ทำไมยุคแผ่น C D ถึงจัดเก็บข้อมูลผ่าน วิธีการเบิร์น

ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยุคก่อนหน้าและถัดจาก คือแผ่นดิสก์ และ ทรัมป์ไดรฟ์ ตามลำดับมันใช้การ ก็อปวางแทน
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 12
เอาง่ายๆ ภาษาพื้นบ้าน ข้อมูล Digital มันมีแค่ 1 กับ 0 เข้าระหัสไป เช่น เลข 2 = 10, ตัวอักษร A = 01000001 00001010
ซึ่งวิธีที่จะเขียน 1 กับ 0 ลงไปบนแผ่น CD คือการยิงเลเซอร์เข้าไปทำให้สารที่เคลือบอยู่โดนเผา (Burn - เบิร์น)
ตรงจุดที่โดนเผามันก็จะไม่สะท้อนแสง เวลายิงเลเซอร์กลับไปเพื่ออ่านข้อมูลตรงนั้นก็จะได้ค่า 0 ตรงไหนที่สะท้อนแสงก็ให้ค่า 1

ส่วน Floppy Disk หรือ Flash Drive ใช้วิธีทางแม่เหล็กไฟฟ้าในการเปลี่ยนสถานะเป็น 0 หรือ 1

แต่การก๊อป+วาง ที่ จขกท พูดถึงเป็นคนละ level กับการเบิร์น การก๊อป+วาง มันเป็นวิธีการทาง Software (High Level)
ซึ่งถ้าบอกว่า Disk, FlashDrive เวลาเราเอาข้อมูลเข้าเราก็ก๊อปไปวาง เวลาเราเอาข้อมูลลงแผ่น CD เราก็ก๊อปวางเหมือนกัน
แต่หลังจากวางแล้วต้องเบิร์น ซึ่ง Disk, FlashDrive หลังจากก๊อปไปวางแล้วก็ต้องมีกรรมวิธีหลังบ้านในลักษณะเดียวกับ
การเบิร์นเพื่อทำให้ข้อมูลมันเข้าไปอยู่ในแผ่นแม่เหล็ก หรือหน่วยความจำ Flash เหมือนกัน

การเบิร์น เป็นวิธีการทางกายภาพ (Low level) ในการเปลี่ยนคุณสมบัติของสื่อบันทึกข้อมูล ถ้าเทียบกันแล้ว ในแผ่น Disk, การเบิร์น CD ก็เท่ากับการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำให้จุดหนึ่งๆ บนแผ่น Disk เปลี่ยนสถานะเป็น 0 หรือ 1

ที่การเบิร์นมันโดดเด่นออกมา เพราะมันต้องทำเองโดยผู้ใช้งาน ไม่ได้ทำอัตโนมัติเหมือนสื่อบันทึกข้อมูลอื่นๆ ซึ่งเป็นเพราะว่า CD สมัยแรกๆ มันเขียนได้ครั้งเดียว ตรงไหนโดนเผาไปแล้วจะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ และการเผาใช้เวลานาน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อแผ่น CD ผู้ใช้ต้องเป็นคน Confirm เองว่าจะเอาข้อมูลที่ก๊อปไปวางไว้นั้น บันทึกลงในแผ่นแน่ๆ
แต่สื่ออื่นเนื่องจากมันบันทึกข้อมูลซ้ำได้ พอก๊อปไปวางแล้ว หลังบ้านเลยส่งกระแสไฟไปปรับสถานะ 0/1 ได้ทันที ไม่ต้องถามผู้ใช้ ไม่ต้องกลัวเสียของ ถึงเสียมาก็ก๊อปวางใหม่อีกรอบได้ และทำได้รวดเร็วด้วย ผู้ใช้เลยไม่รู้ตัวว่า Disk, หรือ Flash Drive ก็โดนอะไรที่คล้ายๆ การเบิร์นทุกครั้งที่เอาข้อมูลไปใส่อยู่เหมือนกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่