ไปเที่ยวทิพย์กันค่ะ วันนี้ชวนไปเที่ยวแปคตูซานค่ะ

ดองมาจะสี่ปีละค่ะ วันนี้เราจะมาเล่าถึงทริปที่ใช้เงินทั้งหมด 5600 บาทค่ะ โดยเริ่มจากปักกิ่งค่ะ จัดโดยคณะการท่องเที่ยวของมหาลัยปักกิ่ง (เป๋ยต้า) และมหาลัยวัฒนธรรมภาษาที่คนไทยรู้จักในชื่อ BLCU (เป๋ยอยู่) ค่ะ ขอแนะนำโดยละเอียดเพื่อให้คนที่ไม่เคยไปจีนพอจะนึกภาพตามได้แล้วกันนะ

อย่างแรกที่จะอธิบายคือรถไฟค่ะ เราขออนุญาตเทียบรถไฟทั่วไปในปักกิ่งทั่วไปที่เรียกตี้เถีย (地铁) กับ MRT BTS หรือทูบในอังกฤษละกันค่ะ ก็คือจะเร็วแต่จอดถี่ เพื่ออำนวยความสะดวกคนเมือง แต่เวลาจะวิ่งข้ามจังหวัด ข้ามมณฑลไกลๆ จะเรียกห้วเช้อ (火车) ก็แปลตามตัวเลย ไฟ รถ เป็นรถไฟ ก็เหมือนรถไฟไทย ต่างกันที่ของจีนเขา ไวความเร็วสูงค่ะ ไวแซงญี่ปุ่นไปแล้ว ส่วนถ้าใครแคลงใจว่าดีจริงหรอ เรากล้าพูดค่ะ ว่าดี สะอาดมาก ทั้งห้องน้ำ ห้องนอน
เสียดายที่เราไม่ได้ถ่ายห้องน้ำมาค่ะ แต่ที่นอนนี่ทั้งขาว ทั้งหอม นอนสบายมาก

ทริปนี้นั่งรถไฟชนิด Z Train ค่ะ เป็นตู้นอนแบบ มีสองชั้นก็มีคนมากางมาปูที่นอนให้ค่ะ

ส่วนทริปราคาประหยัดนี้ก็หลักๆ คือไปแนวเขาฉางป่ายค่ะ เป็นแนวเขาที่ส่วนมากอยู่ฝั่งของจีนนี่ละค่ะ มีตำนานเก่าแก่มากมายทั้งในประวัติศาสตร์ของจีนและเกาหลีเลยค่ะ แต่เกาหลีจะได้ยินในชื่อแปคตูหรือแปกตูซานค่ะ คำว่า ชาน ซาน แปลว่าภูเขาค่ะ 

อธิบายเพิ่มก็คือ ส่วนที่เป็นน้ำทะเลสาบ Heaven Lake สีฟ้าในรูปที่บางคนอาจเคยเห็นมา เมื่อนานแล้วเคยเป็นปล่องภูเขาไฟค่ะ โดยนักธรณีวิทยาจีนให้ข้อมูลไว้ว่ามันเคยระเบิดออกมาครั้งสุดท้ายคือเกินห้าพันปีมาแล้วค่ะ

จากวิชาภูมิศาสตร์ก็อาจพอทราบกันมาว่าภูเขาไฟที่สงบไปนานมากๆ แล้ว บริเวณโดยรอบค่อนข้างอุดมสมบรูณ์ เลยออกมาสวยงามน่าไปแบบนี้ละค่ะ


 
แนวเขาฉางป่าย 长白山 อยู่ในสองเมืองค่ะคือเมือง Jilin และ Liaoning  มณฑล Helongjiang ค่ะ โดยถือว่าอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ หรือตงเป่ย
โดยส่วนบนของภูเขาตามยอดๆ ต่างๆ จะมีหิมะคลุมอยู่ตลอดทั้งปีค่ะ เป็นที่มาของชื่อฉางที่แปลว่ายาว ป่ายแปลว่าขาว ค่ะ ได้ขึ้นทะเบียนกับ UNESCO แล้วค่ะ
 
เราไปอ่านมาค่ะว่าที่จริง ฉางป่ายเนี่ย สูงจากน้ำทะเล 2744 เมตร ซึ่งสูงกว่าดอยอินทนนท์แค่ประมาณสองร้อยเมตรเองค่ะ แต่แนวเขาฉางป่ายเนี่ยมันกินพื้นที่มากเกิน 2200 ตารางกิโลเมตร  นอกจากบริเวณที่เราได้ไปมา ยังมีอีกมหาศาลค่ะ ทั้งในส่วนที่เป็นที่พักและที่เล่นสกี Ski Resort ก็ค่อนข้างจะใหญ่และขึ้นชื่อมากค่ะ ถ้าใครมีโอกาสไปสกีมาแล้วก็มาเล่าให้ฟังได้นะคะ
 

ลืมบอกไปว่าก่อนเข้ามา จะมีจุดขายตั๋ว ซึ่งเราชอบมากค่ะ บรรยากาศเหมือนพวกทางเข้าสกีรีสอร์ตเลยค่ะ
เห็นแล้วชวนให้นึกถึง Whistler Blackcomb Ski Resort ที่แคนาดามาก และของจีนคือทำทางเข้าโอ่อ่ามาก คนเยอะก็ยังมีที่ว่างปลอดโปร่ง รอคิวได้แบบไม่เบื่อเลยค่ะ ถ่ายรูปได้ไม่อั้น พอเข้าด่านแรกมาก็จะมีที่ให้เดินชมวิวค่ะ มันก็จะมีบางช่วงที่มีไอ คล้ายๆ พวกน้ำพุร้อนจิ๋วๆ ค่ะ


มีช่างภาพเก่งๆ มาถ่ายไปลงนิตยสาร ลงเว็บกันเยอะทุกปีเลยค่ะ มาคนละฤดูกาลก็จะได้คนแนวกันนะคะ
เรารู้สึกโชคดีมากค่ะ ฟ้าเปิด มองทางไหนก็สวย 

เราไปช่วงเดือนพฤษภาคมนี่ละค่ะ แต่เราคิดว่าที่นี่ก็เหมือน Lake Louise หรือ Banff National Park ที่แคนาดาอยู่อย่างนึงค่ะ คือ มาช่วงสปริงไม่เหมาะค่ะ ต้องมาฤดูร้อนคือเดือนกรกฎาคมค่ะ ถึงจะได้เห็นตอนทะเลสาปบนยอดเป็นสีฟ้าๆ เขียวๆ ค่ะ แล้วอาจเห็นดอกไม้สีสดใสด้วยค่ะ 


บอกอีกนิดคือ ตลอดเวลาประวัติศาสตร์ที่ตรงนี้ก็แย่งกันไปมาเหมือนเขาพระวิหารบ้านเราละค่ะ แต่ผลออกมาปัจจุบันจีนเป็นเจ้าของที่ของเขานี้ค่ะ ยกเว้น! ยอดที่สูงสุดค่ะ ต้องเขาใจว่ามีหลายยอด แต่ยอดสูงสุด เกาหลีเหนือเป็นเจ้าของจ้า มีทหารเกาหลีเหนือเฝ้าเลย

เดินไปกลับรอบๆ ที่ให้ดูยังถือว่าแค่กลางๆ เขาค่ะ จากยอดแปกตูคืออีกไกลมากค่ะ อันนี้ผ่านไปเผลอๆ แบบประมาณสองชม. ค่ะ
แล้วมารอขึ้นรถตู้พาขึ้นไปยอดเขาของเกาหลีเหนือค่ะ ขอฝากรูปน้องกวางสองตัวกำลังจู๋จี๋กันอยู่ค่ะ ขัดใจคนโสดแบบเรามากค่ะ

"อ้าว ตัวเองจะรีบไปไหนล่ะ"
“เค้าเขิน โดนมนุษย์แอบถ่ายหมดแล้ว"

ก่อนขึ้นรถไป ไกด์ก็จะช่วยสำรวจว่าบางคนนุ่งน้อยห่มน้อยไป ก็จะแวะให้เช่าเสื้อหนาวกับหมวกราคาถูกเพื่อใส่ขึ้นยอดเขาค่ะ
รถตู้นี่ทำเวลามากค่ะ แอบได้อารมณ์เหมือนนั่งรถไฟเหาะนิดๆ ใครกลัวความสูงอาจต้องหลับนะคะ
ใช้เวลาบนรถประมาณ 35-40 นาทีในแต่ละขาค่ะ และเดินข้างบนประมาณไม่เกินครึ่งชม. ค่ะ

อันนี้ถ่ายจากบนรถ จริงๆ วิวข้างทางสวยๆ เยอะค่ะ แต่เรามือไม่นิ่งเลย รูปเสียซะเยอะ วันหลังไปอีกต้องพกตากล้องหล่อๆ ใจดีๆ มือนิ่งๆ ไปสักคนละค่ะ
ยิ่งวนๆ ขึ้นทางโค้งสูงชันไปไม่รู้กี่รอบ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรากำลังขึ้นไปบนท้องฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ สมแล้วที่บอกว่ากำลังจะไป Heaven Lake 

ข้างบนสวยงามต้องมนตร์มากค่ะ ทั้งบนรถ ทั้งตอนเดินลงไปดู ใจสงบ ลืมได้ทุกเรื่องเลยค่ะ 
ต่อไปถ้าใครใจว้าวุ่นไม่ต้องไปแต่ทะเลละนะคะ มาภูเขาได้ค่ะ สงบ สบาย ปลอดโปร่ง โล่งกายโล่งใจสุดๆ

อ่ะตัดมาที่อาหารพื้นบ้านที่ไปโดนกันหลังลงจากเขาค่ะ ถ้าใครสงสัยว่าอ้าว แล้วไหนละรูปบนแปกตู ก็ต้องขออภัยอย่างสูงเลยค่ะ ข้างบนสวยมาก แต่จังหวะคือคนแน่นมาก แล้วทหารเกาหลีเหนือที่ยืนเฝ้าชายแดนหน้านิ่งมากเว่อ ที่สำคัญคือเขาบอกว่าให้ถ่ายได้แค่บางส่วนค่ะ ส่วนที่จะถ่ายติดประเทศเกาหลีเหนือหรือติดทหารของเขาคือห้ามค่ะ ให้ดูได้อย่างเดียวเลย

เราเห็นแล้วหมดอารมณ์หยุดถ่ายรูปเลยค่ะ แต่รับประกันว่าสวยจริงจัง คุ้มค่าแก่การเสียเงินขึ้นไปชมแน่นอน

อาหารมื้อนี้เราถูกใจที่สุดในทริปนี้ค่ะ ด้วยราคานี้ ได้กินแบบนี้ และมีอีกสองมื้อ คือเช้ากับกลางวันก่อนกลับของอีกวัน แต่ก็ธรรมดาๆ ค่ะ 
ท้องไส้อยู่ครบดี ไม่ต้องใช้ยาใดๆ ฮ่าๆๆๆๆ


แน่นอนว่าตอนค่ำ เราก็ไปเดินเล่นซุปเปอร์ใกล้ๆ โรงแรมกันค่ะ เราค้นพบว่าเมือง Jilin นี่มีสินค้าดีๆ จากรัสเซียมากมายในราคาถูกเหมือนอยู่รัสเซียเลย
เราได้น้ำทับทิบกล่องนี้มาในราคาไม่กี่สิบบาทค่ะ เทได้ประมาณสี่แก้วสูงมั้งคะ รสชาติเหมือนคั้น สด หวานธรรมชาติมากค่ะ อร่อยเว่อเลย 
ช็อคโกแลตจากรัสเซีย รสชาติดีไม่แพ้สวิสฯ เลยค่ะ ใครมาเมืองนี้ก็สอยของกินจากรัสเซียกลับไปเยอะๆ นะคะ แฮะๆ


ปิดท้ายทริปนี้ด้วยภาพนั่งรถไฟขากลับค่ะ ค้างหนึ่งคืนก็กลับถึงปักกิ่งปลอดภัยค่ะ ขากลับได้นอนคู่กับสาวเกาหลีคนสวยค่ะ
นางยกมาม่าให้เราไม่พอ ยังมีช้อน ตะเกียบ และชามสแตนเลสเกาหลีอย่างดีให้ยืมมาใช้ด้วยค่ะ

พบกันใหม่ในทริป "เที่ยวทิพย์" หน้านะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่