ขอสอบถามคุณผู้หญิงทุกท่านหน่อยครับ ถ้าคุณมีสามีแล้วสามีคุณให้ช่วยผ่อนบ้าน คนละ 50% คุณจะยอมมั้ยครับ

(กรุณาอ่านให้จบ ก่อนด่านะครับ)
จดทะเบียนสมรสกันแล้วนะครับ
คือทุกอย่างต้องหารสองหมดเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ ค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว

คุณจะรู้สึกว่าถ้าคุณมีสามีแบบนี้คุณจะท้อมั้ยครับ>>>>>>>>โปรดอ่านต่อให้จบครับ

ขอแก้ไขนะครับ(วันที่แก้ไข 21/07/64)
้เอาจริงๆแค่ ช่วยเหลือกันและกันพอครับ
ผมอาจตั้งกฎเกณฑ์ เกินเหตุไปครับ ฟังดูเครียดใช่มั้ยครับ
ไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ช่วยหารสองเป้ะๆหรอกครับ เอาเป็นถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเนาะ คือจริงๆแล้วผมมีบ้านอยู่แล้ว มีรถตู้ คือผ่อนหมดแล้ว แต่สภาพบ้านคือไม่ทันสมัยอาจจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของฝ่ายหญิง เว้นเสียแต่ว่าฝ่ายหญิงจะไม่ยึดติด ถ้าผมได้เจอภรรยาที่ไม่ยึดติดเรื่องวัตถุนิยม(ซึ่งหายากมากกกกก) ผมก็จะเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก ภรรยาที่ผมต้องการหน้าตาไม่ต้องดี ขอแค่เป็นคนที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย กินอาหารอร่อยๆทุกวัน บ้านเก่าโทรมก็ช่วยๆกันซ่อมแซมทาสีใหม่ได้ รถไม่ต้องหรู ขับไปไหนมาไหนได้ แอร์เย็นเพลงเพราะ ฝนตกไม่เปียก อยู่บ้านทาวเฮาส์ธรรมดาๆ กินอิ่มนอนหลับ ซื่อสัตย์ต่อกัน ดูแลกันและกัน

การอยู่เป็นโสดก็ดีครับ แต่อยากมีภรรยาที่เข้าใจมากกว่าครับ
แต่ถ้าเจอคนไม่เข้าใจกันก็ขออยู่เป็นโสดแบบเดิมครับ

***แก้ไข เวลา 20.03 วันที่ 22/07/64***
อันที่จริงฝ่ายชายต้องออกมากกว่าล่ะครับ เช่น 60:40 ผมก็เห็นด้วยกับหลาย คห.ครับ

คือผมจะบอกว่าถ้าผมเจอภรรยาที่ไม่ซีเรียสเรื่องบ้านหลังเก่าของผมเป็นเรือนหอ ผมก็ไม่คิดจะไปหาบ้านใหม่ครับ จะค่อยๆซ่อมแซมปรับปรุงหลังเก่าไปเรื่อยๆครับ

😉😉😉😉😉😉😉😉😉😉😉😉😉
เพิ่มเติมวันที่ 23/7/64 เวลา 09.45 น.

ถ้าผมเปรียบผู้หญิงเป็นรถที่จอดอยู่ในเต้นท์รถมือสอง หรือในโชว์รูม ถ้าผมอยากจะได้รถสักคันผมก็ต้องประเมินตัวเองว่ามีกำลังแค่ไหน พอซื้อมาแล้วก็ต้องดูแล เปลี่ยนยางเติมน้ำมัน ถ่ายของเหลว ล้างทำความสะอาด อะไหล่เก่าพังก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ถ้าเป็นรถที่อยู่ในโชรูมผมก็ได้แค่ยืนมองอยู่ไกลๆไม่กล้าเดินเข้าไปหรอก แล้วก็เดินผ่านไป แต่ถ้าเป็นเต้นท์รถมือสองหรือรถที่ผ่านการใช้งานมาหลายมือแล้ว นี่ล่ะครับรถแบบนี้ล่ะครับที่เหมาะกับผม ผมก็กล้าที่จะเดินเข้าไปทำความรู้จักกับรถ วิ่งมากี่ กม. ต้องเติมน้ำมันอะไร ต้องถ่ายของเหลวทุกกี่ กม. ประกันภัยชั้น 3 มั้ย งบประมาณในการดูแลรักษาไม่เกินกำลัง ขับแล้วสบายใจ สบายเงินในกระเป๋า
สรุปคือ รถที่ผมอยากดูแลคือ B ครับ
             ส่วนรถ A ให้เธอไปอยู่กับคนที่มีกำลังซื้อที่สามารถดูแลเธอได้ และเหมาะสมกับเธอครับ

➡️➡️
😛😛ถ้าทุก คห.ไปอ่าน คห.66-3 จะรู้ในเจตนาที่แท้จริงของผมครับ😛😛
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
ถ้าเป็นเราคงไม่โอเค


เพราะเราซื้อคอนโด​อยู่เองตั้งแต่​ เรียนจบ ทำงานได้ไม่กี่ปี โฉนดชื่อเรา มีรถก็ชื่อเรา ซื้อเมื่อพร้อม ไม่อยากจ่ายดอกเบี้ย​เยอะๆ  เสียดายค่าดอกเบี้ยอ่ะค่ะ


บ้านแม่ก็มีนะคะ กลับไปอยู่ได้ตลอด แต่ชอบแยกออกมาอยู่คนเดียวมากกว่า


ชีวิตสุขสบายดี


ถ้าจะแต่งงานแล้ว ต้องกู้เงิน ซื้อบ้าน  ซื้อรถ  เราคงมองตัวเลข  ดอกเบี้ยตาปริบๆ  
มัน...เสียดายค่ะ


ถ้าสามีไม่พร้อม ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ แต่อยากแต่งงาน​ แล้วเราโอเค มั่นใจ​ว่าเอ้อ คนนี้แหละใช่เลย สามีชั้น ก็จะให้ย้ายเข้าคอนโดฯตัวเอง แล้วให้สามี  ช่วยจ่าย ค่าใช้จ่ายจิปาถะนิดๆหน่อยๆ ตามความเหมาะสม​
ความคิดเห็นที่ 6
ถ้าคิดเช่นนี้ก็ควรหย่าเสียนะครับแล้วมาจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดตามกฎหมายแพ่งจะดีกว่าครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่