เพจดัง แชร์ภาพเตียงไม่พอ ลั่น 'เปลหมด เราไม่แคร์'
https://www.matichon.co.th/covid19/news_2743400
เพจดัง แชร์ภาพเตียงไม่พอ ลั่น ‘เปลหมด เราไม่แคร์’
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม
เพจหมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า
ที่สุดแล้วจ้า เตียง พื้น1 เปลหมด เราไม่แคร์
https://www.facebook.com/aggressivedoctors/posts/1160287797802892
สศช.ยอมรับเงินกู้ 1 ล้านล้านใช้หมดเกลี้ยง ช่วยเศรษฐกิจได้แค่ 2%
https://voicetv.co.th/read/UcZ-pHyR8
เลขาฯ สศช.รับยอดเงินกู้ 1 ล้านล้านแก้ปัญหาโควิดระลอกแรกใช้หมดแล้ว ชี้จะช่วยดึงให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้แค่ 2 เปอร์เซ็นต์
วันที่ 25 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล
ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ชี้แจงการใช้จ่ายเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมา อันเป็นเหตุผลในการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มเติมอีก 5 แสนล้านบาท
ดนุชา กล่าวว่า เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เดิมทีแบ่งเป็น 3 ส่วน
1. แผนงานด้านการสาธารณสุข วงเงิน 45,000 ล้านบาท
2. แผนงานด้านการเยียวยาประชาชน วงเงิน 550,000 ล้านบาท
3. การฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 400,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีการโอนวงเงินกู้ส่วนที่ 2 การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไปใช้ในการเยียวยาประชาชนเพิ่มเติม ทำให้ต้องมีการแยกส่วนของวงเงินกู้ใหม่ เป็นดังนี้
1. ด้านการสาธารณสุข วงเงิน 45,000 ล้านบาท
2. ด้านการเยียวยาประชาชน วงเงิน 685,000 ล้านบาท
3. การฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 270,000 ล้านบาท
ดนุชา เปิดเผยว่า สำหรับบการใช้จ่ายเงินกู้ 1 ล้านล้าน ช่วงที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติวงเงินไปแล้ว ดังนี้
1. ด้านการสาธารณสุข วงเงิน 45,000 ล้านบาท อนุมัติแล้ว 25,825 ล้านบาท คงเหลือ 19,174 ล้านบาท
ส่วนที่เหลือนั้น กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอโครงการเข้ามาแล้ว โดยเป็นโครงการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา ปรับปรุงสถานพยาบาลต่างๆ ฯลฯ
2. ด้านการเยียวยาประชาชน วงเงิน 685,000 ล้านบาท อนุมัติแล้ว 662,243 ล้านบาท มีทั้งโครงการเราไม่ทิ้งกัน การช่วยเหลือเกษตรกร กลุ่มเปราะบาง ในแต่ละรอบการเยียวยา ประชาชนได้รับการช่วยเหลือประมาณ 40 ล้านคน
3. การฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 270,000 ล้านบาท อนุมัติแล้ว 125,000 ล้านบาท คงเหลือ 144,846 ล้าน
ส่วนที่เหลือที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ได้เห็นชอบในหลักการโครงการเยียวยาประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจจนถึงปลายปี จำนวน 4 โครงการ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินส่วนนี้
“
ดังนั้น วงเงินกู้ 1 ล้านล้าน มีแผนการใช้จ่ายครบถ้วนแล้ว อาจเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยเท่านั้น มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 79.88% ทั้งนี้ ประเมินจากเงินที่ได้มีการอนุมัติไปแล้ว จะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์” เลขาธิการ สศช. กล่าว
ส่วนการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มเติม 5 แสนล้าน มีแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ดังนี้
1. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน และการวิจัย พัฒนาและผลิตวัคซีนภายในประเทศ รวมทั้งการปรับปรุง สถานพยาบาลสำหรับการบำบัดรักษาผู้ติดเชื้อ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข วงเงิน 30,000 ล้านบาท
2. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยเหลือ ผู้ประกอบอาชีพหรือผู้ประกอบการทุกสาขาอาชีพให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง วงเงิน 300,000 ล้านบาท
3. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับแผนงาน หรือโครงการเพื่อรักษาระดับการจ้างงานของผู้ประกอบการ และกระตุ้นการลงทุน และการบริโภค ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ วงเงิน 170,000 ล้านบาท
อส.แฉเอง “วงจรจำนำปืน” ท้าตรวจทุกอำเภอเจอหายอีกอื้อ
https://www.isranews.org/article/south-news/special-talk/98930-volunteerdefense.html
“บางคนก็เอาปืนไปจำนำในวงไพ่เลยก็มี เล่นๆ อยู่...เสีย ก็เอาปืนวาง ผมคิดว่าถ้าเรียกตรวจทุกอำเภอ ก็จะเจอหายทุกอำเภอแน่”
.................................................
กรณีปืน อส.หายที่นราธิวาส หายไปได้อย่างไร ค่อยๆ ทยอยหายจริงหรือไม่ และมีหนอนบ่อนไส้จริงส่งปืนให้กลุ่มก่อความไม่สงบหรือเปล่า คนที่ตอบได้ดีที่สุดหนึไม่พ้นสมาชิกกองกำลัง อส.เอง
“
ทีมข่าวอิศรา” พูดคุยกับ อส.ชายรายหนึ่ง อายุ 40 ปลายๆ สังกัดกองกำลัง อส.ชายแดนใต้ ได้ข้อมูลที่น่าสนใจหลากหลายประเด็น และน่าจะตอบคำถามที่หลายคนสงสัยและยังคาใจได้ระดับหนึ่ง
@@ กระบวนการเบิกปืนไปใช้ ทำกันอย่างไร มีช่องโหว่หรือไม่?
ปืนทุกกระบอกของ อส.ที่เบิกไปใช้ จะมีเลขรหัสประจำกาย อส.อยู่ทุกกระบอก ทุกครั้งที่นำปืนหลวงมาใช้ปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีการเซ็นชื่อเบิก และเมื่อปฏิบัติหน้าที่จบ ก็ต้องส่งคืนคลังอำเภอ พร้อมเซ็นส่งคลัง ทุกอย่างมีระบบการเบิกใช้
ปืนของ อส.จะอยู่ในคลังอำเภอ ถ้าปืนหายก็สามารถหาที่มาที่ไปได้ไม่ยาก เช็คจากรหัสประจำตัว อส.ที่เบิกปืนไปใช้ ว่าได้ส่งเข้าคลังจริงหรือไม่
@@ ใครเป็นคนเก็บข้อมูลพวกนี้?
เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคลังอำเภอ ถ้าตรวจสอบตรงนี้แล้วจะเจอคำตอบ โดยเฉพาะที่มาที่ไปของปืนว่าอยู่ที่ไหน หายได้อย่างไร ใครทำให้หาย
@@ ปืนที่ อส.เบิกมาใช้งาน นำติดตัวกลับบ้านได้หรือไม่?
ปืนทุกกระบอกที่ อส.ใช้ปฏิบัติหน้าที่ ต้องทำเบิก แล้วเซ็นรับปืนมาใช้งาน เมื่อออกเวร ต้องส่งคืนคลัง ห้ามเอากลับบ้านโดยเด็ดขาด นอกจาก อส.บางรายที่จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ให้สามารถเอาปืนกลับบ้านได้ เช่น อส.ที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยง เคยถูกลอบทำร้าย เป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ อส.กลุ่มนี้จะได้รับอนุญาตให้นำปืนกลับบ้านได้
@@ กองกำลัง อส.ชายแดนใต้มีจำนวนเท่าไหร่?
จำนวน อส.ในแต่ละอำเภอมีไม่เท่ากัน ไม่แน่ใจ ตัวเลขที่ชัดเจนเท่าไหร่แน่ แต่ส่วนมากจะขึ้นอยู่กับอำเภอเล็กหรืออำเภอใหญ่
เคยคุยกับเพื่อน อส. น่าจะมีรวมๆ ทั้ง อส.อำเภอ และ อส.ที่ประจำ ชคต. (ชุดคุ้มครองตำบล) ประมาณ 15,000 – 17,000 นาย ส่วนจำนวนปืน แต่ละอำเภอก็จะมีมากกว่า อส.นิดหน่อย เพราะนอกจาก อส.ที่เบิกมาใช้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว ก็จะต้องมีสำรองในคลังอำเภอด้วย
@@ บางกระแสมองว่าสาเหตุที่ปืนหาย อาจเป็นเพราะปัญหาการนำปืนหลวงไปจำนำ เป็นไปได้หรือไม่?
สถานะทางเศรษฐกิจของ อส.ทุกวันนี้ ต้องถือว่าไม่รวยและไม่จน แต่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เพราะเราจะได้รับเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัย และเงินเดือน แต่ละเดือนราวๆ 18,000-19,000 บาท ก็ถือว่าอยู่ได้ ถ้าไม่ไปติดการพนันและยาเสพติด
เท่าที่เคยคุยกับเพื่อน อส.ด้วยกัน เราพบว่า อส.ที่ไปจำนำปืนจะมี 2 ส่วน คือ อส.ที่ติดยา กับ อส.ที่ติดการพนัน หรือไม่ก็จำนำเพื่อแลกบางอย่างมาในทางผลประโยชน์
เรื่องจำนำปืน ไม่ได้มีเฉพาะ อส.หน่วยเดียว แต่ทหาร ตำรวจ ก็มีเหมือนกัน ลองเช็คดูได้ แต่มันจะไม่เป็นเรื่องถ้าไม่ได้มีการนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรง เมื่อไหร่มีการนำปืนไปใช้ก่อเหตุ ก็จะรู้เลยว่าเป็นปืนของใคร เพราะเลขรหัสมันมีทุกกระบอกว่าของใคร ใครเบิกไป ใครต้องรับผิดชอบ
ก็เหมือนตอนที่โจรยิง อส.แล้วเอาปืนไปด้วย ก็สามารถรู้ได้ว่าเป็นปืนที่ถูกปล้นไป เป็นของ อส.คนไหน ถ้าหากมีการใช้ ที่ไหน ก็สามารถรู้ได้เลย
@@ แสดงว่าปัญหาการจำนำปืนมีเยอะ แต่ถ้าไม่หลุดไปถึงคนร้ายที่นำไปใช้ก่อเหตุ ก็จะยังเงียบอยู่ เป็นแบบนั้นใช่หรือไม่?
บางคนก็เอาปืนไปจำนำในวงไพ่เลยก็มี เล่นๆ อยู่..เสีย ก็เอาปืนวาง เคยมีตัวอย่างเคส ป้อม ชรบ.ที่เคยโดนถล่ม ตั้งวงพนัน ก็มีคนเอาปืนไปจำนำ
ปืนที่ อส.ใช้ หลักๆ เลยก็จะเป็น AK 102 และ M16 กับ HK 33 คือในพื้นที่ ถ้าเห็นแบกปืน AK 102 ที่ไหน ก็จะรู้เลยว่าเป็นอส. ถ้าไม่ใช่ อส.ก็เป็นโจร
ส่วน ปืน HK 33 อส.ได้ใช้หลังจากทหารใช้งานหมดอายุแล้ว ทุกหน่วยเคยไปเบิกมาใช้จากค่ายบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี (ค่ายอิงคยุทธบริหาร) ปืนที่รับมาก็มีเสีย มีต้องซ่อมเยอะ ทำให้ส่วนมาก อส.เลือกใช้ AK 102
ผมคิดว่าถ้าเรียกตรวจทุกอำเภอ ก็จะเจอหายทุกอำเภอแน่ ลองเรียกเช็คตามความเป็นจริงดู อย่าดูแต่บัญชีปืน บางอำเภอปลัดป้องกันใช่ว่าจะรู้เรื่อง บางอำเภอปลัดป้องกันก็รู้ดี นราธิวาสทำเป็นตัวอย่างแล้ว คิดว่าหลังจากนี้ จังหวัดอื่นน่าจะมีการเรียกตรวจอีกแน่ตามกระแสข่าว
JJNY : เพจดังแชร์ภาพเตียงไม่พอ│สศช.รับ1ล.ล.ใช้หมดช่วยศก.แค่2%│อส.แฉเอง“วงจรจำนำปืน”│ส.ส.ภท.จี้ศบค.แบ่งวัคซีนให้สงขลา
https://www.matichon.co.th/covid19/news_2743400
เพจดัง แชร์ภาพเตียงไม่พอ ลั่น ‘เปลหมด เราไม่แคร์’
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม เพจหมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า
ที่สุดแล้วจ้า เตียง พื้น1 เปลหมด เราไม่แคร์
https://www.facebook.com/aggressivedoctors/posts/1160287797802892
สศช.ยอมรับเงินกู้ 1 ล้านล้านใช้หมดเกลี้ยง ช่วยเศรษฐกิจได้แค่ 2%
https://voicetv.co.th/read/UcZ-pHyR8
เลขาฯ สศช.รับยอดเงินกู้ 1 ล้านล้านแก้ปัญหาโควิดระลอกแรกใช้หมดแล้ว ชี้จะช่วยดึงให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้แค่ 2 เปอร์เซ็นต์
วันที่ 25 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ชี้แจงการใช้จ่ายเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมา อันเป็นเหตุผลในการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มเติมอีก 5 แสนล้านบาท
ดนุชา กล่าวว่า เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เดิมทีแบ่งเป็น 3 ส่วน
1. แผนงานด้านการสาธารณสุข วงเงิน 45,000 ล้านบาท
2. แผนงานด้านการเยียวยาประชาชน วงเงิน 550,000 ล้านบาท
3. การฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 400,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีการโอนวงเงินกู้ส่วนที่ 2 การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไปใช้ในการเยียวยาประชาชนเพิ่มเติม ทำให้ต้องมีการแยกส่วนของวงเงินกู้ใหม่ เป็นดังนี้
1. ด้านการสาธารณสุข วงเงิน 45,000 ล้านบาท
2. ด้านการเยียวยาประชาชน วงเงิน 685,000 ล้านบาท
3. การฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 270,000 ล้านบาท
ดนุชา เปิดเผยว่า สำหรับบการใช้จ่ายเงินกู้ 1 ล้านล้าน ช่วงที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติวงเงินไปแล้ว ดังนี้
1. ด้านการสาธารณสุข วงเงิน 45,000 ล้านบาท อนุมัติแล้ว 25,825 ล้านบาท คงเหลือ 19,174 ล้านบาท
ส่วนที่เหลือนั้น กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอโครงการเข้ามาแล้ว โดยเป็นโครงการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา ปรับปรุงสถานพยาบาลต่างๆ ฯลฯ
2. ด้านการเยียวยาประชาชน วงเงิน 685,000 ล้านบาท อนุมัติแล้ว 662,243 ล้านบาท มีทั้งโครงการเราไม่ทิ้งกัน การช่วยเหลือเกษตรกร กลุ่มเปราะบาง ในแต่ละรอบการเยียวยา ประชาชนได้รับการช่วยเหลือประมาณ 40 ล้านคน
3. การฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 270,000 ล้านบาท อนุมัติแล้ว 125,000 ล้านบาท คงเหลือ 144,846 ล้าน
ส่วนที่เหลือที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ได้เห็นชอบในหลักการโครงการเยียวยาประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจจนถึงปลายปี จำนวน 4 โครงการ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินส่วนนี้
“ดังนั้น วงเงินกู้ 1 ล้านล้าน มีแผนการใช้จ่ายครบถ้วนแล้ว อาจเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยเท่านั้น มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 79.88% ทั้งนี้ ประเมินจากเงินที่ได้มีการอนุมัติไปแล้ว จะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์” เลขาธิการ สศช. กล่าว
ส่วนการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มเติม 5 แสนล้าน มีแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ดังนี้
1. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน และการวิจัย พัฒนาและผลิตวัคซีนภายในประเทศ รวมทั้งการปรับปรุง สถานพยาบาลสำหรับการบำบัดรักษาผู้ติดเชื้อ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข วงเงิน 30,000 ล้านบาท
2. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยเหลือ ผู้ประกอบอาชีพหรือผู้ประกอบการทุกสาขาอาชีพให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง วงเงิน 300,000 ล้านบาท
3. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับแผนงาน หรือโครงการเพื่อรักษาระดับการจ้างงานของผู้ประกอบการ และกระตุ้นการลงทุน และการบริโภค ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ วงเงิน 170,000 ล้านบาท
อส.แฉเอง “วงจรจำนำปืน” ท้าตรวจทุกอำเภอเจอหายอีกอื้อ
https://www.isranews.org/article/south-news/special-talk/98930-volunteerdefense.html
“ทีมข่าวอิศรา” พูดคุยกับ อส.ชายรายหนึ่ง อายุ 40 ปลายๆ สังกัดกองกำลัง อส.ชายแดนใต้ ได้ข้อมูลที่น่าสนใจหลากหลายประเด็น และน่าจะตอบคำถามที่หลายคนสงสัยและยังคาใจได้ระดับหนึ่ง
@@ กระบวนการเบิกปืนไปใช้ ทำกันอย่างไร มีช่องโหว่หรือไม่?
ปืนทุกกระบอกของ อส.ที่เบิกไปใช้ จะมีเลขรหัสประจำกาย อส.อยู่ทุกกระบอก ทุกครั้งที่นำปืนหลวงมาใช้ปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีการเซ็นชื่อเบิก และเมื่อปฏิบัติหน้าที่จบ ก็ต้องส่งคืนคลังอำเภอ พร้อมเซ็นส่งคลัง ทุกอย่างมีระบบการเบิกใช้
ปืนของ อส.จะอยู่ในคลังอำเภอ ถ้าปืนหายก็สามารถหาที่มาที่ไปได้ไม่ยาก เช็คจากรหัสประจำตัว อส.ที่เบิกปืนไปใช้ ว่าได้ส่งเข้าคลังจริงหรือไม่
@@ ใครเป็นคนเก็บข้อมูลพวกนี้?
เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคลังอำเภอ ถ้าตรวจสอบตรงนี้แล้วจะเจอคำตอบ โดยเฉพาะที่มาที่ไปของปืนว่าอยู่ที่ไหน หายได้อย่างไร ใครทำให้หาย
@@ ปืนที่ อส.เบิกมาใช้งาน นำติดตัวกลับบ้านได้หรือไม่?
ปืนทุกกระบอกที่ อส.ใช้ปฏิบัติหน้าที่ ต้องทำเบิก แล้วเซ็นรับปืนมาใช้งาน เมื่อออกเวร ต้องส่งคืนคลัง ห้ามเอากลับบ้านโดยเด็ดขาด นอกจาก อส.บางรายที่จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ให้สามารถเอาปืนกลับบ้านได้ เช่น อส.ที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยง เคยถูกลอบทำร้าย เป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ อส.กลุ่มนี้จะได้รับอนุญาตให้นำปืนกลับบ้านได้
@@ กองกำลัง อส.ชายแดนใต้มีจำนวนเท่าไหร่?
จำนวน อส.ในแต่ละอำเภอมีไม่เท่ากัน ไม่แน่ใจ ตัวเลขที่ชัดเจนเท่าไหร่แน่ แต่ส่วนมากจะขึ้นอยู่กับอำเภอเล็กหรืออำเภอใหญ่
เคยคุยกับเพื่อน อส. น่าจะมีรวมๆ ทั้ง อส.อำเภอ และ อส.ที่ประจำ ชคต. (ชุดคุ้มครองตำบล) ประมาณ 15,000 – 17,000 นาย ส่วนจำนวนปืน แต่ละอำเภอก็จะมีมากกว่า อส.นิดหน่อย เพราะนอกจาก อส.ที่เบิกมาใช้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว ก็จะต้องมีสำรองในคลังอำเภอด้วย
@@ บางกระแสมองว่าสาเหตุที่ปืนหาย อาจเป็นเพราะปัญหาการนำปืนหลวงไปจำนำ เป็นไปได้หรือไม่?
สถานะทางเศรษฐกิจของ อส.ทุกวันนี้ ต้องถือว่าไม่รวยและไม่จน แต่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เพราะเราจะได้รับเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัย และเงินเดือน แต่ละเดือนราวๆ 18,000-19,000 บาท ก็ถือว่าอยู่ได้ ถ้าไม่ไปติดการพนันและยาเสพติด
เท่าที่เคยคุยกับเพื่อน อส.ด้วยกัน เราพบว่า อส.ที่ไปจำนำปืนจะมี 2 ส่วน คือ อส.ที่ติดยา กับ อส.ที่ติดการพนัน หรือไม่ก็จำนำเพื่อแลกบางอย่างมาในทางผลประโยชน์
เรื่องจำนำปืน ไม่ได้มีเฉพาะ อส.หน่วยเดียว แต่ทหาร ตำรวจ ก็มีเหมือนกัน ลองเช็คดูได้ แต่มันจะไม่เป็นเรื่องถ้าไม่ได้มีการนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรง เมื่อไหร่มีการนำปืนไปใช้ก่อเหตุ ก็จะรู้เลยว่าเป็นปืนของใคร เพราะเลขรหัสมันมีทุกกระบอกว่าของใคร ใครเบิกไป ใครต้องรับผิดชอบ
ก็เหมือนตอนที่โจรยิง อส.แล้วเอาปืนไปด้วย ก็สามารถรู้ได้ว่าเป็นปืนที่ถูกปล้นไป เป็นของ อส.คนไหน ถ้าหากมีการใช้ ที่ไหน ก็สามารถรู้ได้เลย
@@ แสดงว่าปัญหาการจำนำปืนมีเยอะ แต่ถ้าไม่หลุดไปถึงคนร้ายที่นำไปใช้ก่อเหตุ ก็จะยังเงียบอยู่ เป็นแบบนั้นใช่หรือไม่?
บางคนก็เอาปืนไปจำนำในวงไพ่เลยก็มี เล่นๆ อยู่..เสีย ก็เอาปืนวาง เคยมีตัวอย่างเคส ป้อม ชรบ.ที่เคยโดนถล่ม ตั้งวงพนัน ก็มีคนเอาปืนไปจำนำ
ปืนที่ อส.ใช้ หลักๆ เลยก็จะเป็น AK 102 และ M16 กับ HK 33 คือในพื้นที่ ถ้าเห็นแบกปืน AK 102 ที่ไหน ก็จะรู้เลยว่าเป็นอส. ถ้าไม่ใช่ อส.ก็เป็นโจร
ส่วน ปืน HK 33 อส.ได้ใช้หลังจากทหารใช้งานหมดอายุแล้ว ทุกหน่วยเคยไปเบิกมาใช้จากค่ายบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี (ค่ายอิงคยุทธบริหาร) ปืนที่รับมาก็มีเสีย มีต้องซ่อมเยอะ ทำให้ส่วนมาก อส.เลือกใช้ AK 102
ผมคิดว่าถ้าเรียกตรวจทุกอำเภอ ก็จะเจอหายทุกอำเภอแน่ ลองเรียกเช็คตามความเป็นจริงดู อย่าดูแต่บัญชีปืน บางอำเภอปลัดป้องกันใช่ว่าจะรู้เรื่อง บางอำเภอปลัดป้องกันก็รู้ดี นราธิวาสทำเป็นตัวอย่างแล้ว คิดว่าหลังจากนี้ จังหวัดอื่นน่าจะมีการเรียกตรวจอีกแน่ตามกระแสข่าว