โควิดยังวิกฤต!! เสียชีวิตพุ่ง 47 ราย ติดเชื้อใหม่อีก 3,323
https://www.posttoday.com/social/general/653960
ศบค.รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 3,323 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,219 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 47 ราย หายป่วยอีก 2,063 ราย
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 64 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ประจำวัน ดังนี้
- พบผู้ป่วยรายใหม่ 3,323ราย จำแนกเป็น ผู้ติดเชื้อใหม่ 2,104 ราย และ ผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง1,219 ราย
- ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 141,217 ราย
- ผู้ป่วยสะสมเฉพาะช่วงการระบาดตั้งแต่ 1 เม.ย. 64 รวม 112,354 ราย
- ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 47 ราย ยอดสะสม 920 ราย
- ผู้ป่วยได้รับการรักษาหายป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 2,571 ราย ยอดสะสม 93,828 ราย
อดีตรมว.คลัง เขียนจม.เปิดผนึกถึงผู้นำฝ่ายค้าน สอบด่วน รบ.ทำผิดกม.วินัยการเงินการคลัง
https://www.matichon.co.th/politics/news_2744372
อดีตรมว.คลัง เขียนจม.เปิดผนึกถึงผู้นำฝ่ายค้าน สอบด่วน รบ.ทำผิดกม.วินัยการเงินการคลัง ชี้ พรก.กู้เงินโควิด ส่อดำเนินการที่เกินอำนาจ เข้าข่ายเป็นการผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นาย
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เขียน จดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวพน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมส่งสำเนาถึง นาย
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พลตำรวจเอก
เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นาย
วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นาย
สุภดิช อากาศฤกษ์ รักษาการณ์หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ นาง
บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นาย
นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพลังปวงชนชาวไทย เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนดฯ ที่อาจผิดกฎหมาย ระบุว่า
ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ และก่อนหน้านี้ ได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนดทั้งสองฉบับดังกล่าวอาจจะฝ่าฝืนกฎหมาย จึงขอเรียนเสนอแนะเพื่อให้ท่านทำการตรวจสอบ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ พระราชกำหนดมีบทบัญญัติในเรื่องการใช้จ่ายไว้ด้วย
พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ มีบทบัญญัติในเรื่องการใช้จ่ายไว้ด้วย โดยมาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ และมาตรา ๘ บัญญัติให้คณะกรรมการฯ มีหน้าที่ (๑) พิจารณากลั่นกรองแผนงานหรือโครงการให้เป็นไปตามแผนงานหรือโครงการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ (๒) กำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ และรายงานความก้าวหน้าต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยทุกสามเดือน (๓) .. (๔) .. (๕) .. (๖) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อวางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ ระเบียบดังกล่าวเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วให้ใช้บังคับได้ (๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ส่วนพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ มีหน้าที่อำนาจในการพิจารณากลั่นกรองเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และให้นำความในมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
บทบัญญัติในเรื่องการใช้จ่ายในพระราชกำหนดเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
ในพระราชกำหนดทั้งสองฉบับ มาตรา ๔ บัญญัติให้การกู้เงินตามพระราชกำหนดฯ เป็นการกู้เงินตามมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งมาตรา ๕๓ วรรคสอง บัญญัติว่า “กฎหมายที่ตราขึ้นตามวรรคหนึ่งต้องระบุวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน ระยะเวลาในการกู้เงิน แผนงานหรือโครงการที่ใช้จ่ายเงินกู้ วงเงินที่อนุญาตให้ใช้จ่ายเงินกู้ และหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดําเนินแผนงานหรือโครงการที่ใช้จ่ายเงินกู้นั้น” ซึ่งพระราชกำหนดทั้งสองฉบับก็มีการระบุเช่นนั้น แต่ได้เพิ่มข้อบัญญัติเกี่ยวกับการใช้จ่ายไว้ด้วย ดังที่บรรยายไว้แล้ว
ข้าพเจ้าขอเรียนว่า มาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มิได้อนุญาตให้มีการบัญญัติเกี่ยวกับการใช้จ่ายใดๆ ไว้ในการตรากฎหมาย จึงเป็นการดำเนินการที่เกินอำนาจ และการใช้จ่ายเงินตามเงื่อนไขในพระราชกำหนดฯ จึงอาจเข้าข่ายเป็นการผิดกฎหมาย
ข้าพเจ้าจึงขอเสนอแนะให้ท่านในฐานะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทำการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
https://www.facebook.com/thirachai.phuvanatnaranubala/posts/337835064380430
ไบเดนให้เวลา 90 วัน สั่งหน่วยข่าวมะกันเร่งสอบหาต้นตอโควิด
https://www.matichon.co.th/foreign/news_2744438
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ สั่งการให้หน่วยข่าวกรองเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการเร่งสอบสวนเพื่อหาต้นตอของโควิด-19 ท่ามกลางทฤษฎีที่มีการโต้เถียงกันมากมายในประเด็นดังกล่าว
ในแถลงการณ์
ไบเดนระบุว่า เขาได้ขอให้ด้วยข่าวกรองของสหรัฐทั้งหมดเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงว่าไวรัสดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่มนุษย์ติดต่อกับสัตว์ที่ติดเชื้อหรือเกิดจากอุบัติเหตุในห้องทดลอง เนื่องจากผู้คนยังคงมีความเชื่อที่ต่างกันและยังคงไม่มีข้อมูลที่เพียงพอที่จะประเมินข้อเท็จจริงได้ว่าข้อสันนิษฐานใดมีความเป็นจริงมากกว่ากัน โดยให้รายงานผลกลับมาที่เขาภายใน 90 วัน
ไบเดนระบุด้วยว่า สหรัฐจะยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความคิดเหมือนกันทั่วโลก เพื่อกดดันจีนให้มีส่วนร่วมกับการสอบสวนของนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ โปร่งใส และมีหลักฐานเป็นพื้นฐาน พร้อมทั้งเปิดให้มีการเข้าถึงข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย
โควิด-19 ถูกตรวจพบครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นของจีนในช่วงปลายปี 2562 โดยมีการเชื่อมโยงกับการแพร่ระบาดผ่านตลาดอาหารทะเล ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไวรัสดังกล่าวถูกส่งผ่านจากสัตว์มาสู่มนุษย์
อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาสื่อสหรัฐรายงานว่ามีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่าไวรัสชนิดนี้น่าจะถูกผลิตขึ้นในห้องทดลองของจีน แม้ว่าจีนจะออกมาประณามรายงานข่าวดังกล่าว พร้อมโต้กลับว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่น่าจะมาจากห้องทดลองในสหรัฐมากกว่า
ทีมสอบสวนข้อเท็จจริงขององค์การอนามัยโลกที่ได้ลงพื้นที่ประเทศจีนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้มีการออกรายงานสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับต้นตอของโควิด-19 โดยในข้อสมมุติฐานที่ว่าไวรัสน่าจะถูกทำขึ้นในห้องทดลองของจีน องค์กรอนามัยโลกระบุว่า ไม่น่ามีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง
ทั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมลงพื้นที่บางคนระบุว่า จีนไม่ได้เปิดโอกาสให้มีการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมด ซึ่งยังทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยตามมา
JJNY : เสียชีวิตพุ่ง47 ติดเชื้อ 3,323│อดีตรมว.คลังเขียนจม.ถึงผู้นำฝ่ายค้าน│ไบเดนสั่งหาต้นตอโควิด│แอสตร้าทำไมถูกEUฟ้องอีก
https://www.posttoday.com/social/general/653960
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 64 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ประจำวัน ดังนี้
- พบผู้ป่วยรายใหม่ 3,323ราย จำแนกเป็น ผู้ติดเชื้อใหม่ 2,104 ราย และ ผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง1,219 ราย
- ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 141,217 ราย
- ผู้ป่วยสะสมเฉพาะช่วงการระบาดตั้งแต่ 1 เม.ย. 64 รวม 112,354 ราย
- ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 47 ราย ยอดสะสม 920 ราย
- ผู้ป่วยได้รับการรักษาหายป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 2,571 ราย ยอดสะสม 93,828 ราย
อดีตรมว.คลัง เขียนจม.เปิดผนึกถึงผู้นำฝ่ายค้าน สอบด่วน รบ.ทำผิดกม.วินัยการเงินการคลัง
https://www.matichon.co.th/politics/news_2744372
อดีตรมว.คลัง เขียนจม.เปิดผนึกถึงผู้นำฝ่ายค้าน สอบด่วน รบ.ทำผิดกม.วินัยการเงินการคลัง ชี้ พรก.กู้เงินโควิด ส่อดำเนินการที่เกินอำนาจ เข้าข่ายเป็นการผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เขียน จดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวพน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมส่งสำเนาถึง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รักษาการณ์หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพลังปวงชนชาวไทย เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนดฯ ที่อาจผิดกฎหมาย ระบุว่า
ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ และก่อนหน้านี้ ได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนดทั้งสองฉบับดังกล่าวอาจจะฝ่าฝืนกฎหมาย จึงขอเรียนเสนอแนะเพื่อให้ท่านทำการตรวจสอบ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ พระราชกำหนดมีบทบัญญัติในเรื่องการใช้จ่ายไว้ด้วย
พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ มีบทบัญญัติในเรื่องการใช้จ่ายไว้ด้วย โดยมาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ และมาตรา ๘ บัญญัติให้คณะกรรมการฯ มีหน้าที่ (๑) พิจารณากลั่นกรองแผนงานหรือโครงการให้เป็นไปตามแผนงานหรือโครงการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ (๒) กำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ และรายงานความก้าวหน้าต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยทุกสามเดือน (๓) .. (๔) .. (๕) .. (๖) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อวางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ ระเบียบดังกล่าวเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วให้ใช้บังคับได้ (๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ส่วนพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ มีหน้าที่อำนาจในการพิจารณากลั่นกรองเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และให้นำความในมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
บทบัญญัติในเรื่องการใช้จ่ายในพระราชกำหนดเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
ในพระราชกำหนดทั้งสองฉบับ มาตรา ๔ บัญญัติให้การกู้เงินตามพระราชกำหนดฯ เป็นการกู้เงินตามมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งมาตรา ๕๓ วรรคสอง บัญญัติว่า “กฎหมายที่ตราขึ้นตามวรรคหนึ่งต้องระบุวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน ระยะเวลาในการกู้เงิน แผนงานหรือโครงการที่ใช้จ่ายเงินกู้ วงเงินที่อนุญาตให้ใช้จ่ายเงินกู้ และหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดําเนินแผนงานหรือโครงการที่ใช้จ่ายเงินกู้นั้น” ซึ่งพระราชกำหนดทั้งสองฉบับก็มีการระบุเช่นนั้น แต่ได้เพิ่มข้อบัญญัติเกี่ยวกับการใช้จ่ายไว้ด้วย ดังที่บรรยายไว้แล้ว
ข้าพเจ้าขอเรียนว่า มาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มิได้อนุญาตให้มีการบัญญัติเกี่ยวกับการใช้จ่ายใดๆ ไว้ในการตรากฎหมาย จึงเป็นการดำเนินการที่เกินอำนาจ และการใช้จ่ายเงินตามเงื่อนไขในพระราชกำหนดฯ จึงอาจเข้าข่ายเป็นการผิดกฎหมาย
ข้าพเจ้าจึงขอเสนอแนะให้ท่านในฐานะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทำการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
https://www.facebook.com/thirachai.phuvanatnaranubala/posts/337835064380430
ไบเดนให้เวลา 90 วัน สั่งหน่วยข่าวมะกันเร่งสอบหาต้นตอโควิด
https://www.matichon.co.th/foreign/news_2744438
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ สั่งการให้หน่วยข่าวกรองเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการเร่งสอบสวนเพื่อหาต้นตอของโควิด-19 ท่ามกลางทฤษฎีที่มีการโต้เถียงกันมากมายในประเด็นดังกล่าว
ในแถลงการณ์ไบเดนระบุว่า เขาได้ขอให้ด้วยข่าวกรองของสหรัฐทั้งหมดเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงว่าไวรัสดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่มนุษย์ติดต่อกับสัตว์ที่ติดเชื้อหรือเกิดจากอุบัติเหตุในห้องทดลอง เนื่องจากผู้คนยังคงมีความเชื่อที่ต่างกันและยังคงไม่มีข้อมูลที่เพียงพอที่จะประเมินข้อเท็จจริงได้ว่าข้อสันนิษฐานใดมีความเป็นจริงมากกว่ากัน โดยให้รายงานผลกลับมาที่เขาภายใน 90 วัน
ไบเดนระบุด้วยว่า สหรัฐจะยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความคิดเหมือนกันทั่วโลก เพื่อกดดันจีนให้มีส่วนร่วมกับการสอบสวนของนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ โปร่งใส และมีหลักฐานเป็นพื้นฐาน พร้อมทั้งเปิดให้มีการเข้าถึงข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย
โควิด-19 ถูกตรวจพบครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นของจีนในช่วงปลายปี 2562 โดยมีการเชื่อมโยงกับการแพร่ระบาดผ่านตลาดอาหารทะเล ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไวรัสดังกล่าวถูกส่งผ่านจากสัตว์มาสู่มนุษย์
อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาสื่อสหรัฐรายงานว่ามีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่าไวรัสชนิดนี้น่าจะถูกผลิตขึ้นในห้องทดลองของจีน แม้ว่าจีนจะออกมาประณามรายงานข่าวดังกล่าว พร้อมโต้กลับว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่น่าจะมาจากห้องทดลองในสหรัฐมากกว่า
ทีมสอบสวนข้อเท็จจริงขององค์การอนามัยโลกที่ได้ลงพื้นที่ประเทศจีนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้มีการออกรายงานสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับต้นตอของโควิด-19 โดยในข้อสมมุติฐานที่ว่าไวรัสน่าจะถูกทำขึ้นในห้องทดลองของจีน องค์กรอนามัยโลกระบุว่า ไม่น่ามีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง
ทั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมลงพื้นที่บางคนระบุว่า จีนไม่ได้เปิดโอกาสให้มีการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมด ซึ่งยังทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยตามมา