สรุปแล้วเอยคนแปลก หรือ เอยยังไม่เจอคนที่รักเอยจริงๆ กันแน่คะ ลองช่วยกันวิเคราะห์นะคะ

กระทู้คำถาม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ต้องการความรักมากเกินไป ขี้หึง ขาดความรัก หรือแค่ชอบเคลียร์เพื่อให้เกิดความมั่นใจ
หรือแค่ต้องการสร้างความมั่นใจในตัวเอง หรือแค่ต้องการความมั่นคงในความรัก 
หรือมีปมอะไรบางอย่างที่ยังฝั่งอยู่ในจิตใต้สำนึก หรือเป็นคนจมอยู่กับอดีต
หรือเป็นคนที่ต้องการให้คนรักให้ความสำคัญกับเราคนเดียว ต้องการเป็นคนสำคัญที่สุด
ของเค้า ต้องการให้เค้าเห็นเราอยู่ในสายตาตลอดวลา
หรือ ????????   นิสัยที่เอยเป็นมันปกติ หรือแปลก ????
 
ครอบครัว  บทที่1
เอย เกิดในย่านฝั่งธน ในซอยย่านชุมชนของชนชั้นกลางไปถึงล่าง
มีพี่น่อง 4 คน พี่สาวคนที่ 2 เสียชีวิตตั้งแต่เกิด เลยเหลือกัน 3 คนพี่น้อง
เอยเป็นลูกคนสุดท้อง บ้านเราฐานะไม่ค่อยดี พอมีพอกิน
  
บ้านเอย แม่ขายของชำ พ่อทำงานบริษัท ภาพจำของชีวิตในวัยเด็กในแต่ละวัน 
ของเอยนะเหรอ เท่าที่จำได้ พ่อเป็นคนดุมาก ไมค่อยพูด เช้ามาพ่อแต่งตัวไป
ทำงาน แม่ก็เปิดร้านขายกาแฟ ขายของชำ ที่บ้านเราไม่ค่อยพูดกัน ทำให้เรา
3 คนพี่น้องไม่สนิทกันเลยตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่า คุยกันได้ไม่กี่คน ก็ทะเลาะกันแล้ว
ไม่เคยพูดจากันดีดีสักเท่าไร ชอบพูดจาตะคอกใส่กัน เป็นกันทุกคนทั้งพ่อ แม่ 
และพี่อีกสองคน ตอนเย็นเวลากินข้าว ครอบคัวเราไม่ค่อยจะเคยพูดจาเล่นหัวกันเลย
ต่างคนต่างนั่งกินข้าวกันไปเงียบๆ เอยไม่เคยมีความทรงจำดีดีในโต๊ะอาหารเลย
ทุกคนนั่งกินข้าวกันไปด้วยความหวาดกลัวว่า วันนี้พ่อจะอารมย์ดีมั้ย ใครในบ้านจะทำ
ให้พ่อโกรธ โมโห และรำคาญมั้ย หรือ พ่อกับแม่จะทะเลาะกันที่โต๊ะกินข้าวมั้ยนะ
พี่คนโตหาเหตุเฝ้าร้านเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งกินข้าวกับเราในบรรยากาศที่น่าอึกอัดนี้
มีวันนึงเอยไปเลยบ้านเพื่อนใกล้ๆ แม่ตะโกนให้กลับมากินข้าว แต่เอยติดพัน เลยยัง
ไม่กลับตามเสียงแม่เรียกทันที อ้อยอิงอยู่พักนึง ก็ไม่อยากมาร่วมโต๊ะกินข้าวนิน่า
แต่สุดท้ายก้ต้องกลับ พอเดินเข้าบ้านได้ยินเสียงเก้าอี้พ่อเลื่อน เพราะพ่อลุกขึ้น 
เอยกลัวมากรู้ว่าพ่อต้องตีแน่ๆ เอยวิ่งหนี้เตลิดร้องไห้เสียดังเข้าไปในสวนท้ายซอย
ทั้งบ้านต้องออกมาตามหากันใหญ่ เหตุการณ์นี้ฝั่งใจมากเพราะเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้
เอยรู้ว่าเอยกลัวพ่อมาก มากจริงๆ วันไหนพ่อารมย์ดี ซึ่งก็นานๆทีพ่อจะสอนการบ้าน
แต่เอยไม่อยากให้พ่อมาสอนเลย เพราะเรากลัวพ่อ เราเลยเกร็งไปหมด และถ้าเรา
ไม่เข้าใจ หรือทำช้า พ่อก็จะด่าเสียงดังและหงุดหงิด พ่อเป็นผู้ชายใทยที่ลงโทษ

ครอบครัว บทที่ 2
แต่ถึงกระนั้นก็น่าแปลก ที่เอย ก็ยังเป็นเด็กร่าเริง ชอบเต้น ชอบร้องเพลงอยู่นะ
เอยมีเพื่อนบ้าน รุ่นเดียวกัน 1 คน เราชอบเล่นกันมากสนุกดี แต่ตอนหลังเค้าย้ายบ้าน
และเราก็ไม่เคยได้เจอกันอีกลย แล้วก็พี่เพื่อนรุ่นพี่อีก 1 คน เป็นลูกสาวคนเดียวของ
พ่อที่เป็นครู แม่ที่เป็นช่างเสริมสวย บ้านเค้าฐานะดีกว่าเรา เวลาเอยไปเล่นบ้านเค้า
เอยขอบมองของเล่นที่พี่เค้ามีในแบบที่ว่า ว๊าวว อยากมีแบบเค้าบ้างจัง แล้วก็มีอีก
ที ที่เอบชอบไปก็คือบ้านยาย บ้านยายอยู่ใกล้กัน บางทียายก็ใจดี บางทียายก็ดุ
เสียดัง เวลาจะโดนพ่อหรือแม่ดี เอยจะชอบวิ่งไปบ้านยายแล้วปิดประดูไม่ให้แม่กับพ่อ
เข้ามาได้
  
พอเรียนได้ถึงป.5 พ่อกับแม่ก็ซื้อบ้านใหม่ อยู่แถวบางมด เราต้องย้ายบ้านครั้งแรกกัน
มาอยู่บ้านใหม่ที่เงียบมากกก และในตอนที่ซื้อบ้านนี้เองเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เอยรู้
ก็แต่ว่าเราเป็นหนี้ไปสะแล้ว แม่เริ่มไปขายของที่ตลาดนัด พ่อหลังกลับจากงานออฟฟิต
ก็ไปขายของตลาดนัด ในช่วงนั้นพ่อไล่พี่ชายออกจากบ้าน เพราะเป็นตุ๊ด เท่าที่จำได้
พี่ชายจะอยู่ๆ ไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านเรา กับบ้านเพื่อน บางครั้งพี่ชายก็ขโมยเงินและ
ขโมยของที่บ้านออกไปด้วย จากการที่พอเราเป็นหนี่ ทุกคนต้องช่วยกัน เช้าพ่อไป
ส่งแม่ที่ตลาดพ่อกลับไปทำงาน เย็นพ่อตามไปช่วยขายของ พี่สาวคนโตเลิกเรียนและ
วันเสาร์อาทิตย์ต้องไปช่วยขายของ ส่วนเอยมีหน้าที่รับผิดชอบตัวเองตั้งแต่ ป5 คือ
ไป รร.เอง (นั่งรถเมล์ 2 ต่อ) ดูแลตัวเองทุกอย่าง ช่วยเหลือตัวเองทุกเรื่องมาตั้งแต่ ป5
ขากลับจากรร. ซื้อกับข้าวมากินกับปู่ หุงข้าว ปู่ย้ายมาอยู่กับเราหลังจากย่าตาย ปู่ก็เป็น
คนไม่ค่อยพูเหมือนกัน เอยเองก็ไม่รู้ว่าปู่เป็นคนแบบไหน กลับถึงบ้าน หน้าที่ของเอย
คือ กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า(ซักเครื่อง) รีดผ้า ส่วนวันสาร์ อาทิตย์และวันหยุดเอย
ก็ต้งออกไปช่วยขายของตลาดนัด เราขายหมด ขายตลาดนัด ขายตามหน้าโรงงาน
ขายตามงานวัด งานเทศกาล เคยไปขายงานเฉลิมร.9 ที่สนามหลวง ปีนั้นคนเยอะมาก
เบียดดันจนร้านเทปคราสเซ็ทของเราพังจนไม่ได้ขายเลย ต้องรอคนหมดแล้วเก็บของกลับบ้าน

ครอบครัว บทที่ 3
ตอนเรียน ป5 หรือ ป6 จำไม่ได้แน่ เอยป่วยมากจนต้องไปนอนห้องพยาบาล ครูติดต่อ
พ่อกับแม่ไม่ได้ ติดต่อมาที่บ้านปู่ก็คงคุยไม่รู้เรื่องมั้ง จนทำให้วันนั้นครูต้องมาส่งเอยที่บ้าน
ถึงบ้านจำได้ว่าเอยนอนซม พอแม่กลับมาจากขายของตลาดนัด แม่เข้ามานั่งดู แล้วแม่ก็พูด
ด้วยเสียงเศร้าๆว่า เอย เอยต้องดูแลตัวเองนะลูก เราจำคำนั้นแม่นมาก ตั้งแต่วันนั้นจนถึง
วันนี้เวลาที่เอยป่วยหรือมีเรื่องไม่สบายใจ หรือ แม้กระทั้งป่วยเข้าโรงพยาบาลเอยไม่เคย
บอกที่บ้านเลย เพราะเอยรู่ว่าเอยต้องดูแลตัวเอง ทุกคนมีภาระ
  
ตั้งแต่อยู่ ป5 จนถึงเรียนจบ ไม่สิตั้งแต่เล็กจนโต ภาพที่พ่อกับแม่ทะเลาะกัน ลงไม้ลงมือ
กัน ตีกันเป็นภาพที่เอยเห็นประจำ แม้แต่ตอนที่ไปขายของที่ตลาด พ่อกับแม่ก็ทะเลาะกัน 
เอยก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าทะเลาอะไรกันนักหนา ครอบครัวเราวนเวียนด้วยภาพของ พ่อ แม่
ทะเลาะกันตีกัน ด่ากัน พ่อไล่แม่ออกจากบ้าน พ่อทำร้ายข้าวของ ทุบตู้เย้น ทุบขวดน้ำอัดลม
ภาพที่พ่อตี พ่อด่าพี่ชาย ไล่พี่ชายออกจากบ้าน ภาพที่พ่อตีพี่สาว ด่าพี่สาว ไล่พี่สาว
ออกจากบ้าน แม้แต่เอยเอง เอยก็เคยโดนพ่อด่าพ่อไล่ออกจากบ้าน ถ้าบ้านนั้นไม่มีแม่ 
เอยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง พอพ่อหายโมโห พ่อก็จะไปตามแม่ ตามพี่สาว ตามพี่ชาย
มีครั้งนึงพ่อทะเลาะกับพี่สาวรุ่นแรง จนบอกว่าไม่ให้พี่สาวเรียนแล้ว ให้หยุดเรียนจะไม่ส่งเสียแล้ว
ให้ออกมาช่วยขายของตลาดนัด พี่สาวก็โกรธและประชดพ่อด้วยการเลิกเรียน กับเอยเวลาพ่อ
ทะเลาะกับแม่ พ้อก็พูดแบบนี้เหมือนกันว่าจะไม่ให้เรียน แต่เอยไม่ยอม ก็ขอขอบคุณตัวเอง
มาถึงทุกวันนี้ที่ประคองตัวเองให้เรียนจบได้ ถามว่าชีวิตตอนนั้นลำบากมั้ย ก็ไม่ได้คิดว่าลำบากนะ
คิดแต่ว่ามันเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ และก็ขอบคุณความลำบากในตอนนั้นที่ทำให้เอยเป็นคนสู้งาน
และไม่เคยยอมแพ้งานหนัก หรืองานยากเลย
 
ความรัก Poppy Love
มีหนุ่มมาจีบเอยครั้งแรกตอน ม.3 แต่ตอนนั้นเอยกลัวและอายมาก เลยไม่ได้สานต่อกับหนุ่มคนนั้น
ต่อมาตอนเรียน ม.ปลาย ก็มีนร.รุ่นเดียวกัน และรุ่นพี่มาจีบหลายคน เอยกลัว มีครั้งนึงเค้านั่งรถ
เมล์ตามมาถึงบ้านเอยเลย เอยกลัวมาก ใครมาจีบก็วิ่งหนีหมดเลย ทุกวันนี้ยังนึกเสียดายรุ่นพี่คน
นึงเลยเค้าเป็นคนดีมากๆๆ
  
จนมาเรียนปี 1 วันแรกที่ไปมหาลัย เอยเห็นผู้ชายคนนึง เอยบอกได้เลยว่ามันเป็นรักแรกพบของ
เอยจริงๆ รักแรกพบมันเป็นแบบนี้นี่เอง ก็เห็นแล้วชอบเลย แต่ที่น่าตกใจมากคือ พอเอยเข้าห้อง
เรียนปรากฏว่าชายหนุ่มคนนั้นเรียนห้องเดียวกับเอย เอยแอบเก็บความชอบไว้ในใจลึกมาก เพราะ
เค้าเป็นคนที่ดูดีมากๆ จนเอยไม่กล้าคิด เราเริ่มเรียนกันไปได้สักพัก มีอยู่วันนึงหลังเลิกเรียน 
ชายหนุ่มคนนั้นเดินมาขอยื่มสมุดจดของเอย แล้วก็ขอเบอร์โทรที่บ้านของเอย (สมันนั้นยังไม่มี
มือถือหลอกนะ5555) ในตอนนั้นเอยมีความคิดตลอดเวลาว่าเป็นไปไม่ได้หรอก เราดูต่ำต้อยกว่า
เค้ามาก แต่มาวันนึงตอนนั้นเอยช่วยงานในห้องสมุดของมหาลัย ชายหนุ่มคนนี้เค้าเดินเข้ามาใน
ห้องสมุด แล้วบอกเอยว่ามีเรื่องขอคุยด้วย แล้วเค้าก็บอกว่าเค้าชอบเอย โอ้พระเจ้า เรื่องจริง
เหรอเนีย บ้าบอที่สุด แต่มันก็เรื่องจริง เอยยังจำความรู้สึกในวันนั้นได้อยู่เลยว่ามันดีใจ หัวใจ
มันฟูมากแค่ไหน หลังจากนั้น เค้าโทรหาอ้อทุกวัน วันละไม่นาน มัครั้งนึงเราไปดูหนังกัน นั่ง
รถเมล์ไปดู ยังจำได้เลย เรานั่งจับมือกันไปตลอดทางจนเหงื่อเปียกมือไปหมด เราจับมือกัน
แล้วก้เอาขาของเรา 2 คน ทับมือไว้กลัวคนเห็น สมัยนั้นจับมือกันก็ถือว่าไม่เหมาะสมแล้วนะ
เราคบกันได้แป๊บเดียวๆจริงๆ จับไม่ได้ว่าคบกันได้ 1 เดือน หรือ 2 เดือน เค้าคอยๆห่าง
ไม่โทรมา แล้วมาวันนึงหลังเลิกเรียน ชายหนุ่มคนนี้ก็เดินเคียงคู่มากับรุ่นน้องคนนึง ซึ่งดูก็รู้เลยว่า
กำลังจีบกันหรือคบกันแล้วก็ไม่รู้ เอยตัวชาไปทั้งตัว เอยไม่รู้ว่าเอยทำผิดอะไร มันเกิดอะไรขึ้น
ไม่มีคำบอกลา ไม่มีคำอธิบาย ทุกอย่างมันคาใจไปหมด เอยพยายามเข้มแข็งและประคองตัว
เองให้เรียนจบมาจนได้ ในระหว่างนั้นก็มีคนมาจีบเรื่อยๆ แต่เอยไม่เคยชอบใครและไม่เคยคบใคร
อีกเลย หลังจากนั้นผ่านมาเป็นสิบกว่าปี เอยเพิ่งมาได้รู้ว่าสาเหตุที่เราตัดเอยออกจากเค้า คือ
บ้านเอยจน แม่เค้าไม่ชอบเอย จบ Poppy Love
 
ตอนเรียนปี 2 ปี 3 ปี 4 เอยก็เคยลองคบกับคนหลายคน แต่ก็คบแป๊บๆ เพราะมีความรู้สึกว่า
เราไม่ได้ชอบเค้า เค้าไม่เป็นอย่างทีเราคิด คบแล้วก็ไม่รู้จะไปต่อยังไง นึกไม่ออก นึกภาพ
ของการคบกันเป็นแฟนไม่ออก ไม่รู้จะต้องทำตัวยังไง วางตัวยังไง มานึกตอนนี้ก็นึกเสียดาย
รุ่นพี่ ที่อยู่ชมรมประชาสัมพันธ์คนนึง เค้านิสัยดีมากๆๆ เลย จะว่าไปเอยก็ปล่อยคนดีดีที่เข้ามา
ไปหลายคนนะ ด้วยความที่นึกภาพตัวเองกัยคนอื่นในแบบคู่รักไม่ออก มันจะเกร็ง มันจะประหม่า
มันมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าเอยไม่ดีพอสำหรับเค้า รู้สึกกลัวกว่าพอเรารักเค้าแล้วเค้าจะเลิกรักเรา
กลัวไปหมด หลายครั้งที่เอยทำตัวไม่เป็นธรรมชาติเลยเวลาอยู่กับผู้ชายที่มาจีบ เอยรู้สึกไม่เป็นตัว
ของตัวเอง จนบางครั้งถึงกับรู้สึกอึดอัด กังวล กลัว ทั้งที่บางคนพวกเค้าเป็นคนดีมาก
 

 ช่วยตามกระทู้ความรักของเอย กระทู้ที่ 2 ด้วยนะคะ แล้วมาช่วยกันหาคำตอบไปด้วยกันคะ
 
 
 

 
 
 
 
 

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ลูกผู้หญิงด้วยการตบหน้า ลงโทษลูกผู้ชายด้วยการตบหัวหรือเตะ โดยเฉพาะกับนานาสงสัยนานางงในงง
ลูกชายที่กลายมาเป็นกะเทย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่