เชือดไม่เงียบ(Furryjit) ขอที่ว่างมีเอี่ยวด้วย

(ขอเอี่ยวด้วย) เชือดไม่เงียบ.......อย่าทักคนนอกห้อง (Furryjit)

ระรินสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดได้ พ่อและแม่ต่างปรีดาปราโมทย์เป็นล้นพ้น หลังจากความปิติยินดีผ่านพ้นไป ทุกคนก็เริ่มนึกถึงความจริงที่ต้องเผชิญข้อหนึ่ง และที่ยังมองไม่เห็นอีกหลายๆข้อ

ปัญหาสำคัญข้อแรกคืออยู่อาศัย เรื่องจะเดินทางไปกลับนั้นลืมไปได้เลย จริงๆแล้วหนทางจากบ้านไปสู่มหาลัยไม่ได้ทุรกันดารอะไรมากนัก อีกทั้งรถราก็ไม่ได้ขาดแคลน แต่ระยะทางนี้สิคืออุปสรรค การใช้เวลาเดินทางวันละหกถึงเจ็ดชั่วโมงแทบทำให้เธอไม่ได้เหลือเวลาอะไรเลยกับทบทวนเรื่องเรียนและอ่านหนังสือ แม้ว่าในส่วนของงานบ้านและงานเทือกสวนไร่นานั้นพ่อและแม่ระรินบอกไม่ต้องเป็นห่วง

พ่อกับแม่ได้ทำให้ระรินสบายใจหมดห่วงไปเปลาะหนึ่ง ด้วยการไปขอลูกสาวญาติๆมาช่วยงานที่บ้านและสวนไร่นา ระรินเหลือเรื่องหนักใจอีกข้อเดียว นั่นคือ....... หอพัก

ระรินวิ่งวุ่นหาหอพักจนอ่อนใจ ทั้งหอในหอนอก ล้วนมีนักศึกษาเช่าอยู่เต็มทุกห้อง บวกกับคนเข้าชื่อรออีก อย่างไรก็ดี ในที่สุดโชค(ร้าย?)ก็เข้าข้าง แม่ค้าที่ตลาดซึ่งมักจะเหมาผักในสวนบ้านเธอไปขายประจำ บอกว่า พี่สาวเธอเปิดบ้านให้เช่าอยู่แถวๆมหาวิทยาลัย และเหลือห้องว่างไม่มีคนเช่าอยู่อีกห้องพอดี

ระรินแทบจะติดปีกโผบินไปดูสถานที่ ณ เดียวนั้น ดีว่าพ่อแม่ห้ามไว้เสียก่อนเพราะตั้งแต่สี่โมงเย็นเป็นต้นไป คนในหมู่บ้านมักจะไม่เดินทางออกไปไหนนอกเขต

วันรุ่งขึ้นหญิงสาวได้ปรากฎตัวขึ้นในซอยแห่งหนึ่งแต่เช้า โดยมีริมรินพี่สาวเดินทางมาเป็นเพื่อน

ความประทับใจอย่างแรกของระรินคือ เธอสามารถเดินทางจากมหาวิทยาลัยถึงซอยแห่งนี้ได้ด้วยการนั่งรถสองแถวเพียงต่อเดียว ส่วนความลึกจากปากซอยเข้ามา เธอได้รับทราบจากคุณป้าแม่ค้าแล้วว่า ให้เดินเข้ามาได้เลย ระยะทางไม่ไกลจนต้องพึ่งพามอเตอร์ไซค์รับจ้างแต่อย่างใด

ระรินกับรินริมมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่ง ลักษณะว่าสร้างมานานพอดู แต่มีการบูรณะและต่อเติมอย่างดี

“บ้านหลังนี้แหละจ้ะพี่” ระรินพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นหลังจากดูหมายเลขที่บ้าน หลังจากนั้นสาวน้อยก็เห็นกริ่งประตูอยู่ใกล้ๆกับป้ายที่อยู่ เธอจึงพูดกับพี่สาว

“หนูกดกริ่งเรียกนะคะพี่” พอเห็นริมรินพยักหน้า เธอจึงเดินเข้าไปกด พอเสียงกริ่งดังขึ้นได้ชั่วขณะ ทั้งคู่ก็เห็นร่างของใครแว่บๆปรากฎตัวอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง สองพี่น้องเงยหน้าไปมองตามสัญชาตญาณ แต่ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าตารูปร่างอย่างถนัดชัดเจน เพียงแต่ทันเห็นแค่ว่าเป็นผู้หญิงหน้าขาวนวลผมยาว เนื่องจากผู้หญิงคนนั้นโผล่หน้ามาเยี่ยมแค่ครึ่งเสี้ยวและรีบหดหน้าพ้นไปจากหน้าต่าง

ระรินกับริมรินรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง แต่ตอนนั้นสองสาวเข้าใจไปในแง่ที่ว่า ผู้หญิงที่อยู่ห้องชั้นสองคนนั้นกำลังลงมาเปิดประตูหน้าบ้านให้กับพวกเธอ

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครลงมาเปิดประตูให้ น้องสาวเลยเดินไปกดเรียกคนในบ้านเป็นครั้งที่สอง แม้จะดูเป็นการเสียมารยาทเพราะคนในบ้านได้เห็นพวกเธอแล้ว แต่ริมรินก็ไม่ได้ห้ามน้องเพราะรู้สึกตะหงิดๆขึ้นมา เมื่อวานก็ได้นัดหมายกันดิบดีแล้ว มีเหตุผลอะไรที่ไม่เปิดประตูรับเธอกับน้องสาว

 ระรินขมวดคิ้ว ความที่อายุยังน้อยจึงใจร้อนอยู่บ้าง ขณะจะขยับจะไปกดกริ่งเรียกซ้ำอีกที คราวนี้พี่สาวหล่อนคว้าข้อมือเอาไว้เพราะเห็นอะไรอย่างหนึ่ง

ริมรินชี้ให้น้องสาวดูที่ประตูหน้าซึ่งเป็นเหล็กอัลลอยแบบเลื่อน ทางฝั่งซ้ายสุดของประตูมีโซ่คล้องและแม่กุญแจล็อกอยู่ โดยที่ทั้งสองไม่ได้สังเกตเห็นตั้งแต่แรก

สิ่งที่ผิดปกติคือ กุญแจล็อกจากภายนอก ทำอย่างนี้ไม่เท่ากับขังคนที่อยู่ในบ้านไว้ข้างในหรอกหรือ เขาจะออกจากบ้านได้อย่างไร นอกเสียจากว่าบ้านหลังนี้มีประตูทางออกอีกทางหนึ่ง

สองพี่น้องมองหน้ากันเหลอหลาอยู่ชั่วขณะ แต่แล้วริมรินที่มีความคิดความอ่านมากกว่าในฐานะคนเป็นพี่ ก็บอกน้องสาวว่า

“น้องมีเบอร์โทรป้าเจ้าของบ้านไม่ใช่หรือจ้ะ โทรไปบอกแกว่าเรามาอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว พี่ว่าเราสองคนอาจจะมาเช้าไปหน่อย ป้าแกคงออกไปจ่ายตลาด เลยล็อกประตูไว้”

ระรินทำคิ้วย่น สิ่งที่พี่สาวพูดไม่ได้ไขข้อข้องใจเลย ว่าทำไมเธอทั้งสองคนถึงเพิ่งเห็นคนอยู่ในบ้านมาหมาดๆ เธออยากจะแย้งริมรินในเรื่องนี้ แต่ด้วยความเกรงใจ จึงล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาโทรตามที่พี่สาวบอก

ถึงไม่มีคนรับสาย แต่ก็ไม่ได้นับว่าเสียเปล่า การที่ระรินมายืนตรงหน้าบ้านและกำลังกดโทรออก มีผลทำให้คนที่อาศัยอยู่บ้านหลังติดกันออกมายืนดูที่ประตูรั้วหน้าบ้าน เป็นหญิงที่น่าจะวัยรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าของบ้านเช่าหลังนี้

ผู้หญิงคนนั้นยืนมองสองสาวอยู่ครู่หนึ่ง จากเครื่องแบบนักศึกษาที่ระรินสวมอยู่ ทำให้มั่นใจว่าสาวน้อยคนนี้น่าจะเป็นคนที่เพื่อนบ้านของเธอไหว้วานมาให้ช่วยดูแล

“หนู หนูคนนั้นชื่อรินใช่ไหม” เธอถามพลางยิ้มให้ “ป้าชื่อดาว เป็นเพื่อนบ้านพี่กิ่งมานาน ป้าหมายถึงเจ้าของบ้านเช่าที่หนูจะมาอยู่นั่นแหละจ้ะ”

ทั้งสองพี่น้องหันมามองเธออย่างตื่นๆ ดูเหมือนคนเป็นพี่จะนึกถึงมารยาทได้ก่อนอื่น จึงยกมือขึ้นไหว้เธอ ทำให้ผู้หญิงที่เป็นน้องยกมือไหว้ตาม

“สวัสดีค่ะป้าดาว สบายดีหรือค่ะ  หนูชื่อริมริน น้องหนูชื่อระรินค่ะ ติดต่อเรื่องเช่าห้องป้ากิ่งไว้เมื่อวาน”  ริมรินพูดจาเสียงไพเราะอ่อนหวาน ทำให้หญิงสูงอายุนึกเอ็นดูทันที

“พี่กิ่งไม่อยู่บ้านตอนนี้จ้ะหนู มีธุระกระทันหันต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตีสาม และคงจะไม่กลับมาอีกสักสอง-สามวัน เพราะแกมีเหตุจำเป็นจริงๆ แต่เรื่องห้องไม่ต้องห่วง พี่กิ่งทิ้งกุญแจบ้านกับกุญแจห้องไว้ให้ที่ป้าแล้ว ประเดี๋ยวป้าจะพาไปดูห้อง พี่กิ่งแกฝากบอกมาว่า ถ้าพอใจห้องก็ให้หนูรินย้ายข้าวของเข้ามาได้เลย ส่วนตัวจะย้ายเข้ามาอยู่วันไหนก็ได้ แต่ตอนนี้บ้านเงียบหน่อยนะ หนูๆนักศึกษาที่เช่าบ้านอยู่ปิดเทอมแล้วกลับบ้านต่างจังหวัดกันหมด จะได้เห็นอีกทีก็เปิดเรียนนั่นแหละ”

ระรินนิ่งอึดอัดอยู่ได้ไม่นานก็หลุดปากออกมา

“ขอโทษนะคะป้าดาว แต่เมื่อกี้หนูกับพี่สาวเห็นว่ามีคนอยู่ในบ้านนี่ค่ะ”

พอได้ยินป้าดาวถึงกับนิ่งอึ้งไป เห็นได้ชัดว่าแกไม่ทันได้เตรียมตัวกับคำพูดประโยคนี้ของหญิงสาว สายตาแกหรุบลงเล็กน้อยก่อนถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“หนู หนูเห็นใครหรือจ้ะ เอ เด็กๆกลับบ้านกันหมดแล้วนี่นา ตะ ตามที่ป้ารู้”

“ผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ หนูไม่ทันเห็นหน้า แต่รู้ว่าผมยาวๆ เธอมองหนูกับพี่มาจากห้องชั้นสอง แล้วเธอก็หลบหายไป” ระรินตอบไปอย่างซื่อๆ แต่มีผลทำให้สีหน้าของหญิงมากด้วยรอบปีกว่าดีขึ้นอย่างประหลาด แกแสดงอาการโล่งใจออกมาอย่างไม่ค่อยมิดชิดนัก

“โธ่เอ๋ย นึกว่า....ห้องนี้หนูนัทแกเช่าอยู่น่ะ เรียนอยู่ที่เดียวกับหนูระรินนี่แหละ แต่ว่าขึ้นปีสามแล้ว เห็นแกร่ำๆว่าคิดถึงบ้านจะกลับไปเยื่ยม ตระเตรียมกระเป๋าเรียบร้อย เห้อ พี่กิ่งแกคงนึกว่าหนูนัทกลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แล้วแกก็วุ่นวายกับธุระปะปังจนไม่ได้ตรวจให้รอบคอบก่อนว่าหนูนัทยังอยู่ในบ้าน ปุบปับแกฝากฝังป้าเรื่องหนูระรินที่จะมาดูห้องแล้วก็ผลุนผลันออกจากบ้านไปเลย ล็อกประตูนอกทิ้งไว้ก่อนไปเสียอย่างนั้น”

ป้าดาวพูดพลางระบายลมหายใจออกมายาวๆ

“ดีนะ นี่ยังเช้าอยู่ ไม่งั้นหนูนัทได้ติดแหง็กอยู่ในบ้าน ไม่ต้องออกไปทำอะไรกันล่ะ เอ่อ ถ้างั้นป้าขอไปเอากุญแจในบ้านมาไขเปิดประตูก่อนนะ”

“ค่ะ ขอโทษที่ต้องรบกวนป้าดาวด้วยนะค่ะ” ริมรินพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลตามแบบฉบับ พอร่างของป้าดาวหายลับเข้าไปในบ้าน ระรินที่ไม่ได้เก็บกริยาเก่งเหมือนพี่สาวก็โพล่งออกมาทันที

“แย่จัง วันหลังหนูจะโดนล็อกออกจากบ้านไม่ได้หรือเปล่าเนี่ย”

ริมรินรีบจุ๊ปากห้ามไม่ให้น้องสาวพูดต่อ ระรินเงียบลงทันที แล้วหล่อนก็มองลอดรั้วไปสำรวจในอาณาบริเวณบ้านอย่างสนใจ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่