทึ่ท่องเที่ยวนักเที่ยวท่องโลกีย์รุ่นเก๋ารุ่นดิ (The Old)
โรงแรมนี้ซื้อที่ดินมาเสร็จแล้วก็ทุบทิ้งรื้อทิ้ง
ทำเป็นลานจอดรถยนต์ในทุกวันนี้ 

ส่วนโรงแรมลีการ์เดนส์ ที่ถูกระเบิดชั้นใต้ดิน
สูง 33 ชั้นสูงที่สุดในหาดใหญ่และภาคใต้
สร้างที่หลังโรงแรมเซนทรัลสุคนธา
เลยสร้างคล้ายนาวาเดินหน้าพุ่งชนตึกตรงข้าม
โรงแรมเซ็นทรัลสุคนธา นัยว่า เล่นของข่มกัน




ที่ดินแปลงที่ตั้งโรงแรมเดอะรีเจนซี่แห่งนี้
ที่ดินเดิมเป็นของ  ยิบอินซอย
เดิมเป็นลานรับซื้อ/คัดแต่งแร่ดีบุก
ต่อมาธุรกิจดีบุกย่ำแย่ เพราะโบลิเวียทุ่มตลาดแร่
แร่ดีบุกราคาถูก ๆ ราคาเลยตกลงทุกวัน ๆ
ตกฮวบ ๆ ยิ่งกว่าราคาหุ้นเน่า

ทางยิบอินซอยเลยขายที่ดินนี้ทิ้ง
มุ่งทำธุรกิจที่เมืองหลวง ที่รายได้ดีกว่า

ต่อมาปี 2530
London ศูนย์กลางภาคีตลาดกลางแร่ดีบุก
ที่เคยฮั้วราคาก็ต้องยุบตัวลงเพราะไปไม่ไหวแล้ว
ปล่อยให้แต่ละชาติขายแร่ดีบุกได้
ในราคาตลาด/ราคาเสรี/ราคาปล่อยผี
ราคาแร่ดีบุกเลยกลายเป็นตำนานของไทย
ของ คนเคยรวย ของเศรษฐีปักษ์ใต้ 

ยิบอินซอยก็เคยขายโกดังยางพาราในหาดใหญ่ทิ้ง
ที่ตั้งเดิมแถวขายจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทางไปหอนาฬิกา
หลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง
ราคายางพาราแบบถูกมาก ๆ จนแทบไม่คุ้มการลงทุน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่