JJNY : พิธาจี้เร่งเยียวยา│ธปท.กังวลโควิดกดศก.│จองหมอพร้อมเพิ่มแต่วัคซีนไม่พร้อม?│นายกฯอิตาลีประกาศสละเงินเดือนตลอดปี

พิธา ลุยประตูน้ำ พบสถานการณ์เลวร้าย หลายร้านต้องปิด จี้เร่งเยียวยา ยกเลิกลงทะเบียนรับสิทธิ 
https://www.khaosod.co.th/politics/news_6398040
 
 
พิธา ลงพื้นที่ประตูน้ำ พบสถานการณ์เลวร้าย ตลาดเงียบเหงา ร้านอาหารว่างเปล่า หลายร้านแบกต้นทุนไม่ไหวต้องปิด จี้รัฐเร่งเยียวยา-ยกเลิกลงทะเบียนรับสิทธิ 
 
วันที่ 14 พ.ค.64 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ความว่า 
 
เช้าวันนี้ ผม พร้อมด้วย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ,ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ,คริส โปตระนันทน์ และทีมงานพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนจากพื้นที่ตลาดประตูน้ำ
  
เป็นเวลาหนึ่งปีกว่าแล้วที่โควิดอยู่กับประเทศไทยของเรา แต่สถานการณ์ในวันนี้กลับดูเลวร้ายกว่าวันแรกมากอย่างเทียบกันไม่ติด ภาพของตลาดที่เงียบเหงา ท่าเรือที่ผู้คนบางตา ร้านอาหารที่ว่างเปล่า ร้านค้าที่ปิดตัวลง ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิดเป็นมากกว่าปัญหาเชิงสาธารณสุข
 
หลังจากความพยายามกัดฟันสู้มาตั้งแต่การระบาดระลอกแรกเมื่อต้นปีที่แล้ว ประชาชนและภาคธุรกิจ ต้องเผชิญกับการปรับตัวอีกครั้งเพื่อตอบสนองมาตรการห้ามนั่งรับประทานในร้านและมาตรการจำกัดช่วงเวลาเปิดปิด
 
โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่วันนี้ผมได้พบเจอหลายร้าน ซึ่งทุกร้านได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายร้านจะพยายามปรับเปลี่ยนทิศทางการให้บริการเป็นการสั่งซื้อกลับบ้านหรือออนไลน์เดลิเวอรี่แทน แต่หลายร้านก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เนื่องจากรูปแบบของร้านและราคาขายเดิมที่ทำให้ยากต่อการปรับเปลี่ยนไปขายออนไลน์
 
ถึงแม้ร้านค้าจะพยายามปรับตัวกันอย่างเต็มที่ ส่วนมากก็ต้องเจอกับปัญหารายได้ที่ลดลง ยอดขายที่ตกต่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าหลายร้านบอกว่ารายได้ลดลงไปในระดับ 60-80% บางร้านบอกด้วยปริมาณว่าแต่ก่อนหุงข้าววันละ 20 กิโลกรัม ทุกวันนี้หุงข้าว 10 กิโลกรัม ก็ขายแทบไม่เคยหมด
 
ผู้ประกอบการร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ก็ได้รับผลกระทบจากการที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก เพราะแรงงานขาดแคลนหรือไม่สามารถทำงานได้ เงินทุนที่สะสมจากร้านที่เปิดมาหลายสิบปีแทบจะหมดลงในปีนี้ ถึงแม้ว่าจะกัดฟันสู้อย่างเต็มที่ แต่หลายร้านค้าก็ไม่อาจแบกภาระหนี้สิ้นและต้นทุนในแต่ละวันได้ จนต้องทยอยปิดตัวลงไปเป็นจำนวนมาก
 
และเมื่อร้านค้า ร้านอาหาร หนึ่งร้านปิดตัวลง ผู้รับผลกระทบโดยตรงไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่เป็นพนักงานในร้าน และครอบครัวของพวกเขาอีกด้วย
 
จนถึงตอนนี้รัฐบาลต้องตระหนักได้แล้วว่า คนไทยกำลังล้มตายลงทุกวันจากทั้งโรคระบาดและพิษเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลล้มเหลวในการตรวจเชิงรุกโดยสิ้นเชิง ทำให้ไม่สามารถคัดกรองแยกผู้ป่วยออกจากผู้ไม่ป่วยได้ทัน เกิดเป็นคลัสเตอร์ใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน โอกาสที่ประชาชนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติก็ต้องล่าช้าออกไป เศรษฐกิจก็ไม่สามารถเดินหน้าเสียที
 
นอกจากนี้ ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาพี่น้องประชาชนให้ถ้วนหน้ากว่านี้ เร็วกว่านี้ และมากกว่านี้ รวมถึงยกเลิกการลงทะเบียนรับสิทธิ ยกเลิกเงื่อนไขรับเงินช่วยเหลือ และยกเลิกมาตรการที่ไม่เห็นหัวผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการรายย่อย ที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้
 
วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ไม่ควรมีใครถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังเป็นอันขาด คนไทยทุกคนจะต้องได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ผมขอให้รัฐบาลเข้าใจเสียทีว่า พี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อน ภาคธุรกิจกำลังล่มสลาย เศรษฐกิจของประเทศกำลังถอยหลัง
 
ในขณะที่รัฐบาลยังมีงบประมาณตาม พ.ร.ก. เหลืออยู่กว่า 2.5 แสนล้านบาทและงบกลางอีกประมาณ 1 แสนล้านบาท ที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่าง มากพอ เร็วพอ และถ้วนหน้าครับ
 


ธปท.กังวลโควิดระลอก3กดเศรษฐกิจเร่งวัคซีน
https://www.innnews.co.th/news/economy/news_103824/

แบงก์ชาติรับกังวลปัญหาโควิดระลอก 3 กดเศรษฐกิจตลาดแรงงานทรุด แนะเร่งกระจายวัคซีน
 
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดโควิดระลอก 3 รุนแรงกว่าระลอกที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และความเชื่อมั่นทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับลดลงเร็วจากการระบาดระลอกที่ 3 โดยคาดว่าต้องใช้มาตรการคุมเข้มไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งอาจต้องใช้เวลากว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
 
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการระบาดรอบนี้กระทบต่อจีดีพีสูงกว่าระลอกที่ 2 โดยคาดว่าจะกระทบจีดีพีร้อยละ 1.4-1.7 จากระลอกที่ 2 ที่กระทบร้อยละ 1.2 ซึ่งการฉีดวัคซีนเร็วขึ้นจะสามารถช่วยการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ถึงร้อยละ 3 ถึง 5.7 ในช่วงปีนี้และปีหน้า
 
นอกจากนี้ทาง ธปท. ยังมีความเป็นกังวลตลาดแรงงาน จากปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อ จะทำให้แรงงานหางานทำได้ยาก
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่