คือผมเป็นเด็กมัธยมแล้วก็ต้องทำโครงงานซึ่งรรผมจะจริงจังเรื่องโครงงานมากคือจะทำชุ่ยๆไม่ได้ ผมทำเป็นกลุ่ม3คนือตั้งแต่แรกเลยผมทำแทบทุกอย่างเอง หาข้อมูล คิดหัวข้อ แแล้วขอความช่วยเหลือจากคนอื่น คนนึงนามสมมติ(เอ)ไม่ให้ความร่วมมือ อีคนนามสมมติ(บี)รอแต่จะจดเพื่อนเอาหน้า คือผมก็ยังหาข้อมูลไม่ได้ หายากมากเปลี่ยนหัวข้อหลายรบคือเหนื่อยมาก เหนื่อยคนเดียวในกลุ่ม เห็นคนอื่นเล่นเกมเล่นโซเชียลในขณะที่ผมหาข้อมูลอยู่เหนื่อยมากแบบไม่มีกำลังใจด้วย แล้วมันต้องยื่นหัวข้อโครงงานต้องมีอาจารยืที่ปรกษาโครงงานด้วยซึ่งผมก้ชวนเพื่อนไปหาที่ปรึกาาหลายรอบแล้ว แต่ก็ไปไม่ครบสักที บีก็ไปด้วยทุกรอบ เอไม่ให้ความร่วมมือเลย วึ่งมันต้องไปทั้งสามคน ก็ยกเลิกไปหลายรอบ เอเพิ่งจะมาวันก่อนส่งซึ่งมันช้ามากคือวันนั้นหาไม่ได้เลย ดวยความที่ดครงงานเราค่อนข้างเพ้อฝันข้อมูลยังไม่ดีพอ แล้วอาจารย์ก็กลับบ้านกันเยอะแล้ว คืนนั้นหาข้อมุลบหนักมาก นัดกับอาจารย์อีกคนนึงแล้วว่าให้มาพรุ่งนี้ คืนนั้นชวนเพื่อนมาหาข้อมูลด้วยกัน คือรู้สึกเสียใจมากคือ เอนั่งเล่นเกมอยู่แล้วผมพูดอะไรไปก็แค่เออออ ไม่ช่วยอะไรเลย บีก็ช่วยแบบขอไปที จนวันต่อมาอาจารย์ไม่มาตามนัด ต้องลำบากเรากับเพื่อนๆอีกสองคนไปหาคนใหม่ซึ่งวันนั้นมีกิจกรรม วันนั้นเข้าห้องหมวดวิทย์ไป ทุกคนก็เกี่ยงกันพูด ผมเลยไปทนพูดโครงงานผมคนเดียว ตอบคำถามอาจารย์ทุกอย่าง เพื่อนแค่พูดนิดเดียวแบบเราต้องรับหน้าทุกอย่าง ดีที่ีอาจารย์คนอื่นเข้ามาก็เลยถาม สรุปคือเปลี่ยนหัวข้อมีอาจารย์ใจดีคนนึง(นามสมมติ ซี) คือวันนั้นดีใจมาก แบกภูเขาออกจากอก คือต่อจากนั้นต้องทำสไลด์เพื่อนำไปนำเสนอเพื่อนสอบหัวข้อโครงงาน ผมอยากพักมากเลยอยากทำสไลดืเพราะเบื่อหาข้อมูลแล้วแต่บีบอกว่าจะทำสไลด์เอง ส่วนเอก็หายไปเลย ผมก็เลยคิดว่าเออๆปล่อยมันไปก็ได้เราทนมาได้ขนาดนี้แล้ว ทนต่อไปจะเป้นไร เราก็ได้ประโยชน์คนเดียว แตพอมาดูตอนเริ่มทำสไลด์แล้วแบบ อึ้งมาก ในความคิดของผมคือยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ก็แนะนำไปว่าต้องแก้ตรงไหน บีก็เถียงกลับว่าแบบนี้ดีแล้วผมก้เลยหยวนๆไป ไม่เป็นไร พอมาคืนสุดท้ายก่อนนำเสนออาจารย์ซีก้มาหาที่หอให้เรียกเอกับบีมา บีก็มาแต่เออยู่อีกหอเลยต้องไปตาม นานกว่าจะมา มาดูสไลด์แล้วอาจารย์ซีเลยแนะแนวทางให้ เอกับบีแล้วก็ผมก็ช่วยๆกัน พอวันต่อมาก็นำเสนอ ผ่านไปด้วยดี พอมาตอนเรียนออนไลน์ต้องหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงงานที่ทำแล้วต้องยื่นหัวข้อสัมมนาแล้วก้ทำสไลด์นำเสนอ ขั้นตอนแรกต้องหางานวิจัยที่ใช่แล้วก็ยื่นหัวข้อสัมมนาก่อน ซึ่งงานวิจัยที่จะมาทำหัวข้อสัมมนาต้องผ่านที่ปรึกษาโครงงานก่อน บีเจอก่อนซีก็เห็นแล้วแล้วมันโอเคเลยรอดไป ส่วนเราก็เจอแล้วซีเห้นแล้วแล้วมันโอเคก็รอดไป ส่วนเอหาไม่เจอซีเลยหาให้ก็รอดไป แต่พอมาช่วงใกล้ที่ต้องยื่นหัวข้อสัมมนาแล้ว(ต้องกรอกลงแบบฟอร์ม) ผมมาดูสรุปมันคนละหัวข้อผมเลยต้องรีบหาใหม่แต่ไม่ได้บอกซี (ผมก็ผิดเเหละที่ไม่บอกให้ซีรู้ก่อน) ผมหาจากเย็นถึงเช้าของวันที่ต้องยื่นหัวข้อผมก็ยังหาไม่เจอ เลยขอนอนพักก่อนชั่วโมงครึ่งพอตื่นมาเราก็ชะล่าใจเพราะตอนนั้นคิดว่า ยังไงก็หาได้เพราะเมื่อคืนมีอันที่ใกล้เคียงแล้ว เลยมาหาชัวโมงก่อนยิ่นหัวข้อ สรุปคือ หา ไม่ เจอ เลยตัดสินใจคามุยคาบที่ต้องยื่นหัวข้อเลยเพราะจารย์เขาจะดูทีละคน เลยตัดสินใจคามุย (ผมก็ผิดที่ไม่บอกจารย์ที่ดูแลเรื่องนี้แล้วก็ซีด้วยเหมือนกันเพราะจริงๆถ้ามีเรื่องอบบนี้ต้องบอกสองคนนี้ก่อน)อาทิตย์ต่อมาหยุดทั้งอาทิตย์ผมก็หาตลอดร้องไห้หลายรอบมากเพราะว่ามันหาไม่เจอจริงๆ แล้วรู้สึกน้อยใจที่บางคนไม่ค่อยทำอะไรก็ผ่านแล้ว พ่อกับแม่ก็ไม่เข้าใจด้วย พ่อบอกว่า เอาอะไรส่งๆไปก็ได้ เราอธิบายไปแล้วว่างานนีเ้จริงจังมากทำแบบนั้นไม่ได้ ทะเลาะกันหลายรอบมากสุดท้ายพ่อก็ไม่เข้าใจ มีวันนึงพ่อผมบอกพี่ให้ช่วยผมหาดู(เมื่อววานซืนของวันที่ต้องเอาสได์ให้อาจารย์ดูความคืบหน้า) คืนนั้นพี่เราหาเจอเราดีใจมากๆๆๆๆแต่มันเป็นงานวิจัยภาษาอังกฤษเราก็แบบ หยวนๆไปค่อยไปแปลเอาก็ได้ คืนนั้นเราก็หลับไปเพราะคิดว่าเดี่ยวค่อยแปลเอาก็ได้ยังไงก็ทัน พอมาวันต่อมาคือผมต้องทำสไลด์และใบยื่นหัวข้อสัมมนาซึ่งเราต้องทำความเข้าใจก่อนถึงจะทำได้ซึ่ง ผมลองทำทุกวิถีทางแล้วที่จะแปลให้ได้สุดท้ายก็ไม่รู้เรื่อง ได้ใจความมาแค่นิดนึงเลยเขียนส่งๆไป(คิดว่าจะมาแก้ทีหลัง) ส่วนเรื่องสไลด์ผมคิดว่าเดี่ยวค่อยทำระหว่างวันก็ได้เพราะไม่จำเป้นต้องเสร็จแค่ให้เห็นความคืบหน้าเฉยๆ ผมเลยนอน วันนั้นจบที่ตี4กว่าๆนอนไปสามชม.ผมก้ทำสไลด์ระหว่างวัน ก็โอเคดี พอมาถึงชั่วโมงที่ต้องให้จารย์ดู(ดรียกดูรายคน) เพื่อนๆจะเห็นงานเราด้วยผมก้ให้จารย์ที่ดูแลเรื่องนี้ดุสไลดืคือถ้าเป้นคนอื่นเขาจะแนะนำว่าต้องแก้ไขอะไรตรงไหนยังไง แต่พอเขามาถึงผมเขาพูดประมาณว่าคาบที่แล้วหายไปไหนมาผมก้บอกไปว่ามันยังไม่โอเคจารย์ก้บอกว่าคราวหลังก็บอกด้วยถ้าเกิดปัยหาจะได้ประสานงานกันช่วยเหลือ และก็ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับสไลด์ ผมก้รู้สึกอบอุ่นดีเพราะรู้สึกว่าเขาพร้อมจะช่วยเราแต่ก้รู้สึกไม่พอใจนิดนึงเรื่องเขาติเราเพราะว่าเพื่อนๆเห้นกันหมดแต่ก็เข้ใจว่าเราก็ผิด จะให้ทุกคนออกจากมีตตอนนั้นก็ไม่ใช่เรื่อง ผมก็สบายใจ แต่พอมาตอนนี้ซึ่งผมต้องทำสไลด์แต่พอมาดูงานวิจัยอีกทีมันก็ยังไม่ตรงหัวข้อมากผมเลยหาใหม่ ต่แจากนั้นผมเลยทักหาซีด้วยความหวังว่าเขาจะช่วยเราได้ เราก็บอกไปว่าขอหาอันใหม่ได้ไหม ซีบอกว่าโอเค เราก็เลยส่งอันที่เป็นภาษาอังกฤษไป(อันที่ผมไม่ค่อยโอเคที่ไม่ตรงหัวข้ออัที่2) ซีถามว่ามีภาษาไทยไหม ผมก็บอกไปว่าไม่ครับ เค้าตอบกลับมาว่า “เหรอ”(ปกติเขาไม่พูดแบบนี้กับนักเรียน) แล้วปกติเขาเป้นคนร่าเริง ความรู้สึกผมคือรู้สึกว่าคำที่เขาพิมพืมานั้นมันดูเย็นชามาก ผมเลยคิดว่าตอนนี้เขาพิมพ์ตอบมาอย่างนี้กับเรา เราทำให้เขารำคาญหรอ หรือว่าเราไม่ดีเอง เขาโกรธที่เราไม่บอกเขาให้เร็วกว่านี้ใช่ไหม เขากลียดเาหรือเปล่า ด้วยความที่ผมชอบคิดมาก ผมก็คิดว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ ในขณะที่เพื่อนส่งสไลด์ให้อาจารย์ดู แล้วจารยืบอกโอเค ทำให้เราหวนคิดว่า ทั้งๆที่เราหาข้อมูลมาตลอด ทุ่มเททุกอย่างเพื่อโครงงานนี้ เพื่อนก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไร เราเหนื่อ เราเครียด เราเสียน้ำตากับโครงงานนี้มาหลายรอบแล้ว แต่เพื่อนๆที่ไม่ค่อยช่วยอะไรกลับแซงเราไปแล้ว แล้วเราต้องมาเริ่มต้นหางานวิจัยใหม่ ตอนนี้คือกำลังใจหายหมดเลย เสียใจมาก รู้สึกว่ามันไม่แฟร์เลยที่ผมเหนื่อยมามากแต่ไม่ได้อะไรเลย แต่คนอื่นนำไปหมดแล้ว แล้วซีไม่เห็นถึงความตั้งใพยายามของเราบ้างหรอ มาทำเย็นชากับเราขนาดนั้น เหมือนใจมันแตกสลาย สงสัยว่าที่เราทำมาทั้งหมดเพื่ออะไร เพื่อให้พวกนั้นอยู่ได้หรอ แล้วเป็นเราเองที่ต้องพ่ายแพ้ไป แต่ผมก็ยอมรับว่าผมก็ผิดที่ไม่บอกอะไรจารย์เลยแต่ก็นะ มันรู้สึกไม่แฟร์ ทำไมซีไม่เห้นถึงความตั้งใจเราเลย ทำไมคนอื่นถึงมองว่าเอกับบีพยายามกว่าเรา หรือว่าผมคิดไปเองก็ไม่รู้ 😔 ผมอยากถามความคิดเห้นทุกคนครับว่า ถ้าเจอเหตุการณ์แบบี้กับตัวเองจะทำยไงไงต่อไปทั้งๆที่สไลดืต้องส่งวันอังคารนี้แล้ว แต่เราต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนแรก ขอขอบคุณทุกๆคำตอบล่วงหน้าด้วยนะครับ ผมอาจไม่ได้ตอบทุกความเห้นแต่ผมอ่านแน่ครับ ตอนนี้ผมก้ทำได้แค่พยายามต่อไป😔
เราช่วยเพื่อนแต่เพื่อนไม่ช่วยเรา โดนมองผิดๆ ทำคนเดียวแต่ไม่ได้อะไรเลย ควรทำยังไงดีครับ