เชลซี ทีมระดับโลก”บนกองซากของยอดโค้ช” 🏆🏆

ต้องยอมรับว่า หลังจาก เชลซีคว้าแชมปฺ UCL มาครองได้เป็นสมัยที่ 2 ความรู้สึกตื่นเต้นตอนวินาที ที่ทีมได้แชมป์หูใหญ่ใบนี้
กลับไม่ตื่นเต้นเท่าตอนเราได้ ครั้งแรกจริงๆ ครับ ตอนได้ครั้งแรก มันมีทั้ง ดราม่า เรื่องราว ตำนาน มีกรณีที่ทำให้ถูกพูดถึงมากมาย
แต่เอาหล่ะ วันนี้ ที่มาตั้งกระทู้  คงไม่ได้มาสาทะยายถึง ความรู้สึกหลังทีมได้แชมป์ 

แต่จะมาพูดถึงความแตกต่าง ที่ทำให้ สิงโตน้ำเงินคราม ทีมนี้ แตกต่างไปจากทีมอื่นๆ ของโลกอย่างเห็นได้ชัด ใช่ครับ ผมกำลังจะพูดถึง 
คำดูถูก ที่ทีมอื่นใช้เรียกทีมเรา จากที่เมื่อก่อนปวดแสบปวดร้อน จนมาถึงตอนนี้ กลายเป็นคำที่ฟังเมื่อไหร่ ฟังไปก็ยิ้มไป 
คำนั้นคือคำที่หลายๆคนมักเคยได้ยิน "เชลซี ทีมไล่โค้ช"
"เชลซี ทีมไล่โค้ช" ฉายานี้ไม่ได้มาเพราะหยิบฉลากหรืออย่างไร แต่หากได้มาจาก วัฒนธรรมของทีมเรา ที่ต้องยอมรับว่า 
"เชลซี เป็นทีมที่ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ จากทีมยักใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ ไปสู่ทีมยักใหญ่ของโลก" เราไม่อาจปฏิเสธว่า 
สิ่งสำคัญสูงสุดที่ทีมเราเฝ้าถวิลหา คือการที่เรา ยิ่งใหญ่ เทียบเท่า "เจ้าบุญทุ่ม" และ "ราชันย์ชุดขาว" 2 สโมสร ที่นักเตะส่วนใหญ่ของโลก 
ใฝ่ฝันที่จะไปเล่นให้กับสโมสร ทั้ง 2 นี้สักครั้ง 
แต่นั่นแหละครับ ระยะทางพิสูจน์ม้า การเวลาพิสูจคน สิ่งที่จะทำให้ ทีมฟุตบอลจากเมืองลอนดอน ทีมนี้ ยิ่งใหญ่ 
เทียบเท่าได้กับ 2 มหาอำนาจจากลูกหนังเมืองสเปน คงหนีไม่พ้น การไขว่คว้า ทุกถ้วยทุกรายการ และเป็นการที่ผลงานสม่ำเสมอ 
สร้างประวัติศาสคร์ มีถ้วย มีนักเตะ ระดับโลก แวะเวียนเข้ามาบันทึกในประวัติศาสตร์สโมสรไม่ขาดสาย สะสมกันอย่างน้อย 50 ปีเป็นอย่างต่ำ 
เพื่อสั่งสมบารมี เพื่อให้คู่ควรกับ คำว่า "สโมสรที่นักเตะส่วนใหญ่ใฝ่ฝันจะเล่นสักครั้งในชีวิต" เพราะผมเชื่อว่า ทุกวันนี้ โลกฟุตบอล 
เป็นโลกที่เปิดกว้างมากขึ้น แฟนบอลได้มีโอกาสเห็น หรือได้มีโอกาสเลือกทีมที่อยากเชียร์มากขึ้น อย่างน้อยการที่ สิงโตแห่งกรุงลอนดอน 
แสดงให้เห้นถึงความมุ่งมั่น ที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น เราดึงดูดโค้ช นักเตะระดับโลก วันเดอร์คิด ต่างๆ มากมายมาสู่ทีม 
ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ทำให้หลายคน หรือเด็กเจเนอเรชั่นใหม่ หันมา เชียร์เรามากยิ่งขึ้น

แต่ทั้งหมดทั้งมวล ผมปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าทุกความพยายาม ทุกอย่างที่เชลซีสรรค์สร้าง ล้วนอยู่ภายใต้แรงผลักดันของ...
เจ้าของทีมที่ 
"กระหายจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับอดีตทีมกลางตารางทีมนี้ สามารถสร้างประวัติศาสตร์ต่างๆ นาๆ เพื่อก้าวไปทัดเทียมกับ 
มหาอำนาจแดนกระทิงดุ" 
"เจ้าของทีมที่บูชายันโค้ชที่สร้างประวัติศาสตร์ให้สโมสรเป็นว่าเล่น"
"เจ้าของทีมที่พร้อมจะซื้อใครก็ตามที่เขาคิดว่า "เขาชอบ" โดยไม่สนใจความเห็นโค้ชว่าต้องการหรือไม่"
"เจ้าของทีม ที่รู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่ทีมเกิดทำผลงานไม่ชอบใจ และเมื่อนั้นจะต้องมีแพะรับบาประบายสิ่งที่เกิดขึ้น"
"เจ้าของทีมที่เหมือนจะโหดแตะเมื่อคุณสามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้ เราก็พร้อมจะให้รางวัลเดี๋ยวนั้นเลย"
เป็นต้น 
ใช่แล้วครับผมกำลังจะพูดถึง 
เสี่ยหมี "โรมัน อับบราโมวิช"
นี่ถือเป็นบุคคล ที่อยู่เบื่องหลังความสำเร็จไม่กี่คนของโลก ที่ยอมใช้เม็ดเงินของตัวเอง เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ของโลกสักครั้ง 
"ผมคงไม่พูดเกินเลยไป"
เพราะตั้งแต่ที่เสี่ยหมี เทคโอเวอร์เชลซีจนถึงตอนนี้ เรียกได้ว่า เสียถือคติที่ แฟนเชลซีฟังแล้ว ก็ไม่กล้าว่าแกเลยนั่นคือ 
"เราเลือกคุณมาสร้างแชมป์ แต่หากเมื่อไหร่คุณไม่สามารถ คุณก็พร้อมกระเด็นได้ทุกเมื่อ"
คตินี้เอง ที่เป็นที่มาของ "เชลซี ทีมไล่โค้ช"
แต่ต้องยอมรับเลยว่า จนถึงตอนนี้ ผมไม่เคยคิดสงสัยเลยว่า "เสียหมีรักเชลซีไหม" เพราะไม่ว่าจะเป็น
-เม็ดเงินที่ทุ่มซื้อนักเตะอย่างบ้าคลั่ง 
-การปาดหน้าซื้อนักเตะที่ทีมอื่นกำลังจะได้ตัวไปอยู่แล้วแบบทีมอื่นต้องตะโกน...
-แนวคิดการยกระดับสนามให้ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นที่กำลังดำเนินการอยู่
-โบนัสที่ทุกคนจะได้รับหลังคว้าโทรฟีต่างๆ
-และที่ผมต้องยกนิ้วจริงๆคือ วิทยาศาสร์การกีฬา ของเชลซีดีมาก สังเกตุได้จากการที่ อาซาร์ตอนอยู่เชลซี เรียกได้ว่า เจ็บน้อยมากๆ 
แต่เมื่อดูตอนนี้...
-และคงหนีไม่พ้น การแสดงออกที่สื่อให้แฟนบอลเชลซีและโลกรู้ว่า กระหายถ้วยแชมป์รายการใหญ่ มากแค่ใหน
ตรงนี้เองจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ความแตกต่างกับสโมสรอื่นที่ส่วนใหญ่เลือกให้เวลากับโค้ชในระยะยาว ให้เวลาโค้ชได้สร้าวทีม 
ให้เวลาโค้ชได้ลองผิดลองถูก
แต่กับที่เชลซี มันไม่ใช่ โค้ชทุกคนเปรียบเสมือนมือปืนรับจ้าง หากทำผลงานได้ดี คงเส้นคงวา คุณได้อยู่ต่อ"แต่เมื่อไหร่คุณพลาดท่า 
ทำให้สโมสรไปอยู่จุดตกต่ำ.........ก็ไม่มีความปราณีใดจากเจ้าของทีมชาวรัสเซียคนนี้ ที่จะเก็บไว้ 
กลายเป็นว่า เมื่อดูจากทามไลน์เชลซีเป็นทีมที่ ทุกครั้งที่ถึงจุดตกต่ำ จะสามารถกลับมายิ่งใหญ่ได้ตลอด คว้าถ้วยแชมป์ติดมือ
เกือบจะแปลผันตรงกับจำนวนกุนซือที่ไล่ออกอย่างไง อย่างงั้น

แต่ยังไงก็ปีนี้ "เราเป็นเจ้ายุโรป เราทำได้ครับ"

สุดท้ายนี้ ก็หวังเพียงว่า เสี่ยหมีจะไม่เบื่อเชลซีเร็วเกินไปครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่