เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาชีวิตของหนูสาหัสมากถึงขั้นปางตายเลยช่วงตอนนั้นเป้นช่วงที่แฟนกำลังจะซื้อรถกะบะเพื่อที่จะเดินตามความฝันที่เค้าคาดหวังเค้าพุดกับหนูตลอดเลยนะว่าเค้าทำเพื่อครอบครัวเราก้เลยดีใจกับเค้าด้วย แต่พอทุกอย่างที่เค้าใฝ่ฝันเดินทางไปข้างหน้าทุกอย่างที่เค้าบอกเราก้ค่อยๆห่างออกไปการงานของเค้าดูเหมือนกำลังจะราบรื่นแต่เรื่องความรักของหนูเริ่มถอยออกมาแฟนหนูเป็นคนนิ่งมากเป็นคนเงียบๆต่างจากหนูมากที่เป็นผู้หญิฃห้าวๆคิดไรก้ทำแบบนั้น..ช่วงที่แฟนไปทำงานต่างจังหวัดอาทิตย์แรกสองอาทิตย์แรกก้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย
แต่พอมาช่วงหลังๆดูเค้าจะเอาเรื่องงานมาอ้างอยู่ตลอดเวลาพอโทรไปก็จะบอกว่าไม่ว่างบ้าง
นอนพักบ้าง ต่างๆนานาๆจนวันหนึ่งแฟนก้หายไปเกือบครึ่งเดือน
ก่อนที่เค้าจะหายไปหนูก้โทรหาเค้าเค้าบอกว่าโทรศัพท์เเสียง
จากนั้นหนูก้อยู่กับการเลี้ยงลูกด้วยความที่ช่วงนั้นมรสุมความรักมันไม่รุ้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร
หนูเลยเข้าไปยุ่งกับสิ่งเสพติดด้วยการเสพยา ณ.ตอนนั้นความเครียดด้วยการที่เราเพิ่งคลอดลูกได้ไม่ถึงปีความคิดตอนนั้นคือคิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด
ช่วงที่แฟนไม่อยู่ไม่ติดต่อไม่มีแม้แต่เสียงจนหมดฤดูของผลไม้แฟนก้กลับมา...
พร้อมเงินก้อนหนึ่งให้ลูก..จนถึงทุกวันนี้มันยังคงอยู่ในใจของหนู ถึงตอนนี้หนูกับแฟนจะหย่ากันแล้วก้ตาม
ตอนนั้นรุ้สึกเกลียดและตั้งคำถามอยู่ในหัวตลอดว่า..เค้าหายไปไหนเป็นยังไงบ้าง
ต้องอดทนกับคำถามก้เพราะรุ้ว่าเค้าทำงานก็เหนื่อยแล้วยิ้งไปซ้ำเติมหรือมัวแต่หาเหตุผลคงไม่รอด
แต่พังกับพัง พอเขากลับมาเค้าหนูก้ไม่เคยที่จะถามหรืออยากรู้คำตอบที่เค้าหายไปเลย ชีวิตก้กลับมาโอเคปรกติ แต่หนูก้ไม่ไว้ใจเค้าเหมือนก่อน
จนวันหนึ่งหนูกับเค้าทะเลาะถึงขั้นลงไม้ลงมือต่อหน้าลูกเสียงดังมาก..ณตอนย5ทุ่มกว่าๆบวกกับฝนตกโปรย แล้วหนูก้ขับรถออกจากบ้านแฟนกับลูกท่ามกลางฝน
ตกๆด้วยที่บ้านหนูอยู่ไกลเลยขับรถไปหาน้องชายที่ทำงานแล้วก็เปิดห้องนอน..
ตตอนนั้นชีวิตโคด

มากมืดทุกๆด้านในหัวคิดอยู่เรื่องเดียวคืออยากฆ่ามันมาก
สุขภาพจิตตอนนั้นไม่ต่างจากคนบ้าเลยไม่มีรัยในสมองนอกจากความแก้แค้นพอเวลาผ่านไปดึงสติกลับมาค่อยๆคิดค่อยๆปล่อยวางในขณะที่ตอนนั้นชีวิตติดลบมากบวกกับการที่ก่อนหน้านี้เฟชบุคก้เข้าไม่ได้ทุกๆอย่างเกี่ยวกับโลกออนไลน์คือตัดหมด กลายเป้นคนที่ไม่รับรุ้โลกโซเชียลไปเกือบๆปี บวกตอนนั้นงานก้ยังไม่มีแต่พอมีงานเข้ามาสิ่งแรกที่หนูต้องทำคือดึงตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุดยิ่งเรากลับมาได้เร็วเราก้จะเริ้มต้นใหม่ได้เร็ว จากที่ปิดกั้นไม่ให้พ่อกับลูกเจอหน้ากันทั้งๆที่แฟนมีความรับผิดชอบสูงมากแล้วหนูก้เริ่มปรับเปลี่ยนความคิดใหม่...
ปัญหาของหนูกับแฟนมันก้แย่มากแล้วทำไมจะต้องเอาปัญหาของผู้ใหญ่มาทำลายลูกด้วย
และหมั่นมองกำหนดการทุกอย่างในแง่ดี....มีเหตุผลและยอมรับทางออกก็มา
ทุกวันนี้หนูเลยเข้าใจและเคารพทุกๆปัญหาของแฟนยิ่งเราทำความเข้าใจและหาสาเหตุที่แท้จริงได้เร็วเราก้จะมีทางออกได้ง่ายถึงความสัมผัสของหนูกับแฟนจะลงเอยด้วยการเลิกราแต่หนูนับถือและยอมรับว่าเค้ามอบความรักให้กับลูกหนูได้ดีมากๆ
ทุกวันนี้หนูเลยไม่กลัวว่าการที่พ่อแม่หย่าร้างมันจะมีผลกระทบกับจิตจัยของลูก ทุกๆการสนทนาระหว่างหนูกับลูกก่อนนอนลูกเอ่ยถึงพ่อของเค้าและหนูจะมี
กิจกรรมก่อนนอนถามตอบว่า ป๊าไปไหน ลูกก๋จะตอบว่า ทำงาน บางคนเค้าอาจจะมีเหตุผลของเค้า
ซึ่งหนูก้มีเหตุผลของหนู.....
หนูก็ยังเป็นหนูเหมือนเดิม แค่ไม่เหมือนเก่าและยังไม่ได้เป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์อาจจะทำไม่ได้ดีเท่าคนอื่นๆแต่หนูก็ภูมิใจนะที่ขี้ยาอย่างหนู
สอนลูกอายุสองขวบให้เค้าเรียนรู้เองทุกอย่าง....
ผิดๆถูกๆก้ต้องลอง
#อยากให้คนที่เจอปัญหาแบบนี้ให้อดทนกับสิ่งที่เจอและทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดสำคัญที่สุดคือคนอื้นจะมองงัยก้ช่างเราทำให้
ทุกวันมีความสุขและไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก้พอคะ
ผิดหวังเรื่องความรักเลยโฟกัสเรื่องลูก
แต่พอมาช่วงหลังๆดูเค้าจะเอาเรื่องงานมาอ้างอยู่ตลอดเวลาพอโทรไปก็จะบอกว่าไม่ว่างบ้าง
นอนพักบ้าง ต่างๆนานาๆจนวันหนึ่งแฟนก้หายไปเกือบครึ่งเดือน
ก่อนที่เค้าจะหายไปหนูก้โทรหาเค้าเค้าบอกว่าโทรศัพท์เเสียง
จากนั้นหนูก้อยู่กับการเลี้ยงลูกด้วยความที่ช่วงนั้นมรสุมความรักมันไม่รุ้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร
หนูเลยเข้าไปยุ่งกับสิ่งเสพติดด้วยการเสพยา ณ.ตอนนั้นความเครียดด้วยการที่เราเพิ่งคลอดลูกได้ไม่ถึงปีความคิดตอนนั้นคือคิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด
ช่วงที่แฟนไม่อยู่ไม่ติดต่อไม่มีแม้แต่เสียงจนหมดฤดูของผลไม้แฟนก้กลับมา...
พร้อมเงินก้อนหนึ่งให้ลูก..จนถึงทุกวันนี้มันยังคงอยู่ในใจของหนู ถึงตอนนี้หนูกับแฟนจะหย่ากันแล้วก้ตาม
ตอนนั้นรุ้สึกเกลียดและตั้งคำถามอยู่ในหัวตลอดว่า..เค้าหายไปไหนเป็นยังไงบ้าง
ต้องอดทนกับคำถามก้เพราะรุ้ว่าเค้าทำงานก็เหนื่อยแล้วยิ้งไปซ้ำเติมหรือมัวแต่หาเหตุผลคงไม่รอด
แต่พังกับพัง พอเขากลับมาเค้าหนูก้ไม่เคยที่จะถามหรืออยากรู้คำตอบที่เค้าหายไปเลย ชีวิตก้กลับมาโอเคปรกติ แต่หนูก้ไม่ไว้ใจเค้าเหมือนก่อน
จนวันหนึ่งหนูกับเค้าทะเลาะถึงขั้นลงไม้ลงมือต่อหน้าลูกเสียงดังมาก..ณตอนย5ทุ่มกว่าๆบวกกับฝนตกโปรย แล้วหนูก้ขับรถออกจากบ้านแฟนกับลูกท่ามกลางฝน
ตกๆด้วยที่บ้านหนูอยู่ไกลเลยขับรถไปหาน้องชายที่ทำงานแล้วก็เปิดห้องนอน..
ตตอนนั้นชีวิตโคด
สุขภาพจิตตอนนั้นไม่ต่างจากคนบ้าเลยไม่มีรัยในสมองนอกจากความแก้แค้นพอเวลาผ่านไปดึงสติกลับมาค่อยๆคิดค่อยๆปล่อยวางในขณะที่ตอนนั้นชีวิตติดลบมากบวกกับการที่ก่อนหน้านี้เฟชบุคก้เข้าไม่ได้ทุกๆอย่างเกี่ยวกับโลกออนไลน์คือตัดหมด กลายเป้นคนที่ไม่รับรุ้โลกโซเชียลไปเกือบๆปี บวกตอนนั้นงานก้ยังไม่มีแต่พอมีงานเข้ามาสิ่งแรกที่หนูต้องทำคือดึงตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุดยิ่งเรากลับมาได้เร็วเราก้จะเริ้มต้นใหม่ได้เร็ว จากที่ปิดกั้นไม่ให้พ่อกับลูกเจอหน้ากันทั้งๆที่แฟนมีความรับผิดชอบสูงมากแล้วหนูก้เริ่มปรับเปลี่ยนความคิดใหม่...
ปัญหาของหนูกับแฟนมันก้แย่มากแล้วทำไมจะต้องเอาปัญหาของผู้ใหญ่มาทำลายลูกด้วย
และหมั่นมองกำหนดการทุกอย่างในแง่ดี....มีเหตุผลและยอมรับทางออกก็มา
ทุกวันนี้หนูเลยเข้าใจและเคารพทุกๆปัญหาของแฟนยิ่งเราทำความเข้าใจและหาสาเหตุที่แท้จริงได้เร็วเราก้จะมีทางออกได้ง่ายถึงความสัมผัสของหนูกับแฟนจะลงเอยด้วยการเลิกราแต่หนูนับถือและยอมรับว่าเค้ามอบความรักให้กับลูกหนูได้ดีมากๆ
ทุกวันนี้หนูเลยไม่กลัวว่าการที่พ่อแม่หย่าร้างมันจะมีผลกระทบกับจิตจัยของลูก ทุกๆการสนทนาระหว่างหนูกับลูกก่อนนอนลูกเอ่ยถึงพ่อของเค้าและหนูจะมี
กิจกรรมก่อนนอนถามตอบว่า ป๊าไปไหน ลูกก๋จะตอบว่า ทำงาน บางคนเค้าอาจจะมีเหตุผลของเค้า
ซึ่งหนูก้มีเหตุผลของหนู.....
หนูก็ยังเป็นหนูเหมือนเดิม แค่ไม่เหมือนเก่าและยังไม่ได้เป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์อาจจะทำไม่ได้ดีเท่าคนอื่นๆแต่หนูก็ภูมิใจนะที่ขี้ยาอย่างหนู
สอนลูกอายุสองขวบให้เค้าเรียนรู้เองทุกอย่าง....
ผิดๆถูกๆก้ต้องลอง
#อยากให้คนที่เจอปัญหาแบบนี้ให้อดทนกับสิ่งที่เจอและทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดสำคัญที่สุดคือคนอื้นจะมองงัยก้ช่างเราทำให้
ทุกวันมีความสุขและไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก้พอคะ