สวัสดีค่ะ ตอนนี้ลูกเรา 3 ขวบกว่า แต่ของเล่าประวัติก่อนมีลูกนะคะ เรายอมรับนะคะว่าเราเป็นคนไม่ค่อยฉลาดด้านวิชาการ(ต้องขอบคุณเพื่อนที่ช่วยให้ได้รับใบปริญญาเพื่อเป็นใบเบิกทางในด้านการงาน) ภาษาอังกฤษคือถือว่าติดลบค่ะ ไม่รู้อะไรเลย แต่เราโชคดีมีโอกาสได้ทำงานในหน่อยงานด้านการศึกษา เลยเริ่มมีความคิดที่อยากพัฒนาตัวเองด้านภาษาเพราะคิดว่าอาจได้ใช้ ในโรงเรียนที่ทำงานมีชาวต่างชาติเยอะ ก็เริ่มจากการฝึกจากพวกเพื่อนๆ(แต่ก่อนวิ่งหนีค่ะ กลัวเค้าทัก)เรา เริ่มจาก ฟัง ฟังบ่อยๆ ดูหนัง และเริ่มก็อปปี้คำที่เพื่อนๆถามเราทุกวัน ถามเขาคืน เริ่มพูดจากตรงนี้ ถัดไปเทคโนโลยีเริ่มเข้ามา เริ่มมีเฟสบุ๊ค ไลน์ เริ่มฝึกพิมพ์ และอ่านได้ตามลำดับ แต่ก็ยังไม่เก่งนะคะ เพราะไม่ใช่ภาษาที่เราคุ้นเคย อาศัยแค่ใช้ชีวิตประจำวันได้ และเริ่มมีโอกาสผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจ สถาบันสอนภาษาแต่ไม่ได้สอนเองนะคะ ด้วยภาษาอังกฤษงูๆปลาๆพอเอาตัวรอด และดิวกับชาวต่างชาติเพื่อมาสอนที่สถาบันฯ และเราก็มีลูก เราพูดภาษาอังกฤษกับลูก100%ค่ะ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราพูดคนเดียว ที่บ้านทุกคนไทยหมด และเราพูดกับลูกน้อยมาก 1.กังวลเรื่องสำเนียง
2.กังวลกลัวพูดผิดเพราะแกรมม่าเราก็ไม่ได่แน่น เราเลี้ยงลูกเอง โชคดีที่มีธุรกิจส่วนตัว สามารถเอาลูกไปทำงานด้วยได้ ลูกได้เจอชาวต่างชาติทุกวัน แต่เราพูดกับลูกน้อยมาก เราเขียนคำที่ไม่รู้ไว้ในหนังสือนิทาน เพื่ออ่านให้ลูกฟังทุกวัน เขียนติดไว้หน้ากระจก เพื่อจะได้เห็นและเรียนไปพร้อมลูก ลูกได้2 ขวบ ฟังคำสั่งเข้าใจ เราเริ่มจ้างครูชาวต่างชาติมาเล่น อ่านนิทานให้ลูกฟัง แต่ลูกยังไม่พูดนะคะ ได้แค่ yes no ok จนพอลูกพูดได้ ลูกสามารถฟัง พูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ, เรายังคงคอนเซปต์เดิมคือ พูดภาษาอังกฤษกับลูก100% ลูกก็พูดกับเรา 100% เช่นเดียวกันค่ะ(ลูกเราเรียน รร ที่สอนภาษาอังกฤษและจีนค่ะ แต่ไม่รู้จะส่งได้กี่เทอมด้วยสถานการณ์ตอนนี้ Covid ทำพิษ) ตอนนี้เราเริ่มมาเรียนพวกแกรมม่า เริ่มตั้งแต่แรกเลย เพื่อ ให้พูดกับลูกให้ถูกต้อง เราแค่อออกมาเป็นกำลังใจให้แม่ๆที่อยากสอนลูก 2 ภาษา เราจากที่ติดลบ โดนคนหาว่ากระแดะ ไฝ่สูง ไม่ดูตัวเอง ต่างๆนานๆ เราผ่านจุดนั้นมา จนตอนนี้เรามองว่า คนที่ไม่หยุดพัฒนาต่างหากที่เป็นคนเก่ง เราเริ่มเรียนไปพร้อมลูกค่ะ ทำให้ลูกเห็นว่า เราสามารถเรียนรู้ได้ตลอด ทุกช่วงวัย เราเรียนว่ายน้ำพร้อมลูก, เรียนภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน( เราโง่มาก) แต่แค่ไม่อยากหยุดพัฒนานะคะ
เลี้ยงลูกตามแนวทางของเรา ผิดบ้างถูกบ้าง แต่ทำดีที่สุดในแบบของเรา
2.กังวลกลัวพูดผิดเพราะแกรมม่าเราก็ไม่ได่แน่น เราเลี้ยงลูกเอง โชคดีที่มีธุรกิจส่วนตัว สามารถเอาลูกไปทำงานด้วยได้ ลูกได้เจอชาวต่างชาติทุกวัน แต่เราพูดกับลูกน้อยมาก เราเขียนคำที่ไม่รู้ไว้ในหนังสือนิทาน เพื่ออ่านให้ลูกฟังทุกวัน เขียนติดไว้หน้ากระจก เพื่อจะได้เห็นและเรียนไปพร้อมลูก ลูกได้2 ขวบ ฟังคำสั่งเข้าใจ เราเริ่มจ้างครูชาวต่างชาติมาเล่น อ่านนิทานให้ลูกฟัง แต่ลูกยังไม่พูดนะคะ ได้แค่ yes no ok จนพอลูกพูดได้ ลูกสามารถฟัง พูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ, เรายังคงคอนเซปต์เดิมคือ พูดภาษาอังกฤษกับลูก100% ลูกก็พูดกับเรา 100% เช่นเดียวกันค่ะ(ลูกเราเรียน รร ที่สอนภาษาอังกฤษและจีนค่ะ แต่ไม่รู้จะส่งได้กี่เทอมด้วยสถานการณ์ตอนนี้ Covid ทำพิษ) ตอนนี้เราเริ่มมาเรียนพวกแกรมม่า เริ่มตั้งแต่แรกเลย เพื่อ ให้พูดกับลูกให้ถูกต้อง เราแค่อออกมาเป็นกำลังใจให้แม่ๆที่อยากสอนลูก 2 ภาษา เราจากที่ติดลบ โดนคนหาว่ากระแดะ ไฝ่สูง ไม่ดูตัวเอง ต่างๆนานๆ เราผ่านจุดนั้นมา จนตอนนี้เรามองว่า คนที่ไม่หยุดพัฒนาต่างหากที่เป็นคนเก่ง เราเริ่มเรียนไปพร้อมลูกค่ะ ทำให้ลูกเห็นว่า เราสามารถเรียนรู้ได้ตลอด ทุกช่วงวัย เราเรียนว่ายน้ำพร้อมลูก, เรียนภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน( เราโง่มาก) แต่แค่ไม่อยากหยุดพัฒนานะคะ