เจาะ 5 ประเด็นสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใน พรีเมียร์ลีก 2020/21

พรีเมียร์ลีก ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2020/21 ได้สิ้นสุดลงแล้วหลังจากผ่านช่วงขาขึ้นและลงมาโดยตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งปี

ถึงกระนั้น โอเล กุนนาร์ โซลชา ก็ยังทำอันดับในตารางได้ดีขึ้นและสามารถคว้าตั๋วฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาได้แบบไม่ต้องถึงกับรากเลือดดังเช่นฤดูกาลที่แล้ว



ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณความสม่ำเสมอของ บรูโน แฟร์นันดส์, ความอึดของ แฮร์รี แม็คไกวร์ และ พัฒนาการของฟูลแบ็คทั้งสองฝั่งด้วย
นี่คือ 5 สิ่งที่เราเรียนรู้จากฤดูกาลล่าสุดของพวกเขา

1. ขนาดของทีมยังเล็กเกินไป (Squad Depth)



หากมองดีๆ เราเห็นได้ชัดเจนมาตั้งแต่ก่อนหน้าเกมกับ เลสเตอร์ ในช่วงท้ายนี้แล้วว่า ยูไนเต็ด มีขนาดทีมที่เล็กเกินไป

ทุกๆความพยายามที่จะโรเตชั่นทีมให้ผู้เล่นได้พักอย่างการออกไปเยือน อิสตันบูล บาซัคเซไฮร์, เปิดบ้านต้อนรับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ บอลถ้วยรอบรองกับ เลสเตอร์ มักจะลงเอยด้วยผลลัพธ์ที่ไม่สู้ดีนัก

โซลชา มีตัวเลือกน้อยเกินไป เราจึงได้เห็นเขาส่ง บรูโน แฟร์นันดส์ ลงเล่นเกือบทุกเกมที่ทำได้เพราะเมื่อขาดเขาไปเกมของพวกเขานั้นดูไม่จืดเลย
เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดูเหมือนจะมีทีมที่แข็งแกร่งกว่า ยูไนเต็ด และหากพวกเขาต้องการที่จะแก้ปัญหานี้คงต้องควักกระเป๋ากันหนักหน่อยในซัมเมอร์นี้

ลุค ชอว์ ยังกรณีที่ทำให้เห็นว่าการมีคู่แข่งเพื่อแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในทีมนั้นส่งผลดีเช่นไรและบางทีตำแหน่งอื่นๆอาจจะต้องการความกดดันเช่นนั้นบ้าง

2. ปัญหาของการตั้งรับที่ลึกเกินไป



ปัญหาหนึ่งในการจับคู่กันของ แฮร์รี แม็คไกวร์ และ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ คือการขาดความคล่องแคล่วว่องไว

เอริค ไบญี อาจจะมีในสิ่งที่ทั้งสองคนนี้ไม่มีแต่ความฟิตของเขาและการตัดสินใจที่ไม่ค่อยเข้าท่านักก็สามารถเป็นอีกปัญหาที่ถูกเพิ่มเข้ามาได้

เราจึงมักจะเห็นเซ็นเตอร์ของ ยูไนเต็ด ลงไปรับกันค่อนข้างลึกในแดนตัวเองเพื่อป้องกันการโดนคู่แข่งเผาเครื่องเอาได้
ด้วยฉะนี้มันจึงยากที่จะได้เห็นพวกเขาเพรสซิ่งใส่คู่แข่งแบบเอาเป็นเอาตายแม้ในยามที่ต้องการประตูมากเป็นพิเศษ

เว้นแต่เกมที่ออกไปเยือน เชลซี ที่มี โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นตัวจริง เพราะ โซลชา รู้ดีว่าหัวหอกชาว ฝรั่งเศส คงจะวิ่งแซงผู้เล่นของตนไม่ได้และนั่นเป็นหนึ่งในเกมที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของซีซั่นเลยก็ว่าได้

3. เสียประตูง่ายๆ



อย่างที่กล่าวไปข้างต้นในเกมกับ อิสตันบูล และ เชฟฟิลด์ เราเห็น แมนฯ ยูไนเต็ด เสียประตูง่ายๆแบบที่ทีมระดับท็อปไม่ควรที่จะเสียเลยแม้แต่น้อย
การขาดการจัดระเบียบแนวรับและสมาธิที่จดจ่อ ส่งผลให้พวกเขาเสียประตูนับครั้งไม่ถ้วน เช่นเดียวกับลูกเซตพีซที่แม้จะได้ แม็คไกวร์ มาคอยรับมืออยู่แต่มันก็ยังเป็นอีกจุดอ่อนของพวกเขาอยู่ดี

หากต้องการที่จะย่นระยะห่างกับ แมนฯ ซิตี้ , โซลชา จะต้องหาทางแก้ไขในจุดนี้ให้ได้

4. ปัญหาในแดนกลาง



แน่นอนว่ามีการพูดถึงเป้าหมายการเสริมทัพของ ยูไนเต็ด ในตำแหน่งปีกขวาและกองหน้าอยู่ตลอดแทบจะทุกวัน

แต่ตำแหน่งที่ต้องการอัพเกรดโดยด่วนที่สุดก็คงหนีไม่พ้นแดนกลางที่ทั้ง เฟร็ด และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาไม่สามารถช่วยทีมได้มากนักในเกมใหญ่ๆ

ตำแหน่งที่ดีที่สุดของ พอล ป็อกบา ก็ยังคงหาคำตอบกันไม่ได้ เช่นเดียวกับอนาคตของเจ้าตัวด้วย

แฟนๆทั่วโลกคงอยากเห็นบิ๊กเนมอย่าง เจดอน ซานโช โยกมาสวมเสื้อสีแดงแต่หากมีงบอย่างจำกัดมันอาจจะดีกว่าถ้าเบนเป้าหมายไปหากองกลางและเซ็นเตอร์อย่างละคน

5. มีพัฒนาการ



ผลงานของ ยูไนเต็ด ดูจะเป็นกราฟขาขึ้นมากกว่าลงนับตั้งแต่การรีสตาร์ทกลับมาเตะฟุตบอลอีกครั้งเมื่อปีก่อน

ชอว์ และ วาน-บิซซาก้า มีความโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ส่วน ดีน เฮนเดอร์สัน ก็ดูไว้ใจได้ในการเป็นมือหนึ่งของทีมในระยะยาว

บรูโน โดดเด่นไม่มีเปลี่ยนและ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยังคงมีส่วนร่วมกับประตูอยู่เรื่อยๆแม้จะฝืนลงเล่นแม้มีอาการเจ็บมาโดยตลอด

แม็คโทมิเนย์ เพิ่มสกิลการทำประตูขึ้นมา, แดน เจมส์ กลับมาเล่นได้ด้วยความมั่นใจอีกครั้ง, กรีนวู้ด ฉายแสง และ คาวานี กับความกระหายหน้าปากประตูช่วยทีมให้เล่นได้ง่ายขึ้นโข

มีข้อดีอีกมากเกี่ยวกับพวกเขา แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องพัฒนาอีกมากไม่แพ้กัน

credit : https://www.90min.com/th/posts/manchester-united-20-21-season-review-5-talking-points
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ฟุตบอลต่างประเทศ Premier League (League) Manchester United F.C. นักฟุตบอล ผู้จัดการทีม
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่