สวัสดีเพื่อนๆทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้นะครับ เรื่องราวทั้งหมดก็ตามหัวข้อของกระทู้เลยครับ ในตอนนี้ผมมีแผนว่าจะเลิกเรียนมหาลัยแล้วออกไปศึกษาการทำงานเลยครับแต่ในใจลึกๆก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ว่าสิ่งที่เราเลือกนั้นมันจะถูกรึเปล่า เพราะแบบนั้นก็เลยอยากได้ความคิดเห็นของเพื่อนๆมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจและก็อยากทราบความคิดเห็นในมุมของเพื่อนๆด้วยครับ งั้นก่อนอื่นจะขอเล่าเรื่องราวบางส่วนของผมก่อนนะครับ เพื่อที่จะได้รู้ว่าทำไมตัวผมถึงคิดอย่างงี้
*--- เรื่องตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนถึงปัจจุบัน ---*
ผมเกิดในครอบครัวที่มีตัวผม พี่สาว และพ่อกับแม่ครับ คุณพ่อและคุณแม่ของผมนั้นทำงานราชการทั้ง 2 ท่านเลยครับ ทำให้ครอบครัวของผมมีสถานะทางครอบครัวที่อยู่ในระดับปานกลาง ( แต่ก็มีหนี้สะสมที่เยอะมากๆเหมือนกันครับ ) ส่วนพี่สาวของผมนั้นเรียนโรงเรียนประจำตั้งแต่ตอนที่ผมยังไม่เกิด ทำให้ผมกลายเป็นลูกคนเดียวที่อยู่ที่บ้านในตอนนั้นครับ คุณพ่อของผมท่านเป็นคนที่ดื่มของมึนเมาบ่อยมากๆครับเรียกได้ว่าถ้าไม่อยู่ที่บ้านก็คิดว่าน่าจะดื่มแทนน้ำไปแล้วล่ะครับแหะๆ ทำให้เวลาคุณพ่อกลับมาบ้านในสภาพที่เมาเละเทะ ผมก็มักจะเห็นคุณแม่ทะเลาะกับคุณพ่อเสมอเลยครับ ซึ่งเรื่องแบบนี้ผมเห็นมาตั้งแต่ตอนช่วงอนุบาล 1 แล้วล่ะครับ ทำให้นั่นกลายเป็นอีก 1 เรื่องที่จำฝั่งใจมาจนถึงปัจจุบันเลยล่ะครับ เด็กอนุบาลคนหนึ่งที่ต้องมานั่งรอคุณพ่อกลับมาบ้านตอนตี 2 เพื่อคอยห้ามไม่ให้ทะเลาะกับคุณแม่ ซึ่งเรื่องนี้มันก็หนักมากขึ้นเรื่อยๆจนพอปัจจุบันทุกอย่างก็เริ่มเบาลงแล้วล่ะครับ ส่วนในฝั่งของพี่สาวนั้นมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับเรื่องของอารมณ์ทำให้ในตอนนี้หลังจากที่เรียนจบมาพี่เขาก็ยังไม่สามารถหางานได้เนื่องจากโรคทางอารมณ์นั้น ทำให้ตอนนี้ที่ผมเป็นนักศึกษามหาลัยปี 1 คุณพ่อกับคุณแม่จะเป็นคนที่หารายได้หลักครับ ส่วนตัวผมเองเริ่มทำงานในสายทางสื่อออนไลน์ ( ขอไม่เปิดเผยว่าคืองานอะไรนะครับ ) มาตั้งแต่ตอนช่วง ม.4 แล้วครับ ( ปัจจุบันก็ยังทำอยู่นะครับ เพราะชอบมากๆจนทิ้งไม่ได้แล้วล่ะครับ ) ซึ่งก็ได้ค่าขนมจากส่วนนั้นมาในระดับหนึ่ง แต่ช่วงที่ตัวผมนั้นคิดเรื่องของอาชีพอย่างจริงจังคือในช่วงสมัย ม.5 ครับ ทั้งการศึกษาในอาชีพที่ตัวผมสนใจก็คือการเขียน Blog และการสร้างเว็บไซต์ครับ ในตอนช่วงนั้นตัวผมน่าจะเป็นคนเดียวในห้องที่คิดเรื่องอาชีพแบบจริงจังมากๆครับ ในขณะที่เพื่อนๆคนอื่นๆมักจะคุยกันไปในเรื่องของการไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆหรือพวกการไปเที่ยวตามผับซะมากกว่า ( ส่วนตัวไม่เคยสูบบุหรี่,ดื่มเหล้าหรือเข้าผับสักครั้งเลยครับ เป็นเด็กติ๋มนั่นแหละ 555 ) จนกระทั่งในช่วงของ ม.6 ตอนนั้นตัวผมนี่นั่งเครียดจนหัวแทบจะระเบิดเพราะเรื่องของอนาคตครับว่าจะไปในเส้นทางแบบไหนดี จะเรียนมหาลัยให้จบตามบรรทัดฐานของไทยดีไหมหรือจะออกไปเดินตามฝันเลยดี แต่สุดท้ายผมก็ได้ตัดสินใจเลือกมหาลัยเพราะอยากให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกสบายใจว่าตอนนี้มีที่เรียนแล้วนะ ถึงอีกใจก็มักจะบอกเสมอก็เถอะว่าอยากออกไปทำงานมากกว่า แต่เพราะตั้งแต่เด็กเวลาที่มีการตัดสินใจในเรื่องอะไรบางย่างเรื่องนั้นก็มักจะเป็นคุณแม่ที่เป็นคนทำซะมากกว่า ผมเลยเป็นคนที่ไม่กล้าตัดสินใจซะเท่าไรเพราะกลัวว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกไปนั้นมันอาจจะส่งผลเสียก็ได้ ก็เลยทำให้เลือกเรียนมหาลัยตามคำพูดของทางครอบครัวครับ
*--- เหตุการณ์ปัจจุบัน ---*
ตอนนี้ผมเป็นนักศึกษาปี 1 ที่เรียนอยู่ในช่วง Summer ของทางมหาลัยครับ ซึ่งจากที่ได้เรียนมาประมาณ 4 อาทิตย์ก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไรเลยล่ะครับ แต่พอได้มาอาศัยอยู่คนเดียวที่หอนั้นมันก็ทำให้เราได้คิดกับตัวเองว่าตัวเรานั้นเรียนมหาลัยไปเพื่ออะไรกันแน่ เพื่อที่เรียนจบไปแล้วจะได้ไปสมัครงานกับบริษัทชั้นนำ? เพื่อเอาความรู้? เพื่อเอาประสบการณ์? จนทำให้ผมคิดคำตอบอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ว่าเป้าหมายของชีวิตเราที่อยากทำให้ได้ในมันก็คือการที่เราประสบความสำเร็จในงานที่เราชอบและสามารถหาเลี้ยงตัวเองและคนที่เรารักได้ และในเรื่องของมหาลัยนั้นเนื่องจากว่าเราอยู่ใน " ประเทศไทย " จึงทำให้ใบปริญญาและการรู้จักกับผู้คนในสังคมนั้นยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเข้าทำงาน และอีกอย่างมหาลัยอาจจะเป็นที่ที่คนบางคนเอาไว้ตามหาความฝันของตัวเอง แต่กลับกันถ้าเรามีทั้ง 2 อย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ เรามีแผนไว้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้มีเป้าหมายที่จะไปทำงานกับใครแต่เรามีเป้าหมายที่จะทำงานกับตัวเองล่ะ ถ้าเรามีความฝันอยู่แล้วและกำลังเต็มที่กับมันอยู่ล่ะ ใบปริญญาอันนั้นมันยังจำเป็นอยู่รึเปล่า เพราะแบบนี้มันเลยเกิดความย้อนแย้งในใจของตัวผมเอง เพราะถึงผมจะพูดไปแบบนั้นแต่สุดท้ายตัวผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าภายในอนาคตข้างหน้านั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ถ้าผมทำสิ่งที่ผมชอบไม่สำเร็จล่ะมันจะเป็นยังไง แต่ถ้าผมจบมาแล้วต้องไปทำงานที่ตัวเองไม่ได้รักแต่ก็ต้องฉีกยิ้มทำมันต่อไปเรื่อยๆล่ะ ถ้าเป็นตัวผมในสมัย ม. 4 คิดว่าก็คงจะเลือกที่จะออกไปเป็นอิสระนั่นแหละครับ แต่พอยิ่งโตมากขึ้นผมก็ได้รู้จักโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น รู้จักกับความผิดหวังจากการที่พยายามอย่างหนักแต่สิ่งที่หวังไว้ก็ไม่สำเร็จ รู้จักกับความท้อแท้ที่พยายามทำบางอย่างสม่ำเสมอแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว รู้จักว่าการพยายามมันไม่ใช่เครื่องหมายการันตีความสำเร็จรึ แต่เอาจริงๆถึงจะเจอเรื่องพวกนี้มามากมายแต่สุดท้ายผมก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ผมชอบต่อไป เพราะมันคือตัวตนของผม มันคือสิ่งที่ผมรักและทุ่มเทพยายามมาโดยตลอดและถึงแม้ในตอนนี้ผมจะยังทำมันไม่สำเร็จแต่ผมก็จะทำมันต่อไปเพราะผมไม่อยากที่จะยอมแพ้ อาจจะฟังดูโลกสวยไปหน่อยแต่นี่ก็คือตัวผมครับ ผมไม่สามารถปฏิเสธความคิดของตัวเองในส่วนนี้ได้ครับ แต่ผมก็ไม่สามารถปฏิเสธความคิดของอีกเส้นทางหนึ่งอย่างเต็มปากได้เช่นกัน ในความคิดคือถ้าจบมาแล้วอยากไปทำงานด้านสื่อออนไลน์ตามที่ตัวเองถนัดซึ่งงานนี้จะใช้ความคิดสร้างสรรค์และการลงมืออย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนงานเขียนเว็บไซต์ก็จะศึกษาไปด้วยและพอคิดว่าถ้าเราออกจากมหาลัยมาเพื่อเรียนรู้งานแบบเต็มที่ไปเลยอาจจะทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่างที่ดีกว่าการทำแบบกึ่งๆส่วนในเรื่องของความมั่นคงนั้นคงตอบเป็นคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ มันเลยทำให้ตอนนี้ผมเห็นเส้นทางสองเส้นที่มีหมอกหนาอยู่ที่ปลายทางทั้งสองเส้นครับ ผมไม่รู้ว่าผมควรจะเลือกเดินไปทางไหนและถ้าผมเดินไปมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตัวผมจะยังเป็นตัวผมคนเดิมที่มีความฝันและสนุกกับงานที่ตัวเองทำได้อยู่รึเปล่า ถึงแม้ในใจจะบอกให้ออกไปทำในสิ่งที่ผมชอบซะ แต่โลกแห่งความเป็นจริงนี้จะยอมให้ผมทำแบบนั้นรึเปล่านะ นี่คือข้อความทั้งหมดที่ผมเรียบเรียงออกมาครับ อาจจะยาวไปซักหน่อยแต่ถ้าใครอ่านมาจนจบก็ขอบคุณมากๆเลยนะครับที่เข้ามาอ่านเรื่องเล่าของผม ยังไงถ้าเพื่อนๆชาว pantip มีความคิดเห็นหรืออยากแนะนำอะไรก็สามารถพิมพ์ไว้ได้เลยนะครับ ( ^ v ^ )
( เสริมท้ายอีกหน่อย ผมชอบการเขียนนิยายมากเลยนะครับ ถึงตอนนี้จะเอาแต่อ่านอย่างเดียวก็เถอะนะแหะๆ )
กำลังตัดสินใจว่าจะเลิกเรียนมหาลัยแล้วไปทำงานดีไหม?
*--- เรื่องตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนถึงปัจจุบัน ---*
ผมเกิดในครอบครัวที่มีตัวผม พี่สาว และพ่อกับแม่ครับ คุณพ่อและคุณแม่ของผมนั้นทำงานราชการทั้ง 2 ท่านเลยครับ ทำให้ครอบครัวของผมมีสถานะทางครอบครัวที่อยู่ในระดับปานกลาง ( แต่ก็มีหนี้สะสมที่เยอะมากๆเหมือนกันครับ ) ส่วนพี่สาวของผมนั้นเรียนโรงเรียนประจำตั้งแต่ตอนที่ผมยังไม่เกิด ทำให้ผมกลายเป็นลูกคนเดียวที่อยู่ที่บ้านในตอนนั้นครับ คุณพ่อของผมท่านเป็นคนที่ดื่มของมึนเมาบ่อยมากๆครับเรียกได้ว่าถ้าไม่อยู่ที่บ้านก็คิดว่าน่าจะดื่มแทนน้ำไปแล้วล่ะครับแหะๆ ทำให้เวลาคุณพ่อกลับมาบ้านในสภาพที่เมาเละเทะ ผมก็มักจะเห็นคุณแม่ทะเลาะกับคุณพ่อเสมอเลยครับ ซึ่งเรื่องแบบนี้ผมเห็นมาตั้งแต่ตอนช่วงอนุบาล 1 แล้วล่ะครับ ทำให้นั่นกลายเป็นอีก 1 เรื่องที่จำฝั่งใจมาจนถึงปัจจุบันเลยล่ะครับ เด็กอนุบาลคนหนึ่งที่ต้องมานั่งรอคุณพ่อกลับมาบ้านตอนตี 2 เพื่อคอยห้ามไม่ให้ทะเลาะกับคุณแม่ ซึ่งเรื่องนี้มันก็หนักมากขึ้นเรื่อยๆจนพอปัจจุบันทุกอย่างก็เริ่มเบาลงแล้วล่ะครับ ส่วนในฝั่งของพี่สาวนั้นมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับเรื่องของอารมณ์ทำให้ในตอนนี้หลังจากที่เรียนจบมาพี่เขาก็ยังไม่สามารถหางานได้เนื่องจากโรคทางอารมณ์นั้น ทำให้ตอนนี้ที่ผมเป็นนักศึกษามหาลัยปี 1 คุณพ่อกับคุณแม่จะเป็นคนที่หารายได้หลักครับ ส่วนตัวผมเองเริ่มทำงานในสายทางสื่อออนไลน์ ( ขอไม่เปิดเผยว่าคืองานอะไรนะครับ ) มาตั้งแต่ตอนช่วง ม.4 แล้วครับ ( ปัจจุบันก็ยังทำอยู่นะครับ เพราะชอบมากๆจนทิ้งไม่ได้แล้วล่ะครับ ) ซึ่งก็ได้ค่าขนมจากส่วนนั้นมาในระดับหนึ่ง แต่ช่วงที่ตัวผมนั้นคิดเรื่องของอาชีพอย่างจริงจังคือในช่วงสมัย ม.5 ครับ ทั้งการศึกษาในอาชีพที่ตัวผมสนใจก็คือการเขียน Blog และการสร้างเว็บไซต์ครับ ในตอนช่วงนั้นตัวผมน่าจะเป็นคนเดียวในห้องที่คิดเรื่องอาชีพแบบจริงจังมากๆครับ ในขณะที่เพื่อนๆคนอื่นๆมักจะคุยกันไปในเรื่องของการไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆหรือพวกการไปเที่ยวตามผับซะมากกว่า ( ส่วนตัวไม่เคยสูบบุหรี่,ดื่มเหล้าหรือเข้าผับสักครั้งเลยครับ เป็นเด็กติ๋มนั่นแหละ 555 ) จนกระทั่งในช่วงของ ม.6 ตอนนั้นตัวผมนี่นั่งเครียดจนหัวแทบจะระเบิดเพราะเรื่องของอนาคตครับว่าจะไปในเส้นทางแบบไหนดี จะเรียนมหาลัยให้จบตามบรรทัดฐานของไทยดีไหมหรือจะออกไปเดินตามฝันเลยดี แต่สุดท้ายผมก็ได้ตัดสินใจเลือกมหาลัยเพราะอยากให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกสบายใจว่าตอนนี้มีที่เรียนแล้วนะ ถึงอีกใจก็มักจะบอกเสมอก็เถอะว่าอยากออกไปทำงานมากกว่า แต่เพราะตั้งแต่เด็กเวลาที่มีการตัดสินใจในเรื่องอะไรบางย่างเรื่องนั้นก็มักจะเป็นคุณแม่ที่เป็นคนทำซะมากกว่า ผมเลยเป็นคนที่ไม่กล้าตัดสินใจซะเท่าไรเพราะกลัวว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกไปนั้นมันอาจจะส่งผลเสียก็ได้ ก็เลยทำให้เลือกเรียนมหาลัยตามคำพูดของทางครอบครัวครับ
*--- เหตุการณ์ปัจจุบัน ---*
ตอนนี้ผมเป็นนักศึกษาปี 1 ที่เรียนอยู่ในช่วง Summer ของทางมหาลัยครับ ซึ่งจากที่ได้เรียนมาประมาณ 4 อาทิตย์ก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไรเลยล่ะครับ แต่พอได้มาอาศัยอยู่คนเดียวที่หอนั้นมันก็ทำให้เราได้คิดกับตัวเองว่าตัวเรานั้นเรียนมหาลัยไปเพื่ออะไรกันแน่ เพื่อที่เรียนจบไปแล้วจะได้ไปสมัครงานกับบริษัทชั้นนำ? เพื่อเอาความรู้? เพื่อเอาประสบการณ์? จนทำให้ผมคิดคำตอบอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ว่าเป้าหมายของชีวิตเราที่อยากทำให้ได้ในมันก็คือการที่เราประสบความสำเร็จในงานที่เราชอบและสามารถหาเลี้ยงตัวเองและคนที่เรารักได้ และในเรื่องของมหาลัยนั้นเนื่องจากว่าเราอยู่ใน " ประเทศไทย " จึงทำให้ใบปริญญาและการรู้จักกับผู้คนในสังคมนั้นยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเข้าทำงาน และอีกอย่างมหาลัยอาจจะเป็นที่ที่คนบางคนเอาไว้ตามหาความฝันของตัวเอง แต่กลับกันถ้าเรามีทั้ง 2 อย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ เรามีแผนไว้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้มีเป้าหมายที่จะไปทำงานกับใครแต่เรามีเป้าหมายที่จะทำงานกับตัวเองล่ะ ถ้าเรามีความฝันอยู่แล้วและกำลังเต็มที่กับมันอยู่ล่ะ ใบปริญญาอันนั้นมันยังจำเป็นอยู่รึเปล่า เพราะแบบนี้มันเลยเกิดความย้อนแย้งในใจของตัวผมเอง เพราะถึงผมจะพูดไปแบบนั้นแต่สุดท้ายตัวผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าภายในอนาคตข้างหน้านั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ถ้าผมทำสิ่งที่ผมชอบไม่สำเร็จล่ะมันจะเป็นยังไง แต่ถ้าผมจบมาแล้วต้องไปทำงานที่ตัวเองไม่ได้รักแต่ก็ต้องฉีกยิ้มทำมันต่อไปเรื่อยๆล่ะ ถ้าเป็นตัวผมในสมัย ม. 4 คิดว่าก็คงจะเลือกที่จะออกไปเป็นอิสระนั่นแหละครับ แต่พอยิ่งโตมากขึ้นผมก็ได้รู้จักโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น รู้จักกับความผิดหวังจากการที่พยายามอย่างหนักแต่สิ่งที่หวังไว้ก็ไม่สำเร็จ รู้จักกับความท้อแท้ที่พยายามทำบางอย่างสม่ำเสมอแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว รู้จักว่าการพยายามมันไม่ใช่เครื่องหมายการันตีความสำเร็จรึ แต่เอาจริงๆถึงจะเจอเรื่องพวกนี้มามากมายแต่สุดท้ายผมก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ผมชอบต่อไป เพราะมันคือตัวตนของผม มันคือสิ่งที่ผมรักและทุ่มเทพยายามมาโดยตลอดและถึงแม้ในตอนนี้ผมจะยังทำมันไม่สำเร็จแต่ผมก็จะทำมันต่อไปเพราะผมไม่อยากที่จะยอมแพ้ อาจจะฟังดูโลกสวยไปหน่อยแต่นี่ก็คือตัวผมครับ ผมไม่สามารถปฏิเสธความคิดของตัวเองในส่วนนี้ได้ครับ แต่ผมก็ไม่สามารถปฏิเสธความคิดของอีกเส้นทางหนึ่งอย่างเต็มปากได้เช่นกัน ในความคิดคือถ้าจบมาแล้วอยากไปทำงานด้านสื่อออนไลน์ตามที่ตัวเองถนัดซึ่งงานนี้จะใช้ความคิดสร้างสรรค์และการลงมืออย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนงานเขียนเว็บไซต์ก็จะศึกษาไปด้วยและพอคิดว่าถ้าเราออกจากมหาลัยมาเพื่อเรียนรู้งานแบบเต็มที่ไปเลยอาจจะทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่างที่ดีกว่าการทำแบบกึ่งๆส่วนในเรื่องของความมั่นคงนั้นคงตอบเป็นคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ มันเลยทำให้ตอนนี้ผมเห็นเส้นทางสองเส้นที่มีหมอกหนาอยู่ที่ปลายทางทั้งสองเส้นครับ ผมไม่รู้ว่าผมควรจะเลือกเดินไปทางไหนและถ้าผมเดินไปมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตัวผมจะยังเป็นตัวผมคนเดิมที่มีความฝันและสนุกกับงานที่ตัวเองทำได้อยู่รึเปล่า ถึงแม้ในใจจะบอกให้ออกไปทำในสิ่งที่ผมชอบซะ แต่โลกแห่งความเป็นจริงนี้จะยอมให้ผมทำแบบนั้นรึเปล่านะ นี่คือข้อความทั้งหมดที่ผมเรียบเรียงออกมาครับ อาจจะยาวไปซักหน่อยแต่ถ้าใครอ่านมาจนจบก็ขอบคุณมากๆเลยนะครับที่เข้ามาอ่านเรื่องเล่าของผม ยังไงถ้าเพื่อนๆชาว pantip มีความคิดเห็นหรืออยากแนะนำอะไรก็สามารถพิมพ์ไว้ได้เลยนะครับ ( ^ v ^ )
( เสริมท้ายอีกหน่อย ผมชอบการเขียนนิยายมากเลยนะครับ ถึงตอนนี้จะเอาแต่อ่านอย่างเดียวก็เถอะนะแหะๆ )