รีวิวหนัง 'GHOST LAB' ฉีกกฎทดลองผี
ก่อนดู :รอดูเรื่องนี้มาตลอด เป็นหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องที่เห็นตัวอย่างแล้วปักธงเลยว่าต้องดูให้ได้
คอนเซ็ปต์เรื่องน่าดูมาก มีแนวคิดการทดลองที่เป็นเหตุเป็นผล ตั้งความหวังไว้ตอนแรกว่าต้องเป็น masterpiece ชิ้นต่อมาจาก ฉลาดเกมโกง
ความรู้สึกหลังดูจบ ผิดหวังนิดหน่อย มีส่วนดีส่วนแย่ที่แยกกันชัดเจน
เริ่มที่ส่วนดีก่อน
สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือบทของหมอวี
1.พัฒนาการตัวละคร ช่วงแรกของหนังยังคาดเดาไม่ได้ว่าเรื่องราวจะไปต่อยังไง หมอคนไหนจะเป็นคนตาย ใครจะเป็นคนทดลองต่อ แต่พอดูไปเรื่อยๆ ทั้งการกระทำและความคิดในช่วงแรกที่ถือเป็นคนคิดเยอะ ขี้กังวล จนกล้าที่จะเอาตัวเข้าไปตายเพื่อการทดลอง นี่คิดว่าจบแล้วนะ ต่อจากนั้นไป เฮ้ย! ตัวละครนี้มันยังไปได้อีกเหรอเนี่ย มันไปได้ไกลกว่าที่คิดแฮะ
2. ต่อ ธนภพ เป็นคนที่แสดงได้ลึกมาก คาแรคเตอร์เล็กๆเก็บรายละเอียดหมด อารมณ์ส่งผ่านมาทั้งทางผม ผิว สีหน้า แววตา แม้แต่การกระตุกตา ให้รู้สึกว่าหมอวีเป็นคนขี้กังวล คิดเยอะ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้มันซึมผ่านท่าทางการกระทำเล็กๆออกมา ให้เห็นว่าหมอวีเป็นคนที่ค่อนข้างมี emotional เอาดีๆควรได้รับรางวัลจากบทนี้เลย
ในเรื่องอื่นๆ
- น้องอาเธอร์น่ารัก
- แม็กซ์เจนมานะ มาน้อยๆ แต่โดนใจนะ
- ตอนท่าขยิบตาแล้วยิงปืนของไอซ์ อันนี้ดีมาก
ในส่วนที่เรายังไม่ชอบเท่าไหร่
-วิธีการทดลองไม่ได้น่าสนใจ ดูงมงายมากกว่างวิทยาศาตร์ ออกแนวล่าท้าผีไปหน่อย ไม่มีการเอาทฤษฎีมาจับ และที่สำคัญ ขาดการตั้งสมมุติฐานในเรื่องสำคัญ “ ผี คืออะไร" ซึ่งตัวนี้น่าจะเป็นจุดสำคัญเข้าไปสู่เรื่อง " จะเจอผีได้อย่างไร"
มันควรจะเจาะลึกทฤษฎีลงไป อย่างเช่นปรากฎการณ์โพลเตอร์ไกส์ อะไรเป็นตัวเคลื่อนสิ่งของ ในพาร์ทของความเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งหมดกลับไปอยู่แค่ตรงที่ยัดบทสนทนาให้หมอสองคนคุยโม้ทฤษฎีอื่น ทำให้คำเคลมของเรื่องในเรื่องการผสมผสานระหว่างวิทยาศาตร์และไสยศาตร์ดูดรอปลง ไม่ค่อยสมเหตุสมผล ยิ่งช่วงพาร์ทหลังก็คือ นอกจากบันทึกวิดีโอการทดลอง ที่เหลือก็คือไม่มีอะไรวิทยาศาตร์เลย
-ช่วงที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญของเรื่อง ฉากหลัง พร๊อบ มุมกล้อง มีความไม่ continueหลายอย่าง แสงแปลกๆขัดตานิดหน่อย แต่ถ้าไม่จับผิดมากก็ปล่อยๆไปได้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ตอนที่หมอวีอัดวิดีโอการทดลองยิงตัวตาย ตอนแรกหันหน้าเข้ากล้อง หันหลังให้โต๊ะ

ตัดมาตอนจะยิง อ้าว ทำไมโต๊ะอยู่ข้างหน้า
อารมณ์กำลังจะอิน เจออันนี้เข้าไป งงเลย เอ้า ย้ายที่นั่งก่อนยิ่งเรอะ!

จนสุดท้าย ตอนตัดใจไม่ยิง ถึงเห็นว่า อ้ออออออ หันหลังให้กล้อง
ก็ปล่อยให้สงสัยมัวแต่คิดเรื่องนี้จนขัดอารมณ์

แต่จริงๆแล้ว ตั้งกล้องถ่ายการทดลองอยู่แล้วหันหลังให้กล้องตอนจะยิงเนี่ยนะ?
-ตัวเอกสองคนมาตรฐานการแสดงต่างกันเกินไป ไอซ์ค่อนข้างมีหน้าเดียว การแสดงสีหน้าของแต่ละอารมณ์ไม่ได้ฉีกต่างกันมาก โกรธ ดีใจ หัวเราะ ก็ขมวดคิ้วเหมือนเดิม ลักษณะนิสัยของตัวละครแบบนี้มันสามารถทำให้มีเสน่ห์ขึ้นมาได้ แต่ไม่รู้สึกดึงดูดเลยไม่อิน พอมาอยู่ข้างๆต่อที่เล่นละเอียดไปถึงการกรอกตากระตุกตา ทำให้โดนต่อกลบไปเลย
บทของไอซ์ น้ำหนักน้อยไปในช่วงหลัง ไม่มีบอกเหตุผลของตัวละครที่เลือกทำแบบนี้ อยู่ดีๆก็ทำ อยู่ดีๆก็ไม่ทำแล้ว อะไรที่เข้ามาเปลี่ยนแนวคิดของหมอกล้า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ตอนมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้สนใจครอบครัวหรือแฟน คือมุ่งมั่นกับการทดลองจนยอมตาย แต่พอตายไป เอ้า ทำไมเลิกอะ ทำไมไม่บอก บอกแค่เจ็บปวด เจ็บปวดเพราะอะไร? แล้วคือตายฟรีเหรอ
อันนี้ไม่ใช่ข้อดีข้อเสีย ถือเป็นข้อสังเกต
-หมอสมัยนี้เค้าคุยกันเป็นภาษาอังกฤษเหรอ มีแอบ เอ้ะ อยู่นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้แปลกมาก
-ตอนจบแบบ หืมมมมม
สรุป ผิดหวังนิดหน่อย ให้คะแนน 6/10
ใครมีความเห็นยังไงกันบ้างมาคุยกันได้ค่ะ
ความรู้สึกหลังดู GHOST LAB ฉีกกฎทดลองผี (ไม่สปอยเนื้อหาหลัก)
ก่อนดู :รอดูเรื่องนี้มาตลอด เป็นหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องที่เห็นตัวอย่างแล้วปักธงเลยว่าต้องดูให้ได้
คอนเซ็ปต์เรื่องน่าดูมาก มีแนวคิดการทดลองที่เป็นเหตุเป็นผล ตั้งความหวังไว้ตอนแรกว่าต้องเป็น masterpiece ชิ้นต่อมาจาก ฉลาดเกมโกง
ความรู้สึกหลังดูจบ ผิดหวังนิดหน่อย มีส่วนดีส่วนแย่ที่แยกกันชัดเจน
เริ่มที่ส่วนดีก่อน
สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือบทของหมอวี
1.พัฒนาการตัวละคร ช่วงแรกของหนังยังคาดเดาไม่ได้ว่าเรื่องราวจะไปต่อยังไง หมอคนไหนจะเป็นคนตาย ใครจะเป็นคนทดลองต่อ แต่พอดูไปเรื่อยๆ ทั้งการกระทำและความคิดในช่วงแรกที่ถือเป็นคนคิดเยอะ ขี้กังวล จนกล้าที่จะเอาตัวเข้าไปตายเพื่อการทดลอง นี่คิดว่าจบแล้วนะ ต่อจากนั้นไป เฮ้ย! ตัวละครนี้มันยังไปได้อีกเหรอเนี่ย มันไปได้ไกลกว่าที่คิดแฮะ
2. ต่อ ธนภพ เป็นคนที่แสดงได้ลึกมาก คาแรคเตอร์เล็กๆเก็บรายละเอียดหมด อารมณ์ส่งผ่านมาทั้งทางผม ผิว สีหน้า แววตา แม้แต่การกระตุกตา ให้รู้สึกว่าหมอวีเป็นคนขี้กังวล คิดเยอะ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้มันซึมผ่านท่าทางการกระทำเล็กๆออกมา ให้เห็นว่าหมอวีเป็นคนที่ค่อนข้างมี emotional เอาดีๆควรได้รับรางวัลจากบทนี้เลย
ในเรื่องอื่นๆ
- น้องอาเธอร์น่ารัก
- แม็กซ์เจนมานะ มาน้อยๆ แต่โดนใจนะ
- ตอนท่าขยิบตาแล้วยิงปืนของไอซ์ อันนี้ดีมาก
ในส่วนที่เรายังไม่ชอบเท่าไหร่
-วิธีการทดลองไม่ได้น่าสนใจ ดูงมงายมากกว่างวิทยาศาตร์ ออกแนวล่าท้าผีไปหน่อย ไม่มีการเอาทฤษฎีมาจับ และที่สำคัญ ขาดการตั้งสมมุติฐานในเรื่องสำคัญ “ ผี คืออะไร" ซึ่งตัวนี้น่าจะเป็นจุดสำคัญเข้าไปสู่เรื่อง " จะเจอผีได้อย่างไร"
มันควรจะเจาะลึกทฤษฎีลงไป อย่างเช่นปรากฎการณ์โพลเตอร์ไกส์ อะไรเป็นตัวเคลื่อนสิ่งของ ในพาร์ทของความเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งหมดกลับไปอยู่แค่ตรงที่ยัดบทสนทนาให้หมอสองคนคุยโม้ทฤษฎีอื่น ทำให้คำเคลมของเรื่องในเรื่องการผสมผสานระหว่างวิทยาศาตร์และไสยศาตร์ดูดรอปลง ไม่ค่อยสมเหตุสมผล ยิ่งช่วงพาร์ทหลังก็คือ นอกจากบันทึกวิดีโอการทดลอง ที่เหลือก็คือไม่มีอะไรวิทยาศาตร์เลย
-ช่วงที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญของเรื่อง ฉากหลัง พร๊อบ มุมกล้อง มีความไม่ continueหลายอย่าง แสงแปลกๆขัดตานิดหน่อย แต่ถ้าไม่จับผิดมากก็ปล่อยๆไปได้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
-ตัวเอกสองคนมาตรฐานการแสดงต่างกันเกินไป ไอซ์ค่อนข้างมีหน้าเดียว การแสดงสีหน้าของแต่ละอารมณ์ไม่ได้ฉีกต่างกันมาก โกรธ ดีใจ หัวเราะ ก็ขมวดคิ้วเหมือนเดิม ลักษณะนิสัยของตัวละครแบบนี้มันสามารถทำให้มีเสน่ห์ขึ้นมาได้ แต่ไม่รู้สึกดึงดูดเลยไม่อิน พอมาอยู่ข้างๆต่อที่เล่นละเอียดไปถึงการกรอกตากระตุกตา ทำให้โดนต่อกลบไปเลย
บทของไอซ์ น้ำหนักน้อยไปในช่วงหลัง ไม่มีบอกเหตุผลของตัวละครที่เลือกทำแบบนี้ อยู่ดีๆก็ทำ อยู่ดีๆก็ไม่ทำแล้ว อะไรที่เข้ามาเปลี่ยนแนวคิดของหมอกล้า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
อันนี้ไม่ใช่ข้อดีข้อเสีย ถือเป็นข้อสังเกต
-หมอสมัยนี้เค้าคุยกันเป็นภาษาอังกฤษเหรอ มีแอบ เอ้ะ อยู่นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้แปลกมาก
-ตอนจบแบบ หืมมมมม
สรุป ผิดหวังนิดหน่อย ให้คะแนน 6/10
ใครมีความเห็นยังไงกันบ้างมาคุยกันได้ค่ะ