ข้ามเวลา..มาพบรัก ตอน 1

กระทู้สนทนา
ทุกคนต่างดีใจที่เรียนจบปริญญาตรีแล้ว  ฉันตั้งใจว่าหลังเรียนจบจะไปเที่ยวเมืองในฝันของฉัน  เฝ้ารออยากไปเที่ยวมานานหละ  โอกาสดีครั้งนี้ต้องไปให้ได้  

                ก็เมืองเซี่ยงไฮ้ไงจ๊ะ  เป็นเมืองที่โดดเด่นมากสำหรับประเทศจีน 
               เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่เจริญที่สุดในประเทศจีน ซึ่งได้กลายมาเป็นมหานครที่เต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้าหน้าตาแปลกใหม่มากมาย หากจะพูดว่าเหมือนได้ไปเที่ยวโลกอนาคตก็คงไม่มากเกินไป แต่ในขณะเดียวกัน 

              ถึงแม้ว่าในเซี่ยงไฮ้จะเจริญรุ่งเรืองทันสมัยแค่ไหน ภายในเมืองก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของประเทศจีน มีอาคารบ้านเรือน หมู่บ้าน และเมืองโบราณ ฉันรักและชอบสถาปัตยกรรมแบบเฉพาะของประเทศจีนอย่างมาก  ครานี้แหละจะได้ชมกันจนอิ่มใจแน่นอน  ความฝันจะเป็นจริงในไม่อีกกี่วันข้างหน้านี้แล้ว อิอิ..อยากไปแย่แล้ว

               “ โภไคย..นายเตรียมตัวเตรียมใจแล้วใช่ไหมที่จะไปเซี่ยงไฮ้” 

              ฉันถามแฟนหนุ่มที่คบกันมานานตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปี 1  เราเรียนคณะเดียวกัน  เขาเป็นคนน่ารัก  ใจเย็น  คอยเอาใจฉันตลอด  เพราะฉันกับเขาคนละขั้วกัน  ฉันเป็นคนใจร้อน  เอาแต่ใจ  พูดจาไม่สุภาพ  แนวสาวบ้าบิ่น  แต่โภไคยเขาก็รักสาวจอมถึกคือดุจตะวัน  ของเขามาก  ยอมพลีชีพเพื่อนางมาตลอด

               “ เรียบร้อยทุกอย่างจ้า  ตั๋วเครื่องบิน  ห้องพัก  โปรแกรมเที่ยว  ทำตามที่ดุจต้องการจ้า”  

              โภไคยทำเสียงอ่อนเสียงหวาน  ยิ้มปากกว้าง  ดวงตาสดใส  ถึงแม้โภไคยจะดูรวมๆแล้วไม่หล่อ  ไม่เท่ห์  ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเท่าไหร่  แต่ในเมื่อเขาเป็นคนที่ทนฉันได้นานที่สุด  ในบรรดาหนุ่มๆที่มาจีบ  คนอื่นที่มาจีบฉัน  ไปด้วยกันได้ไม่นานเกินเดือนก็ต้องเพ่นไปหละ  ก็มีแต่โภไคยเนี่ยแหละที่อยู่ยาวที่สุด  4 ปี  ฉันก็ยังสับสนอยู่ว่าเขาเป็นแฟนฉันหรือแค่เพื่อนสนิทกันแน่

               เซี่ยงไฮ้แอร์ไลน์ จากสุวรรณภูมิถึงสนามบินผู่ตง  ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 15 นาที  ในระหว่างการเดินทางโภไคย  เล่าโปรแกรมคร่าวๆให้ฟังว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง  ทริปนี้จัดเต็มหนึ่งอาทิตย์  และตั้งใจให้ตรงกับวันวาเลนไทน์ด้วย 

              “ โปรแกรมที่จะไปมีตามนี้นะ ที่จะไปเที่ยวกันมีเดอะบันด์  หอไข่มุก  ถนนนานกิง  สวนอี้หยวน  วัดจิ้งอัน  เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว  เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์  เถียนจีฝาง  ซูโจวสุดท้ายคือนานกิง”

             “ อยากไปที่ไหนมากสุดหละดุจ”  โภไคยถามความคิดเห็นของฉัน  อย่างเอาอกเอาใจ
ถ้าฉันบอกว่าอยากไปที่ไหนก่อน  โภไคยก็จะพาไปเที่ยวก่อน  เพื่อให้ฉันมีความสุขและพอใจมากที่สุด  เพื่อทำคะแนนกับฉันให้มากที่สุด

             “ เท่าที่อ่านมาก่อนหนะ  เราอยากไปเมืองโบราณจูเจียเจี่ยวก่อน  เพราะอยากไปสัมผัสความโบราณของที่นั่น  ก่อนที่จะออกมาดูความศิวิไลซ์นะ”

             “ โอเคเลยจ๊ะที่รัก  จัดไปตามนั้นเลย” 

              โภไคยตามใจเหมือนเดิม  แต่ก็น่าแปลก  ถึงแม้เขาจะตามใจและเอาใจฉันแค่ไหน  ฉันก็ไม่รู้สึกว่าเขาเป็นคนน่าสนใจอะไรเลย  ไม่สะดุดตาแล้วยังไม่สะดุดใจด้วย  คบกับเขาไปเนี่ยเหมือนเป็นเพื่อนซะมากกว่า  เราไม่เคยหวานแหว๋วหรือจ้องตากันเหมือนในหนังซีรี่ย์เลย  แต่ถ้าไม่มีเขาฉันก็เหงาเหมือนกัน  งั้นมีเขาก็แล้วกัน  มีดีกว่าไม่มี

              “เหลือเวลาอีก 30 นาทีนะค่ะ  เครื่องจะลงจอดสนามบินผู่ตงค่ะ  ให้ผู้โดยสารเตรียมตัวนั่งอยู่กับที่เพื่อความปลอดภัยค่ะ  ขอบคุณค่ะ”  เสียงแอร์โฮสเตสประกาศเสียงตามสาย

               ถึงโรงแรมเดอะเพนนิโซล่าเซี่ยงไฮ้  เป็นโรงแรมที่หรูหรามาก

               “ ทำไมจองโรงแรมแพงจัง  แล้วอยู่ตั้งหลายคืนมิแย่เลยเหรอเนี่ยโภไคย” 

              ฉันต่อว่าเขาเพราะบอกตั้งแต่แรกแล้วว่ามาเป็นอาทิตย์นอนที่ไหนก็ได้  ไม่เน้นความหรูหรา  แต่เน้นท่องเที่ยว  แต่เขาก็ยังจองโรงแรมแพงอีก

               “ ไม่เป็นไรน่า  เราก็ตั้งใจให้ดุจเซอร์ไพรส์จ้า “ 

               โภไคยทำเสียงอ้อนชวนให้น่าสงสาร  ทำให้ฉันใจอ่อน  ยอมตามนั้นไปเพราะจองไปแล้ว  แต่ก็บ่นตลอดไป 10 นาที

               “ เดี๋ยวเราเป็นคนออก 2/3 หละกันนะ  เงินมีอยู่ในบัญชีเยอะ  พอรู้ว่าจะมาเที่ยวกับตะเอง  เตี่ยโอนเงินมาให้เพิ่ม  บอกว่าให้เอาใจดุจตะวันให้มาก  แม่กับเตี่ยชอบตะเองนะ”

                 ฟังแล้วก็เห็นใจ  คือทางบ้านของโภไคยจะรักฉัน  อยากได้เป็นลูกสะใภ้อย่างมาก  เพราะฉันเป็นลูกคนเล็ก  และมีพี่ชายซึ่งมีครอบครัวไปแล้ว  ทางบ้านฉันก็เหลือฉันคนเดียว  ก็ตั้งใจจบมาจะดูแลธุรกิจต่อจากครอบครัว  ซึ่งครอบครัวฉันมีรีสอร์ทติดชายทะเลทางภาคใต้  ฐานะทางบ้านค่อนข้างสบาย  และเป็นลูกคนเล็ก  จะทำอะไรหรือต้องการอะไรก็ต้องได้  จนติดเป็นนิสัย

                 “วันนี้ผมไกด์สุดเท่ห์  จะพาไปเที่ยวเมืองโบราณจูเจียเจี่ยว เซี่ยงไฮ้นะครับ  คุณลูกทัวร์ที่น่ารักของผม  พร้อมหรือยังครับ”

                  โภไคย  ทำท่าทางเป็นไกด์นำเที่ยว  เขาพูดแบบนั้นทำให้ฉันหัวเราะกับท่าทางของเขา  ก็พอทำให้ตลกได้

                 พอโภไคยเห็นฉันยิ้มและหัวเราะได้  เขาก็มีความสุข  ตั้งใจทำหน้าที่ไกด์พาเที่ยวเต็มที่  บางทีการมีใครสักคน  ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบตามที่ต้องการ  ก็ยังดีกว่าไม่มีใครสักคน  ฮ่าๆๆ  ฉันคิดในใจ

                เดือนที่เรามาเซี่ยงไฮ้เป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์  ตั้งใจจะมาให้ตรงกับวันวาเลนไทน์ที่เซี่ยงไฮ้  อากาศตอนเช้าหนาวมาก  เช็คอากาศเช้ามืดอุณหภูมิติดลบ 1  ตอนกลางวันก็หนาวเย็น  เสื้อกันหนาวที่เตรียมมา  หมวก  ถุงมือ ทุกอย่างพร้อม  ได้ใส่เสื้อกันหนาวแฟชั่นเต็มที่

               “  เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว มีฉายาว่า เวนิซตะวันออกแห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ เป็นอีกหนึ่งย่านเก่าริมน้ำที่มีชื่อเสียงในเซี่ยงไฮ้ 
                มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1700 ปี ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
               จุดเด่นของเมืองโบราณแห่งนี้คือพื้นที่ด้านในนั้นมีแม่น้ำหลากหลายสายเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยรอบ
               ทำให้มีบรรยากาศที่สวยงามและร่มรื่น ซึ่งกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาจูเจียเจี่ยวก็คือล่องเรือชมวิวบ้านเรือนเก่าแก่ริมน้ำ
                ตั้งอยู่ในเขตฉิงผู่ เมืองเซี่ยงไฮ้ “ 

                โภไคยทำหน้าที่ไกด์พาเที่ยวแบบแนบเนียนมาก  

               นอกจากจะเป็นไกด์แล้ว  ยังเป็นตากล้องสุดเยี่ยมอีกด้วย  เขามีความสามารถในการถ่ายรูป  ทุกรูปที่เขาถ่ายสวยงาม  และสามารถโชว์ให้ใครๆได้อิจฉาเลยแหละ

               “  เมืองโบราณจูเจียเจี่ยวมีพื้นที่ทั้งหมด 47 ตารางกิโลเมตร ในอดีตเป็นชุมชนที่มีผู้คนประกอบอาชีพค้าขาย ทอผ้า และขายข้าว
                ซึ่งร้านค้าและอาคารส่วนใหญ่ยังคงได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ภายในเมืองโบราณจูเจียเจี่ยวมีทั้งวัด
                ร้านค้า ร้านอาหาร และจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่นสะพานฝางเชิง สะพานหินขนาดใหญ่ความยาว 72 เมตร
                สวนเขอซื่อ และวัดหยวนจิน” 

                หูฉันก็ฟังโภไคยบรรยายไปเรื่อยๆ 

                ตาก็มองภาพที่อยู่ข้างหน้า  ทำให้ฉันนึกถึงบรรยากาศเมื่อพันกว่าปีที่ผ่านมา

               กลิ่นไอแห่งโบราณมาแตะที่จมูกฉัน 

               ลมพัดมาวูบหนึ่ง  ทำให้ฉันรู้สึกใจหวิวๆ  เจ็บปวดลึกๆไปที่หัวใจ  

               น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว  ฉันรีบเช็ดน้ำตาลที่ไหลออกมาไปถึงแก้ม  

               ความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นในใจ  เหมือนมีใครสักคนที่นี่รอฉันอยู่  

               ฉันหายใจถี่  เหมือนจะเป็นลม

               “ ตะเองเป็นอะไรไปหรือเปล่า  เห็นหน้าซีดและนั่งลงกับพื้นแบบนั้น  เป็นลมหรือ”  

              เสียงโภไคยเสียงดังก้องอยู่ในหู  ฉันรู้สึกเหมือนเสียงของเขาเรียกห่างออกไปๆ  และฉันเดินตามสิ่งที่ฉันเห็นอยู่ข้างหน้า  เป็นผู้ชายร่างกายสูงใหญ่  ใส่ชุดจีนสมัยราชวงศ์ชิง  ไว้ผมแบบเกล้าเป็นมวยสูง  เดินลงสะพานไม้ที่ทอดยาวข้ามไปอีกฝั่ง  และก้าวขึ้นเรือไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่