ประสบการณ์การจริงเองที่เราอยากเล่าให้ฟัง อาจจะยาวนิดหน่อยเพราะมันนานมาแล้ว
ตอนนี้อยากบอกว่าขอบคุณตัวเองที่ทนมาจนถึงทุกวันนี้ได้แม้ว่าจะมีผลกระทบมาบ้างแต่ก็ยังดีที่รอดมาได้จากปากคน
เมื่อตอนประถมเวลาตอนนั้นก็อาจจะประมาณ 20 กว่าปี สำหรับใครที่มาผ่านมาอ่านอันนี้ก็ยอมรับแหละ ว่าแก่แล้ว (แต่ยังมีไฟและแรงทำงานนะ)
เราเป็นแค่เด็กเรียนทั่วๆไปไม่เก่งและก็ไม่ดีอะไรมาก แต่เห็นยังงี้ได้ทุนทุกปีนะเว้ยยย ทุนเด็กประพฤติกรรมดี ทุนยากจน ทุนห่าอะไรก็ช่าง เอาเป็นว่าเป็น
ลูกรักครูคนหนึ่งมัง ช่วยงานเก่ง จริงๆขีเกียจเรียน 555 ทำให้ได้นั้นนี้ตลอด แม่เรานี้สบายไปจร้า ประหยัดค่าเทอมค่าชุดอีก
แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น สมัยนั้นมันจะมีหัวหน้าห้องหรือไม่ก็คนที่มีอำนาจที่สุดในห้องเว้ย คนที่ทำอะไรก็ได้ เพื่อนทุกคนก็จะทำตามหมด
เรียกว่าชี้นกเป็นควายยังได้เลย เราเรียนและเลือกที่จะไม่ทำตัวเด่นอะไร เรียกว่าทำตัวตามเพื่อนๆไป ไม่กล้าที่จะโต้แย้งอะไรเขาว่าอะไรก็ว่าตามนั้น เพราะเห็นเพื่อนบ้างคน ไม่เชื่อฟัง ที่หัวหน้า เราจะแทนว่าคนนี้ ชื่อ ฟ นะจริงๆก็แล้วแต่เลยใครจะเดาว่าชื่อจริงคือไรก็เอา เพื่อนเราคนที่ไม่เชื่อฟัง ฟ อ่ะ ชื่อ ฝ สุดทัายมีเรื่องเว้ย เพราะ ฝ ไม่ฟังทำตัวแปลกแยก เลยโดน ตบ (อันนี้ไม่ดีนะจ๊ะหนูๆที่เข้ามาอ่าน แต่ตอนนั้นคือ เราแค่ปอหกเองยังแยกแยะอะไรไม่ได้ขออภัยนะ) เพื่อนที่ ฝ โดนตบ หลังตึกเรียน ตรงแปลงเกษร จนเลือดออก เราอยู่ในเหตุการณ์ ด้วยต้องเข้ามาห้าม จากนั้น ฟ ก็แค่ยกนิ้ว โป้ง ใช้นิ้วโป้ง เองยกมือขึ้นโป้งนะ (งงใหมคำว่า่โป้งในถิ่นบ้านเราก็คือยกมาคล้ายๆเยี่ยมจริงๆแต่มันแค่ถ้าท่าทางนะ ความจริงของมันคือหมายความว่าไม่เล่นด้วย) จากนั้น เป็นเวลา หลายเดือนเลย ที่เพื่อนๆในห้อง รวมทั้งเราด้วยถูกบังคับไม่ให้คุยหรือ เล่นกับ ฝ เพราะถ้าใครเล่นด้วยก็จะโดนแกล้ง ไปด้วย เช่น ยกเก้าอี้ทิ้ง หนังสือไปซ้อน ไม่กินข้าวด้วย ตอนแรกเราก็ยังไม่เข้าใจหรอกว่า ฝ รู้สึกยังไง เราเองอย่างที่บอกว่า เป็นเด็กครูรัก หรือ เรียกง่ายๆว่าขี้ข้า ครูแหละ ใช้เก่ง ใช้ดี ใช้จัง ตั้งแต่ กวาดพื้น ล้างห้องน้ำ ซื้อของ นวดขา ยันถอนงอก ใครเด็กทุนจะรู้ดี ว่าอื้ม ทำอะไรก็ไม่ได้หรอก เขาพักกัน ก็นูนอยู่ห้องพักครู เราเลยไม่ค่อยได้ เล่นหรือคุยกันกับเพื่อนๆ สักเท่าไหร่รวมทั้ง ฝ ด้วย แต่ก็เห็น ฝ ไปไหนคนเดียว กืนข้าวคนเดียว อ่านหนังสือคนเดียว (สมัยเรามือถือยังไม่มีนะ คิดดูล่ะกันว่ากี่ปี) แล้ววันหนึ่งเราก็เข้าใจฝน มากขึ้นเพราะความ ซวยมันเกิดขึ้นกับเราทั้งที่เราไม่ได้เข้าไปแส่เลยสักนิด
วันนั้น ฟ ขอกลับบ้านกับเราด้วย บ้าน ฟ อยู่ใกล้โรงเรียนนะ เราปั้นจักรยานมาโรงเรียน บ้านใกลจร้า ตอนเย็น เพื่อนๆปั้นจักรยานกลับบ้านแข่งกัน ฟ บอกเรา ไปไวๆดิ เราบอกว่าขี้เกียจปั้น ตอนนั้นเป็นคนพูดเพราะ นะ เพราะ ฟ ไม่ชอบ ให้ใคร กรู

ใส่ เอาเหอะใสๆวัยรุ่นชอบ จากนั้นก็เอาก็เอาฟ่ะ เราก็ปั้นแหละ ปั้นแข่งอะน่ะ จากนั้น ฟ ก็หันไปด่าเพื่อนอีคน และก็เร่งเราปั้น ไวๆดิ นี้ก็เหยียบสุดแรงปั้น จากนั้นความซวยก็มาเยือนเมื่อ ฟ ตกรถจักรยาน จากเบาะคนนั่งซ้อน ตอนนั้นนึกในใจแล้วว ตรูซวยแล้วววว ใช่แหร่ง เฮ้ย!!!ตรูซวยจริง ฟ ลุกขึ้นมา แล้วก็บอกว่า เราโป้งนะ แล้วเพื่อนๆที่เล่นด้วยกัน คือปั้นแข่งกัน อ่ะ ห้องเดียวกัน ก็ยกมือขึ้นโป้งพร้อมกันใส่เรา ใช่พร้อมกันเกือบทั้งห้อง จากนั้นไม่ต้องบอกใช่ใหม ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้ง ซ้อนหนังสือ เขียนกระเป๋า ทิ้งดินสอ โยนโต๊ะทิ้ง โดนหล่อชื่อแม่ (สมัยนั้นการล่อชื่อพ่อแม่เป็นอะไรที่แย่ที่สุด ซึ่งหลังจากล่อเสร้จก็จบลงที่การตีกัน ขอโทษจริงๆนะที่เป็นคนแบบนี้ตอนนั้น) ถูกว่าเป็นเด็กขาดความอบอุ่น พ่อทิ้ง ดูถูกสารพัดว่าบ้านยากจน เป็นเด็กทุน เด็กเส้น เราโดนแบบนี้มาสองเดือนกว่าๆ อยู่แบบโ ค ต ร เศร้า โ ค ต ร ทรมาน จนวันหนึ่งเราทนไม่ไหวเราก็เลยบอกว่า ฟ เราทำผิดมากเลยหรอ ที่เธอตกรถก็เพราะเธอทำตัวเองนะ ทำไมต้องทำเราขนาดนี้ ฟ บอกว่าจะให้หายโกรธก็ได้นะ จริงๆก็หายนานแหละ แค่จะแกล้ง เฉยๆ ถ้าอยากให้หาย อยากให้เพื่อนทุกคนในห้องคุยด้วย ต้องเป็นเบ้ ใช่เบ้ จริงๆทำทุกอย่าง จากนั้นคำว่าของเพื่อนๆก็ค่อยๆลดลง จนหายไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิด ขึ้น !!! กว่าจะผ่านป.6มาได้ก็นอนร้องไห้มาหลายคืน เด้อ และถึงแม้ว่าจะผ่านมาหลายปี แล้ว แต่เราก็ยังยากจะบอกกับเธอนะ ฟ ว่าขอบคุณที่ทำให้เรารู้จักกับคำว่าเพื่อนที่แสนจะจอมปลอม และ เราก็ไม่รู้สึกว่าเธอเป็นเพื่อนเราสักนิด แม้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นเพื่อนเราในเฟสบุคก็ตาม
รอเรื่องตอนมัธยมเรานะ เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ยิ่งใหญ่เหมือนกัน เราก็แทบไม่ต่างจาก พะแพงในเรื่อง "ทุกความเห็นมี(ฆ่า)" แต่แค่เรารอดมาได้แค่นั้นเอง
ทุกคนความเห็นมี(ฆ่า)จริง ต้องเข็มแข็งนะ
ตอนนี้อยากบอกว่าขอบคุณตัวเองที่ทนมาจนถึงทุกวันนี้ได้แม้ว่าจะมีผลกระทบมาบ้างแต่ก็ยังดีที่รอดมาได้จากปากคน
เมื่อตอนประถมเวลาตอนนั้นก็อาจจะประมาณ 20 กว่าปี สำหรับใครที่มาผ่านมาอ่านอันนี้ก็ยอมรับแหละ ว่าแก่แล้ว (แต่ยังมีไฟและแรงทำงานนะ)
เราเป็นแค่เด็กเรียนทั่วๆไปไม่เก่งและก็ไม่ดีอะไรมาก แต่เห็นยังงี้ได้ทุนทุกปีนะเว้ยยย ทุนเด็กประพฤติกรรมดี ทุนยากจน ทุนห่าอะไรก็ช่าง เอาเป็นว่าเป็น
ลูกรักครูคนหนึ่งมัง ช่วยงานเก่ง จริงๆขีเกียจเรียน 555 ทำให้ได้นั้นนี้ตลอด แม่เรานี้สบายไปจร้า ประหยัดค่าเทอมค่าชุดอีก
แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น สมัยนั้นมันจะมีหัวหน้าห้องหรือไม่ก็คนที่มีอำนาจที่สุดในห้องเว้ย คนที่ทำอะไรก็ได้ เพื่อนทุกคนก็จะทำตามหมด
เรียกว่าชี้นกเป็นควายยังได้เลย เราเรียนและเลือกที่จะไม่ทำตัวเด่นอะไร เรียกว่าทำตัวตามเพื่อนๆไป ไม่กล้าที่จะโต้แย้งอะไรเขาว่าอะไรก็ว่าตามนั้น เพราะเห็นเพื่อนบ้างคน ไม่เชื่อฟัง ที่หัวหน้า เราจะแทนว่าคนนี้ ชื่อ ฟ นะจริงๆก็แล้วแต่เลยใครจะเดาว่าชื่อจริงคือไรก็เอา เพื่อนเราคนที่ไม่เชื่อฟัง ฟ อ่ะ ชื่อ ฝ สุดทัายมีเรื่องเว้ย เพราะ ฝ ไม่ฟังทำตัวแปลกแยก เลยโดน ตบ (อันนี้ไม่ดีนะจ๊ะหนูๆที่เข้ามาอ่าน แต่ตอนนั้นคือ เราแค่ปอหกเองยังแยกแยะอะไรไม่ได้ขออภัยนะ) เพื่อนที่ ฝ โดนตบ หลังตึกเรียน ตรงแปลงเกษร จนเลือดออก เราอยู่ในเหตุการณ์ ด้วยต้องเข้ามาห้าม จากนั้น ฟ ก็แค่ยกนิ้ว โป้ง ใช้นิ้วโป้ง เองยกมือขึ้นโป้งนะ (งงใหมคำว่า่โป้งในถิ่นบ้านเราก็คือยกมาคล้ายๆเยี่ยมจริงๆแต่มันแค่ถ้าท่าทางนะ ความจริงของมันคือหมายความว่าไม่เล่นด้วย) จากนั้น เป็นเวลา หลายเดือนเลย ที่เพื่อนๆในห้อง รวมทั้งเราด้วยถูกบังคับไม่ให้คุยหรือ เล่นกับ ฝ เพราะถ้าใครเล่นด้วยก็จะโดนแกล้ง ไปด้วย เช่น ยกเก้าอี้ทิ้ง หนังสือไปซ้อน ไม่กินข้าวด้วย ตอนแรกเราก็ยังไม่เข้าใจหรอกว่า ฝ รู้สึกยังไง เราเองอย่างที่บอกว่า เป็นเด็กครูรัก หรือ เรียกง่ายๆว่าขี้ข้า ครูแหละ ใช้เก่ง ใช้ดี ใช้จัง ตั้งแต่ กวาดพื้น ล้างห้องน้ำ ซื้อของ นวดขา ยันถอนงอก ใครเด็กทุนจะรู้ดี ว่าอื้ม ทำอะไรก็ไม่ได้หรอก เขาพักกัน ก็นูนอยู่ห้องพักครู เราเลยไม่ค่อยได้ เล่นหรือคุยกันกับเพื่อนๆ สักเท่าไหร่รวมทั้ง ฝ ด้วย แต่ก็เห็น ฝ ไปไหนคนเดียว กืนข้าวคนเดียว อ่านหนังสือคนเดียว (สมัยเรามือถือยังไม่มีนะ คิดดูล่ะกันว่ากี่ปี) แล้ววันหนึ่งเราก็เข้าใจฝน มากขึ้นเพราะความ ซวยมันเกิดขึ้นกับเราทั้งที่เราไม่ได้เข้าไปแส่เลยสักนิด
วันนั้น ฟ ขอกลับบ้านกับเราด้วย บ้าน ฟ อยู่ใกล้โรงเรียนนะ เราปั้นจักรยานมาโรงเรียน บ้านใกลจร้า ตอนเย็น เพื่อนๆปั้นจักรยานกลับบ้านแข่งกัน ฟ บอกเรา ไปไวๆดิ เราบอกว่าขี้เกียจปั้น ตอนนั้นเป็นคนพูดเพราะ นะ เพราะ ฟ ไม่ชอบ ให้ใคร กรู
รอเรื่องตอนมัธยมเรานะ เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ยิ่งใหญ่เหมือนกัน เราก็แทบไม่ต่างจาก พะแพงในเรื่อง "ทุกความเห็นมี(ฆ่า)" แต่แค่เรารอดมาได้แค่นั้นเอง